God Equipment Super Armor

    ตอนที่ 33 เยี่ยมหลวงพี่(1)

    ตอนที่ 33

    เยี่ยมหลวงพี่(1)

              บอสได้ทำอาวุธตลอดทั้งวันโดยไม่พักเที่ยงเนื่องจากเขาไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่
    แคทเทอรีนรอเขาอยู่นานแต่ก็ไม่พบเห็นเขาออกมาสักทีเธอเลยทานอาหารคนเดียวเธอไม่รู้ว่าบอสรังเกียจเธอเพราะอะไรดังนั้นเพื่อปรับความเข้าใจและจะได้ไม่มีปัญหาในอนาคตเธอจะต้องสนิทกับเขาเอาไว้

              ในตอนมหาวิทยาลัยเลิกบอสเก็บของใส่เสื้อผ้าเดินกลับบ้านอย่างรวดเร็วขณะที่กำลังเดินกลับมือถือของเขาก็สั่นเตือน บอสหยิบมันขึ้นมาก็พบว่าบลูมาหาเขายิ้มออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบกดรับสายทันที

              “บอสมหาลัยแล้วเหรอ?”บลูถาม

              “อืม! ฉันกำลังเดินกลับบ้านน่ะ บลูทำอะไรอยู่เหรอ?”บอสกล่าว

              “ตอนนี้กำลังนั่งรถกลับบ้านอยู่พอดีคิดถึงเลยโทรมาหา...”

              หัวใจของบอสรู้สึกอบอุ่นความห่วงใยของเธอมันทำให้เขารู้สึกสบายใจมากจริงๆแต่ความทรมานของเขาก็คือความคิดถึงที่มีต่อเธอ บอสเดินไปพูดคุยกับเธอไปเมื่อถึงบ้านเขาก็วางสายพอไปถึงบอสก็พบว่าแม่ของเขากำลังทำอาหารอยู่เขารีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วช่วยแม่ทำอาหารทันที

              “แม่ครับแล้วถั่วน้อยละ?”บอสถาม

              “เธอกำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องนอน”แม่ของเขากล่าว

              “อ้อ!”บอสพยักหน้า

              บอสได้บอกแม่เอาไว้ว่าเขาจะไปงานวัดที่ต่างเมืองประมาณ2 วัน แม่ของเขาแสดงท่าทางกังวลออกมาทันทีเพราะเมื่อไม่นานมานี้ลูกชายของเธอพึ่งถูกลอบสังหารบอสเลยกล่อมแม่ของเขาโดยบอกว่าจะปลอมตัวไปและมันอยู่คนละเมืองด้วยพวกนักฆ่าจะต้องตามหาตัวของเขาอยู่ในเมืองเก่าอยู่อีกอย่างหลุยเองก็ช่วยปกปิดเรื่องของเขาอยู่ต่อให้พวกมันมาที่นี่พวกมันก็ไม่สามารถลงมือได้อย่างแน่นอน

              “งั้นลูกจะต้องระวังตัวด้วยนะแม่ให้เวลาแค่ 2 วันเท่านั้นเข้าใจไหม?”แม่กล่าว

              “ครับผม!”บอสยืนตรงเคารพธงชาติแล้วกล่าว

              วันต่อมา

              บอสอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมกับเตรียมอาหารเช้าเอาไว้สำหรับแม่และน้องสาวไม่นานทั้ง 2คนก็ตื่นบีนวิ่งเข้ามาก่อนเขาเหมือนกับทุกวันในตอนเช้าจากนั้นพวกเขาก็ทานอาหารเช้าร่วมกันเมื่อทานเสร็จเขาก็บอกลาทุกคนและออกเดินทางในระหว่างเดินทางบอสก็นำมือถือออกมาแล้วโทรไปหาหลุย

              สักพักหลุยก็รับ

              “สวัสดีนั่นใคร?”หลุยถาม

              “ผมเองบอส ครับ”

              “โอ้!? บอสนี่เองมีอะไรงั้นเหรอโทรมาตั้งแต่เช้าตรู่เลย”

              “ผมอยากจะขอรบกวนคุณหลุยหาคนคุ้มกันแม่และน้องสาวผมหน่อยได้ไหมครับ?”

              “ได้สิบอกมาได้เลย! ฉันพร้อมสนับสนุนเธอทุกเรื่อง!แต่พอเรียนจบแล้วทำงานชดใช้ด้วยนะ ฮ่าๆๆ”หลุยกล่าว

              บอสหัวเราะออกมาเล็กน้อย

              “ผมขอคนระดับ100 ขึ้นไปนะครับ ผมยินดีทำงานชดใช้ทันทีหลังเรียนจบ!”บอสกล่าว

              “ฉันพูดเล่นๆขอแค่เธออยู่กับสมาคมของเราแล้วช่วยทำให้ประเทศของเราพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น!”หลุยกล่าว

              “ครับผมขอบคุณคุณหลุยที่คอยช่วยเหลือผมมาตลอด”บอสกล่าว

              “เอาละๆเดี๋ยวฉันจะส่งคนคุ้มกันระดับ 100 ขึ้นไปจำนวน 4คนไปคุ้มครองแม่และน้องสาวของเธอแบบลับๆหลังจากที่คนคุ้มกันไปถึงที่นั่นแล้วฉันจะโทรบอกอีกทีนะ”หลุยกล่าว

              จากนั้นเขาก็ตัดสายไปบอสเดินไปที่บริการขนส่งแบบเรือเหาะเนื่องจากเครื่องบินนั้นถูกยกเลิกใช้ไปนานแล้วด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่สามารถฝ่าบาเรียเข้าไปได้ในตอนที่เครื่องบินบินขึ้นพอบินไปได้สักพักจะต้องไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆจนออกจากเขตของบาเรียไปพอลงจอดจะต้องให้ประเทศนั้นปิดบาเรียชั่วคราวเพราะบาเรียมีคุณสมบัติป้องกันภายนอกไม่ให้ทะลวงเข้ามาได้แต่ภายในสามารถออกไปได้ซึ่งในช่วงที่บาเรียหายไปมันทำให้พวกมอนสเตอร์บุกเข้ามาแล้วทำให้คนจำนวนมากต้องล้มตาย!

              ทุกประเทศเลยได้ยกเลิกการใช้เครื่องบินไปเรือเหาะนั้นคือทางเลือกที่ดีที่สุดไม่เพียงแต่มันจะปลอดภัยมันยังเดินทางได้รวดเร็วอีกด้วยเครื่องบินนั้นขึ้นก็ยากลงก็จอดก็ยาก เรือเหาะนั้นขึ้นง่ายลงจอดง่ายกว่าถึงแม้ความเร็วของมันจะด้อยกว่าเครื่องบินเล็กน้อยก็ตาม

              นี่เป็นครั้งแรกที่บอสได้เดินทางโดยใช้เรือเหาะที่นี่มีคลาสให้เลือกอยู่3 คลาส ตั้งแต่ ธรรมดา ธุรกิจ และอันดับแรกราคาของมันไม่แพงมากเท่าไหร่เมื่อเปรียบเทียบกับเงินที่เขามีในกระเป๋าบอสเลยเลือกอันดับแรกไปเพราะเขาจะต้องลองหาความสะดวกสบายเข้าตัวบ้าง

              เมื่อได้รับตั๋วแล้วบอสก็เดินไปที่ท่าจอดเรือเหาะเบอร์47 พอไปถึงเขาก็พบพนักงานสาวสวยกำลังยืนรอรับลูกค้าที่จะขึ้นเรือเหาะอยู่บอสยื่นตั๋วให้กับพนักงานคนนั้นเธอมองไปยังบัตรก็พบว่ามันเป็นคลาสอันดับแรก

              “เชิญคุณลูกค้าตามมาเลยค่ะ”พนักงานกล่าวแล้วเดินนำหน้าไป

              บอสมองแผ่นหลังเอวและบั้นท้ายของพนักงานสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้

              ‘เราจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดี....หากขอบลูตรงๆเธอจะให้เราทำมันไหมนะ?’

              สันส่วนของบลูล้วนสมบูรณ์แบบราวกับถูกปั้นขึ้นมาเมื่อเทียบกับตอนสมัยที่เธอยังเป็นหมูน้อยนั้นมันทำให้เขายังคิดไม่ถึงเลยเขายังจำสัมผัสอันนุ่มนิ่มเวลาที่เธอดันหน้าอกของเธอชนเข้ากับหน้าอกของเขาได้เป็นอย่างดี

              เมื่อบอสได้ที่นั่งพนักงานก็เริ่มถามเขาทันทีว่าอย่างรับอาหารเลยไหมบอสเลยบอกไปว่าเอาไว้ก่อนพนักงานสาวสวยยิ้มแล้วบอกเขาว่าหากต้องการอะไรให้กดปุ่มที่ด้านขวาของที่นั่งเธอจะรีบมาหาเขาทันทีแล้วเธอก็จากไป

              “เบาะนุ่มแถมบริการดีปิดเทอมพาแม่กับถั่วน้อยมาลองใช้บริการที่นี่ดูพวกเธอจะต้องชอบมันแน่ๆ”บอสยิ้มและพึมพำกับตนเอง

              เมืองนาวาคือเมืองที่หลวงพี่อาศัยอยู่การเดินทางด้วยเรือเหาะจากเมืองหลวงวิหารฟ้าไปยังที่นั่นจะต้องใช้เวลาประมาณ12 ชม.การได้นั่งดูวิวจากมุมสูงและทานอาหารเลิศรสนั้นช่วยบรรเทาความเครียดของเขาไปได้เยอะแต่หากแม่และน้องสาวของเขามาด้วยมันจะดีกว่านี้

              ‘เราจะต้องหาตัวคนร้ายที่หมายหัวของเราให้เจอจากนั้นก็ฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด!ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวงแบบนี้ต่อไปแน่ๆ’

              ในตอนที่บอสกำลังคิดหาทางแก้ไขปัญหาอยู่ หนอนน้อยก็กล่าวขึ้นมาว่า

              [สิ่งที่คุณต้องการก็คือพลัง! เมื่อถึงระดับ 40แล้วก็รีบลงไปจัดการกับเจ้ายักษ์มังกรเลยค่ะ รับรองว่าจะต้องได้ของดีมาแน่นอน!]

              ‘อ้าวไม่ใช่ว่าระดับ 30 เหรอ!?’บอสถาม

              [อย่าลืมสิคะว่ากฎของพื้นที่มันจะทำให้ระดับพลังของคุณลดลง10 ระดับ ดังนั้นคุณต้องอยู่ในระดับ 40 !]

              ขณะที่บอสกำลังขอคำแนะนำจากหนอนน้อยอยู่จู่ๆชายที่นั่งอยู่ห่างจากเขาไม่ไกลก็พูดคุยกันว่า

              “นายคิดว่ามอนสเตอร์ที่อยู่โลกภายนอกอยู่ในระดับไหน?”

              “ฉันก็ไม่รู้แต่น่าจะพอๆกับปรมาจารย์ถังซิ่วแน่นอน”

              “เชี่ย! ถ้ามันโหดขนาดนั้นแล้ววันหนึ่งบาเรียหายไปมนุษย์จะไม่ฉิบหายเลยเหรอ!?”

              “แน่นอนว่าต้องฉิบหายแต่ไม่ต้องกังวลหรอกบาเรียนี่อยู่มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษมันไม่มีทางหายไปหรอก....คิดว่านะ”

              เมื่อบอสได้ยินบทสนทนาที่น่าสนใจมันก็ทำให้เขาสงสัยเกี่ยวกับโลกภายนอกมาก

              [สาเหตุที่มอนสเตอร์ที่โลกมีระดับที่สูงมากนั่นเป็นเพราะโลกไม่มีกฎของพื้นที่ค่ะมอนสเตอร์จะแข็งแกร่งขึ้นเมื่อมันได้กินอาหาร อายุเพิ่มขึ้นและอื่นๆคุณลองคิดดูว่าตั้งแต่เกิดภัยพิบัติที่ประตูมิติเปิดออกมันผ่านมากี่ปีแล้วและมอนสเตอร์ที่มาที่นี่ฝูงแรกมันมีอายุเท่าไหร่แล้ว ]

              คำพูดของหนอนน้อยมันทำให้บอสมีเหงื่อเย็นไหลออกมาจากที่หน้าผากหากบาเรียพังขึ้นมามนุษย์บนโลกตายหมดแน่นอน

              ผ่านไป12 ชม.

              บอสก็เดินทางมาถึงที่เมืองนาวาถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่เมืองหลวงแต่มันก็มีคนเยอะมากเพราะมันเป็นรองเพียงเมืองหลวงเท่านั้นเองบรรยากาศโดยรอบนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่เพราะมันวุ่นวายและเต็มไปด้วยเสียงร้องตะโกนมากมาย

              เขาเดินไปที่รถสามล้อรับจ้างแล้วสอบถามถึงโรงแรมที่อยู่ใกล้กับวัดนาวารามที่หลวงพี่อาศัยอยู่คนขับ 3 ล้อคิดอยู่นานเขาก็นึกออกว่ามีโรงแรมไหนใกล้กับวัด เขาเสียเงินค่า 3ล้อแบบเหมาจำนวน 150 เหรียญซึ่งมันแพงมากแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่คนในพื้นที่เขาเลยไม่รู้ว่าจะต้องไปเขาเลยคิดซะว่าเป็นค่าเรียนรู้ไป

              รถ3 ล้อพาเขามาส่งที่โรงแรมที่มีชื่อว่า ทรวงสวรรค์ บอสคิดว่าที่นี่เป็นโรงแรมระดับ5 ดาวแน่นอนเพราะมันมีทั้งสระน้ำ บาร์ ฟิตเนส และอื่นๆ ราคาของมันอยู่ที่คืนละ 5,000เหรียญ

              บอสถอนหายใจออกมาเล็กน้อยราคาของมันแพงมากก็จริงแต่มันก็อยู่ใกล้กับวัดดังนั้นเขาเลยเลือกที่จะพักอยู่ที่นี่

              ทันใดนั้นเองก็มีชายคนหนึ่งตะโกนมาจากด้านหลังของบอส

              “หลบไป! หลบไป! ท่านริวจะเดิน!!”

              บอสหันไปมองแล้วหลบตามที่ชายคนนั้นทางเข้ามีเยอะแยะบอสเลยเข้าอีกประตูหนึ่งแทนไม่นานก็มีชายหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งเดินเข้าไปในโรงแรมรอบตัวของเขามีชายชุดดำจำนวนมากคุ้มกันอยู่ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในระดับ50 ขึ้นไปทั้งนั้น

              เขาคิดว่าชายที่มีชื่อว่าริว น่าจะเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากเพราะไม่อย่างงั้นคงไม่มีคนคุ้มกันเยอะขนาดนี้ แต่ดูจากสีหน้าของคนหลายคนที่มองริวด้วยความรังเกียจเขาคิดว่าชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่ไม่น่าคบหา

              “ผมขอห้องสำหรับ1 คืนครับ”บอสกล่าวกับพนักงานที่อยู่เคาน์เตอร์

              “คุณลูกค้าต้องการบริการเสิร์ฟอาหารด้วยไหมคะ?”พนักงานถาม

              “หากผมต้องการราคาห้องมันจะอยู่ที่เท่าไหร่เหรอครับ?”บอสถาม

              “6000เหรียญค่ะ”

              “งั้น....เอาก็ได้ครับ”บอสกล่าวแล้วหยิบเงินให้

              เมื่อจ่ายเงินเสร็จบอสก็ได้รับคีย์การ์ดมาขณะที่เขากำลังเดินขึ้นไปบนห้องเขาพลันได้ยินเสียงร้องของผู้หญิงดังออกมาจากทางเข้า

              “ปล่อยฉันนะไอ้ชาติชั่ว!!”

              บอสหันไปมองเขาก็พบว่าเป็นชายที่มีชื่อว่าริวกำลังจับแขนของผู้หญิงตัวเล็กๆอยู่

              “อย่าทำห่างเหินเลยน่าจูน ยังไงเราก็เป็นญาติกันนะ”

              ทันใดนั้นเองก็มีมือหนึ่งยื่นไปจับแขนของริวแล้วกล่าว

              “แกกล้ามากที่มารังแกน้องสาวของฉันที่นี่สงสัยตระกูลทอร์นไม่อยากมีลูกชายเอาไว้สืบทายาท”

              สีหน้าของริวกลายเป็นหน้าเกลียดเพราะชายที่อยู่ต่อหน้าของเขานั้นบีบแขนของเขาแรงมากริวได้แต่ปล่อยมือของตนเองออกจาก จูน แต่โดยดี

              “ลิช! แค่แกวิวัฒนาการครั้งที่ 3 ได้อย่ามาทำตัวอวดดี!คอยดูเถอะน้องสาวของแกจะต้องเป็นของฉัน!!”ริวกล่าวจากนั้นเขาก็เดินจากไปพร้อมกับคนคุ้มกันของเขา

              บอสมองเห็นเหตุการณ์เขาก็สงสัยเล็กน้อยแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเขาเลยไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเนื่องจากแค่ตัวเขาเองยังเอาไม่รอดเลยจากนั้นบอสขึ้นลิฟท์แล้วเข้าไปพักผ่อนในห้องเพื่อรอไปงานวัดในวันพรุ่งนี้

              “พี่ลิชพี่มาที่นี่ทำไมไม่ใช่ว่าพี่ไปหาพระอาจารย์เพื่อให้เขารักษาให้เหรอ?”จูนถามด้วยความเป็นห่วง

              “พระอาจารย์แนะนำให้พี่ไปหาพระรูปใหม่ที่พึ่งมาได้ไม่นานแต่พอพี่ไปที่กุฏิของพระรูปนั้นพี่ก็ไม่พบเขาพี่คิดว่าจะเข้าไปหาท่านในวันพรุ่งนี้”ลิชกล่าว

              จูนพยักหน้าจากนั้นเธอก็พยุงพี่ชายของเธอกลับไปที่ตระกูล

          ........................................................................................................................