บทที่ 5 อร่อยจนน้ำตาไหล
เธอมองเด็กน้อยที่จ้องมองเธออย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาทั้งคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
ซูช่านเข้าใจดีว่า การจะได้รับความไว้วางใจจากเด็กทั้งสามคนนั้นต้องใช้เวลา
เธอไม่ได้สนใจท่าทางของพวกเขาเลย
“พวกนายไปล้างมือล้างหน้ากันก่อน ป้าซื้อขนมเปี๊ยะถั่วเขียวมา ใครไม่ล้างไม่มีส่วนแบ่งนะ” พูดจบเธอก็จูงมือเสี่ยวเถียนเข้าไปในบ้าน
เมื่อได้ยินคำว่าขนมเปี๊ยะถั่วเขียว ลู่เหวินเฮ่าก็ร้อง “ว้าว” แล้วรีบวิ่งไปล้างมือล้างหน้าที่อ่าง
ลู่เหวินยวนมองไปในบ้าน ดูเหมือนจะยังไม่เชื่อ
“พี่ รีบล้างสิ ไม่อย่างนั้นไม่ได้กินขนมเปี๊ยะถั่วเขียวนะ”
น้ำในอ่างกระเด็นไปทั่วเพราะลู่เหวินเฮ่า เหมือนกำลังว่ายน้ำ
ลู่เหวินยวนได้ยินน้องชายพูดแบบนั้นก็รีบเข้าไปล้างบ้าง
ซูช่านพาเสี่ยวเถียนเข้าไปในบ้าน เปิดห่อผ้า หยิบขนมเปี๊ยะถั่วเขียวหนึ่งจินออกมา แกะกระดาษห่อ หยิบขนมเปี๊ยะถั่วเขียวชิ้นหนึ่งส่งให้เสี่ยวเถียน
เด็กหญิงถือขนมเปี๊ยะถั่วเขียวพลางกลืนน้ำลาย แล้วหันไปมองลู่จ้านตงที่นอนอยู่บนเตียง
“เสี่ยวเถียนกินเองเลย ของพ่อก็มี”
ซูช่านหยิบอีกชิ้นส่งให้ลู่จ้านตง
ลู่จ้านตงมองขนมเปี๊ยะถั่วเขียวในมือ แล้วมองซูช่าน แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงแหบพร่าเล็กน้อย “ซูช่าน ขอบคุณนะ...”
“ขอบคุณทำไม? ต่อไปนี้เราเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนี่”
“เธอเก็บไว้ให้เด็กๆ เถอะ” ของแพงแบบนี้ ลู่จ้านตงไม่กล้ากิน
“ตอนนี้คุณยังาเ็ ยิ่งต้องบำรุงร่างกาย อีกอย่างฉันซื้อมาหลายจินอยู่แล้ว”
เจียงอวี้หรงไม่รู้ไปหาคูปองมาจากไหนเยอะแยะ ก่อนออกจากตัวเมือง ซูช่านใช้คูปองที่พอจะใช้ได้หมดเลย
ตอนนั้นแทบจะทำให้เจียงอวี้หรงเป็ลม
เมื่อได้ยินแบบนั้น ลู่จ้านตงก็เก็บมือ
ไม่นานลู่เหวินเฮ่ากับลู่เหวินยวนก็เข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นขนมเปี๊ยะถั่วเขียวในมือซูช่าน ดวงตาของลู่เหวินเฮ่าก็เป็ประกาย กลืนน้ำลายไม่หยุด
ลู่เหวินยวนไม่พูดอะไร ทำหน้าบึ้งตลอด แต่ั์ตาก็มองขนมเปี๊ยะถั่วเขียวในมือซูช่านอยู่บ่อยๆ
ถึงแม้เขาจะเป็พี่ใหญ่ในบ้าน แต่สุดท้ายก็ยังเป็แค่เด็ก
ซูช่านยิ้มให้ทั้งคู่ ก่อนจะส่งขนมให้คนละชิ้น
ลู่เหวินเฮ่ากัดเข้าไปคำหนึ่ง ขนมเปี๊ยะถั่วเขียวทั้งนุ่ม หวาน หอม อร่อยจนน้ำตาไหล
ซูช่านหยิบลูกอมกระต่ายขาว อีกสองเม็ดให้ลู่เหวินยวน ถึงแม้จะเป็ลูกอมที่ไม่เคยกินมาก่อน แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงนิ่งเฉย
แต่พอกินขนมเปี๊ยะถั่วเขียวเข้าไป ดวงตาก็เป็ประกาย
อร่อยมาก
พวกเขาไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้มาก่อน
ปกติแค่กินให้อิ่มท้องก็เป็เื่ฟุ่มเฟือยแล้วสำหรับพวกเขา
เมื่อเห็นเด็กๆ กินอย่างเอร็ดอร่อย ซูช่านก็หยิบมากินชิ้นหนึ่ง
ระหว่างกิน เธอก็ถามเื่ราวในบ้าน
ลู่เหวินเฮ่าเปลี่ยนท่าทีกับซูช่านทันที เพราะได้กินขนมเปี๊ยะถั่วเขียวของป้าอ้วนคนนี้
ทั้งยังวิ่งไปเปิดกล่องไม้ที่ข้างห้องด้วย
ซูช่านเดินเข้าไปดู กล่องไม้เก่าๆ นั้นบรรจุสมบัติทั้งหมดของบ้านนี้
นอกจากผ้าห่มทหารของลู่จ้านตงแล้ว ยังมีเสื้อผ้าขาดๆ ดูเหมือนจะเป็ของที่คนอื่นเคยใส่ นอกนั้นก็เป็ชุดทหารของลู่จ้านตง
ซูช่านมองดูของที่ดูยากจนเหล่านี้ก็รู้สึกจนใจ
ของพวกนี้รวมกัน ยังไม่เยอะเท่าของที่เธอนำมาด้วยซ้ำ
ซูช่านอยากจะถามลู่จ้านตงว่าทำไมมีของแค่นี้ แต่ก็ตัดสินใจไม่ถาม
ผู้ชายแบบเขา มาถึงจุดนี้ได้แสดงว่าคงทำอะไรไม่ได้แล้ว
แต่นั่นเป็เื่ของเมื่อก่อน ตอนนี้เธอมาแล้ว
ซูช่านตัดสินใจทันทีว่าจะโยนผ้าห่มทหารผืนเก่าที่เขาปูนั่นทิ้ง เพราะมันสกปรกและเหม็นมาก นั่งอยู่ในห้องยังรู้สึกกินอะไรไม่ลง
ลู่จ้านตงไม่ได้พูดอะไร แค่ผู้หญิงคนนี้แบ่งของกินให้ลูกๆ เขาก็รู้สึกขอบคุณมากแล้ว
หลังจากได้กินขนมเปี๊ยะถั่วเขียว เด็กๆ ทั้งสามก็ทำงานอย่างขยันขันแข็ง
ช่วยงานซูซ่านตลอด ถึงแม้จะเป็เด็ก แต่ก็ช่วยได้เยอะ
ทุกคนช่วยกันยกที่นอนเก่าออก เอาผ้าห่มทหารในกล่องมาปูให้ลู่จ้านตงใหม่
ซูช่านกับเด็กๆ ทั้งสองเอาที่นอนเก่าไปทิ้งข้างนอก แล้วให้พวกเขาราดน้ำ กวาดพื้นให้สะอาด
ห้องที่เคยเหม็นอับ ตอนนี้ก็สดชื่นขึ้นมาก
หลังจากทำงานอยู่พักหนึ่ง ซูช่านก็เหนื่อยจนหอบ นั่งลงคุยกับลู่จ้านตง
มีบางเื่ที่เธอต้องพูดให้ชัดเจน
“นายเป็ผู้บังคับกองพันมานานแค่ไหนแล้ว?”
“สามปีกว่าแล้ว”
“เงินเดือนเดือนละเท่าไหร่?”
“ร้อยกว่าหยวน”
“ร้อยกว่าหยวน? แล้วเงินของนายล่ะ? ตอนที่นายอยู่ในกองทัพ ไม่ได้ส่งเงินกลับบ้านเหรอ?”
สีหน้าของลู่จ้านตงดูหนักใจ “ตอนที่เด็กทั้งสามคนนี้มา ฉันเก็บไว้เดือนละสิบกว่าหยวน ที่เหลือส่งกลับบ้านหมด”
ซูช่านพยักหน้า “ใครเป็คนไปรับเงิน?”
“ทุกครั้งพี่รองเป็คนไปรับ”
“แล้วหลังจากที่ขานายาเ็ ทางบ้านได้ออกเงินรักษานายบ้างไหม?”
คำถามนี้ทำให้ลู่จ้านตงเงียบไป เขาไม่ได้ตอบซูช่านเข้าใจทันที
ไม่ได้ออกเงินสักหยวน!
หึ โหดร้ายจริงๆ
“คุณลุงรองเป็คนเลว! ย่าก็เป็คนเลว!”
ลู่เหวินเฮ่าพูดอย่างไม่พอใจ ลู่จ้านตงมองเขาด้วยสายตาเ็า
“ลู่เหวินเฮ่า อย่าพูดจาไร้สาระ!”
ลู่เหวินเฮ่าก้มหน้าไม่พูด แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอม
ปกติครอบครัวของย่าทำกับครอบครัวของพวกเขาสี่คนยังไง เขาเห็นหมด
พี่ชายเคยพูดกับเขาลับหลังหลายครั้งแล้วว่า โตขึ้นพวกเขาต้องเก่งขึ้น ต้องทำให้คนที่ดูถูกพวกเขาได้เห็น!
“แล้วพวกนายย้ายมาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว?”
“สองเดือนกว่าแล้ว”
สองเดือนกว่าแล้ว... ซูช่านนับถือลู่จ้านตงเลยจริงๆ าเ็สาหัสขนาดนี้ยังมีชีวิตรอดมาได้ นับเป็ปาฏิหาริย์จริงๆ
แต่เธอก็นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งในนิยาย
หลังจากที่เ้าของร่างเดิมป่วยหนักตายที่หมู่บ้านเถาฮวา ไม่นานลู่จ้านตงก็ดูเหมือนจะหมดสติ จากนั้นก็ติดเชื้อตาย
นั่นหมายความว่า อาการาเ็ที่ขาของเขาต้องได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด!
ซูช่านพยักหน้า เธอรู้เื่ราวทั้งหมดแล้วจึงหันไปมองเด็กชายทั้งสอง
“เหวินเฮ่า เหวินยวน พวกเราไปที่กองผลิตกันหน่อยได้ไหม?”
ลู่เหวินเฮ่าอาสาตัวทันที “ผมรู้ทาง!”
“ซูช่าน เธอจะไปทำอะไร?”
ลู่จ้านตงกังวลเล็กน้อย
ซูช่านยิ้มให้เขา “ครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ จะรอให้คนอื่นมาช่วยตลอดก็ไม่ได้ ที่บ้านไม่มีแม้แต่หม้อ ฉันจะไปดูหน่อยเพื่อจะทำอะไรได้บ้าง”
คำพูดของซูช่านมีเหตุผล ลู่จ้านตงได้แต่กำชับเธอ “ลุงโจวเป็คนดี ปกติก็ดูแลพวกเรา เธอไปแล้วอย่าทำให้เขาลำบากใจล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้อยู่แล้ว”
ก่อนออกไป ซูช่านหันไปมองลู่เสี่ยวเถียน “เสี่ยวเถียน อยู่ดูแลพ่อที่บ้านนะ เดี๋ยวป้ากลับมาจะทำของอร่อยๆ ให้กิน”
ถึงแม้เด็กหญิงจะขี้อายไม่กล้าพูด แต่ป้าอ้วนคนนี้ให้ของอร่อยๆ เธอกิน เธอจึงคิดว่าเป็ป้าที่ดี เด็กหญิงมองซูช่านแล้วพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง
ไม่นานซูช่านก็พาเด็กๆ ทั้งสองออกไป