เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องนั่งเล่น กลิ่นหอมจาง ๆ ของชาคาโมมายล์ไม่ได้ช่วยให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาคลายความหงุดหงิดลงได้เลยแม้แต่น้อย
“อะไรวะเนี่ย... จบแบบนี้จริงดิ?”
ผมพึมพำกับตัวเองพลางจ้องมองบรรทัดสุดท้ายของนิยายเื่ ‘Miracle of Light’ ที่เพิ่งอ่านจบด้วยความรู้สึกหน่วงในอก ในนิยายเล่มนี้ ซีริน เทนเยียร์ ตัวร้ายของเื่ถูกดาบของพระเอกปักทะลุหัวใจ ตายอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางซากปรักหักพังของคฤหาสน์ตัวเอง สภาพศพของเขาดูไม่ได้ แม้แต่ในลมหายใจสุดท้ายก็ไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงความแค้นที่สลักลึกอยู่ในดวงตาสีทองคู่นั้น
ในสายตาของนักอ่านนับหมื่น... ซีริน เทนเยียร์ อาจเป็เพียงปีศาจในคราบมนุษย์ เป็ตัวร้ายที่สมควรถูกดาบแห่งความยุติธรรมปลิดชีพทิ้งเพื่อให้โลกสงบสุข
แต่สำหรับผมที่ได้ล่วงรู้ถึงความจริง หลังหน้ากระดาษที่ถูกหยดหมึกปิดบังไว้ ผมกลับเห็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในกรงขังที่ชื่อว่าครอบครัว เขาไม่ใช่ปีศาจโดยกำเนิด แต่เขาคือผลผลิตจากความบิดเบี้ยวของสายเืเทนเยียร์ที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจ เขาคือเศษเสี้ยวของิญญาที่ถูกสังคมถมถุยและทอดทิ้งไว้ในหลุมดำอันหนาวเหน็บ
“ถ้าเป็ฉันนะ... ฉันจะเลี้ยงเขาให้ดีเอง จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกได้เลย” ส่วนตัวก็อยากมีน้องชายอีกคนอยู่แล้วอะนะ
ผมถอนหายใจยาวพลางลุกขึ้น ยัดหนังสือนิยายคืนใส่อ้อมแขนเตรียมจะเอาไปคืนน้องสาวตัวแสบที่ห้องนอน แต่ดูเหมือนโชคชะตาจะแอบฟังคำพูดพล่อย ๆ ของผมอยู่ เพราะในจังหวะที่ก้าวเดินผ่านโต๊ะกินข้าว เท้าเ้ากรรมดันไปเหยียบเข้ากับผ้าเช็ดตีนที่วางผิดที่
พรืด!
“เฮ้ย—!”
ร่างกายเสียการทรงตัวอย่างรุนแรง ภาพทุกอย่างหมุนคว้างเหมือนถูกเหวี่ยงลงจากที่สูง ก่อนที่ความรู้สึกเจ็บแปลบจะแล่นเข้าสู่ท้ายทอยเมื่อมันกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะไม้อย่างจัง เสียง ‘ปึก!’ ดังสนั่นพร้อมกับทัศนียภาพที่กลายเป็สีดำสนิท ความเ็ปหายวับไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่หนาวเหน็บ...
โครม!!!
เสียงอื้ออึงของโลหะที่บิดเบี้ยวและเสียงกรีดร้องของม้าปลุกสติของผมให้ฟื้นคืนกลับมา กลิ่นแรกที่ััได้ไม่ใช่กลิ่นชาคาโมมายล์ แต่เป็กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ ผสมกับกลิ่นดินโคลนและควันไฟ
ผมพยายามขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือซากรถม้าที่หรูหราแต่บัดนี้พังยับเยินราวกับของเล่นเด็กที่ถูกเหยียบย่ำ ดินถล่มลงมาปิดทางสัญจรจนมิด ร่างกายของผมถูกทับอยู่ใต้แผ่นไม้หนา ความเ็ปแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน ราวกับกระดูกทุกส่วนในร่างกำลังจะแตกเป็เสี่ยง ๆ
“ท่าน... ท่านซีโร่! ท่านยังทรงมีชีวิตอยู่หรือไม่!”
เสียงเรียกะโอย่างร้อนรนดังมาจากที่ไกล ๆ ผมพยายามยันกายขึ้น ความเย็นเยียบที่ปลายนิ้วทำให้ผมต้องก้มมองมือตัวเอง... มันไม่ใช่แค่มือที่ขาวซีด แต่มันคือมือที่เรียวบางและดูเปราะบางเหมือนแก้วใส ผิวพรรณที่ขาวละเอียดราวกับกระเบื้องเคลือบนั้นบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน
ผมคลานออกมาจากซากรถม้าด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ก่อนจะชะงักค้างเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสองร่างที่นอนสงบนิ่งอยู่ไม่ไกล
ชายวัยกลางคนในชุดขุนนางเต็มยศและหญิงสาวผู้สง่างาม... แม้ใบหน้าจะอาบไปด้วยเื แต่เครื่องหน้าอันสูงศักดิ์นั้นยังคงชัดเจน พวกเขาคือผู้นำตระกูลเทนเยียร์ พ่อและแม่ของร่างที่ผมกำลังอาศัยอยู่และในนิยาย... พวกเขาเพิ่งจะเสียชีวิตลงจากอุบัติเหตุครั้งนี้
นี่มันไม่ใช่ฝัน... ผมเข้ามาอยู่ในร่างของ 'ซีโร่ เทนเยียร์' จริง ๆ หรือนี่?
ความทรงจำสายหนึ่งแล่นเข้าสู่สมอง ซีโร่ เทนเยียร์ พี่ชายคนโตวัยสิบเก้าปี ผู้สืบทอดที่ตระกูลฟูมฟักมาอย่างดีเพราะร่างกายที่อ่อนแอแต่มีมันสมองอันเป็เลิศ
เขาเป็คนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้ซีริน แต่น่าเศร้าที่ตามบทเขาจะต้องตายจากอาการาเ็ของอุบัติเหตุครั้งนี้ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า
“ท่านซีโร่!”
ผู้ติดตามสองคนที่รอดชีวิตวิ่งเข้ามาประคองร่างของผมไว้ หนึ่งในนั้นรีบเอาผ้าคลุมมาห่มให้ผมที่สั่นเทาไปทั้งตัว
ผมมองไปที่ซากรถม้า มองดูร่างที่ไร้ิญญาของพ่อแม่ในโลกนี้ ความรู้สึกมันช่างย้อนแย้ง ผมไม่ได้เสียใจเพราะผูกพัน แต่กลับรู้สึกสลดใจในฐานะคนที่รู้ว่าต่อจากนี้ไป... ตระกูลเทนเยียร์จะกลายเป็ขุมนรกสำหรับเด็กคนหนึ่งที่รออยู่ที่คฤหาสน์
ซีริน...
ชื่อของน้องชายผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับภาพใบหน้าที่น่าสงสารในนิยายที่ผมเคยอ่าน
เกิดเื่บ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย…
ผมหลับตาลงพร้อมกับสติที่เริ่มเลือนรางอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโวยวายของผู้ติดตามที่พยายามจะพาผมออกไปจากหุบเขาอาถรรพ์แห่งนี้
‘เดี๋ยวนะ... นี่สรุปว่าผมตายแล้วจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?’
ภาพตัวเองที่ลื่นผ้าเช็ดตีนหน้าโง่แล้วหัวไปฟาดขอบโต๊ะกินข้าวลอยเด่นขึ้นมาในมโนสำนึก มันช่างเป็ความตายที่อนาถแท้ อนาถจนถ้ามีใครเอาไปเขียนลงหนังสือพิมพ์ก็คงถูกจัดอยู่ในหมวดข่าวตลกหน้าร้าย ตายคาที่ท่ามกลางกลิ่นกับข้าวที่ลอยหกใส่ตัวอะนะ? หมดกันภาพลักษณ์ชายหนุ่มผู้สุขุมที่สั่งสมมาทั้งชีวิต
‘แล้วดูโชคชะตาเล่นตลกสิ... แทนที่จะส่งไป์หรือนรก ดันถีบส่งมาอยู่ในร่างของ ซีโร่ เทนเยียร์ พี่ชายที่ตามบทต้องตายในอีกหนึ่งปีข้างหน้าเนี่ยนะ’
ผมอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง (ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้เจ็บซี่โครงจนหายใจไม่ออก) ทะลุมิติมาทั้งที ไม่ได้เป็พระเอกที่มาพร้อมพลังโกง ๆ หรือเป็ท่านจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ดันมาเป็ตัวประกอบเกรด B ที่มีสถานะเป็ชนวนความแค้นของน้องชายตัวเอง
แต่ก็นะ... นิสัยชอบสวนกระแสของผมมันคงหยั่งรากลึกไปถึงจิติญญา
‘พวกเอ็งมองว่าเด็กคนนั้นเป็ปีศาจใช่ไหม? เขียนบทให้เขาต้องตายอย่างโดดเดี่ยวใช่ไหม?’
‘เหอะ... ในเมื่อพระเ้าหรือคนเขียนส่งผมมาตายอนาถรอบสองในร่างนี้ งั้นผมก็จะขอเปลี่ยนตอนจบของนิยายเฮงซวยนี่ให้ดูเป็ขวัญตา’
‘ซีริน... รอพี่ก่อนนะ พี่จะไปล้างสมอง เอ๊ย! ไปมอบความรักให้นายเอง’
เปลือกตาที่ขาวซีดปิดสนิทลงพร้อมกับสติที่ดับวูบ ท่ามกลางเสียงะโเรียกชื่อของ "ซีโร่" ที่ดังระงมไปทั่วหุบเขาอาถรรพ์ที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเื
ชีวิตใหม่ของผมในฐานะ 'พี่ชายของตัวร้าย' ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว