71 1-2
ตอนที่127 กระบี่ทัณฑ์ฟ้า (1)
ขณะที่เขาโน้มศีรษะก้มลงริมฝีปากสีแดงสดของเขาก็ค่อยๆ กางออกเผยคมเขี้ยวแหลมที่กำลังจะกัดเข้าซอกคอสีขาวระหงของเซียถงเล็งไปที่หลอดเลือดแดงใหญ่ใต้ผิว เซียถงหน้าซีดเซียวสุดขีดเนื่องด้วยความกลัวร่างกายสั่นเทาไม่หยุดเกินจะควบคุมไหว สติสัมประชัญญะเริ่มเลือนอ่อนลงนางได้แต่หลับตาข่มกลั้นท่ามกลางความสิ้นหวัง
“นายท่าน!รีบหาทางหนีโดยเร็วเถิด!”
จู่ๆเสียงกรีดร้องลั่นของเสี่ยวฮั่วพลันได้สนั่นลั่นขึ้นมา องค์ความคิดความอ่านที่แตกซ่านกระจายออกได้กลับมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง
เซียถงเปิดเปลือกตาลืมตาตื่นขึ้นอย่างรวดเร็วมองไปที่ใบหน้าขนาดใหญ่ที่เลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆส่องสะท้อนฉายออกมาจากแววตาของนาง นางระงับความกลัวทั้งหมดลงในใจยกฝ่ามือขวาขึ้นทาบบนแผ่นอก ระดมพลังลมปราณสะสมทีละน้อยต่อเนื่อง
เมื่อคมเขี้ยวสัมผัสเย็นเยียบแตะลงบนคอนางก็ใช้สองคู่เท้าออกแรงยันพื้นดีดตัวเองออกมาด้วยพลังทั้งหมดระเบิดพลังฝ่ามืออานุภาพจัดจ้านคาแผ่นอกของอีกฝ่ายจนหลุดจากพันธนาการได้ในที่สุดชั่วขณะต้องช่วงชิง นางกระชับจับมีดสั้นกำไว้แน่น พุ่งเสียบทะลวงไหล่ขวาของอีกฝ่ายด้วยความเร็วประดุจสายฟ้า
ร่างของเย่หลีเทียนถึงกับเสียศูนย์ชั่วขณะกวัดแกว่งไปมาไม่มั่นคง ขุมพลังความแกร่งกล้าลดฮวบไปชั่วขณะนี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เซียถงหลุดพ้นออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายได้ร่างเงาไสววาบรุดถอยหลังดั่งน้ำทะเลลงโดยไว ชั่วพริบตานางตีระยะออกห่างจากเย่หลีเทียนกว่าหลายสิบก้าว
เย่หลีเทียนเหลือบสายตาเคลื่อนหยุดลงบนบาดแผลที่ไหลขวายกเรียวนิ้วขึ้นปาดเลือดจากแผลสด นำมาพินิจมองพร้อมตัดสลับไปทางหญิงสาวตรงหน้า
ในเวลานี้ทั่วร่างกายาของหญิงสาวมีคลื่นพลังสีครามเข้มจัดซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์แห่งขอบเขตเสาหลักฟ้าห่อหุ้มอยู่สายตาคู่นั้นที่จับจ้องมองมามีแต่ความเย็นชาและเหี้ยมโหดเสมือนสัตว์ป่ากระหายเลือดที่ในหัวมีแต่การเข่นฆ่าพยายามฉีกกระชากศัตรูทุกตนที่บังอาจรุกล้ำอาณาเขตของนาง
ความหวาดกลัวภายในใจของเซียถงลดลงอย่างมากหลังจากสอดใส่คมมีด เสียบทะลวงไหล่ของเย่หลีเทียนและใจดวงนี้ของนางกลับเป็นความโกรธเกรี้ยวที่เข้ามาแทนที่ตราบเท่าที่เย่หลีเทียนกล้าก้าวเท้าเข้ามาใกล้อีกแค่ก้าวเดียว นางสาบานได้เลยว่าวันนี้ขอสู้ให้ตายไปข้าง!
“ข้าได้กลิ่นเลือดสดที่ไหลเวียนใต้ผิวหนังของเจ้ากลิ่นมันช่างหอมหวาน ทำให้ข้ารู้สึกหลงใหลเหลือเกิน!”
เย่หลีเทียนยกเรียวนิ้วเปื้อนเลือดสดขึ้นมาลองลิ้มชิมรสคาวหวานขณะแลบลิ้นเลีย เขามองไปทางเซียถงด้วยแววตาสุดกระหาย
ทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสาวผู้แสนดื้อรั้นและเลือดเย็นตรงหน้าเย่หลีเทียนก็ระบายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก้าวขาเรียวยาวย่ามสามขุมตรงเข้ามาดั่งเงาทมิฬของมารปีศาจที่กำลังย่ำเยือนเข้ามาใกล้นางรูม่านตาดำสนิทของเซียถงหดตัวลงเล็กน้อยขณะเดียวกันคลื่นประกายแสงสีครามที่แผ่ซ่านทั่วกายายิ่งทวีความจัดจ้านสว่างไสวขึ้นอีกระดับแต่ทันใดนั้นเองพลันมีเสียงคำรามดังลั่นจากทิศทางบ่อน้ำตก
คลื่นเสียงคำรามกวาดล้างสรรพสิ่งโดยรอบจนวินาศซัดเข้าใส่ทิศทางที่สองข้างยืนอยู่พอดิบพอดีตัวเซียถงถูกคลื่นเสียงยักษ์กวาดกระเด็นออกไปโซซัดโซเซอยู่สองสามก้าวถึงค่อยทรงตัวตั้งมั่นได้อีกคราในขณะที่เย่หลีเทียนยังคงยืนนิ่งตระหง่านอยู่จุดเดิมไม่มีสั่นคลอน หันหน้าไปทางต้นเสียงคำรามเขาก็พลันพบกับกิเลนสมุทรที่กระโจนขึ้นจากผิวน้ำ ลำตัวยาวดีดดิ้นอยู่กลางอากาศก่อนจะตกลงสู่บ่อน้ำตกอีกครา
บนแผ่นหลังของเจ้ากิเลนสมุทรตนนี้มีร่างเงาสีเงินประกายเทาทอแสงสว่างระยิบระยับปรากฏอยู่มือขวาจับด้ามกระบี่เล่มยาวสีเงิน ใบกระบี่กว่าครึ่งเสียบคาอยู่บนหลังของกิเลนสมุทรตนดังกล่าวและไม่ว่ากิเลนสมุทรจะพยายามดีดดิ้น ออกแรงสาดสลัดมากเพียงใดทว่าเงาร่างสีเงินประกายเทาผู้นั้นยังคงยืนตระหง่านมั่นคงดั่งเสาหิน
คมแสงกระบี่เล่มนี้ช่างดูวิจิตรพิสดารแผดรัศมีเย็นยะเยือกประหลาดออกมาขุมใหญ่ ยิ่งผู้ถือกระบี่เล่มนี้เป็นชายคนนั้นด้วยแล้วกระบี่สีเงินเล่มนี้ยิ่งดูแพรวพราวทรงพลังเป็นทวีเท่า
ทุกอากัปกิริยาการเคลื่อนไหวของเขาช่างสง่างดงามทุกท้วงท่าเพลงกระบี่ที่ร่ายกระบวนออกไปล้วนดูองอาจและยิ่งใหญ่จนน่าเคราพนับถือนัก
เย่หลีเทียนมองไปที่ร่างของชายคนดังกล่าวที่ยืนตระหง่านอยู่บนแผ่นหลังของกิเลนสมุทรทันใดนั้นมุมปากพลันผุดรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นแววตาเผยแววรังเกียจยิงเข้าใส่อีกฝ่ายโดยตรง ชั่วอึกใจขณะเย่หลีเทียนแปรเปลี่ยนกลายเป็นเงาอสนีบาตสายหนึ่งถือกระบี่ยาวเปล่งสีเงินประกายวิบวับ ปราดพุ่งเข้าโจมตีชายผู้นั้นด้วยความเร็วสูงสุดหวังพิฆาตชีวาให้ตายในหนึ่งกระบวน
“ระวังหลัง!”
เมื่อสังเกตเห็นภาพฉากดังกล่าวเซียถงรีบเร่งตะโกนใส่ชายผู้นั้นที่กำลังสัประยุทธ์อยู่กับกิเลนสมุทรอย่างเดือดดุให้รับรู้ทั้งยัง กรอกเทขุมลมปราณชุดใหญ่ โหมทะลักเข้าคลุมเคลือบใบมีดจนคมเฉียบ เจียนกรีดนภาตัดวายุได้ก็มิปานจากนั้นนางออกแรงเขวียงออกไปสุดกำลังยิงจากภาคพื้นพุ่งทะยานเข้าใส่เย่หลีเทียนโดยตรงและเนื่องจากทุกภาพฉากล้วนเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวพริบตาเสมือนสะเก็ดไฟแล่บเซียถงเผลอสำแดงใช้วรยุทธ์ต่อสู้ออกไปโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้ภายในคลื่นแสงสีครามเข้มมีแสงสว่างสีเหลืองอำพันผสมเจือปน เพิ่มระดับความคมให้แก่ใบมีดเล่มนี้เป็นเท่าตัว
ได้ยินเสียงกรีดร้องลั่นของเซียถงชายคนนั้นเร่งหันศีรษะขวับดันไปเจอเข้ากับคมกระบี่ประกายเงินระยับของเย่หลีเทียนที่พุ่งตรงเข้ามาและนั่นกำลังจะเสียบทะลุแผ่นอกของเขาในอีกไม่ช้าแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็พลันได้ยินเสียงกิเลนสมุทรกรีดร้องลั่น มันยกกรงเล็บขึ้นตะปบใส่เขาอย่างดุเดือดศึกสองทางเข้าจู่โจมใส่เขาโดยพร้อมเพรียง
ชั่วพริบตาต่อมาชายผู้นั้นตัดสินใจยกกระบี่เล่มยาวในมือขึ้นวาดรัศมีฟาดฟันคลื่นกระบี่จันทร์เสี้ยวออกไป ตรงเข้าประสานงากับคมกระบี่ในมือของเย่หลีเทียนและเสี้ยวอึดใจเดียวกัน คมมีดบินของเซียถงก็พุ่งเข้ามาทางชายผู้นั้นอย่างพอดิบพอดีเขาจึงใช้พันท้ายด้ามกระบี่ตอกเข้าใส่มีดบินของเซียถงเปลี่ยนทิศทางให้มีดบินพุ่งเข้าสกัดกรงเล็บของกิเลนสมุทรที่กำลังโจมตีมาทางเขาได้อย่างทันท่วงทีทั้งนี้คมมีดบินยังแฉลบไปเสียบร่างของมันจนส่งเสียงกรีดร้องลั่นเป็นคำรบสอง
ชายผู้นั้นแหงนศีรษะมองเย่หลีเทียนด้วยสายตาเดือดดาลโกรธจัดกระชับกระบี่ในมือแน่นเตรียมเข้าปะทะจู่โจม แต่จู่ๆก็มีเสียงกรีดร้องจากกิเลนสมุทรแผดดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง ตวัดหางยาวดั่งแส้เหล็กกล้าฟาดใส่ทางเย่หลีเทียนอย่างแรงจนอีกฝ่ายต้องรีบกระโดดเลี่ยงหลบออกห่างเซียถงใช้จังหวะนี้กระโดดพุ่งเข้าประชิดร่างของกิเลนสมุทรตนนั้นโดยตรงกระชากมีดสั้นที่ปักคาเนื้อหนังของมันออก ปรากฏธารเลือดสดไหลซิบออกมาในทันใด
เซียถงไม่หยุดเพียงแค่นั้นนางเกาะร่างอันใหญ่ยักษ์ของกิเลนสมุทรไว้แน่นจากนั้นก็ยกมีดสั้นกระหน่ำแทงมันอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อนหยาดเลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าของนางทำเอากิเลนสมุทรกรีดร้องโหยหวนอย่างหนักชูศีรษะขึ้นฟากฟ้าและดำดิ่งลงสู่ใต้น้ำลึกในทันใดเพื่อหลบหนีความสัญชาตญาณ
เนื่องด้วยตัวกิเลนสมุทรกระโดดดำดิ่งสู่ใต้น้ำโดยกะทันหันทำให้เซียถงที่เกาะแกะอยู่บนร่างของมันถูกคลื่นยักษ์ซัดกระแทกระลอกแล้วระลอกเล่าระดับความดันน้ำที่แปรผันเร็วเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะปรับสภาพได้ทันเกือบทำเอาเซียถงหมดสติเป็นลม ทัศนวิสัยโดยรอบของนางเริ่มดำมืดลงสติสัประชัญญะเริ่มเลือนรางเข้าไปทุกทีแต่มือทั้งสองข้างก็ยังกุมเกล็ดหนังกิเลนสมุทรเอาไว้แน่นได้แต่ท่องกับตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เพื่อกระบี่ทัณฑ์ฟ้า!เพื่อกระบี่ทัณฑ์ฟ้า! เพื่อควบคุมสติมิให้แตกซานดับวูบ!
มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าสถานที่ซ่อนกระบี่ทัณฑ์ฟ้าอยู่ในรังของกิเลนสมุทรตนนี้และในยามที่มันได้รับบาดเจ็บ สิ่งแรกที่มันต้องทำคือการหลบหนีกลับเข้ารังตามสัญชาตญาณความอยู่รอด!
กิเลนสมุทรยังคงดำดิ่งสู่ห้วงใต้น้ำราวกับไม่มีที่สิ้นสุดเซียถงพยายามสุดกำลังเพื่อข่มกลั้นสติมิให้ขาดผึ่ง เชื่อว่าสัตว์ประหลาดตนนี้กำลังแหวกว่ายกลับสู่รังของมันเพื่อรักษาตัวแต่จะอย่างไรเซียถงรู้สึกได้แค่ระลอกคลื่นน้ำรุนแรงซัดขึ้นใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่าหูของนางถูกแรงดันน้ำกดจนแก้วหูแทบฉีก ไม่สามารถเปิดเปลือกตาขึ้นมามองได้เลยว่าขณะนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะมีแต่ระลอกคลื่นน้ำแรงกระหน่ำซัดอัดเข้าใส่ไม่หยุดหย่อนไม่มีแม้แต่เว้นจังหวะให้พัก
ฟองอากาศผุดออกมาจากปากและจมูกของนางอย่างต่อเนื่องขั้วปอดเริ่มเกิดสภาวะขาดอากาศหายใจนัก ทำเอาแผ่นอกของเซียถงราวกับถูกหินยักษ์หนักร้อยตันกดทับด้วยความเจ็บปวดเกินพรรณนาสติสัมปชัญญะของนางเริ่มเลือนหายเต็มทนเหมือนจะได้ยินเสี่ยวฮั่วกล่าวอะไรสักอย่างกับนางอยู่ตลอดแต่กลับไม่สามารถจับใจความฟังให้ได้ภาษา
คล้อยหลังประมาณสิบนาทีคลื่นน้ำเชี่ยวกรากที่เข้าปะทะใบหน้าก็เริ่มเบาลง จนหายไปในท้ายที่สุดเซียถงสามารถลืมตาขึ้นได้อีกครา ก็ค้นพบว่าตัวนางกำลังนอนแผ่แขนขาอยู่บนชายฝั่งร่างกายบอบช้ำจากคลื่นน้ำกระแทก ปวดร้าวเสียวซ่าน นอนพักอยู่บนพื้นอยู่สักครู่นางถึงค่อยฟื้นพลังงานลุกขึ้นมาได้
วิสัยทัศน์โดยรอบบริเวณที่นางอยู่ในขณะนี้ไม่ว่าจะอยู่อย่างไรก็น่าจะยังอยู่ภายในถ้ำมีหินหงอกหินย้อยเต็มผนังเพดานเปรียบเสมือคมหอกนับไม่ถ้วนกวาดสายตาพินิจมอบสภาพแวดล้อมสักระยะ ก็พึงฟื้นสตินึกถึงกระบี่ทัณฑ์ฟ้าขึ้นมาได้
เซียถงย่างเท้าเข้าสำรวจส่วนลุกภายในถ้ำตรงหน้าต่อไปภายในนี้เป็นถ้ำหินขนาดเล็กเปลี่ยว บรรยากาศค่อนข้างเงียบกว่าถ้ำส่วนนอกมากเดินตรงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดนางก็ได้พบกับ ยอดศิลาโดดเด่นอยู่ก้อนหนึ่งเพราะยอดศิลาดังกล่าวมีธงสีแดงขาดรุ่ยปักตระหง่านไว้อยู่เบื้องหน้าปรากฏเป็นกระบี่เล่มยาว ใบกระบี่กว่าครึ่งจมลึกอยู่คาแผ่นศิลา
นี่หรือคือ...กระบี่ทัณฑ์ฟ้าในตำนาน?