คุณพ่อยอดพระกาฬ

    ตอนที่ 48 : ปรมาจารย์เปียโน

    ทั้งสองฟังซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนคนส่งข้าวมาเคาะประตูหลี่ฟานก็ลุกไปเปิดประตูอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ รับข้าวมาก็วางทิ้งไว้ข้างๆ ฟังเพลงกันต่อไป


    เห็นชัดว่าเพลงนี้พิชิตใจทั้งสองคนจนอยู่หมัด จนพวกเขาลืมเรื่องหิวไปเลย


    นั่งฟังกันถึงสามชั่วโมง เซียวเชียนก็หยิบไมค์ขึ้นมาร้อง


    เซียวเชียนตีความหมายเพลงได้แตกละเอียด เสียงทุ้มของเขาก็แสดงออกถึงอารมณ์เพลงได้อย่างดี เขาร้องเพลงนี้เป็นเวลาติดต่อกันเกือบสามชั่วโมง “หลี่ฟาน ติดต่อเขาไปหน่อย ฉันอยากไปขอคำแนะนำจากเขาด้วยตัวเอง ฉันจะได้ร้องเพลงนี้มอบให้แฟนเพลงได้อย่างดีที่สุด”


    “ตกลง”


    หลี่ฟานส่งเมลตอบกลับไป


    สิบเอ็ดโมงห้านาที เหลียงเมิ่งฉีกับเพื่อนก็มาที่ร้าน


    จ้าวต้าหู่หัวเราะสะใจ “วันนี้ แม่ฟาดใบลาออกใส่หน้าอีตาผู้จัดการนั่นเลยสะใจจริงๆ จู้จี้ดีนัก เชอะ เถ้าแก่ เที่ยงนี้ทำอาหารเยอะหน่อยได้มั้ย เค้าจะกินสองจานแหละ เมื่อตอนเช้าไม่ทันรู้ตัวก็โดนแม่พวกไร้น้ำใจนี่กินซะไม่มีเหลือเผื่อแผ่”


    “หม้อหุงข้าวนี้หุงได้มากสุดก็เท่าเมื่อเช้านั่นแหละ” จางฮ่านตอบ


    พอได้ยินแบบนั้น เหลียงเมิ่งฉีก็หน้าโหดขึ้นมา “ฉันบอกไว้ก่อน ฉันมาทุกครั้ง ก็กินสองจาน ส่วนพวกเธอละก็ ฉันเป็นคนพามารู้จักที่นี่ อย่าลืมซะล่ะ”


    หยูชิงชิงก็ตรงเข้ามาตบบ่าจ้าวต้าหู่ “คุณหญิงจ้าว เธอกินได้แค่จานเดียว”


    “ถือดีอะไรยะ ฉัน....”


    “หือ?” หยูชิงชิง จ้องตาขวาง


    “ก็ได้ๆ ยอมให้เธอก็ได้ จริงๆ เลยพวกเธอเนี่ย ก็จานเดียวฉันไม่อิ่มนี่นา เอาอย่างนี้ได้มั้ย...สองจานนั้นเรามาแบ่งให้เท่าๆ กัน” จ้าวตาหู่ลองถามเผื่อได้


    “ไม่มีทาง”


    ทั้งสองเหมือนนัดกันมา ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ถ้ายังขืนเซ้าซี้ต่อไปดูท่าสองสาวนี่คงจะเปลี่ยนร่างเป็นแม่เสือสาวขึ้นมาทันที


    “เฮ้อ....” จ้าวต้าหู่แอบร้องไห้อยู่ในใจ


    ข้าวเสร็จแล้ว จางฮ่านยกส่วนของเขาสองพ่อลูกไปวางบนโต๊ะ ส่วนสองสาวไม่ต้องรอให้บอก ลุกไปตักข้าวเองทันที


    “ทำไมอร่อยได้ขนาดนี้?” หยูชิงชิงกินไปบ่นไป “เฮ้อ แล้วต่อไปจะไปกินร้านอื่นลงได้ยังไงเนี่ย”


    เหลียงเมิ่งฉี บ่นตาม “จบกันๆ ชีวิตฉัน ถ้าลองพี่ชายตัวดีของฉันรู้ว่าฉันกินข้าวทีละสองจานคงจะแซวน่าดู แถมกินแบบนี้ไปเรื่อยๆ แค่ไม่กี่วันฉันต้องอ้วนฉุแน่ๆ ”


    “แหะๆ ฉันไม่กลัวอ้วน ฉันผอมไปด้วยซ้ำ ถ้าพวกเธอกลัวอ้วนก็แบ่ง....” จ้าวต้าหู่พูดเสียงอ่อย


    “ฝันไปเถอะ” สองสาวปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกัน


    กินเสร็จเหลียงเมิ่งฉีก็แซวขึ้นมา “เถ้าแก่ทำไมอาหารนี่ถึงอร่อยจนพวกฉันติดงอมแงมได้แบบนี้เนี่ย ใส่ยาอะไรลงไปหรือเปล่า?”


    “ใส่ยา...” จางฮ่านหัวเราะลั่น “เธอนี่จินตนาการล้ำเลิศจริงๆ สบายใจเถอะ ไม่มีหรอกยาเยออะไรที่เธอว่า ฉันใช้แต่ของดีๆ น่ะ ถึงได้ออกมาอร่อยแบบนี้ แล้วก็ต่อให้เธอกินได้มื้อละสองจานก็ไม่อ้วนหรอก เพียงแต่อย่าไปเอาอย่างหมูแล้วกัน ที่วันๆ กินเสร็จแล้วก็นอน”


    “เชอะ” เหลียงเมิ่งฉีทำตาปริบๆ “ฉันไม่ใช่หมูสักหน่อย ฉันเล่นโยคะทุกวันย่ะ”


    “โอ๊ยๆ ๆ ” หยูชิงชิงแซว “เสียงอ่อนเสียงหวานซะขนาดนี้ สงสัยจะตกหลุมรักชาวบ้านเข้าแล้ว”


    เหลียงเมิ่งฉี หน้าแดงหันไปมองค้อนเธอก่อนจะหันไปคุยกับจางฮ่าน “เถ้าแก่ทำไมวันนี้ไม่เล่นเปียโนละคะ?”


    “ก็เพราะ เพราะเหมิงเหมิงอยากฟังยังไงล่ะ ป๊ะป๋าถึงได้เล่น” เหมิงเหมิง ชิงตอบ


    “งั้นเหรอ? แล้วตอนนี้เหมิงเหมิงอยากฟังคุณพ่อเล่นเปียโนมั้ยล่ะจ๊ะ?” เหลียงเมิ่งฉี หยอกเธอ


    “อยากสิ ป๊ะป๋าเหมิงเหมิงอยากฟังเปียโน” เหมิงเหมิง อ้อน


    “ได้เลย เล่นให้เหมิงเหมิงฟังได้เสมอ”


    จางฮ่านจัดการธุระในครัวเสร็จก็เดินออกมาอุ้มเหมิงเหมิง ไปนั่งใกล้ๆ กับโต๊ะเปียโน


    จางฮ่านเอ่ยถามขึ้นว่า “อยากฟังเพลงอะไร?”


    “นครแห่งนภา” เหลียงเมิ่งฉี ตอบ


    จางฮ่านไม่รอให้ลูกค้าเริ่ม ถามลูกค้าขึ้นมาเองแบบนี้ค่อยดูเหมือนเถ้าแก่ขึ้นมาหน่อย


    “อือ” จางฮ่านพยักหน้า


    “เขาเล่นเปียโนได้จริงเหรอเนี่ย? ฉันคิดว่าแค่เอามาตั้งไว้โก้ๆ ซะอีก” หยูชิงชิง พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ


    “อึก.....” จ้าวตาหู่หันไปเห็นจางฮ่านที่กำลังเล่นเปียโนอยู่ก็ถึงกับสำลักนมที่เพิ่งดื่มเข้าไป


    “แค่กๆ ๆ นี่มันอะไรกัน? เขา...เป็นมือเปียโนขั้นปรมาจารย์จริงๆ ด้วย?”


    “อย่าโหวกเหวก ไปเอาผ้ามาเช็ดไอ้ที่เธอทำเลอะนี่ให้สะอาด ” หยูชิงชิงจ้องตาขวางอีกแล้ว


    “รู้แล้วน่า”


    จ้าวต้าหู่รีบทำความสะอาด พอได้เห็นจางฮ่านเล่นเปียโนก็อดชมไม่ได้


    “เท่จังเลย แม่เป็นผู้หญิงหน่อยไม่ได้ จะรวบหัวรวบหางมันซะเดี๋ยวนี้แหละ”


    พอจบการบรรเลงเพลงเมืองแห่งท้องฟ้า เสียงปรบมือก็ดังขึ้น


    “เพราะจริงๆ ” หยูชิงชิงชม


    “ไงล่ะเป็นอย่างที่ฉันพูดมั้ยล่ะ ฝีมือเปียโนของเถ้าแก่นี่เข้าขั้นปรมาจารย์” เหลียงเมิ่งฉี ยิ้มปากแทบฉีก


    “ไม่ผิดจริงๆ ” จ้าวต้าหู่ผงกหัวหงึกๆ “ตอนได้ยินเธอพูดฉันยังไม่ปักใจเชื่อซักเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เชื่อแล้ว ไม่ใช่สิ ฝีมือเปียโนของเขาน่าจะเรียกว่าดีที่สุดในโลกก็ว่าได้”


    เขาไม่ค่อยชอบจางฮ่านเพราะเรื่องที่ชายหาดในวันนั้น แต่วันนี้ ทั้งอาหาร ทั้งฝีมือเปียโนของจางฮ่าน พิชิตใจเขาอย่างราบคาบ


    เขาไม่เข้าใจว่าคนคนเดียว ทำไมถึงได้เก่งหลายอย่างแบบนี้?


    จบตอน