ห้องทำงานของประธาน JNr หรือห้องทำงานของลุงโชคยังคงเป็นสถานที่หนึ่งที่เซ็ทเข้ามาอาศัยอยู่จนเป็นเรื่องปกติ ขนมนมเนยของเจ้าของห้องเองก็มีไว้เพื่อรับรองผู้มาเยือนจนเป็นเรื่องปกติเช่นกัน ผู้มาเยือนเลยนั่งบนโซฟากว้างแกะขนมเข้าปากกินห่อแล้วห่อเล่าจนมันแทบหมดเกลี้ยงตามเดิมไป“ถ้าคุณกินมากไปกว่านี้ท่านประธานต้องบ่นคุณแน่ครับ”คุณเลขาว่าพลางจัดการกับกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะเจ้านาย ไม่วายปรายตามองกองขยะที่ดูจะพูนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยรอยยิ้มบาง เวลาเดียวที่เลขามองเห็นว่าเซ็ทเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ศิลปินดาราที่กำลังโด่งดังมีชื่อเสียง ก็คงไม่พ้นเวลากินขนม“ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงก็เป็นขนมที่ลุงโชคตั้งใจซื้อไว้ให้ผมอยู่แล้ว”“ประเด็นมันอยู่ที่...ถ้าคุณอ้วนหรือสิวขึ้นจะเป็นปัญหากับงานมากกว่าน่ะสิครับ”“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่ๆ”คนที่โดนตักเตือนอย่างเซ็ทว่าพลางแกะขนมห่อใหม่แล้วส่งชิ้นขนมเข้าปาก นับๆ ดูคร่าวๆ ก็ถือเป็นห่อที่สิบแล้ว แถมยังไม่ใช่ห่อเล็กเสียด้วย“โธ่ มั่นใจไปได้ยังไงล่ะครับนั่นน่ะ”“มั่นใจเถอะครับ ผมไม่คิดจะสร้างปัญหาอะไรกับงานหรอก”{ก็พูดไป คนปกติแถมยังเป็นวัยรุ่นกินขนมมากขนาดนี้ยากที่สิวจะไม่ขึ้น แถมน้ำหนักตัวคงขึ้นเอาๆ คุณเลขาจะกังวลก็ไม่แปลกหรอก เพียงแต่คุณมันไม่ปกติน่ะสิ}‘คนเราจะพลิกแพลงใช้กิ๊ฟได้แค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการด้วยนี่นา’กิ๊ฟที่ใช้รักษาของเซ็ทไม่ได้รักษาได้เฉพาะอาการบาดเจ็บไปจนถึงระดับเซลล์ หรือลบล้างสถานะผิดปกติจากยาพิษทั้งหลาย หากแต่ยังสามารถรักษาสิ่งที่ไม่ปกติหรือไม่จำเป็น เช่นพวกปัญหาผิวทั้งหลายตั้งแต่สิว ฝ้า กระ จุดด่างดำต่างๆ ได้อีกด้วย อะไรแบบนี้เชื่อสิว่าไม่ว่าใครก็อยากได้{ถ้าคนอื่นรู้เข้าคงจะอิจฉาคุณตายชัก}คุณเลขาที่เห็นว่าเซ็ทยังคงกินขนมต่อก็ตัดสินใจปล่อยไป เพราะเห็นว่าปกติเซ็ทต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่และทำงานได้เป็นอย่างดีตลอด ในฐานะผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กน้อยคนหนึ่ง อะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เซ็ทมีความสุขเหมือนเด็กๆ ได้เขาก็ไม่คิดห้ามปรามให้มากนัก“อย่ากินจนท้องเสียก็แล้วกันนะครับ แล้วก็อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะครับ”...ขอแค่ไม่ส่งผลเสียต่อตัวเองและบริษัทก็พอ ปล่อยปละให้ขนาดนี้จะถูกหาว่าละเลยต่อหน้าที่มั้ยล่ะเนี่ย?“ครับๆ ผมไม่ปล่อยให้ตัวเองอ้วนเผละหรอกน่า”เซ็ทในเสื้อผ้าถ่ายแบบ เสื้อเชิ้ตสีชมพูกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน มีโบว์สีขาวอันใหญ่ประดับคอดูน่ารัก ในขณะที่หัวยังสวมหมวกประดับริบบิ้นใบโตยิ้มบางอย่างน่าเอ็นดู ทำเอาเลขาเจ้านายรู้สึกอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม อยู่กับศิลปินดารามาก็มาก ยังไม่เคยรู้สึกคล้อยตามบรรยากาศเป็นมิตรจนอดยิ้มตามได้ง่ายขนาดนี้มาก่อนเลย“แฮ่มๆ ถ้ามั่นใจก็ดีครับ”...สมกับเป็นเด็กปั้นพิเศษของท่านประธาน ต้องยอมรับว่าไม่เหมือนศิลปินทั่วไปเลยจริงๆ“อ้าว มาแล้วเหรอเซ็ท รอนานแล้วสิซากขนมเยอะขนาดนี้ โอ๊ย เหนื่อยโว้ย”ประตูห้องทำงานของท่านประธานยังถูกเปิดไม่ทันหมดเสียงก็นำมาก่อนแล้ว เจ้าของห้องที่แขกกำลังนั่งรอเดินเข้ามาด้วยชุดเต็มยศกว่าทุกวัน ประธานโชคในชุดสูทผูกไทด์ท่าทางเป็นผู้ดีมีสีหน้าเหม็นเบื่อ เจ้าตัวโยนกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาด้านตรงข้ามด้วยความหงุดหงิด ลำบากคุณเลขาต้องเดินมาช่วยเอาไปเก็บเข้าที่“ก็สักพักหนึ่งแล้วล่ะ ใครใช้ให้ลุงมาช้าเล่า”“นี่หลังจากกลับมาก็พยายามคุยกับพวกไร้สาระนั่นให้เสร็จเร็วที่สุดแล้วเถอะ” ลุงโชคว่าพลางคลายเนคไทด์ “กินเข้าไปเยอะขนาดนั้นถ้าสิวขึ้นจะลงโทษให้ เอาครีมไปบำรุงด้วย แล้วก็อย่าปล่อยให้ตัวเองอ้วนขึ้นด้วยล่ะ เข้าใจมั้ย?”“บ่นเหมือนคุณเลขาเลยนะลุงนี่”“บ่นศิลปินในสังกัดจะมีสักกี่เรื่องให้บ่นกัน มาคุยงานกันได้แล้ว”ลุงโชคถอดเสื้อนอกในขณะที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากว้าง มือหนาเอื้อมไปรับเอกสารปึกโตที่เลขาคนสนิทส่งมาให้อย่างรู้งาน เจ้าตัวเปิดเอกสารดูผ่านๆ สองสามหนก่อนจะเลื่อนมันส่งไปให้เซ็ท“งานใหม่งั้นเหรอ...หืม...นี่มัน?”“ยังไม่ต้องอ่านรายละเอียด ใจความตามหัวข้อนั่นแหละ ทางคนเขียนบทกับผู้กำกับปาร์คซอนวอนเขากำลังทำภาคต่อของโลกสีดำ ในฐานะพระเอกภาคแรกเขาก็อยากให้นายไปรับบทด้วย คล้ายๆ ตัวแสดงรับเชิญอะไรเถือกๆ นั้น พอเป็นสีสันแต่ไม่ได้โดดเด่นมากนักหรอก คิดว่าไง?”รายละเอียดเล่มไม่หนาไม่บางก็คงไม่พ้นบทละครในส่วนของเซ็ทและเรื่องย่อแบบละเอียด มันเป็นความลับสุดยอดที่ห้ามหลุดเด็ดขาดก่อนที่ซีรี่ย์จะเริ่มฉาย การที่อีกฝ่ายส่งมาให้พร้อมกันแบบนี้ก็แปลว่ามั่นใจมากว่าทางเซ็ทจะไม่ปฏิเสธ และแน่นอนว่าใครมันจะปฏิเสธโอกาสดีๆ ให้โง่?เซ็ทกำลังเติบโต กราฟการพัฒนาในด้านชื่อเสียงยังคงก้าวกระโดด ซึ่งเวลาพึ่งผ่านมาได้ไม่นานนัก ยังสามารถเรียกเขาว่าหน้าใหม่ในวงการได้เต็มปาก เพราะฉะนั้น...“มันก็ต้องตอบตกลงอยู่แล้วสิ ซีรี่ย์เรื่องนั้นเป็นกระแสเปิดตัวผม แถมฐานะแฟนคลับในเกาหลีก็ได้จากซีรี่ย์เรื่องนั้นซะเยอะ จะปฏิเสธโอกาสที่ทางนั้นมอบให้ได้ยังไง บทเด่นไม่ไม่เด่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ขอแค่มันช่วยกระตุ้นให้คนดูคิดถึงผมในบทของภาคแรกกับช่วงที่ผมเปิดตัวใหม่ๆ ได้ก็คุ้มพอแล้ว”...ตอกย้ำภาพจำของหน้าใหม่ที่เป็นยิ่งกว่ามืออาชีพ ไม่มีใครทำได้อย่างเขา......ต่อให้ผ่านไปอีกเป็นร้อยปีเซ็ทก็ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน...“หึ เพราะช่วงนี้กับหลังจากนี้เอ็งจะงานเยอะหรอกถึงได้ถามความเห็น แต่ต่อให้เอ็งจะปฏิเสธฉันก็ต้องขอให้รับงานนี้ให้ได้อยู่ดี เข้าใจกันง่ายๆ อย่างนี้สิถึงจะแจ๋ว”“ผมเคยเป็นพวกเข้าใจอะไรยากด้วยรึไงลุง ว่าแต่ผมรู้มาว่าภาคต่อนี้เริ่มเปิดกองไปสักพักแล้วไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงพึ่งติดต่อมาป่านนี้?”“ก็ตอนแรกเขาสร้างเหมือนภาคสปินออฟ แต่พึ่งมาปรับบทช่วงท้ายใหม่ให้พวกนักแสดงเก่าได้ร่วมดึงกระแสด้วยถึงได้ติดต่อมา ทีมงานกองถ่ายเดิมเพิ่มเติมตัวละครใหม่ เท่าที่ฉันอ่านบทเอ็ง เอ็งได้เข้าฉากร่วมกับตัวละครใหม่อยู่บ้าง ยังไงก็ตามต้องบอกก่อนว่าเวลางานนักแสดงแต่ละคนไม่ตรงกัน ดังนั้นไม่มีเวิร์กช็อปแบบคราวก่อน ซ้อมร่วมได้แค่ก่อนเข้าฉาก มั่นใจว่าจะแสดงไหวใช่มั้ย?”“อย่าให้มั่นหน้าเพราะตอบได้แค่ว่าแน่นอน”เซ็ทที่ฟังก็พยักหน้าเข้าใจเป็นช่วงๆ แต่คำถามสุดท้ายนั้นเรียกรอยยิ้มและคำตอบอันแสนอวดเก่ง (ซึ่งก็มีความเก่งให้อวด) จนลุงโชคอดไม่ได้ที่จะเบ้หน้าใส่ด้วยความหมั่นไส้“มั่นนักก็ดี เพราะคิวถ่ายจะเริ่มอาทิตย์หน้า”“โฮ่...โคตรจะกะทันหัน แต่ก็ไม่มีปัญหา ผมจะไปสร้างชื่อให้ลุงเอง”ศิลปินหนุ่มที่ถูกประธานเหม็นขี้หน้าวางเอกสารปึกหนาลง ก่อนจะหยิบปึกกระดาษอีกปึกขึ้นมาอ่านต่อ มันเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับสัญญาการเป็นนายแบบที่จะเดินแบบงานแฟชั่นวีคให้แบรนด์ SoLantiar ของแมรี่ที่จะจัดที่ปารีสในเดือนเก้าที่จะถึงนี้ ดูความหนาของการระบุสัญญาคงจะครอบคลุมทุกสัญญาจ้างเลยทีเดียวลุงโชคมองสัญญาจ้างงานด้วยรอยยิ้มไม่คล้ายยิ้ม เจ้าตัวไล่เลขาข้างกายให้ออกไปทำอย่างอื่นให้ก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ คำชมที่ไม่เชิงเป็นคำชมทำให้เซ็ทรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ไม่เคยคิดเลยนะว่านายแบบโนเนมแบบเอ็งจะเดินแบบครั้งเดียว (กับแบรนด์ระดับท็อป) ก็คว้าตำแหน่งนายแบบบนเวทีแฟชั่นโชว์ระดับโลกมาได้ เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากจริงๆ นายแบบนางแบบทั่วไปกว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องใช้เวลาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีรู้รึเปล่า?”“ลุงคงไม่คิดว่าผมใช้เส้นได้งานมาใช่มั้ย บอกไว้ก่อนเลยนะว่าต่อให้ผมไม่ได้ใช้ชื่อแอชลีย์ กับอีแค่งานเดินแบบแฟชั่นวีคผมก็ต้องคว้ามาจนได้อยู่ดี ...อย่างมากก็แค่อาจจะไม่ใช่เร็วๆ นี้เท่านั้น”{ทำมาเป็นมั่นหน้าพูดนะเซ็ท ลืมไปรึเปล่าว่าตอนสมัครคุณก็ใช้เส้นปู่ช่วย จากเปอร์เซ็นต์ได้งานแบบไม่ชัวร์ถึงได้เป็นแบบได้แน่ๆ 100% น่ะ}‘หุบปากไปโร ต่อให้ไม่มีเส้นปู่ฉันก็เข้าตากรรมการอยู่แล้ว’{แต่ถ้ามีคนเล่นเส้น มีแค่ความสามารถมันก็อาจจะไม่ได้งานจริงมั้ย?}‘...เออน่ะ’เซ็ทลอบกรอกตามองบนไม่ได้เถียงอะไรกับเสียงโรที่ดังอยู่ในหัว เพราะมันเป็นความจริงอันเถียงไม่ได้นั่นแหละ ...ก็โลกใบนี้มีแค่ความสามารถอย่างเดียวมันอยู่ยากอย่างไรก็ตามลุงโชคไม่ได้รู้เรื่องที่ว่าเซ็ทใช้เส้นกับตอนสมัครเดินแบบไปรอบหนึ่งแล้ว เจ้าตัวจึงรีบอธิบายคำพูดของตัวเองต่อเพราะไม่อยากให้เซ็ทรู้สึกไม่ดี แม้ว่าจะเป็นการอธิบายตามหลักความเป็นจริง แถมเล่นความคิดเซ็ทในตอนนั้นได้ถูกเผงเลยด้วยก็เถอะ“ฉันไม่รู้ว่าเอ็งเล่นเส้นมั้ย แต่ถ้าฉันเป็นปู่เอ็ง เส้นหนาขนาดนั้นก็ต้องใช้เส้นช่วยหลานจนได้แหละ มีแล้วไม่ใช้จะได้ประโยชน์อะไรล่ะ แต่ก็เอาเถอะอย่างว่าแหละ...ด้วยความสามารถของเอ็ง ต่อให้ไม่ใช่ครั้งนี้ที่ได้งานอนาคตยังไงก็ต้องคว้างานไว้ได้อยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่างานครั้งนี้จะได้มายังไงฉันก็ไม่ได้คิดจะว่าอะไรหรอก ...เพราะหนึ่งในคนที่รู้ดีที่สุดว่าต้นทุนของแต่ละคนมันต่างกันก็ฉันนี่ล่ะนะ”...ใช่ มีแล้วไม่ใช้มันจะไปได้ประโยชน์อะไร ต้นทุนของแต่ละคนมันต่างกัน คนที่ไม่มีต้นทุนก็ต้องดิ้นรนกันให้มากหน่อย มันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว“ถ้าลุงโอเคกับทุกวิธีทางที่ทำให้ผมได้งาน ลุงก็ไม่ต้องไปคิดมากว่าผมได้งานมาได้ยังไง ไม่ว่าจะเล่นเส้นหรือไม่ก็ไม่สำคัญ เพราะลุงรู้ดีที่สุดว่าความสามารถผมเป็นของจริง”“ไม่ได้คิดมาก ก็แค่...ศิลปินหน้าใหม่ขึ้นเวทีเดินแบบระดับโลก มันออกจะเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเฉยๆ คนที่เข้าใจในวงการนี้มีเหรอจะไม่ตกใจเรื่องของเอ็ง”“มันป็นไปแล้วล่ะลุง จะว่าไปงานแฟชั่นวีคจัดต้นเดือนเก้า มันพอดีกับภาพยนตร์จะเข้าฉายเลยนี่ แบบนี้จะดีเหรอ จะมีคนวิจารณ์เอานะว่าเอานายแบบไปเล่นหนังเรียกความสนใจ เพราะถึงยังไงผมก็ยังไม่เคยมีงานถ่ายหนังถ่ายละครในประเทศมาก่อนเลย”“ดีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนั้นมันไม่ใช่หนังตามกระแส อะไรที่มีโอกาสใช้เรียกคนดูมาได้ก็ต้องใช้ให้หมดนั่นแหละ ทางยิ่งยงถึงได้เลื่อนวันฉายให้ตรงกันไงล่ะ ฉันเองก็เห็นด้วย สำหรับช่วงนั้นที่เอ็งยังไม่มีผลงานการแสดงอะไรออกมาให้ดูเพิ่ม ใช้ข่าวเดินแบบนี่แหละชะงักนัก”“ถ้าทางลุงเห็นพ้องผมก็ไม่มีปัญหา”เซ็ทพยักหน้ารับ เรื่องแผนงานทั้งหลายเจ้าตัวขอไม่ยุ่งให้ชีวิตวุ่นวายเพิ่ม แค่งานในส่วนของตัวเองก็ขี้เกียจจะไปสนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ในเมื่อให้ลุงโชคเป็นคนดูแลงานมาตลอดแล้วมันก็ผ่านไปแบบค่อนข้างดีเกือบทั้งหมด ก็ให้ลุงโชคดูแลต่อไปนั่นแหละ“อ๋อ ช่องเจ็ดดีที่ปู่เอ็งซื้อไปเขาติดต่อมาให้เอ็งรับบทพระรองละครเรื่องใหม่”“พระรอง?”การที่ถูกเสนอชื่อในบทบาทต่างๆ ทั้งพระเอก พระรอง ตัวร้าย ของทั้งละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ถือเป็นเรื่องปกติของเซ็ท หากไม่ใช่เพราะลุงโชคปฏิเสธไปงานถ่ายหนังคงเข้ามาเยอะยิ่งกว่าถ่ายแบบแล้ว เพียงแต่ที่เซ็ทแปลกใจก็เพราะว่ามันเป็นช่องของปู่แต่ดันเสนอแค่บทพระรองมากกว่า“ใช่ ฟังไม่ผิดหรอก เพราะฉันรู้ว่าเป็นช่องของปู่เอ็งฉันเลยยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรไป แล้วก็ยอมรับด้วยว่าบทนั้นเหมาะกับเอ็งราวกับว่าเขียนขึ้นมาเพื่อให้เอ็งรับบทนี้โดยเฉพาะ แถมค่าตัวในสัญญาจ้างยังสูงลิบ ตอนที่ได้เห็นได้ฟังนี่เล่นเอาตะลึงไปเลยล่ะ”“ถ้างั้นก็ไม่ใช่กรณีบังเอิญบทเหมาะแบบตอนซีรี่ย์โลกสีดำหรอก แต่เป็นเพราะใครสักคนที่เขียนบทคงเขียนขึ้นเพื่อผมจริงๆ มากกว่า ส่วนเรื่องค่าจ้างก็...ไม่น่าแปลกใจสักนิด”“นั่นแหละ ว่าแล้วก็น่ารับอยู่ เพิ่มชื่อเสียงภายในประเทศให้เอ็งได้แน่นอน แถมถ้าโปรโมตดีๆ อาจจะดังไกลทั่วโซนเอเชียได้ด้วย”“บทหนังแนวไหนงั้นเหรอ?”“แนวย้อนยุค จากที่วางแพลนตัวนักแสดงถ้าไม่ใช่ระดับท็อปก็เป็นคนของปู่เอ็ง ตัวหนังไม่เชิงว่าอิงประวัติศาสตร์แต่ส่งเสริมภาลักษณ์การท่องเที่ยว และในเมื่อปู่เอ็งอยู่เบื้องหลังทั้งทีคงไม่ทำซีจีห่วยๆ ในหนังที่เอ็งจะแสดงหรอก โดยภาพรวมแล้วคาดหวังได้สูงมากเลยล่ะนะ ว่าไง จะรับมั้ย?”เซ็ทพอจะเก็ทความคิดของลุงโชค งานที่ไม่ใช่ใช้เส้นให้ได้มา แต่เป็นงานที่มีขึ้นเพื่อตัวเอง ในฐานะศิลปินแล้วก็คงมีความคิดไม่ค่อยยอมรับอยู่บ้าง เป็นแนวว่าความสามารถของตัวเองไม่ถึงเหรอไงถึงต้องให้คนทำหนังเพื่อตัวเองขึ้นมาโดยไม่ต้องไปแข่งขันเพื่อแย่งบทกับคนอื่นและด้วยเพราะเข้าใจเซ็ทจึงได้ตอบกลับแบบไม่ยี่หระ ในความเป็นจริงแล้วเส้นสายก็ถือเป็นความสามารถอย่างหนึ่ง ซึ่งเซ็ทถือได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้านคนหนึ่งที่แทบจะไม่มีใครเทียบได้...ต่อให้เป็นร่นใหญ่ที่คร่ำวอดอยู่ในวงการมานานเป็นสิบๆ ปี ก็ใช่ว่าจะมีได้อย่างเขา...“งั้นก็รับเถอะครับ จากเรื่องก่อนที่คุยกันว่าทั้งผมทั้งลุงโชคต่างก็ไม่มีปัญหากับเรื่องเส้นของปู่ แล้วกับอีแค่ปู่จะสร้างหนังสักเรื่องเพื่อให้ผมไปเล่น ผมจะไปมีปัญหาทำไม ไม่ต้องคิดมากไปลุง ผมรับงาน”“งั้นจะเอาสัญญาจ้างกับบทละครมาให้คราวหน้าแล้วกัน”“ต่อให้ไม่มีสัญญาผมก็ไม่มีทางโดนเบี้ยวค่าตัวหรอกน่า เอาแค่บทละครมาก็พอ”“ยังไงก็ต้องทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเถอะ”เนื่องจากเซ็ทไม่ค่อยได้เข้าบริษัทมาหาลุงโชคบ่อยนัก ดังนั้นนอกจากการอัพเดทงานใหม่ที่ค่อนข้างเยอะแล้ว การพูดคุยนอกเรื่องเองก็ถือได้ว่ายืดยาวพอกัน ช่วงเวลาที่ว่างจึงหมดลงไปอย่างรวดเร็ว“ไว้อัพเดทตารางงานผมให้เจ๊เจสซี่รู้ด้วยนะลุง หรือถ้ายังไงลุงลาออกจากตำแหน่งประธานมาเป็นผู้จัดการให้ผมเต็มตัวเลยก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องคุยกันไปคุยกันมาหลายๆ รอบ”“ไว้อยากลาออกแล้วจะคิดดู ไปได้แล้วไป๊”“นี่ให้งานเสร็จก็ไล่กันแบบนี้เลยเรอะลุง”ลุงโชคที่โบกมือไล่เซ็ทออกจากห้องกดเปิดทีวีดูโดยไม่สนสีหน้าคนถูกไล่ ทันใดนั้นเองภาพข่าวก็ถูกฉายหลังจากโฆษณาที่พึ่งจะจบลง เนื่องจากว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาก่อนหน้านี้เซ็ทจึงชะงักเท้าหยุดยืนดูก่อน[ข่าวล่าสุดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนจากหลายวันที่ผ่านมา เป็นคดีสะเทือนขวัญที่คนไทยทั้งประเทศจับตาดูกันอยู่ วันนี้เราจะมาอัพเดทความคืบหน้ากันค่ะ][ครับ ก่อนอื่นเลย...กรมตำรวจได้ออกมาแถลงแล้วว่าเหล่าผู้รอดชีวิตทั้งสิ้นห้าสิบสองคนจากแก๊งลักพาตัว ได้เสียชีวิตในกองเพลิงและหลับไหลไปตลอดกาลในซากตึกไปทั้งสิ้นสิบห้าศพเป็นที่แน่นอนแล้ว สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการถูกไฟคลอกตาย เพียงแต่ต้นเพลิงอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุไฟฟ้าลัดวงจรตามที่คาดเดา แต่เป็นการจงใจทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรจนเกิดเพลิงไหม้ครับ][เป็นการกระทำที่อุกอาจมากเลยนะคะ นอกจากผู้เสียชีวิตสิบห้าศพแล้ว คนอื่นๆ ที่ควรจะยังอยู่ทางตำรวจก็ไม่สามารถทราบชะตากรรมว่าหายไปอยู่ที่ไหนหรือเป็นตายร้ายดียังไงด้วยค่ะ ดังนั้นหากพบเห็นเบาะแสผู้รอดชีวิตที่เหลือโปรดแจ้งมาตามหมายเลขข้างล่างนะคะ]ภาพของการแถลงข่าวจากกรมตำรวจถูกตัดมาเป็นผู้ประกาศข่าวชายหญิงชื่อดังตามเดิม ในช่วงเวลานั้นเองอีเมลและเบอร์ติดต่อก็ถูกโชว์ขึ้นที่ด้านล่างของจอทีวี เซ็ทที่ตั้งใจว่าจะเดินออกจากห้องทำงานของลุงโชคจึงถือโอกาสหย่อนก้นนั่งลงกับที่อีกหนถึงจะให้โรติดตามข่าวสารความปั่นป่วนจากภายในมาให้อยู่แล้ว แต่การได้มาเห็นว่ากระแสสังคมทั่วไปกำลังดำเนินไปในทิศทางในไปพร้อมกันด้วยก็ถือว่าดีกว่า...อย่างน้อยที่สุดก็สนุกดีที่ได้เห็นพวกเบื้องสูงนั่นนั่งไม่ติดที่{ถึงคุณไม่ดูข่าวผมก็ต้องทำรายงานสรุปมาให้คุณทราบแบบที่แล้วๆ มาอยู่แล้วเถอะ}‘เอาน่า ถือว่าฉันลดงานให้นายไปได้หน่อยนึง’{ช่วยได้มากเลยมั้งครับ}โรบ่นเอือมๆ เนื่องจากรู้ดีว่าต่อให้เซ็ทดูรายการข่าวนี้จนจบ ตนเองก็ยังต้องไปทำสรุปมารายงานเซ็ทอีกทีอยู่ดี[นอกจากเปิดเผยถึงสาเหตุของการเสียชีวิต ทางกรมตำรวจได้สันนิษฐานถึงแรงจูงใจในการกระทำครั้งนี้ว่าอาจจะเป็นการฆ่าตัวตายหมู่ของผู้ตายเอง หรือในกรณีเลวร้ายก็คือเกิดจากบุคคลที่สามที่มุ่งหวังฆ่าปิดปากผู้รอดชีวิต ไม่ให้เรื่องของแก๊งลักพาตัวเล็ดลอดออกไปได้ครับ][แต่หากเป็นในกรณีหลัง มันก็ถือเป็นประเด็นที่ถกกันอยู่ว่าทำไมแก๊งลักพาตัวต้องทิ้งช่วงนานขนาดนี้ถึงได้มาลงมือฆ่าคนปิดปากนะคะ?][นั่นก็โยงไปถึงคำถามในอีกประเด็นหนึ่งที่ว่าภาครัฐไม่สามารถป้องกันอันตรายให้แก่ประชาชน ไม่สามารถจัดการแก๊งลักพาตัวอันเป็นพวกแสนอุกฉกรรจ์ จนทำให้เกิดผู้เสียหายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนานหลายต่อหลายปีได้ครับ และกระทั่งครั้งนี้ผู้เคราะห์ร้ายที่พ้นเคราะห์พ้นโศกมาได้ครั้งหนึ่งจึงต้องต้องรับเคราะห์อีกหน][แม้กระทั่งผู้ใจบุญที่มอบที่อยู่อาศัยที่โดนเผาจนวอดวายให้ผู้ประสบเคราะห์ก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน ทางตำรวจมายืนยันแล้วว่าเจ้าตัวเสียชีวิตในช่วงวันเดียวกันกับที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ในที่พักของเจ้าตัวที่อยู่ไม่ไกล สันนิษฐานว่าเป็นการฆ่าเพื่อหวังปล้นกุญแจที่พักของผู้ตายค่ะ]“สังคมสมัยนี้นี่อันตรายจริงๆ นะ ผ่านมาก็พักใหญ่แล้วพวกตำรวจยังไม่มีอะไรมาประกาศเป็นชิ้นเป็นอันสักที แถลงอะไรเพิ่มก็มีแต่จะสร้างความตื่นตระหนกให้คนในสังคมซะมากกว่า”“มองว่าเป็นการเตือนให้คนรู้จักระวังตัวก็ได้แหละมั้ง ตำรวจ รัฐบาลสมัยนี้พึ่งพาอะไรได้ กว่าจะลงมือทำอะไรสักอย่างก็ต้องรอมีผู้เคราะห์ร้ายเท่านั้นแหละ อ๋อ ลืมไป มีผู้เคราะห์ร้ายแล้วก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”“อย่าไปพูดให้ใครฟังเชียว เดี๋ยวได้โดนจับปรับทัศนคติหรอก”“ไม่พูดหรอกน่า”พวกปลอมเปลือกเห็นแก่ตัว ไม่มีอะไรนอกจากเปลือกนอกและภายในที่กลวงโบ๋ สำหรับเซ็ทถือได้ว่าไม่มีอะไรน่ากลัวสักนิด แค่ที่บลั๊ฟไว้คราวก่อนก็ทำเอาพวกนั้นไม่กล้าเคลื่อนไหวอะไรแล้ว มาคราวนี้ชื่อเสียงอันน้อยนิดที่ได้จากมาชื่อเสียก็ยิ่งเหม็นโฉ่ไปยกใหญ่[จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ที่พึ่งมีข่าวผู้เคราะห์ร้ายทั้งห้าสิบสองคนออกสื่อ ทางรัฐบาลเองก็ออกมาประกาศว่าจะจัดการดูแลความปลอดภัยและจัดการกับพวกที่อยู่เบื้องหลังให้ได้ นี่ต้องเรียกว่าละเลยต่อหน้าที่อันสมควรรึเปล่าคะ เพราะผู้กระทำผิดที่ภูกบอกว่าจัดการได้แล้วยังออกมาก่อคดีอุกอาจได้อยู่แบบนี้][แถมมีข่าวหนาหูว่ายังมีคนที่โดนแก๊งลักพาตัวจับไปดั่งเช่นเมื่อก่อนด้วย ซึ่งหน่วยงานรัฐก็เข้ามาจัดการกับทรัพย์สินเสร็จสรรพ แล้วลงท้ายพวกนั้นก็ถูกลงความเห็นว่าตายหรือไม่ก็หายสาบสูญโดยไม่เห็นศพและไม่มีการยืนยัน เป็นคำกล่าวจากพวกญาติๆ จากหลายต่อหลายครอบครัวครับ]พวกโง่เง่าเต่าตุ่นที่คิดว่าประชาชนโง่งมไม่รู้เรื่องรู้ราว ขนาดความผิดถูกตีแผ่มาแล้วครั้งหนึ่งก็ยังจะทำแบบเดิมๆ คิดเรอะว่าเมื่อเศษผงที่ใช้ปิดบังถูกเขี่ยทิ้งไปรอบหนึ่งแล้วจะยังสามารถใช้หลอกคนที่มีสมองได้อีก ยุคนี้ข่าวสารมันกว้างไกล รู้คนนึงเท่ากับรู้กันได้ทั้งโลกแล้วนะ...สิ่งที่เซ็ททำคือการสร้างรอยร้าวบนสิ่งที่เรียกว่าความน่าเชื่อถือ เป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ถูกพวกนั้นใช้การกระทำของตัวเองทำให้รอยร้าวมันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เขายังไม่ต้องลงมือทำอะไรมากกว่านั้นเลยหึ ดูอยู่รึเปล่าวิญญาณผู้คนที่ตายท่ามกลางกองเพลิงอันแสนน่าสงสารในสายตาของสังคม เขารักษาสัญญาที่บอกว่าจะใช้ความตายของพวกที่ต้องการแก้แค้นทั้งสิบห้าคนนั้นแบบไม่เสียเปล่าแล้วนะ ความตายของพวกนายเป็นตัวไล่ต้อนรัฐบาลพวกนั้นได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ...ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์ (?) ทั้งสิบห้าชีวิตกับผู้สูญหายที่เหลือจะสามารถเป็นประเด็นมาไล่ไล่ต้อนรัฐบาลที่เน่าเหม็นไปได้ถึงไหน...ขอติดตามดูหน่อยสิว่าจะเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับมายังไง?...จะดิ้นรนไปจนกว่าจะถูกกวาดล้าง หรือว่าพอหมดวาระแล้วจะยอมลงจากตำแหน่งไปแต่โดยดี?{ไม่ว่าทางไหนคุณก็เตรียมหางานไว้ให้ปู่แล้วนี่นา}‘สำหรับคนทำงานหนักก็สมควรได้ติดตามผลลัพธ์ที่น่าสนุก จริงมั้ยล่ะโร?’เหล่าผู้งมงายในความแค้นที่น่าสงสาร ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยว่าเซ็ทเกลียดรัฐบาลเห็นแก่ตัวชุดนี้พอๆ กับพวกกองทัพที่ทำกับเขาในสมัยก่อน ต่อให้พวกนั้นไม่ดิ้นรนจะแก้แค้น ไม่ช้าก็เร็วจุดหมายปลายทางที่รัฐบาลชุดนี้จะได้รับก็มีเพียงความพินาศอยู่แล้ว...เอาให้การมีชีวิตอยู่มันเลวร้ายซะยิ่งกว่าความตาย“เอ็งกำลังทำหน้าตาประหลาดอยู่รู้ตัวมั้ย?”“ผมก็หล่อแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ลุงไม่รู้เหรอ”เซ็ทจงใจพูดความจริงในเชิงขบขันเพื่อไม่ให้ลุงโชคจับพิรุธความคิดที่แท้จริงได้ ต่อให้ลุงโชคจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วเขามีฐานะเป็นหลานของผู้ทรงอำนาจคนหนึ่งของโลก แต่ก็ไม่ได้รู้ไปถึงขั้นว่าตัวเขาโหดร้ายได้ถึงขั้นไหน สำหรับผู้ใหญ่ที่เซ็ทค่อนข้างให้ความเคารพ โปรดจงมองเขาเป็นเด็กที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งให้ได้นานที่สุดเถอะ...“เอ็งนี่หลงตัวเองขึ้นทุกวันเนอะ?”“ผมมีดีให้หลงนี่ ลุงจะหลงผมด้วยก็ไม่ว่านะ โพลาริสพร้อมรับคนเข้าด้อม”“วุ้ย ไอ้เด็กนี่”ศิลปินหนุ่มหน้าหล่อหัวเราะร่วนเบาๆ พลางรับห่อขนมที่ลุงโชคปาใส่หัวตัวเองได้อย่างแม่นยำ ลุงหลานพูดคุยเรื่องไร้สาระ ในขณะที่ผู้ประกาศข่าวในจอทีวีก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเรื่อยๆ[และนั่นเป็นความคิดเห็นที่แตกแยกไปในทิศทางเดียวๆ กัน ประชาชนยังคงนั่งอยู่หน้าจอรอคำแถลงจากรัฐบาลและทางกรมตำรวจว่าความจริงแล้วเป็นอย่างไร พวกเขาสามารถมั่นใจในความปลอดภัยต่อตนเองและคนที่รักว่าสามารถมีชีวิตได้ตามปกติหรือไม่ครับ?][อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์นี้ทางกรมตำรวจได้ออกมาประกาศพื้นที่เสี่ยง และหากไม่มีเหตุจำเป็นให้งดการออกจากที่พักอาศัยหลังเวลาห้าทุ่มไปจนกว่าจะมีประกาศความคืบหน้าอื่นๆ ค่ะ]“เฮ้อ สังคมอันตราย รีบๆ จับคนร้ายให้ได้สักทีสิน่า”“...นั่นสินะ”ทั้งคนวางเพลิง คนที่ฆ่าผู้รอดชีวิตครั้งก่อนที่เลี้ยงไม่เชื่อง ฆ่าผู้ใจบุญที่ถูกเอามาสวมรอยทิ้งก็เขาทั้งนั้นแหละ นั่งหัวโด่อยู่นี่ไง มาจับสิเขารออยู่...“ก็บอกว่าเอ็งทำหน้าตาประหลาดไงเล่า อย่ามาเถียงว่าหล่อเป็นปกติ มันให้ความรู้สึกคนละอย่างกัน”“บางทีผมก็ไม่ชอบความสามารถลุงจริงๆ ให้ตายเถอะ”
‘รอยร้าวรอยเล็กๆ บนความสัมพันธ์ ความน่าเชื่อถือ และอะไรหลายๆ อย่าง มันสามารถแผ่ขยายเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ได้ทุกเมื่อ’
--------------------กลับมาเต็มตัวแล้วจ้า พยายามฟื้นความรู้สึกของการเขียนแบบจัดหนักวันละเจ็ดหน้าอยู่ แม้ว่าที่หยุดไปแมวจะเขียนได้แค่สี่หน้าก็เถอะ //ร้องไห้ ประเดิมเล่มใหม่ด้วยบทเอื่อยๆ ที่ยาวถึง 4566 คำ แหม่ เนื้อไม่เยอะแต่ยาวแท้นะจ้ะยังไงก็ตาม แมวขอเน้นย้ำว่าไม่ได้มีการโยงการเมืองหรือจะวิจารณ์อะไรๆ นี่เป็นเพียงนิยายที่เขียนเพื่อความสนุกเท่านั้น //แมวยังไม่อยากโดนลากไปปรับทัศนคติเด้ขอสอบถาม จะเป็นอะไรมั้ยถ้าแมวจะเปิดช่วงตอนที่ลงในเด็กดีไปแล้วให้อ่านฟรี (เมื่อเด็กดีเปิดขายช่วงตอนไหนก็จะติดเหรียญช่วงนั้นเช่นเดิม) อันนี้สอบถามเป็นแนวทางเฉยๆ นะคะ ถ้านักอ่านที่ช่วยกันเปย์ส่วนมากเห็นว่าไม่ควรเอาออกแมวก็จะติดเหรียญไว้ตามเดิมเด้อ
เจ้านายนอนซุกให้กำลังใจตลอดสามชั่วโมง ทาสจะกล้าขยับมั้ย ก็เหน็บกินวนไปสิปั๊ดโถ่ววว