ทำยังไงก็ไม่อาจปิดบังความสามารถที่แท้จริงของเด็กชายได้
ริโอะยังใช้โล่ไม่ค่อยคล่อง ท่าทางของเขาจึงดูเก้ๆ กังๆ
ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ
ริโอะกวัดแกว่งดาบไม้ไปมา
แต่อาจารย์กลับป้องกันได้อย่างงดงาม
ก็แหงอยู่แล้วล่ะ ทั้งความเร็วและพละกำลังของเด็กตัวเล็กๆจะไปสู้แรงผู้ใหญ่อย่างอาจารย์ได้ยังไงล่ะ
จะโจมตีอาจารย์ได้ต้องมีเทคนิค
ถ้าใช้วิชาที่เรียนมาจากปู่ในชาติก่อน อาจารย์ต้องสงสัยเราแน่ๆ
(ตอนนี้อาจารย์คงคิดว่าเราอ่อนหัดสินะ)
ริโอะประเมินสถานการณ์อย่างใจเย็น
“ดีมาก! ริโอะ ตอนนี้เธอยังมีความมุ่งมั่นไม่พอ แต่เธอเป็อัศวินที่ดีได้แน่!”
เขาพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
อาจารย์ไฟแรงจนเด็กชายรู้สึกร้อนตามไปด้วย
“โชคร้ายนะครับ ที่ผมไม่สนใจอยากเป็อัศวิน”
“ฮะ? ช่างเถอะชีวิตวัยเรียนของเธอยังอีกยาวไกล อาจารย์จะสอนวิถีแห่งดาบเอง สบายใจได้เลย”
สบายใจอะไรล่ะ
บทสนทนาของทั้งสองฟังดูเริ่มสับสน
ริโอะสู้ไปฝืนยิ้มไป
ทันใดนั้นเอง
“...!”
อาจารย์ตอบโต้ริโอะอย่างกะทันหัน
แต่เด็กชายหลบทัน
“ฮ่า! ไม่เลวนี่”
เขายังคงชื่นชมเด็กชายไม่ขาดปาก
“ห้ามโจมตีไม่ใช่เหรอครับ?”
“ข้าบอกตอนไหน? ตอนนี้อาจารย์เดาความสามารถของเธอได้แล้ว พอได้”
พูดจบแล้วอาจารย์จึงปลดวางดาบไม้
เด็กชายทำตาม
“เธอยังเป็เด็ก ทั้งกำลังและความเร็วจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญการเคลื่อนไหวของเธอใช้ได้เลยนะ ดูจากการใช้ดาบแล้ว เธอมีพร์ทีเดียวถ้าเมื่อกี้ใช้ป้องกันแล้วโจมตีกลับละก็ไร้ที่ติแน่นอน”
“ขอบคุณครับ”
“จะเริ่มเข้ากระบวนท่าละนะ”
“รบกวนด้วยครับ”
ริโอะก้มหัวฝากตัวให้กับอาจารย์
หลังจากนั้นอาจารย์ก็แสดงกระบวนท่าฟันดาบให้ริโอะได้ดู
เด็กชายสามารถเลียนแบบท่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
อาจารย์เห็นดังนั้นก็นึกสนุก จึงได้แสดงให้ริโอะดูไปอีกหลายกระบวนท่า
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนคนทั้งสองลืมตัว
“โอ้! ต้องกลับไปหาทุกคนแล้ว คนอื่นๆ น่าจะเสร็จกันแล้วล่ะ”
ริโอะและอาจารย์จึงเดินกลับมายังที่ที่ทุกคนฝึก
ไม่นานเด็กชายก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมา
พอมองกลับไปก็พบว่าเป็สายตาของคริสติน่าและโรอาน่านั่นเอง
ส่วนนักเรียนคนอื่นๆ นั้นไม่ได้สนใจริโอะที่ออกห่างมาเลย
ตอนนี้พวกนักเรียนชายต่างก็สู้กันอวดหญิงส่วนนักเรียนหญิงก็มองการกระทำนั้นแล้วจับกลุ่มคุยกัน
“ฮึ”
คริสติน่าทำเสียงฮึดฮัดขึ้นจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะเบือนหน้าหนีไป
โรอาน่าซึ่งอยู่ถัดไปก็ใกับความสามารถของเด็กชาย
(โดนเห็นซะแล้ว...)
ช่างเถอะ เห็นไปก็เท่านั้น
คิดได้เช่นนั้น ริโอะก็เลิกสนใจสายตาของเด็กหญิงทั้งคู่
◇ ◇ ◇
นับั้แ่ที่ริโอะเข้าเรียนมานั้น ก็ผ่านไปถึง 6 เดือนแล้ว
่แรกที่เข้ามาทุกคนก็มักจะจ้องมองริโอะราวกับเขาเป็ตัวประหลาด
หลายคนคอยแต่ล้อเลียน
พอผ่านไปสักพักพวกเขาก็เลิกสนใจริโอะกันไปเอง
พวกลูกขุนนางคงจะสนุกกว่านี้ หากเด็กกำพร้ามีปฏิกิริยาตอบโต้เวลาถูกแกล้ง
แต่ริโอะกลับไม่เคยเถียงกลับเลยไม่ว่าจะถูกล้อว่ายังไง
ริโอะทำตัวนอบน้อมและพูดจาสุภาพเสมอ
พวกที่ยังกัดไม่ปล่อยก็มักจะพูดถึงแต่เื่เดิมๆ
ตอนนี้ริโอะจึงกลายเป็เหมือนบุคคลที่ไร้ตัวตนในห้องเรียนคนหนึ่งเท่านั้น
เด็กชายกำพร้าอย่างเขาก็ไม่คิดจะข้องเกี่ยวกับคนอื่นอยู่แล้ว
จึงทำให้่นี้เขามีสมาธิในการเรียนและฝึกวิชามากขึ้น
เด็กชายเข้าเรียนั้แ่เช้าจนถึงบ่ายแก่ๆ
เมื่อหมดวิชาเรียนก็จะเข้าไปอ่านหนังสือที่หอสมุดต่อ
กลับมาถึงหอพักก็ยังโหมฝึกดาบเพื่อเพิ่มกำลังกาย
ชีวิตประจำวันเช่นนี้ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ
ฝีมือและความสติปัญญาของเขาจึงค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ
และแล้ววันที่ผลของการกระทำทั้งมวลก็มาถึง
นั่นคือวันแรกของปลายเทอมนั่นเอง
โรงเรียนเบลต์ลัมต์มีทั้งหมด 2 ภาคเรียนใน 1 ปีการศึกษา
มีสอบทุกๆ ปลายภาคเรียน
วันนี้คือวันแรกของภาคเรียนที่ 2
ซึ่งเป็วันประกาศผลการเรียนในเทอมที่ผ่านมาด้วย
ปกติแล้วผลสอบจะถูกแจ้งให้ทราบรายบุคคล
มีเพียงผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 10 คนเท่านั้นที่จะถูกเอ่ยถึง
บัดนี้มีเด็กๆมากมายกำลังมุงดูรายชื่อที่ว่านั้นอยู่ที่บอร์ดตรงทางเดินของชั้นป.1
ทุกคนต่างมีอาการกระวนกระวาย
“พูดเป็เล่นน่ะ! ไพร่ชั้นต่ำแบบนั้นจะมาเป็ที่ 1 ได้ยังไง?!”
อัลฟรอนส์ลูกชายคนรองของดยุกโลดันะโลั่นจนตัวสั่นเทาไปด้วยแรงโทสะ ตาก็จ้องรายชื่อเขม็ง
ผู้ที่สอบได้ลำดับที่ 1 คือริโอะและคริสติน่าซึ่งมีคะแนนเท่ากัน
อันดับที่ 3 คือโรอาน่า
ส่วนอัลฟรอนส์ได้ลำดับที่ 5
สรุปได้ว่านอกจากคริสติน่าแล้ว นักเรียนปี 1ทุกคนคะแนนน้อยกว่าริโอะหมดเลย
พวกเขาแพ้แม้กระทั่งเด็กกำพร้าที่ไร้สกุลงั้นหรือ
เด็กมอซอที่เมื่อครึ่งปีก่อนยังอ่านไม่ออกแม้แต่ตัวอักษร
คนที่มักจะถูกคนรอบข้างดูแคลน
คนที่ไม่มีตัวตนในสายตาใคร
มันน่าเจ็บใจเสียจริงๆ!
หลายคนปวดใจจนไม่อยากยอมรับว่ามันเป็ความจริง
“ไม่จริง! มันโกงข้อสอบแน่ๆ!”
อัลฟรอนส์ะโเสียงดัง
ทันใดนั้นเด็กคนอื่นๆ ที่อยู่รอบข้างก็พากันคล้อยตาม
“ใช่ๆ! ไอ้ขี้โกง!”
นักเรียนที่นี่ทุกคนคิดว่าตัวเองได้รับการศึกษามาอย่างดีมาตลอดั้แ่เล็กๆจนผ่านข้อสอบสุดหินของโรงเรียนเบลต์ลัมต์มาได้นั้นต้องไม่มีทางแพ้เด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้าที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อนยังอ่านหนังสือแน่นอน!
ผลสอบครั้งนี้ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ!
มันต้องเล่นแง่อะไรสักอย่างแน่นอน!
พวกอัลฟรอนส์คิดเช่นนั้น
ถัดจากพวกที่เอะอะโวยวายนั้นมีเด็กผู้หญิง 2คนกำลังจ้องมองดูรายชื่ออย่างเงียบๆ
คริสติน่าและโรอาน่านั้นเอง
สีหน้าของทั้งสองต่างกันราวฟ้ากับเหว
คริสติน่ามีสีหน้าบึ้งตึง
ส่วนโรอาน่ากลับอึ้งจนพูดไม่ออก
(เราได้แค่ที่ 3 เองเหรอเนี่ย? ไม่แปลกที่สู้ท่านคริสติน่าไม่ได้แต่เราแพ้ไอ้เด็กที่อ่านไม่ได้แม้กระทั่งตัวเลขงั้นเหรอ?)
เพราะเธอทั้งขยันและมีพร์เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
โรอาน่าจึงมั่นใจว่าตัวเองจะต้องได้ที่ 2 อย่างแน่นอน
แต่กลับไม่เป็ดังคาด
โรงเรียนเบลต์ลัมต์คือโรงเรียนอันดับ 1ด้านคุณภาพทางการศึกษาของประเทศนี้
นักเรียนปี 1 มีเกินกว่า 100 คน
เพราะฉะนั้นการที่ได้อันดับ 3 จึงไม่ถือว่าเลวร้ายตรงกันข้ามกลับน่าอวดด้วยซ้ำ
ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...
[เ้าในตอนนี้ ไม่คู่ควรกับโรงเรียนนี้หรอก]
โรอาน่านึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อครึ่งปีที่ก่อน
ตอนนั้นเธอรู้สึกเอือมระอากับริโอะที่อ่านไม่ออกแม้กระทั่งตัวเลขและคิดว่ามันเป็หน้าที่ของขุนนางที่จะเตือนประชาชน และเป็หน้าที่ของตัวแทนห้อง
เธอแค่พูดไปตามหน้าที่เท่านั้น!
(ข้าต่างหากล่ะที่ไม่คู่ควร...)
โรอาน่ารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาทันที เธอทั้งโมโหและอับอาย
ตอนนั้นเธอเก่งกว่าริโอะมากจึงพูดข่มขวัญไป
แต่ตอนนี้คำพูดเ่าั้กลับย้อนมาทิ่มแทงตัวเธอเอง
น่าขายหน้าจริงๆ
“เ้า...!”
จู่ๆ ก็มีเสียงดังะโมา
โรอาน่าสะดุ้งโหยงและมองไปทางเสียงนั้น
ที่เห็นคือพวกอัลฟรอนส์มุงอะไรบางอย่าง
“บอกมาสิ! เ้าโกงด้วยวิธีไหน?!”
อัลฟรอนส์ตะคอกถามและทำท่าเหมือนจะกระชากเสื้อริโอะ
“ผมก็ทำข้อสอบตามปกตินะครับ”
ริโอะตอบด้วยท่าทางใจเย็น