ผมไม่เสียเวลาอีกต่อไป สั่งการระบบในใจทันที “ระบบ... ใช้สกิล วอดก้า & โซดา และสกิล ปั่นป่วน กับเธอทีสิ”
[รับทราบ สกิลทั้งสองทำงาน]
ตอนนี้สกิลไว้วางใจ ก็สามารถงานใช้ได้ แต่ผมแค่ไม่อยากใช้กับกุลนิภาตอนนี้ก็เท่านั้นเอง ผมอยากให้เธอหวาดระแวงผมแบบนี้ไปสักพักก่อน
ทันทีที่สกิลทำงาน ผมก็ดึงปลอกหมอนที่คลุมอยู่บนศีรษะของเธอออก ก่อนจะยืนมองดูผลลัพธ์บนใบหน้าของเธอ
ใบหน้าขาว ๆ ของเธอตอนนี้แก้มทั้งสองแดงก่ำ ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง พลันเยิ้มลงอย่างเห็นได้ชัด ท่าทีของเธอผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าความกลัวและความเครียดได้ถูกแทนที่ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ปลุกเร้าอารมณ์
“แก... แกทำอะไรฉัน” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แผ่วพร่าและหายใจถี่ ดวงตาที่เยิ้มมองมาที่ผมอย่างสับสน “ทำไมฉันรู้สึก... แบบนี้”
“รู้สึกแบบไหนเหรอครับ บอกผมหน่อยสิ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์และนุ่มนวล ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เธออีกครั้ง
แต่ทว่าเธอกลับไม่ตอบผม เอาส่ายศีรษะไปมา เพื่อสลัดอาการแปลก ๆ ของตัวเองที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
ผมเอื้อมมือไปหยิบปืนที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วทำท่าทีเก็บใส่กระเป๋า แต่จริง ๆ แล้วผมใช้สกิลคลาวด์เก็บมันเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ในเมื่อเธอไม่ตอบผมจึงเอ่ยต่อว่า “หันหลังมาสิครับ” ผมบอกเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างจงใจ “เดี๋ยวผมจะปลดกุญแจมือออก แล้วเปลี่ยนมาใส่ด้านหน้าแทน จะได้สบายๆ”
เธอนิ่งมองผมอยู่สักพัก สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสน และฤทธิ์ของสกิล ก่อนจะยอมทำตามที่ผมบอก
เมื่อจัดการเปลี่ยนกุญแจมือ ใส่ไว้ด้านหน้าเรียบร้อยแล้ว เธอก็มองผมอย่างสับสนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ติดอยู่ในใจ “แกเอาพวกนั้นไปไว้ไหน”
เธอถามเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความรู้สึกหวาดกลัวและโกรธแค้นได้ถูกบดบังด้วยพลังของสกิล
“อยู่สักห้องในบ้านหลังนี้...แหละครับ จะสนไปทำไม” ผมพูดอย่างไม่ลงรายละเอียด
จากนั้นผมก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันที สั่งเธอเสียงแข็ง “นอนลง แล้วเอาหัวหนุนตักผมซะ!”
เธอไม่ทำตามคำสั่ง แต่ถามผมกลับมาแทน “บอกมาเดี๋ยวนี้ แกจะทำอะไรฉัน!” เธอถามอย่างหวาดระแวงและไม่เข้าใจ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสับสนกับคำสั่งที่ไม่สมเหตุสมผลนี้
“บอกให้ทำอะไรก็ทำเถอะน่า” ผมพูดเสียงเรียบ แต่คำพูดนั้นแฝงไว้ด้วยอำนาจเหนือกว่า “ถ้าไม่อยากให้เรื่องชั่ว ๆ ของคุณมันหลุดออกไป...ก็ทำตามที่ผมบอกซะ” ผมใช้คำขู่นี้เพื่อทำให้เธอไม่กล้าขัดขืน “นอนลงซะ”
ทันใดนั้น เธอก็ตาแข็งใส่ผม เป็นความพยายามสุดท้ายที่จะต่อต้าน แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อคำขู่และอาการที่ผิดปกติ จนเธอยอมนอนลง และเอาศีรษะหนุนตักของผมอย่างจำใจ
“แกใช้ยาอะไรกับฉัน ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้” เธอยังคงสงสัยกับอาการของตัวเองที่เป็นอยู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ ดวงตาที่เยิ้มมองมาที่ผมด้วยความต้องการคำตอบ
ผมเอื้อมมือข้างหนึ่งไปลูบศีรษะของเธอเบา ๆ เป็นสัมผัสที่ขัดแย้งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ผมไม่ตอบคำถามของเธอ แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องคิดตาม
“ทำไมคนสวย ๆ อย่างคุณถึงเป็นคนเลวได้ขนาดนี้ คุณรู้ตัวไหมว่าสิ่งที่คุณทำอยู่มันเลวขนาด... ไหน” ผมเน้นคำสุดท้าย
ขณะที่เน้นคำว่า ไหน นั้น ผมก็กำเรือนผมของเธอ แล้วออกแรงดึงเบา ๆ
จังหวะนั้นเอง มือของเธอที่ถูกใส่กุญแจมืออยู่ด้านหน้า ก็พยายามจะยกขึ้นมาตีศีรษะผมด้วยด้วยแรงที่เบาหวิว ด้วยสัญชาตญาณ ผมก็คว้าไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่มือของเธอจะแตะต้องตัวผม
“อย่าให้มีอีกเป็นครั้งที่สอง!”
ผมพูดเสียงเย็นยะเยือกใส่หน้าเธอ พร้อมกับตรึงข้อมือของเธอไว้แน่น “แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน!”
เธอนิ่งงันไปทันที ดวงตาของเธอจ้องมองผม อย่างอาฆาตและแค้นเคือง
“ไหนบอกผมมาซิ” ผมถามด้วยน้ำเสียงยียวนและเย้ยหยัน “ว่าคุณรู้สึกอะไรอยู่ตอนนี้ ผมจะช่วยคุณเอง”
แต่เธอกลับไม่ตอบผมเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้นไม่เลิก ด้วยดวงตาที่อาฆาตไม่ยอมเปิดเผยความรู้สึกภายในออกมา
ผมยิ้มมุมปากอย่างมีชัย ก่อนจะใช้มือบีบคางของเธอเบา ๆ จนริมฝีปากของเธอเผยอออก
“ปากแข็งจังเลยนะ...” ผมพูดพลางเลียริมฝีปากตัวเองช้า ๆ
จากนั้นมือผมก็เลื่อนลงมาอย่างช้า ๆ ลูบไล้ไปที่ซอกคอ ต่อด้วยไหปลาร้าของเธออย่างเยือกเย็น ก่อนจะล่วงลงไปในร่มผ้า ตรงเนินอกของเธอ
สิ่งที่ผมทำ มันทำให้เธอแสดงอาการปั่นป่วนทางอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาของเธอกะพริบถี่ขึ้นและหายใจติดขัด
ก่อนที่เธอจะทันได้ส่งเสียงออกมา เธอก็ยกแขนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเพื่อจะตีผมอีกครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ
ผมใช้มืออีกข้างรับแขนที่พุ่งเข้ามาของเธอไว้ ในขณะที่มือที่อยู่ใต้เนื้อผ้ายังคงบีบคลึงเต้าเนื้อของเธออย่างอ่อนโยน เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามเธอ
“เมื่อกี้ผมก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอ... ว่าอย่าให้มีครั้งที่สอง” ผมกระซิบเสียงเรียบใส่หูเธอ
จากนั้นผมก็ดึงมือออกจากหน้าอกของเธออย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า มันไม่ใช่โทรศัพท์ของผม แต่เป็นของลูกน้องของเธอ
“โทรศัพท์ลูกน้องของคุณเนี่ย ข้อมูลเยอะดีแฮะ” ผมพูดอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่ว่าจะเป็นรูปถ่าย... ข้อความที่ส่งหากัน... ประวัติการโทร... มีเยอะเต็มไปหมดเลย”
ผมก้มลงไปมองเธอที่ยังคงหนุนตักผมอยู่ ก่อนจะกระซิบเสียงแผ่วข่มขู่ไป
“เลือกไม่ถูกเลยแฮะ ว่าจะเอาอะไรโพสต์ลงโซเชียลก่อนดี...”
“แก...” เธอขึ้นเสียงใส่ผม เสียงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ ความหวาดกลัวต่อชื่อเสียงเข้าจู่โจมเธออย่างรุนแรง
ทันทีที่เสียงของเธอสิ้นสุดลง ผมก็เอ่ยอย่างสบาย ๆ และเยือกเย็น ราวกับกำลังเลือกเมนูอาหาร
“เอาเป็นแชทที่คุยกันดีกว่า... เยอะดี”
“ก็ได้! ก็ได้! ฉันไม่ทำแล้ว...” เธอตวาดออกมาอย่างหมดความอดทนและจำยอม น้ำตาคลอเบ้า “แกจะทำอะไรก็เชิญเลย... ไอ้สารเลว!”
ผมยิ้มแย้มอย่างพอใจและมีชัย ในที่สุดเธอก็ยอมจำนน
ผมเอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าอย่างนั้นก็อยู่เฉย ๆ” ผมเว้นจังหวะเพื่อเน้นย้ำ “ถ้าผมไม่สั่งก็อย่าได้ทำอะไรรู้ไหม ผมจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย...”
ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ผมก็ล่วงมือที่เย็นเฉียบเข้าไปใต้เนื้อผ้าของเธออีกครั้งอย่างช้า ๆ มือของผมทั้งสองข้างนวดคลึงเต้าเนื้อนิ่มทั้งสองอย่างนุ่มนวล ความอ่อนโยนในการสัมผัสนี้ยิ่งทำให้เธอสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น
ผมมองใบหน้าของเธอตอนนี้
มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความเร้าร้อนที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมา พร้อมกับฤทธิ์ของสกิลทั้งสองที่ผมใช้กับเธอไป
มันทำให้เธอเคลิบเคลิ้มอย่างไม่ควรจะเป็น ในสถานการณ์ที่กำลังถูกคุกคามเช่นนี้
เธอหายใจถี่ ร่างกายสั่นสะท้าน ขณะที่ผมเขี่ยยอดอกที่เริ่มแข็งเป็นไต การตอบสนองทางร่างกายของเธอ ได้ทรยศความรู้สึกสำนึกของเธออย่างสิ้นเชิง
“เสียวไหมครับ” ผมถามด้วยน้ำเสียงหวานหยด แต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“นี่... เหรอเรื่องสนุกที่แกคิดจะทำ ต่ำช้า...”
เธอถามพลางจ้องตาผมอย่างตัดพ้อ เม้มปากแน่นเพื่อปกปิดความซ่านหวิวที่กำลังเกิดขึ้น และไม่สามารถควบคุมได้
“วันก่อนผมได้ยินว่า... อะไรนะ...”
ผมทำท่าทีครุ่นคิด ขณะที่มือก็ลูบคลำไปทั่วเนินอกนุ่มอย่างต่อเนื่อง “คุณไม่ทำอะไรเลย... มัวแต่ทำงาน งานมันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ” ผมเลียนแบบน้ำเสียงที่ได้ยินมา
“เขาพูดแบบนี้แหละ” ผมพูดพลางจ้องตาเธอไม่เลิก เป็นการย้ำว่าผมรู้เรื่องส่วนตัวของเธอมากแค่ไหน
“คุณไม่บอกไปเลยล่ะ ว่าเขาแก่จะตายอยู่แล้วใครอยากจะไปทำแบบนั้นด้วย” ผมยิ้มอย่างพอใจที่พูดออกไปอย่างเหยียดหยาม
“ผมพูดถูกไหม”
“ตอบผมมาสิ” ผมตาแข็งใส่เธอเพื่อบีบเอาคำตอบ
เธอร่างกายสั่นสะท้านพลางหายใจหอบอย่างรุนแรง ความจริงที่ถูกเปิดเผยและความตื่นเต้นทางกายได้ทำลายการควบคุมของเธอ
“ไอ้สารเลว!”
“ปากหวานจังนะครับ แบบนี้ผมยิ่งชอบ” ผมพูดด้วยรอยยิ้มอย่างไม่สนใจคำด่าทอของเธอ