ตอนที่ 18
สมบัติหนีไปแล้ว
ในตอนนี้องค์ชายรองแห่งต้าเฉิน ไล่ตามสมบัติอย่างบ้าคลั่งด้วยความโกรธ ตัวของเขาอุตส่าห์แบกรับการโจมตีจนตนเองาเ็
แน่นอนว่าอยู่ดีๆสมบัติที่ควรจะอยู่ในมือกับพุ่งหนีหายไป มีผู้ใดบ้างจะไม่รู้สึกโกรธเกี่ยวกับเื่นี้
แม้แต่อัจฉริยะอย่างเขาที่ไม่ค่อยจะมีความรู้สึกอันใดปรากฏขึ้น ในตอนนี้ยังโกรธจนเืขึ้นหน้าแล้วก็รีบไล่ตามแสงสีทองที่เป็สมบัติชิ้นนั้นอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกันกลุ่มชายวัยกลางคนทั้งสามที่ต่อสู้อยู่บนยอดูเาก็หยุดชะงัก
ดวงตาของพวกเขาเองก็จ้องมองไปยังสมบัติชิ้นนั้นที่พุ่งหนีไปเช่นเดียวกัน
ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาปะทะกันอีกแล้ว เมื่อสมบัติหนีไปเช่นนี้พวกเขาเองก็ต้องไล่ตาม
การที่สมบัติมีสติปัญญาสามารถหนีไปได้แบบนี้ ผมบอกว่าโชควาสนาในครั้งนี้เป็โชควาสนาที่ไม่ธรรมดา
เป็สมบัติที่มีสติปัญญาซึ่งอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำ อย่างน้อยก็ต้องเป็สมบัติระดับขั้นอาคมที่มีสติปัญญาแตกฉานเช่นนี้
เพราะแบบนั้นชายวัยกลางคนทั้งสามจึงหยุดการต่อสู้และพุ่งทะยานตามไปอย่างรวดเร็ว
เพื่อที่จะหวังไล่ตามสมบัติที่อยู่ๆก็หนีไป ส่วนเกี่ยวกับเื่ผู้ใดจะได้รับสมบัติชิ้นนั้นไป เมื่อผู้ใดคว้าได้คนนั้นก็ได้รับนี่ถือว่าเป็กฏที่ถูกตั้งเอาไว้แล้ว
ในขณะเดียวกันกลุ่มผู้เยาว์ที่เคยปะทะกับองค์ชายลองก่อนหน้านี้ พวกเขาทั้งสี่เมื่อตั้งสติแล้วก็รีบตามไปอย่างรวดเร็ว
อย่างไรเสียตอนแรกพวกเขาเองก็คิดว่าการต่อสู้ในครั้งนี้จะจบลงแล้ว ในเมื่อสมบัติสิ่งนั้นหนีไปก็แสดงว่าเขานั้นยังมีโอกาส
ในขณะนั้นเองพวกผู้ฝึกตนอิสระ ก็เริ่มตามไปเผื่อว่าพวกเขานั้นจะมีวาสนาพี่อาจจะได้รับโดยที่ไม่ทันตั้งตัว
มีเพียงแค่เจียงเฟิงเท่านั้นที่ไม่ได้ตามไป “ไปเถอะ”
“เดินทางกลับกัน”
แม้ว่าสาวใช้ทั้งสองจะรู้สึกสงสัย กับท่าทางของคุณชายของตนเอง แต่ว่าในตอนนี้พวกนางเองก็ยังคงทำตามด้วยการเดินทางกลับ
หนึ่งชั่วยามถัดมา
บนรถม้าที่กำลังเดินทางกลับไปที่เมืองเฟิงเฉิน
รถม้านี้ถูกลากด้วยสัตว์ิญญาที่ไม่ธรรมดา ในขณะเดียวกันตัวรถม้าเองก็ดูหรูหราเป็พิเศษ บอกให้ล่วงรู้ถึงฐานะไม่ธรรมดาของเ้าของรถม้า
ด้านในรถม้ามีพื้นที่กว้างขวาง มันถูกจัดเอาไว้เป็ห้องพักที่หรูหรา
ด้านในรถม้าเจียงเฟิงกำลังนั่งอยู่กับเฉินอวี้และซินอวี้
ในครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เดินทางมาเพียงแค่สามคน เพราะว่ารถม้านี้ถือได้ว่าเป็รถม้าที่พิเศษ ไม่ใช่รถม้าธรรมดาทั่วไปจึงต้องมีสารถีของจวนแม่ทัพใหญ่มาเป็คนคอยดูแลและบังคับให้
เกี่ยวกับเื่ความลับไม่จำเป็จะต้องกังวลว่า เื่ที่ตัวของเขาฟื้นตื่นขึ้นมาผู้คนมากมายจะรู้
เพราะว่าสารถีรถม้าเป็ทหารเก่าภายในกองทัพ แม้ว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่แถวหน้าของกองทัพแล้วแต่ก็เป็คนที่ สามารถเรียกได้ว่ายังคงรับใช้กองทัพอยู่
เจียงเฟิงที่กำลังอยู่ในรถม้ายังคงมีใบหน้ายิ้มแย้ม
เฉินอวี้ยิ่งอยู่ยิ่งรู้สึกสงสัย นางจึงเอ่ยถามขึ้นมา “คุณชายเหมือนจะอารมณ์ดี?”
เจียงเฟิงยื่นมือออกมาจากแขนเสื้อของตนเอง ก่อนที่จะค่อยๆกางมือของตนเองออก
ในฝ่ามือของเจียงเฟิงในตอนนี้มันมีัทองตัวเล็กๆกำลังว่ายวนอยู่บนฝ่ามือ
เฉินอวี้และซินอวี้ถึงกับแสดงใบหน้าจริงจังจ้องมอง ัทองตัวเล็กๆที่กำลังว่ายวนอยู่บนฝ่ามือของคุณชายของตนเอง
พวกนางในฐานะผู้ฝึกตนที่มีขอบเขตไม่ธรรมดา แน่นอนว่าย่อมมองออกว่าของสิ่งนี้เป็ของวิเศษอย่างไร
เพียงแค่บรรยากาศที่มันส่งออกมาก็ให้ความรู้สึกกดดันเป็อย่างมากแล้ว
แน่นอนว่าัทองตัวเล็กๆนี้ย่อมเป็สมบัติวิเศษชิ้นนั้นที่ผู้คนไล่ไปตามหา
“นี่มัน!” เฉินอวี้ใบหน้าเปลี่ยนแปลงทันทีเมื่อสามารถััได้ถึงความรู้สึกของของวิเศษชิ้นนี้
อาวุธเซียนชิ้นนี้มันให้ความรู้สึกเดียวกันกับอาวุธเซียนที่ผู้คนมากมายแย่งชิงก่อนหน้านี้
พวกนางทั้งสองจึงรู้ให้ทันทีว่า อาวุธเซียนที่ผู้คนมากมายตามไปแย่งชิง ในตอนนี้มันมาอยู่ในมือของคุณชายของตนเองเรียบร้อยแล้ว
เมื่อสามารถตั้งสติได้แล้ว เฉินอวี้ยิ้มอ่อนหวานเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็ว “ยินดีคุณชายด้วยที่สามารถแย่งชิงโชควาสนาครั้งนี้ได้”
เจียงเฟิงยิ้ม “แย่งชิงโชควาสนาอันใดเล่า”
“นายน้อยของเ้ามีโชควาสนาขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ”
“ผู้ใดบอกว่าข้าแย่งชิงโชควาสนากัน ข้าใช้ผลประโยชน์ในการทำข้อตกลงต่างหาก”
เมื่อได้ยินคุณชายของตนเองพูดออกมาเช่นนั้น มันก็ทำให้เฉินอวี้และซินอวี้รู้ได้ น่าจะเป็เพราะว่าการกระทำแปลกๆของคุณชายตอนที่อยู่โรงน้ำชา
โดยน่าจะทำอันใดสักอย่างกับอาวุธเซียนชิ้นนี้ ผู้คนมากมายที่อยู่ในฐานะผู้ฝึกตนรู้ดีอยู่แล้วว่า สำหรับอาวุธหรือว่าวัตถุที่มีระดับสูงจะมีสติปัญญา
ยิ่งมีระดับสูงมากเท่าไหร่มันเองก็จะยิ่งก่อสติปัญญาได้มากขึ้นเท่านั้น
แต่ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ล่วงรู้เกี่ยวกับวิธีการสื่อสารกับพวกอาวุธหรือว่าวัตถุเซียน
นั่นเป็เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วอาวุธหรือวัตถุเซียน พวกมันจะสนทนาหรือว่าสื่อสารกับเพียงแค่ผู้เป็นายของตนเองเท่านั้น
แต่คุณชายของพวกนางกับสามารถ ทำข้อตกลงกับอาวุธระดับนี้ได้
นี่ทำให้พวกนางยิ่งรู้สึกสงสัยในตัวของคุณชายที่หลับไหลไปนานหลายปีมากขึ้นไปอีก
เจียงเฟิงตอบกลับไป “อาวุธชิ้นนี้ตอนนี้อยู่ในระดับเพียงแค่กึ่งเซียนเท่านั้น”
“แต่ว่ามันเองก็เพียงพอกับการใช้งานแล้ว”
“พวกเ้าคงกำลังสงสัย ว่าเหตุใดข้าถึงมีความรู้เช่นนี้ใช่หรือไม่”
“พวกเ้าอาจจะคิดว่าข้าแปลกไปบ้าง”
“ทว่าพวกเ้าที่อยู่กับข้ามาหลายปี ไม่คิดเอ่ยถามเลยแม้แต่น้อย”
“บิดาของข้าเป็คนบอกกับพวกเ้าอย่างงั้นหรือ?”
เฉินอวี้ยังคงเป็คนที่พูดออกมาเช่นเดิม “ก่อนหน้านี้ท่านแม่ทัพใหญ่บอกกับพวกเราเอาไว้แล้ว”
“ถ้าวันใดนายน้อยฟื้นขึ้นมา ไม่ว่าจะทำอันใดพวกบ่าวไม่ต้องสงสัย”
“ไม่ต้องถามอันใดทั้งสิ้น”
เจียงเฟิงแม้ว่าใบหน้าจะยังคงสงบนิ่ง แต่ว่าในใจนั้นกำลังขบคิดอยากตื่นตะลึงเกี่ยวกับเื่นี้
ดูแล้วบิดาของเขาก็น่าจะตกลงกับอาจารย์ของเขาเอาไว้แล้ว
เมื่อรู้เช่นนี้ก็สามารถเคลื่อนไหวได้ง่ายดายขึ้น ไม่จำเป็จะต้องคอยอธิบายให้กับบิดาของตนเองฟัง ว่าเหตุใดตนเองถึงมีความสามารถแบบนี้ ถือได้ว่าลดเื่วุ่นวายไปได้หนึ่งเื่
แต่การได้โชควาสนาในครั้งนี้มาเขาเองก็ต้องแลกเปลี่ยนไปไม่น้อย
อย่างที่เจียงเฟิงกล่าวกับสาวใช้ทั้งสองของตนเอง ตัวของเขาจะมีโชควาสนาอันใดไปแย่งกับคนอื่น
ทั้งกระแสชะตากระแสปราณชีวิตทุกอย่างล้วนแล้วถูกดูดดึงออกไปจนหมด กลับกลายเป็ว่าถ้าเกิดว่าเปรียบเทียบเื่โชควาสนาเขาถือได้ว่าเป็คนที่โชควาสนานั้นน้อยที่สุด
แม้ว่าในตอนนี้เขาจะเริ่มดึงกระแสปราณิญญาจากฟ้าดิน ทำให้เริ่มก่อกระแสชะตาในร่างกายได้แล้วแต่ก็มีเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น
เพราะว่าไม่มีโชควาสนา เจียงเฟิงเลยต้องทำสิ่งที่เรียกว่าข้อตกลง
เชือกพันธนาการัเส้นนี้เป็อาวุธเซียนมาก่อน แม้ว่ามันจะถูกทำลายจนเหลือเพียงแค่ครึ่งเดียวและกลายเป็อาวุธเพียงแค่กึ่งเซียนเท่านั้น
แต่ว่ามันเองก็มีสติปัญญา เจียงเฟิงตกลงกับมันว่าตัวของเขา จะมอบผลประโยชน์ที่ไม่น้อยไปกว่าตัวของมันกลับคืนให้กับสำนักเซียนของมัน
เรียกได้ว่านี่คือการแลกเปลี่ยนจริงๆ
ในอนาคตเขาก็ต้องสรรหาโชควาสนาให้กับสำนักเซียนแห่งนั้น ที่เป็เ้าของเชือกพันธนาการั เพื่อแลกกับเชือกพันธนาการัเส้นนี้
แต่อย่างไรเสียในการค้าครั้งนี้ตัวของเขาเองก็ถือว่าได้กำไรไม่น้อย สามารถได้อาวุธกึ่งเซียนมาใช้งานแถมยังสามารถหล่อหลอมให้มันกลายเป็อาวุธระดับสูงได้อีก มีอันใดไม่น่าพึงพอใจเล่า
เป็ผลประโยชน์ที่สามารถได้รับมาในตอนนี้ ตอนนี้เขายังคงอ่อนแออยู่ ของสิ่งนี้ถือว่าสำคัญเป็อย่างยิ่ง