บทที่ 81: มุ่งสู่คฤหาสน์ร้าง (Move to The Deserted Mansion)
“น้องสี่!!” เจ้าหญิงฮิเมรากิรีบตรงเข้าไปหาเจ้าหญิงฮิเมโยโกะด้วยความร้อนรน เมื่อเห็นผู้เป็นน้องสาวของเธอล้มหมดสติลงต่อหน้าต่อตา“ทำใจดีๆ ไว้นะ น้องสี่ น้องสี่”เจ้าหญิงฮิเมรากิพยายามเขย่าร่างของเจ้าหญิงฮิเมโยโกะวัย 7 ขวบเพื่อหวังจะให้เธอรู้ สึกตัวขึ้นมา แต่เจ้าหญิงฮิเมโยโกะก็ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่อย่างนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิจึงค่อยๆ อุ้มร่างเจ้าหญิงฮิเมโยโกะประ คองไว้ที่แขนเรียวงามทั้งสองข้าง ก่อนที่จะเอ่ยเรียกเท็นมะ ซึ่งเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของเธอออกมา และรีบนำร่างของผู้เป็นน้องสาววัย 7 ขวบไปขึ้นขี่บนหลังม้าปีกมีเขา จากนั้น เจ้าหญิงฮิเมรากิก็รีบพาร่างผู้เป็นน้องสาวของเธอกลับไปพักฟื้นที่บ้านพักริมธารในกลางป่าทันที จากนั้น ภาพความทรงจำในอดีตชาติก็ค่อยๆ ตัดมายังช่วงเหตุการณ์ในปัจจุบัน“มีอะไรหรือ เจ้าหญิงฮิเมรากิ” โทโมเอะเอ่ยถามยูกินะที่มีสีหน้าที่คล้ายกับว่าเธอนั้นได้รับรู้อะไรบางอย่าง ใบหน้างามของเธอนั้นดูเหมือนว่าจะแสดงสีหน้าทึ่งออกมาเพียงเล็กน้อย“ดูเหมือนว่าดิฉัน...จะเคยรู้จัก...และเห็นหน้าผู้หญิงคนหนึ่งมาก่อนหน่ะค่ะ ดูเหมือนว่าเธอคนนั้นจะเป็นคู่ปรับของดิฉันในอดีตด้วย เหมือนกับว่าเคยไปทำอะไรให้เธอคนนั้นไม่พอใจยังไงยังงั้น ซึ่งตัวดิฉันเองในตอนนี้ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะคะ ว่าตัวดิฉันในอดีตนั้นเคยไปทำอะไรกับเธอคนนั้นมา เธอคนนั้นถึงได้ผูกใจเจ็บถึงเพียงนี้”ยูกินะดูเหมือนว่าจะเคยคุ้นๆ กับใบหน้างามขององเมียวจิหญิงแห่งศาสตร์มืดคนนั้นมาก่อน แต่ก็นึกไม่ออกเลยว่า เธอคนนั้นมีชื่อว่าอะไร ยูกินะพลางขมวดคิ้วบางบนใบหน้างามด้วยความรู้สึกฉงน ราวกับว่าพยายามจะนึกชื่อของเธอคนนั้นให้ออก แต่ก็นึกไม่ออกซะที“จริงสิ ดิฉันเหมือนจะเห็นหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง ใบหน้าของเด็กสาวคนนั้นคล้ายกับสึบากิจังมาก แทบจะเหมือนกับเป็นคนๆ เดียวกันเลย...”และทันใดนั้น ยูกินะก็เหมือนกับว่าเธอนั้นจะนึกอะไรบางอย่างได้ขึ้นมา“แม้ว่าตอนนี้ตัวของดิฉันเองจะยังไม่ได้รู้อะไรมากเกี่ยวกับเด็กสาวคนนั้น แต่ที่แน่ๆ เด็กคนนั้น...เขาเรียกดิฉันว่า ‘ท่านพี่’ ด้วย เหมือนกับว่าตัวดิฉันในอดีต...กับเด็กสาวคนนั้นจะเป็นพี่น้องกันด้วยในตอนนั้น...”โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็เริ่มแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาพร้อมกับเผยอปากคู่งามเพียงน้อยนิด ดวงตาคู่งามของพวกเธอทั้งสองนั้นพลางเบิกกว้างเพียงเล็กน้อย “ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ตัวดิฉันในอดีตกับเด็กสาวคนนั้นจะใช่พี่น้องกันจริงๆ รึเปล่าเนี่ยหน่ะสิ แต่ที่แน่ๆ เด็กสาวคนนั้น...คือเจ้าหญิงฮิเมโยโกะ” ยูกินะกลับสามารถจดจำชื่อของเด็กสาวคนนั้นได้ ราวกับว่าตัวเธอนั้นเคยมีความผูกพันธ์กับเด็กสาวคนนั้นมาก่อนทางด้านโทโมเอะนั้นก็รู้สึกเหมือนกับว่า...สิ่งที่ยูกินะได้เล่าออกมานั้นมันตรงกับที่สิ่งที่เธอได้คาดคิดเอาไว้มาก ด้วยความที่ตัวเธอนั้นมีวิชาอาชณะเวทย์ที่ติดตัวมาด้วย จึงทำให้เธอได้ล่วงรู้มาตั้งแต่แรกเห็นแล้วว่า ตัวยูกินะกับสึบากิในอดีตชาตินั้นเคยเป็นใคร และมีความสัมพันธ์กันยังไงมาก่อน แต่โทโมเอะเลือกที่จะปกปิดมันเอาไว้เพื่อต้องการจะให้ยูกินะรู้เรื่องราวทุกอย่างในอดีตด้วยตัวของเธอเอง“ข้าหมดธุระของข้าแล้ว งั้นข้าขอตัวก่อน ข้าเองก็ต้องเตรียมการ...เพื่อจะรับศึกครั้งใหญ่ที่กำลังจะคลืบคลานเข้ามา” ทาดาโอกิกล่าวคำร่ำลากับยูกินะ และพวกพ้องทั้งสามคน ก่อนที่เขาจะลาจากพวกเธอทั้งสี่ไปทางด้านยูกินะ โทโมเอะ และอินะฮิเมะ ต่างก็เอ่ยเรียกภูติพิทักษ์ประจำกายของตนออกมา เท็นมะ ภูติพิทักษ์ม้าปีกมีเขาของยูกินะ กับโฮโอ ภูติพิทักษ์หงส์ไฟมัจจุราชของอินะฮิเมะก็ได้ปรากฏตัวขึ้น ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็ชักดาบเคนเมียวเร็นออกมา แล้วนำไปคาบไว้ที่ปากเพื่อกลายสู่ร่างภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบ จากนั้น พวกเธอทั้งสามต่างก็รีบขึ้นขี่บนหลังของพวกมัน ก่อนที่จะบินออกไปจากเกาะโอมิชิมะ และมุ่งหน้ามายังป่าแห่งหนึ่งทันทีหลังจากที่ได้เดินทางมาถึงที่ป่าไม้แห่งนั้น พวกเธอทั้งหมดต่างก็รีบลงจากหลังของพวกมัน ก่อนที่คิทสึเนะจะรีบกลับคืนสู่ร่างมนุษย์เหมือนเดิม หลังจากนั้นสักพัก ก็ได้มีเม็ดฝนค่อยๆ ดิ่งลงสู่พื้นทีละน้อย จนเกิดเป็นสายฝนขึ้นและสาดลงสู่เบื้องล่างอย่างโหมกระหน่ำ ยูกินะกับพวกพ้องทั้งสามจึงพากันรีบวิ่งฝ่าสายฝนไปเรื่อยๆ จนพวกเธอทั้ง 4 คนได้มาถึงที่หน้าคฤหาสน์ร้างแห่งหนึ่งที่อยู่ภายในป่า พวกเธอทั้งหมดจึงพากันรีบวิ่งเข้าไปหลบฝนอยู่ในคฤหาสน์ร้างแห่งนั้นทันทีในระหว่างที่กำลังหลบฝนอยู่นั้น ยูกินะก็หยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาหนึ่งใบ ก่อนที่เธอจะใช้มือเรียวงามอีกข้างในการร่ายเวทย์ส่องแสงนำทางลงบนแผ่นยันต์ที่ถือไว้ในมือ เพื่อใช้เป็นตัวช่วยในการส่องสว่างให้พอเห็นทางเดินภายในคฤหาสน์ร้างแห่งนี้ ทางด้านโทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็ใช้เนตรราตรี ซึ่งเป็นพลังเวทย์ที่ใช้ในการมองในที่มืด“โฮโอ” หงส์ไฟมัจจุราช ซึ่งเป็นภูติพิทักษ์ประจำกายของอินะฮิเมะนั้นได้ปรากฏตัวขึ้นตามเสียงเรียกของผู้เป็นนาย ซึ่งขนาดตัวของมันในตอนนี้เทียบเท่ากับนกอินทรีย์ธรรมดาโฮโอรีบบินขึ้นบนกลางอากาศ และทำการสะบัดขนนกสีเพลิงให้กับอินะฮิเมะ ก่อนที่ร่างของมันนั้นจะมีเปลวไฟอันร้อนระอุลุกโชนไปทั่วร่าง แล้วก็เลือนหายไปอย่างรวดเร็วเหมือนกับเปลวไฟที่มอดดับ ทันทีที่อินะฮิเมะหยิบขนนกสีเพลิงขึ้นมาจากพื้น มันก็ได้เกิดเปลวไฟอันร้อนระอุขึ้นลุกโชนไปทั่วบริเวณตรงปลายขนนก และเธอ...ก็จะใช้มันในการส่องแสงไปในที่มืดพวกเธอทั้ง 4 คนต่างก็แยกย้ายกันเดินสำรวจไปมาทั่วทั้งคฤหาสน์ร้างที่อยู่ภายในป่าแห่งนี้ ซึ่งบรรยากาศภายในนั้นเต็มไปด้วยความมืดมิดจนแทบจะบดบังทัศนียภาพภายในจนหมดสิ้นทางด้านยูกินะก็ได้เหลือบไปเห็นบันไดทางขึ้นไปยังชั้นบน จึงรีบตัดสินใจเดินขึ้นไปที่ชั้นบน และได้พบกับห้องๆ หนึ่งที่ได้ถูกปิดตายลงอย่างถาวร เธอจึงใช้มือเรียวงามอีกข้างในการร่ายเวทย์เพื่อทำการปลดล็อกประตูบานนั้น ก่อนที่เธอจะก้าวเดินเข้าไปในห้อง และก็สะดุดตาเข้ากับกระจกบานหนึ่งบนโต๊ะเครื่องแป้งที่ตั้งอยู่ภายในห้องยูกินะจึงค่อยๆ ก้าวเดินไปที่หน้ากระจกที่อยู่บนโต๊เครื่องแป้ง เมื่อเธอได้ลองเข้ามาส่องที่หน้ากระจกบานนั้น จู่ๆ เธอก็สังเกตเห็นเงามืดที่ผ่านแวบเข้ามาในกระจกด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเกิดแสงกระพริบขึ้นพร้อมกับเสียงกระจกแตกที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ แสงกระพริบนั้นสว่างจ้ามากราวกับแสงแฟลช จนทำให้ยูกินะเกิดอาการแสบตา และพร่ามัวเพียงแค่ชั่วขณะ และในระหว่างนั้นเอง ประตูทุกบานที่อยู่ชั้นบนนั้นก็ได้ถูกปิดตายลงทั้งหมดในคราวเดียวทางด้านอินะฮิเมะ เมื่อได้ยินเสียงปิดประตูดังมาจากชั้นบน ก็เริ่มรู้สึกเหมือนกับว่ามีลางสังหรณ์บางอย่างที่เลวร้ายค่อยๆ คลืบคลานเข้ามา จึงรีบขึ้นไปที่ชั้นบนด้วยความลุกลี้ลุกลน ในระหว่างนั้นเอง เธอก็ได้พบกับโทโมเอะกับคิทสึเนะที่กำลังจะวิ่งขึ้นไปที่ชั้นบนด้วยเช่นกัน เพราะทางด้านโทโมเอะนั้นก็ล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่ายูกินะกำลังตกอยู่ในอันตราย