Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    147 เก็บกวาด

    เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง!


    สายฟ้าฟาดโหมกระหน่ำเข้าโจมตีม่านพลังจนทำให้เกิดรอยร้าว แชมเปี้ยนจำนวน 5 คนที่อยู่ภายในม่านพลังพยายามถ่ายเทพลังคอสมิกไปยังสกิลป้องกันของตนเองเพื่อรักษาม่านพลังหลายชั้นไม่ให้พวกมันถูกสายฟ้าทำลาย จนกระทั่งพวกเขาที่ทิ้งตัวลงจากฟ้าสูงลอดผ่านประตูลงมาถึงชั้นที่ 14 ได้สำเร็จ แต่ละคนล้วนแสดงท่าทางโล่งใจ เมื่อครู่หากพวกเขายังคงอยู่ใกล้ประตูอีก 1 นาทีคงจะถูกสายฟ้าเผาร่างตายไปทั้งหมด


    “ เปิดไฟเร็วเข้า ”


    อุปกรณ์สร้างแสงสว่างเปิดกลางห้อง เผยให้เห็นดวงไฟทรงกลมลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อผลักมันไปด้านหน้า ไฟดวงเท่าลูกแตงโมก็สามารถส่องสว่างจนทำให้เห็นทุกอย่างที่อยู่ภายในชั้นที่ 14 ได้ทั้งหมด


    สิ่งที่แชมเปี้ยนทั้ง 5 คนมองเห็นคือมอนสเตอร์มากมายมหาศาล จำนวนพวกมันเยอะกว่ามอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ภายในชั้นที่ 13 ที่ล่ามาเป็นเวลาหลายปี จำนวนมอนสเตอร์ที่ปรากฎทำให้พวกเขารู้ดีว่าที่นี่คงไม่สามารถถูกเคลียร์ได้ในเวลา 1 หรือ 2 ปีแน่นอน ซึ่งมันทำให้คนที่เห็นภาพรู้ว่าเขาควรจะกลับออกไปบอกต้นสังกัดให้ล้มเลิกการล่าที่นี่ เพราะพวกเขากำลังเสียเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์  ต่อให้ร่างกายมอนสเตอร์จะมีค่าและโซลฟอร์ดที่ได้จากมันจะคุณภาพสูง การล่ามอนสเตอร์ระดับ 6 ดาวหรือสูงกว่ากลับให้ประโยชน์ที่สูงกว่ามาเสี่ยงตายที่นี่


    “ เสียงมาจากชั้นที่ 15 เอาไงดี ”


    แชมเปี้ยนทั้ง 5 คนหันมองหน้ากัน พวกเขาสามารถฝ่าลงไปยังชั้นที่ 15 ได้อีกชั้น  เมื่อตกลงกันได้แล้วจึงบินตามหาประตูทางเดินลงไปยังชั้นที่ 15 เพียงแต่ว่าพวกเขากลับไม่เจอทางลง มีเพียงประตูที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นเท่านั้น  ใจกลางประตูควรจะเป็นรูกลวงใช้เดินทางไปยังชั้นที่ลึกกว่านี้ มันกลับถูกปิดทับด้วยพื้นดินจนทำให้มอนสเตอร์กระจายตัวอยู่ทั่วห้อง  หากพวกเขาต้องการเดินทางลงไปจะต้องทำลายพื้นดินที่ปิดทับทางเดินเอาไว้


    “ นักเวทลองโจมตีดูหน่อย ”


    นักเวทนำไม้เท้าขึ้นมาถือเอาไว้ในมือแล้วเริ่มใช้สกิลสร้างบอลไฟขนาดใหญ่ ทันทีที่ขว้างบอลไฟลงไปยังใจกลางประตูเพื่อทำลายพื้นดิน มอนสเตอร์ด้านล่างกลับวิ่งสลับกันไปมาจนทำให้เกิดสายฟ้ากระแทกบอลไฟแตกกระจายบนอากาศ  การจะทำลายพื้นดินเป็นไปได้ยาก หากยังมีมอนสเตอร์วิ่งอยู่ด้านใต้


    “ ไม่ได้ มอนสเตอร์ขวาง ”


    “ งั้นคงต้องออกไปก่อน ”


    ตู้ม!


    เสียงการต่อสู้ยังคงดังมาจากชั้นที่ 15 ต่อให้ทางเข้าจะถูกปิดไปแล้วก็ตามเสียงยังคงส่งมาที่นี่ได้ การตามลงไปจะต้องใช้คนที่เยอะกว่านี้ แต่ทว่าการไล่ตามอาจจะทำให้พวกเขาเสียคนไปเป็นจำนวนมาก เมื่อรู้ว่าการรออยู่ด้านบนน่าจะให้ผลที่ดีกว่า พวกเขาจึงออกไปรอชั้นที่ 12 สุดท้ายคนที่กำลังสร้างเสียงระเบิดในชั้นที่ 15 จะต้องกลับขึ้นมา เมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะได้รู้เองว่าชายคนนี้ได้สิ่งใดมาบ้าง แต่ถ้าหากเขาไม่สามารถกลับขึ้นมาได้ ของทุกอย่างที่อยู่ชั้นที่ลึกลงไปก็รอให้พวกเขานำไปเก็บออกมา


    มู่มู่


    กระบองเพชรหดร่างให้เล็กลงแล้วชี้มือไปยังมอนสเตอร์ที่นอนอยู่รอบๆ แอ็กเซลจึงบอกให้พวกมันแทงรากดูดสารอาหารได้ตามใจชอบ สำหรับลิงพวกมันจะได้รับเพียงแค่สารอาหารที่ทำให้อิ่มท้องจนสามารถต่อสู้ครั้งถัดไปได้เท่านั้น พวกมันไม่สามารถดูดสารอาหารแล้วเปลี่ยนให้เป็นค่าประสบการณ์ได้เหมือนมอนสเตอร์ที่เขาได้จากอาชีพ


    หลังจากใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงไปกับการปล่อยให้เจ้าตัวน้อยดูดสารอาหารจนอิ่ม แอ็กเซลจึงมองดูโซลฟอร์ดที่เขาได้จากมอนสเตอร์ที่นี่


    “ บูมเมอแรงเหรอ ”


    บูมเมอแรงขนาดพอดีมือคือสิ่งที่เขาได้จากมอนสเตอร์กิ้งก่า นับจำนวนได้ราว 331 อัน โดยอาวุธระดับ 5 นั้นราคาสูงเป็นอย่างมาก เขาจึงคิดว่าจะนำไปขายให้กับแชมเปี้ยนที่จุดจอดยาน อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้คุณสมบัติของมันว่าทำสิ่งใดได้บ้างจึงทำสัญญากับมัน 1 อันเพื่อทดสอบ


    ทันทีที่เก็บบูมเมอแรงแล้วเรียกมันออกมาถือในมือ แอ็กเซลจึงลองขว้างปามันไปยังผนังที่อยู่ทางฝั่งทิศเหนือของห้อง ทันทีที่บูมเมอแรงปะทะเข้ากับผนัง แสงสีขาวราวกับสายฟ้าของกิ้งก่าก็ได้ระเบิดออกมาจากบูมเมอร์แรงทำลายสิ่งที่อยู่รอบๆสร้างรัศมีโจมตีราว 10 เมตร ถึงแม้จะไม่สามารถทำลายผนังห้องได้ก็ตาม แอ็กเซลกลับสามารถคาดการณ์ความแรงในการระเบิดของมันได้


    สายฟ้าเมื่อครู่ที่ปลดปล่อยออกมาจากบูมเมอแรงรุนแรงเป็นอย่างมาก คาดว่าสามารถเล่นงานระดับ 6 ดาวให้บาดเจ็บสาหัสได้ไม่มากก็น้อย แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็นอาวุธที่ใช้ได้เพียง 1 ครั้ง การโจมตีที่รุนแรงที่สร้างขึ้นเกิดการจากการทำลายตัวเองของบูมเมอแรงที่ปาออกไป


    รอยยิ้มฉีกกว้างบนใบหน้าแอ็กเซล  เดิมทีเขากลัวว่ามันอาจจะไม่สามารถขายได้  ในทักษะมากมายไม่ค่อยมีทักษะบูมเมอแรงวางขาย การโจมตีระยะไกลส่วนมากจะเป็นธนู หน้าไม้และปืน บูมเมอแรงเป็นสิ่งที่หาได้ยาก


    แต่ตอนนี้เขาเชื่อว่าบูมเมอแรงไม่ใช่สิ่งที่ขายได้ยาก เพียงแค่เขาวางขายจะต้องมีคนจำนวนมากซื้อมันไป การปลดปล่อยพลังทำลายที่สามารถฆ่าระดับ 6 ดาวได้ คือสิ่งที่ชักจูงให้คนที่ล่าภายในพื้นที่ระดับ 5 ซื้อมัน


    “ เหลือ 330 แล้วก็ยังมีอีก 4 ชั้น”


    แอ็กเซลไม่นับรวมชั้นที่ 20 บนใบหน้าของเขาถึงขั้นปรากฎรอยยิ้ม เงินมหาศาลที่จะได้ในอนาคตทำให้เขาหุบยิ้มไม่อยู่เพราะมันเพียงพอจะทำให้เขาที่เลื่อนไปยังระดับ 6 ดาว มียาและมีอาวุธชุดเกราะใช้งาน


    หลังจากเก็บมอนสเตอร์ในพันธะเตรียมจะเดินทางต่อ แอ็กเซลก็ได้เรียกวูดเวิร์มทั้ง 4 ตัวออกมาจากสกิลแล้วปล่อยให้พวกมันไล่กลืนกินศพรอบๆ ต่อให้สารอาหารจะถูกกระบองเพชรและผองเพื่อนดูดซับออกไปแล้ว กระดูก เนื้อ หนัง ยังคงมีประโยชน์สำหรับวูดเวิร์ม ด้วยสกิลกลืนกินของมันสามารถสลายสิ่งเหล่านี้ให้กลายเป็นพลังงานและค่าประสบการณ์ได้ ซึ่งตอนนี้พวกมันได้กลายเป็นระดับ 4 แล้วหลังจากที่แอ็กเซลได้ป้อนศพมอนสเตอร์ระดับ 5 ให้พวกมันตลอด ถึงแม้สกิลของมันจะไม่เพิ่มขึ้น ขนาดตัวของพวกมันที่ใหญ่โตถึง 40 เมตรคือสิ่งที่น่ากลัว ในอนาคตเขาเชื่อว่าพวกมันจะกลายเป็นเครื่องทำลายล้างระดับดวงดาวได้แน่นอน


    “ ไปกันเถอะ ”


    นกน้อยบินลงไปยังชั้นที่ 16 จากนั้นแอ็กเซลก็ปล่อยมอนสเตอร์ในพันธะทั้งหมดออกมาโจมตี เขาได้ปล่อยสปอร์มาที่นี่ล่วงหน้าแล้ว ไม่ใช่แค่ชั้นที่ 15  เท่านั้น ชั้นที่ 16 แห่งนี้และชั้นอื่นๆไปจนถึงชั้นที่ 20 ทุกชั้นล้วนแล้วถูกสปอร์ของเขาเล่นงานจนมอนสเตอร์ไม่สามารถใช้พลังคอสมิกได้อีกต่อไป พวกมันทำได้เพียงรอคอยความตายจากฝูงมอนสเตอร์ของเขาที่กำลังจะเคลื่อนตัวลงไปหา


    การกวาดล้างเริ่มต้นขึ้น พิกซี่น้อยที่ค่าประสบการณ์เต็มแล้วเริ่มกระจายตัวเก็บโซฟอร์ด ตัวที่ถือกำไลข้อมือของแอ็กเซลพยายามบินไปรอบๆเพื่อให้กำไลข้อมือของเขาเก็บเศษเสี้ยวพลังจากร่างมอนสเตอร์ที่ตกตาย จนสุดท้ายชั้นที่ 16 ไม่เหลือมอนสเตอร์ เขาจึงให้เจ้าตัวน้อยดูดซับพลังแล้วปล่อยวูดเวิร์มออกมากินซากศพที่เหลือ


    “ ดูเหมือนว่าระดับ 5 จะไม่มีในฐานข้อมูลของกำไลจริงๆสินะ หวังว่าทางฐานจะมีวิธีจัดการกับแต้มพวกนี้นะ ”


    แอ็กเซลรู้สึกวิตกกับแต้มบนกำไลข้อมือ การฆ่ามอนสเตอร์ระดับ 4 ดาวเขาจะได้แต้มจากมันตัวละ 100 หน่วย เพียงฆ่าให้ได้ 10,000 ตัวเขาก็สามารถเก็บแต้มเพื่อเข้าสู่รอบต่อสู้ของ 7 มังกรและฟีนิกส์ได้ ทว่าการจะหามอนสเตอร์ให้ครบหมื่นไม่ใช่เรื่องง่าย


    แต่การล่าที่นี่เขาไม่จำเป็นต้องวิ่งหามอนสเตอร์เลยด้วยซ้ำ พวกมันอยู่กันเป็นฝูงและอยู่กันเป็นจำนวนมาก แต่ละตัวเป็นระดับ 5 ดาว หากเขาประเมินแต้มที่ได้จากพวกมันจะต้องสูงกว่าระดับ 4


    เพียงแต่ว่าแต้มที่ปรากฎบนกำไลข้อมือกลับมีเพียง 232,100 แต้ม ซึ่งมันเท่ากับจำนวนมอนสเตอร์ที่เขาฆ่าตายในชั้นที่ 15 และ 16  ต่อให้ทางฐานจะระบุจำนวนแต้มจากพวกมันไว้แค่ 100 หน่วยก็ตาม อย่างน้อยเขาจะต้องได้แต้มราว 23,210,000 แต้ม ซึ่งมันมากมายมหาศาลสำหรับเขา ทว่าเขากลับกลัวสิ่งที่ฐานจะตอบกลับมา หากพื้นที่ระดับ 5 ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของฐานและสหพันธ์ แต้มที่เขาได้คงอยู่ที่หลักล้านต้นๆเท่านั้น 


    “ หวังว่าฐานจะเปลี่ยนมันเป็นแต้มให้นะ ”


    แอ็กเซลมุ่งหน้าสู่ชั้นที่ 17 จากการคาดการเขาคิดว่าไม่เกิน 5 ชั่วโมงคงไปถึงชั้นที่ 20 ได้แน่


    ---------------------------------------------------------------


    “ ยังมีเสียงอยู่ ถึงแม้จะเบาลงมากแล้วก็เถอะ ”


    เครื่องตรวจจับเสียงเริ่มแยกเสียงที่มาจากที่อื่นให้คนที่อยู่ภายในชั้น 12 รับทราบว่าชั้นที่ลึกลงไปยังมีการปะทะกันระหว่างมอนสเตอร์และเด็กหนุ่ม ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นลงไปถึงชั้นไหนแล้วก็ตาม


    ขณะที่ทุกคนรอดูว่าเสียงๆนี้จะดังขึ้นได้นานแค่ไหนนั้น หนึ่งในคนที่เดินทางไปยังจุดจอดยานก็ได้วิ่งกลับเข้ามาชั้นที่ 12 ด้วยใบหน้าแตกตื่น  หลังจากที่เขาลองไปสืบค้นข้อมูลของเด็กหนุ่มที่ลงไปยังชั้น 14


    “ ได้ความว่ายังไง ”


    “ ได้ข้อมูลมาแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่การณ์คาดการก็เถอะ ”


    เด็กหนุ่มที่พวกเขามองเห็นปกปิดใบหน้า อย่างไรก็ตามรูปร่างของเขากลับใกล้เคียงข้อมูลที่กลุ่มนักศึกษาคุยกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะคาดการณ์


    “ รูปร่างของชายหนุ่มที่ลงไปยังชั้นที่ 14 ใกล้เคียงกับอันดับ 1 ของรายการ 7 มังกรและฟีนิกส์มาก ”


    “ หืม งั้นก็ไม่แปลกที่เขาจะล่าคนเดียว แล้วอะไรทำให้นายตกใจขนาดนั้น แค่เด็กที่เป็นอันดับ 1 ของ 7 มังกรและฟีนิกส์ไม่ควรจะทำให้ตกใจได้มากขนาดนี้นะ ”


     7 มังกรและฟีนิกส์คือตำแหน่งที่มอบให้กับเด็ก 7 คนที่จะกลายเป็นเสาหลักของสหพันธ์ ทุกๆปีจะมี 7 มังกรปรากฎขึ้นจากการแข่งขัน ถึงอย่างนั้นก็มีข่าว 7 มังกรและฟีนิกส์ตกตายระหว่างล่าเช่นเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่ที่รู้ว่าคนที่ลงไปเป็น 1 ใน 7 มังกรและฟีนิกส์ แต่ท่าทางของชายที่ค้นหาข้อมูลกลับทำให้คนที่อยู่รอบๆสงสัย


    “ เขาไม่ธรรมดา อาชีพของเขามี 2 อย่าง หนึ่งคือจอมเวทที่ใช้ธาตุได้หลากหลาย สองคืออาชีพผู้ทำพันธะกับพฤกษาที่กลายพันธุ์ ”


    “ 2 อาชีพเลยเหรอ ”


    “ ใช่ หนึ่งอาชีพหายากอีกหนึ่งอาชีพกลายพันธุ์ สิ่งที่น่ากลัวคืออาชีพกลายพันธ์ุของเขามีสกิลที่ทำให้ศัตรูหมดพลัง ”


    “ พละกำลังหดหายเหรอ ”


    “ ไม่ใช่ พลังคอสมิกสลายต่างหาก เขาสามารถสร้างสปอร์ที่ใช้ดูดพลังคอสมิกออกจากร่างศัตรูได้ ยังไม่มีใครรู้ขอบเขตพลังทำลายของมัน รู้แค่ว่าระดับ 5 ที่ถูกสกิลนี้เข้าไปล้วนแล้วหมดพลังในเวลา 5 - 10 นาทีเท่านั้น ”


    “ เดี๋ยวนะ หรือว่าสายฟ้าที่เราได้ยินก่อนหน้านั้น ”


     “ น่าจะเป็นสกิลของเขา ”


    ทุกคนที่อยู่ภายในชั้น 12 เบิกตาโต  เสียงสายฟ้าที่ส่งมาจากชั้นใต้ดินหายไปแล้ว หมายความว่ามอนสเตอร์ถูกดูดพลังคอสมิกออกจากร่างไปทั้งหมด ต่อมามีการระเบิด คงเป็นเสียงที่เกิดจากการโจมตีของเขา เมื่อทุกคนคาดการณ์หลายอย่างจากข้อมูลน้อยนิด พวกเขาก็รู้ได้เลยว่าแอ็กเซลวางแผนล่าเป็นอย่างดี เขาเลือกที่จะไม่ฆ่ามอนสเตอร์ในชั้นที่ 14 เพราะต้องการใช้มันขัดขวางไม่ให้ใครตามไป.