“เป็ไปได้หรือไม่ว่าจะเป็ใต้เท้าเผย?” เซียวซ่านเอ่ยถาม เวลานี้ผู้ที่ไม่พอใจเซียวซ่านก็มีเพียงเผยจิ้งเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“ข้าคิดว่าไม่ใช่ท่านพ่อตาหรอกอาซ่ง ใต้เท้าเผยเพียงแค่โมโหที่ข้าลาออก บุตรสาวของเขาก็จะเป็เพียงแค่ภรรยาพ่อค้าคนหนึ่งเท่านั้น หากข้าเป็อันใดขึ้นมาคนที่จะลำบากไปด้วยก็คือหลั่นหลิงและหลานชายของเขา ข้าคิดว่าอุบัติครั้งนี้อาจจะเป็ท่านลุงซีหวงที่อยู่เื้ั” เซียวซ่านคาดเดา ภายในใจเต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“เหตุการณ์มันจบไปแล้วนี่พี่ใหญ่ ท่านลุงจะมาโกรธแค้นพวกเราเื่ใดอีก อีกอย่างไม่ใช่ฝ่ายเราที่เป็ผู้กระทำผิด พวกเราแค่ปกป้องตัวเองก็เท่านั้น และไม่ใช่ว่าข้าก็รับเอาจินเยว่มาตามที่พวกเขา้าแล้วหรือ?”
"เ้ารู้หรือไม่ ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนและภาพวาดที่กำลังจะเปิดใหม่ห่างจากร้านเราไปไม่กี่่ถนนนั้นเป็ของสกุลผิง ท่านลุงเป็คนมีนิสัยเ้าคิดเ้าแค้น หากเราไม่เข้าร่วมเป็พวก เขาก็จะมองเราเป็ศัตรูที่มุ่งหมายทำลายกันให้ล่มจมกันไปข้างหนึ่ง หากไม่เห็นเราเ็ปบ้างเขาคงไม่พอใจ จากนี้พวกเราต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้ว"
“ไร้เหตุผล!! เขาไม่คิดถึงวันเวลาเก่าก่อนที่เคยรักและเอ็นดูพวกเราบ้างหรือไร ท่านและข้าก็เคารพเขาด้วยความจริงใจมาโดยตลอด เหตุใดเหตุการณ์มันจึงเปลี่ยนแปลงไปได้รวดเร็วราวกับพลิกฝ่ามือได้เช่นนี้ ไม่เห็นกับท่านพ่อหรือพวกเรา อย่างน้อยท่านลุงก็ควรจะเห็นแก่ท่านปู่ใหญ่และท่านปู่เล็กบ้าง ใจคอเขาจะเอาให้ถึงตายกันจึงจะพอใจเช่นนั้นหรือ?"
“อาซ่ง ถึงอย่างไรท่านลุงซีหวงก็เป็พ่อตาของเ้า บิดาวันเดียวก็นับว่าเป็บิดา เขาไม่นึกถึงความผูกพันครั้งเก่าก่อน แต่พวกเรายังคงสำนึกก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ เราไม่จำเป็ต้องเป็คนเช่นเขา ทำดีเข้าไว้์ย่อมเห็นความดีของเรา เ้าอย่าคิดมาก เื่ที่เกิดขึ้นกับข้าก็คิดเสียว่าเป็บาปเป็กรรมที่ข้าเคยสร้างมา ยามนี้ต้องมาชดใช้กรรมก็เท่านั้น”
“ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรดีแล้วพี่ใหญ่ ทั้งจำนวนคน ทั้งทรัพย์สิน ไม่มีทางไหนที่พวกเราจะต่อสู้เอาศักดิ์ศรีของพวกเราคืนมาได้เลย ข้ารู้สึกผิดต่อสกุลเซียวเหลือเกิน” เซียวซ่งรำพันอย่างเ็ป
พวกเขาถูกกระทำครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่มีทางต่อสู้กลับแม้แต่นิด หรือหากคิดสู้นั่นก็ย่อมต้องแลกมาด้วยการสูญเสียทั้งกำลังทั้งทรัพย์สินซึ่งเวลานี้สกุลเซียวไม่มีทั้งสองอย่าง
เซียวซ่านมองเห็นใบหน้าน้องชายที่เดี๋ยวก็ขมวดคิ้วแน่น เดี๋ยวก็ทำสีหน้าเศร้าโศก ก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของน้องชายอยู่บ้าง จึงได้ฝืนความเ็ป ใช้มือยันร่างตนเองให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับเซียวซ่งตรงๆ
“น้องเล็ก ข้าไม่โกรธท่านลุงซีหวงเลยแม้แต่น้อย มีก็แต่ความน้อยใจและเสียใจ เ้าเองก็จำเอาไว้ด้วย ไม่ว่าท่านปู่ ท่านพ่อ ย่อมคิดเช่นเดียวกับข้า หากเขาอยากจะทำลายพวกเรา ก็คิดเสียว่าเราคืนหนี้บุญคุณให้กับสกุลผิงไป เ้าอย่าได้คิดอาฆาตแค้นให้เป็เวรเป็กรรมกันต่อไปเลย หลบได้เราก็หลบ เลี่ยงได้เราก็เลี่ยง ข้าเชื่อว่าความกตัญญูของพวกเราสกุลเซียวย่อมส่งผลดีกับลูกหลานในภายหน้า”
“ขอรับพี่ใหญ่ ข้าจำไว้แล้ว” ชายหนุ่มรับคำ
สองพี่น้องกลับมายังจวนสกุลเซียวท่ามกลางความเศร้าโศกของทุกคน คุณชายใหญ่เซียวซ่านเคยเป็ชายหนุ่มรูปงามอนาคตไกล เวลานี้ยังไม่แน่ว่าจะกลายเป็คนพิการไปหรือไม่ เผยฮูหยินก็ยังนอนซมเจ็บป่วยออดๆแอดๆ อีกทั้งยังมีหลานชายตัวน้อยที่ยังต้องเลี้ยงดู ทั้งสกุลเซียวจึงเหลือเพียงเซียวหยุนและเซียวซ่งที่ยังคงทำงานเป็เสาหลักให้กับทุกคน ผิงฮูหยินสะใภ้รองนั้นไม่จำเป็ต้องไปกล่าวถึง นอกจากผลาญเงินทองไปกับการซื้อเครื่องแต่งกายและการพยายามทำอาหารไปซ่งสามีเพียงผู้เดียวแล้วก็ไม่ทำสิ่งอื่นใด
"อาซ่ง พ่อคิดว่าเราควรกลับไปอยู่ที่เป่ยเจิ้ง ทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ ดูแลกันเองไม่ต้องมาวุ่นวายกับคนในเมืองหลวงอีก จะได้กลับไปดูแลท่านปู่ของเ้าด้วย"
"พี่ใหญ่ยังต้องฝังเข็มให้ครบ 40 ครั้ง ซึ่งต้องใช้เวลาอีกราว 10 เดือน หรือ 1 ปี เราคงย้ายออกจากเมืองหลวงในระยะนี้ไม่ได้ขอรับ คงต้องรอดูอาการพี่ใหญ่ให้มั่นคงเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
"ค่ารักษาพี่ชายเ้าแต่ละครั้งก็ไม่ใช่น้อย พวกเราทั้งครอบครัวมีรายได้ทางเดียวแต่กลับมีคนมาเพิ่ม หากเป็เช่นนี้ต่อไปจะเกิดปัญหาอย่างแน่นอน ไม่งั้นเราขายจวนนี้ไปเสียแล้วไปซื้อเรือนที่ใหญ่พอสักหน่อย ลดจำนวนบ่าวไพร่ลงไปก็จะลดค่าใช้จ่ายไปได้มากทีเดียว"
"เื่นี้สามารถทำได้ขอรับ ทุกวันนี้ก็มีพื้นที่จำนวนมากที่บ่าวไพร่ดูแลไม่ไหวและเราก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด เอาเงินไว้ปรับปรุงขยายกิจการก็ยังมีประโยชน์กว่า แต่ท่านพ่อก็เลือกดูเรือนใหม่ให้เหมาะสม อย่าให้ทุกคนต้องลำบากจนเกินไปก็แล้วกันขอรับ อีกไม่นานพวกเราคงจะผ่านพ้นอุปสรรคไปได้"
“ว่าแต่ภรรยาเ้าเถิด นางจะทนได้เช่นนั้นหรืออาซ่ง” เซียวหยุนยังคงกังวลใจกับผิงจินเยว่
“ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้ก็ให้นางจากไปเสีย อย่าเอาเื่ของนางมาทำให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องเป็ทุกข์เลยขอรับ เวลานี้พวกเราควรเอาใจใส่ครอบครัวพี่ใหญ่ให้มากหน่อยจะดีกว่า”
“ข้าขอบใจพวกเ้าที่อดทนอดกลั้นกับสกุลผิงเอาไว้ตลอด อีก 1 ปี พวกเราก็จะย้ายกลับเป่ยเจิ้งกัน ไม่จำเป็ต้องไปแก้แค้นอันใดกับคนสกุลผิงหรอก ครั้งนั้นพวกเ้ายังเด็กนักยังไม่รู้ความ แต่พ่ออยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด พ่อย่อมรู้ดีว่าพวกเราไม่ได้ลงทุนลงแรงอันใดมากเลย เมื่อครั้งที่ช่วยนายท่านผู้เฒ่าผิงก็ไม่ได้คิดจะหาประโยชน์หรือเรียกร้อง ให้เขาต้องมาชดใช้บุญคุณ แต่กลับเป็ท่านผู้เฒ่าที่พยายามตามหาพวกเรา เขาทำเพียงแค่มอบเงินเล็กน้อยกับพวกเราก็ได้ แต่เขากลับเลือกที่จะให้ที่ทำกิน ให้อาชีพ นี่เท่ากับว่าเป็สกุลเซียวทุกคนต่างหากที่ติดหนี้น้ำใจเขา ข้าไม่อาจลืมเลือนความดีของท่านปู่ใหญ่เ้าได้”
"พี่ใหญ่ก็กล่าวเช่นนี้กับข้ามาแล้วขอรับ เื่นี้ข้ารับปากพวกท่านได้”
………
เรือนไผ่เขียว
“นายหญิงเ้าคะ เมื่อครู่บ่าวในเรือนนายหญิงผู้เฒ่ามาแจ้งให้เตรียมเก็บข้าวของที่ไม่จำเป็ต้องหยิบใช้บ่อยๆ ส่งออกไปเรือนหลังใหม่ก่อนเ้าค่ะ”
“ข้าไม่มีสมบัติติดกายมาพวกเขาก็รู้ ที่ทำเป็ส่งคนมาช่วยเก็บของก็ไม่ใช่ว่าจงใจจะตอกย้ำข้าหรอกหรือพี่ชุ่ยอิง ไม่ต้องส่งอันใดออกไปล่วงหน้าทั้งนั้นล่ะ เสื้อผ้าเหล่านี้ก็เป็ผ้าชั้นดี ข้าไม่ยอมให้ผู้ใดมาหยิบจับได้ง่าย เดี๋ยวค่อยขนย้ายไปพร้อมกับพวกเราก็พอ จริงสิ!!พี่ชุ่ยอิงวันนี้พี่ไปจวนสกุลผิงมาแล้วหรือยัง”
“ไปมาแล้วเ้าค่ะ นายท่านไม่ยอมให้เข้าพบเช่นเคย บ่าวรออยู่หน้าจวนอยู่นานสองนานหวังว่าจะได้พบตอนนายท่านออกไปข้างนอก แต่นายท่านก็ไม่หยุดรถม้าฟังคำบ่าวสักคำเลยเ้าค่ะ”
ผิงจินเยว่พยามให้สาวใช้ชุ่ยอิงไปขอพบผิงซีหวงนานหลายเดือนแล้ว นางขาดเงินทองจะมาจับจ่ายใช้สอย แต่ก่อนสกุลเซียวยังส่งเงินประจำมาให้นางใช้เดือนละ 20 ตำลึง จากนั้นก็ค่อยๆ ลดลงมาเรื่อย ๆ เวลานี้นางได้รับเงินเพียงเดือนละ 8 ตำลึงเท่านั้น นางยังต้องจ่ายให้ชุ่ยอิงอีกเดือนละ 1 ตำลึงอีกด้วย นางคิดจะไปขอเงินจากท่านปู่และท่านพ่อมาใช้บ้าง
“ต่อไปเ้าไม่ต้องไปขอพบท่านพ่อแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะเขียนจดหมายให้เ้าไปฝากเอาไว้กับพ่อบ้านลี่ แล้วลองขอพบท่านแม่ดูว่าพวกเขาจะอนุญาตหรือไม่ หากพบท่านแม่ก็บอกนางไปว่าข้า้าเงิน”
“นายหญิงไม่อยากย้ายไปอยู่เรือนใหม่ใช่หรือไม่เ้าคะ" ชุ่ยอิงถาม
เรือนหลังใหม่ที่สกุลเซียวซื้อเอาไว้เมื่อเดือนก่อนกำลังตกแต่งอยู่ นางเคยไปดูมาแล้วครั้งหนึ่ง ที่นั่นมีขนาดเล็กกว่าจวนสกุลเซียวที่อยู่ปัจจุบันนี้ถึงครึ่งหนึ่ง แม้จะมีเรือนแยกออกมาส่วนตัว แต่ก็ไม่มีพื้นที่ใช้สอยอื่นนอกจากลานกลางบ้าน ที่อยู่ตรงกลางระหว่างเรือนสี่หลัง เป็ที่พักผ่อนหย่อนใจส่วนรวมเท่านั้น ยิ่งหากเทียบกับจวนสกุลผิง ขนาดเรือนใหม่นี้ยิ่งเล็กลงไปมากกว่า 5 เท่าเลยทีเดียว