เ้านางดาราสายเอ่ยถามเ้าภูแสนเสียงหวาน “ครั้งนี้เ้าพี่ไปเสียนานข้าเฝ้าคิดถึงและเฝ้ารอเ้าพี่ทุกวัน แต่ไม่รู้ว่าเ้าพี่จะคิดถึงข้าบ้างรึไม่..”แม้น้ำเสียงจะอ่อนหวานแต่ปนเศร้านิดๆ เป็การบ่งบอกว่าเ้านางดาราสายคิดแบบนั้นจริงๆส่วนเ้าภูแสนยืนฟังนิ่งยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
ไม่มีใครรู้ว่าในใจเ้าภูแสนกำลังครุ่นคิดว่าโหรหลวงหนานเมืองอินทร์มีธุระอะไรกันกับสัปเหร่ออุ่นพรหมถึงได้ออกไปพบเป็การส่วนตัวเช่นนี้และโหรหลวงผู้นี้ถึงขนาดออกไปด้วยตนเอง ธุระนั้นต้องมิใช่ธุระธรรมดาแน่นอนแต่เ้านางดาราสายที่ไม่รู้ความคิดของเ้าภูแสนก็หาหยุดเพียงแค่นั้นไม่
“เมื่อเ้าพี่มาแล้วเ้าพี่ก็ไม่เคยคิดถึงน้องเลย เ้าพี่กลับไปหาเ้านางละอองทองก่อนน้องเสียอีก..”กล่าวตัดพ้อด้วยความน้อยใจ ทั้งที่เ้านางดาราสายก็รู้เต็มอกว่าที่เ้าภูแสนพบเจอเ้านางละอองทองนั้นมิใช่การเข้าพบเป็การส่วนพระองค์แต่เป็การเข้าพบเ้าหลวงแสนยาศักดิ์ผู้เป็พระราชบิดาของเ้าภูแสนเพียงแต่เ้านางดาราสายอยากประชดประชันก็เลยเกิดเป็คำพูดอ่อนหวานแต่แอบเชือดเฉือน เ้าภูแสนที่ยืนฟังนิ่งนานอยู่นั้นก็แอบถอนหายใจในอกไม่ออกอาการรำคาญให้ใครได้เห็นเนื่องจากจะเป็การเสียมารยาทเกินไป
“น้องดาราสายรู้ดีว่าพี่เข้าเฝ้าเ้าพ่อเพราะถ้าพี่คิดจะเข้าพบละอองทอง พี่คงเข้าพบเพียงลำพังไปแล้วและน้องดาราสายก็คงจะรู้ดี ว่าพี่มีคนรักในใจมาตลอด เื่ของเราเป็เพียงฝ่ายผู้ใหญ่พูดคุยตกลงกันฝ่ายเดียวพี่ไม่ได้รู้เื่อะไรด้วย” เป็คำพูดที่กระชากใจตรงไปตรงมาและมิได้รักษาน้ำใจคู่หมั้นเลยแม้แต่นิดเดียวเ้าภูแสนมองเ้านางดาราสายนิ่งสายตามิมีสิ่งใดเคลือบแฝงเพราะจริงใจกับสิ่งที่พูดออกไป แต่เ้านางดาราสายนี่สิถึงกับสะอึก ทั้งที่ไม่มีอาการเกี่ยวกับหลอดลมมาก่อนเลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าเ้านางดาราสายนิ่งไปเ้าภูแสนก็เอ่ยขึ้นเบาๆแต่คงไว้ซึ่งความสุภาพ
“พี่ขอตัวก่อน มีธุระจะพบโหรหลวงหนานเมืองอินทร์”พูดจบเ้าภูแสนก็ทำท่าจะไปจริงๆ เ้านางดาราสายแม้จะรู้สึกนอยกับคำพูดตรงไปตรงมาไม่รักษาน้ำใจเธอบ้างเลยแต่กระนั้นก็ยังเก็บอาการเจ็บแปล๊บเอาไว้ในอก แล้วหันไปหยิบขันน้ำจากถาดในมือของสาวใช้ที่ตามมาด้วยน้ำเปล่าลอยกลีบดอกไม้หอมกรุ่นถูกยื่นมาตรงหน้าเ้าภูแสน
“น้องเห็นเ้าพี่มาเหนื่อยๆถ้าไม่คิดรับไมตรีจากน้องก็รับน้ำขันนี้ไปดื่มดับกระหายสักหน่อยเถิดเ้า” คำพูดหวานหยด นี่ถ้าเป็ชายอื่นคงเคลิ้มจนแทบอยากจะตามเ้านางดาราสายไปถึงตำหนักแล้วกระมังแต่นี่เป็เ้าภูแสน ผู้มีจิตใจหนักแน่นไม่น้อย เ้าชายหนุ่มผู้สง่างามพิศมองน้ำในขันและพลัน.. ดวงตาของเขาก็กลายวับเป็สีเขียวมรกตแต่เพียงแว้บเดียวดวงตาสีเขียวมรกตนั้นก็จางหายไป เพราะเ้าภูแสนรีบเก็บอาการก่อนที่ใครจะทันสังเกตเห็นจากนั้นก็เอ่ยขึ้นนิ่งๆ
“ไม่ล่ะ น้องดื่มแทนพี่ก็แล้วกันน้ำเย็นๆ ในขันนี้คงจะสดชื่น ถ้าน้องสดชื่นพี่ก็สดชื่นไปด้วย ต้องขอโทษจริงๆพี่มีธุระสำคัญกับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์” พูดจบเ้าภูแสนก็เดินจากไปโดยไม่รีรออวยชัยและชัยยันต์อดไม่ได้ที่จะมองไปทางเ้านางดาราสายอย่างเห็นใจต่างแอบนึกว่าเ้านายของพวกเขาทำเกินไปกับผู้หญิงตัวเล็กๆ แถมสวยหวานน่ารักถึงขนาดนี้ยังเมินได้คงจะรักปักใจแม่หญิงแพงอรคนเดียวจริงๆ
ทว่า..หลังจากที่ทุกคนจากไป สายตาของเ้านางดาราสายนั้นเล่าก็เปลี่ยนเป็แข็งกร้าวขุ่นขวางแฝงแววร้ายอย่างสุดแสนจะคาดถึงในมือถือขันแน่นดุจแค้นใจอย่างรุนแรงที่สำคัญกลีบดอกไม้ในขันพลันเหี่ยวแห้งเป็ผุยผงชนิดที่ไม่เหลือความสดเมื่อสักครู่เลยแม้แต่น้อย!!
ขณะเดียวกัน ในภพปัจจุบันอลินตานั่งขัดสมาธิหน้าหิ้งพระด้วยท่วงท่าสง่างาม พร้อมกับท่องคาถาสักพักก็หันกลับมาบอกิญญาปู่โสมน้ำเสียงจริงจัง
“มานั่งข้างหน้าแล้วนั่งหันหลังให้ฉัน เร็วเข้า” ทางฝ่ายปู่โสมที่กำลังอ่อนแรงเต็มทีก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาด้วยความเชื่องช้า อลินตาเห็นดังนั้นก็ขัดใจ เพราะโดยนิสัยมักจะใจร้อนเป็ทุนเดิมอยู่แล้วดังนั้นจึงตัดสินใจ
“พี่สินเธาว์ พี่สมุทร”เป็การตั้งชื่อกุมารน้อยได้ตรงกับฉายาตัวเองเหลือเกินสิ้นเสียงการเรียกชื่อก็ปรากฏเป็ร่างของเด็กผู้ชายสองคนในชุดโจงกระเบนสีเหลืองและสีแดง มัดจุกบนศีรษะ เด็กน้อยทั้งสองน่ารักน่าหยิกแก้มนี่ยุ้ยเป็พวงเชียวไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น้องกุมารเงินกุมารทองที่อลินตาเลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็ลูกน้องยามจำเป็แทนิ และเป๋าอีกอย่างสองกุมารนี้ก็ยังช่วยดูตัวเลขหุ้นและทำนายผลได้อย่างแม่นยำอีกด้วยจึงเป็ตัวช่วยให้อลินตาโกยทรัพย์มาได้เป็อย่างดี
เมื่อกุมารเงินทองทั้งสองปรากฏตัวขึ้นก็รีบเข้าช่วยพยุงปู่โสมอย่างรู้งานเมื่อพยุงปู่โสมมานั่งข้างหน้าอลินตาโดยจับให้นั่งหันหลังให้กับนายสาวแล้วกุมารทั้งสองก็คอยประคองให้ปู่โสมนั่งเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป อลินตาเห็นดังนั้นรีบประนมมือขึ้นในมือถือผ้าแพรสามสี คือ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งเรียกอีกชื่อว่า ‘แพรพิษภูติพินาศ’จากนั้นก็เริ่มประกอบพิธีอย่างรวดเร็ว...
อลินตายกผ้าแพรสามสีที่พันกันเป็เกลียวขึ้นจบที่ศีรษะ ก่อนจะค่อยๆพันผ้าแพรนั้นเข้ากับลิ่มที่ปักแน่นอยู่กลางหลังของิญญาปู่โสมเมื่อพันผ้าแพรที่ลิ่มแล้วอลินตาก็หลับตาร่ายมนต์คาถาที่ได้ร่ำเรียนมาจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งเป็มนต์ถอนพิษผีห่าซาตานร้ายนั่นเอง ทางด้านิญญาของปู่โสมตอนนี้ไม่มีเรี่ยวแรงใดๆอีกแล้ว และรัศมีของิญญาก็เริ่มร่อยหรอลงไปทุกทีแม้แต่กุมารเงินและกุมารทองก็ััได้ จนสินเธาว์ไม่ไหวจะเคลียร์รีบพูดเร่งเ้านายและลุ้นว่าจะทันไม่ทัน
“แม่อลิน รีบๆหน่อยได้ไหมครับ ิญญาลุงโสมจะสลายแล้ว” อลินตายังคงนั่งนิ่งเงียบสมาธิหนักแน่นไม่ได้ยินเสียงของสินเธาว์สักนิดเดียว เพียงไม่นานหญิงสาวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาพลันแสงสีน้ำเงินก็ปรากฏเจือจางที่ดวงตา อลินตารีบพูดทันที
“อดทนนิดเดียวนะปู่โสมกลั้นหายใจเอาไว้” ปู่โสมได้ยินก็อยากจะหัวเราะเออเว้ยนังเด็กนี่ ข้าตายไปเป็ชาติละ ยังมาบอกให้กลั้นหายใจอยู่ได้ อลินตาหลับตาลงอีกครั้งพลางสวดคาถาพร้อมกับค่อยๆดึงลิ่มสลักนั้นออกจากกลางหลังของปู่โสม ขณะที่ใช้มือดึงลิ่มก็ปรากฏควันดำหมุนพันมาที่มือหญิงสาวคล้ายลำตัวงูพิษที่พยายามจะเข้าขบกัดมันอ้าปากแยกเขี้ยวพุ่งเตรียมโจมตีอลินตา แต่แล้วฉับพลันนั้นเอง
อลินตาลืมตาพรึ่บประกายตาสีน้ำเงินเข้มจัด ออร่ารอบกายสีน้ำเงินจัดเต็มตามมาด้วยตาข่ายสีน้ำเงินรอบเรือนกาย อลินพึมพำมนต์คาถางูนั้นเริ่มเคลื่อนกายช้าลง หญิงสาวยกมือขึ้นแล้วใช้นิ้วชิ้จิ้มไปที่ศีรษะของงูที่มีกายเป็ควันสี ดำเบาๆ พลางพูดเสียงหนักและดุ
“อย่ามาแผลงฤทธิ์ในถิ่นของฉันพิษสงแค่นี้ทำเหิมเกริมนะเ้างูน้อย จะบอกอะไรให้ฉันเคยไปนั่งจิบชากับท่านท้าววิฬูปักษ์เ้าแห่งงูมาแล้วนะยะ ถ้าแกอยากประกาศอำนาจอันกระจิดริดของแกอัญเชิญไปแยกเขี้ยวขู่ฟ่อกับเ้านายของแกนู่น ที่นี่ไม่ต้อนรับงูดินกินตับตุ๊กแกย่ะ”หน้างูควันดำอยู่ๆ ก็ซีดจนความดำเจือจางแม่เล่นด่าซะไฟเกือบไหม้คอนโด นอกจากจะโดนจิ้มหัวอย่างรังเกียจแล้วแม่หญิงนางนี้ยังปากจัดจ้านที่สุดเท่าที่เคยพบพานมาในทุกปฐี
พูดจบอลินตาก็ใช้นิ้วชี้ผลักไปที่หัวงูก่อนจะเป่าพรวดไปที่งูควันดำนั้นไม่นานงูนั้นก็ค่อยๆ สลายหายไปพร้อมกับลิ่มที่หลุดออกมาจากด้านหลังของปู่โสมช้าๆปู่โสมแผดร้องโอดโอยด้วยความเ็ป...