"ตื่นได้แล้วลูก ตื่นมากินข้าวกินยา ก่อนลูกค่อยพักผ่อนต่อ"
เฉินเฟยอวี้ที่ลืมตาขึ้นมาเห็นคุณยายฉี ที่กำลังปลุกเธอเพื่อที่จะให้เธอกินข้าวกินยา
"หิวไหมลูกหลานไม่ได้กินข้าวมาตั้งหลายวัน"
" หนูไม่ค่อยหิวเลยค่ะ"
"ไม่หิวก็ต้องกินนะลูก ดูสิหนูผอมมากเลย"
"คุณยายคะ"
"อะไรลูก"
"หนูขอบคุณคุณยายนะคะที่ช่วยหนู"
" ก็หนูเป็หลานยายยายก็ต้องช่วยหนูสิลูก"
" ขนาดคุณพ่อกับคุณแม่ยังไม่ช่วยหนูเลย"
"พ่อกับแม่เขาก็มีเหตุผลของเขา หนูอย่าไปโกรธพ่อกับแม่เขาเลยนะลูก"
" ทำไมคุณย่าต้องชอบตีแล้วก็ให้หนูอดอาหารด้วย แถมบอกว่าเป็การลงโทษ ให้หนูทำงานบ้านทำสวนทั้งๆที่พี่ทั้งสองไม่เคยได้ทำอะไรเลยไม่เคยโดนตี โดนว่าเหมือนหนูสักครั้ง"
คุณยายฉีที่พยายามปลอบหลาน แต่ในใจก็รู้ดีว่าเป็เพราะอะไร ซึ่งเย่หลินหลินก็พอจะรู้เหตุผลนั้นทำไม คุณย่าของเธอที่เป็ญาติแท้ๆของเธอทำไมถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ เพราะในความทรงจำของเฉินเฟยอวี้ คุณย่าเฉินิอันมักจะด่าว่าฉันเป็เด็กตัวซวย เมื่อตอนเธอเกิดมาทำให้สามีของเธอตาย เธอเลยเกลียดหลานสาวคนนี้มาก และรักหลานชายและหลานสาวคนโตใส่ใจอย่างกับไข่ในหิน ส่วนหลานสาวคนเล็ก ทั้งตีทั้งด่า ให้ทำงานสารพัด และถ้าทำอะไรไม่ถูกใจก็ให้อดข้าว ขนาดคนเป็พ่อและเป็แม่แท้ๆของเธอทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่เคยห้ามหรือใส่ใจอะไรทั้งนั้น ถึงจะไม่เคยพูดเคยด่าแต่ในสายตาที่พ่อใช้มองเฉินเฟยอวี้ก็พอจะเข้าใจ มองดูร่างกาย มีทั้งแผลและผอมมากๆจนแทบจะเห็นกระดูกแล้วเนี่ย เย่หลินหลินก็ได้แต่ถอนหายใจ ร่างกายนี้เป็ของฉัน ฉันจะทำมันให้ดีเองและต่อไปนี้ฉันคือเฉินเฟยอวี้ เพราะเธอไม่ยอมอยู่ในสภาพนี้แน่นอน
"ตาซื้อโจ๊กมาให้แล้วหลานกินหลานกินโจ๊กแล้วจะได้กินยานะลูก"
"ขอบคุณค่ะคุณตา"
คุณตาฉี ที่รีบแกะโจ๊กใส่ถ้วยมาให้หลานสาวกิน เฉินเฟยอวี้ที่ได้กินโจ๊กนี้ มันก็ไม่ได้อร่อยมากสำหรับในโลกปัจจุบันที่เธอเคยอยู่ แต่ที่มันดีกว่าคือมีคนรักดูแลใส่ใจเธอ
"หนูสัญญานะคะหนูจะดูแลคุณตากับคุณยายเอง"
"โถหลานรัก หนูไม่ต้องดูแลอะไรตากับยายหรอก แค่หนูดูแลตัวเองและมีความสุขก็พอแล้ว ตากับยายไม่ได้หวังอะไรมากหรอก"
เฉินเฟยอวี้มองดูตากับยายแล้วก็ยิ้ม กินโจ๊กอย่างมีความสุข
"นี้กินยาหน่อยนะลูก"
ยาที่เธอกินเป็ยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบและยาบำรุงตามปกติซึ่งมันก็เป็ยาสมัยก่อน เธอก็เคยศึกษาการแพทย์สมัยก่อนมาบ้างเพื่อเอามาปรับใช้กับสมัยใหม่ แต่ยาที่เธอกินค่อนข้างที่จะมีรสขมมากกว่าในสมัยปัจจุบันมากพอสมควร
"คุณยายคะ คุณหมอจะให้หนูออกจากโรงพยาบาลวันไหนคะ"
"น่าจะพรุ่งนี้นะลูก"
"อ่อค่ะ"
"งั้นหลานพักผ่อนเถอะ"
"ค่ะคุณยาย"
หลังจากนั้นเฉินเฟยอวี้ก็พักผ่อนโดยมีตากับยายนั่งอยู่บนเก้าอี้ทั้งซ้ายขวา จับมือของเธอเอาไว้มันเป็ภาพที่ชั่งสุขใจจริงๆต่อไปนี้ชีวิตของเธอจะมีแค่ตากับยายก็พอแล้ว เธอไม่้ามีครอบครัวที่สมบูรณ์มีพ่อมีแม่ที่ไม่รักเธอหรอก
"อ้าวเธอมาเยี่ยมลูกหรอ"
"คะคุณแม่เฟยอวี้เป็ยังไงบ้างล่ะคะ"
"ดีแล้วล่ะพรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว"
เฉินเฟยอวี้ที่รู้สึกตัว ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันแต่เธอไม่ได้ลืมตาแต่ก็พอจะเดาได้ ว่านั่นคือแม่บังเกิดเกล้าของเธอกับยายกำลังคุยกันอยู่
"ดีแล้วค่ะคุณแม่ จะได้กลับบ้านสักที คงคิดถึงบ้านแย่เลยนะคะ"
"บ้านนะไม่สำคัญเท่าไหร่สาวของฉันหรอก"
"คุณแม่แน่ใจหรอคะว่าจะเอาเฟยอวี้ไปอยู่ด้วย"
"ทำไมหลานก็หลานฉัน"
"ค่ะถ้าคุณแม่จะเอาไปก็ตามใจคุณแม่นะคะ ถ้าเอาไปแล้วมีปัญหาอะไรหนูไม่รับผิดชอบนะคะ"
"นี่แกเห็นเฟยอวี้เป็ลูกของแกหรือเปล่า แกทำไมพูดออกมาแบบนี้ แกเป็แม่ของเขานะ"
"คุณแม่คะ คุณแม่ก็รู้ชีวิตหนูมันเป็ยังไงเคยผ่านอะไรมาบ้างที่หนูอยู่สุขสบายได้ขนาดนี้ หนูไม่อยากกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านนอกกับคุณพ่อคุณแม่หรอกนะคะ"
"แต่เฟยอวี้เป็ลูกแกนะ"
"คุณแม่ก็รู้ นี่คะว่าคุณแม่สามีท่านไม่ชอบเฟยอวี้"
"แต่ยังไงเฟยอวี้ก็มีเืของพวกเขาอยู่"
"แต่หนูก็ทำอะไรไม่ได้นี่คะ หนูมีลูกอีก 2 คนที่ต้องรับผิดชอบ จะให้หนูเอาใจใส่เฟยอวี้ แล้วทิ้งลูกทั้งสองคนหนูก็ทำไม่ได้หรอกค่ะ"
"อย่าเอาความเป็แม่ที่ดีเอามา เป็ข้ออ้างในการทิ้งลูกคนนึงเลย"
เฉินเฟยอวี้ที่นอนฟังสองแม่ลูกคุยกัน ส่วนตาฉีก็ไม่พูดอะไรเอาแต่จับมือหลานสาวเอาไว้
"แกไม่ต้องพูดแล้ว ต่อไปนี้พวกแกไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวของเฟยอวี้อีก ฉันจะดูแลหลานของฉันเอง"
ตาฉีที่ปกติเป็คนไม่ค่อยพูดแต่ถ้าได้พูดขึ้นแล้วจะเป็คนที่จริงจังกับคำพูดมาก
"ก็แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่เลยค่ะแล้วอย่าหาว่าหนู เป็ลูกอกตัญญูนะคะ หนูก็เลี้ยงดูคุณพ่อคุณแม่ได้เท่าที่หนูเลี้ยงได้แต่หนูยังมีลูกอีก 2 คนที่ต้องเลี้ยงดู"
" แกจะมาพูดอย่างนี้ แกกลับไปดูลูก 2 คนแกเถอะ"
" ขอตัวก่อนนะคะคุณแม่ ส่วนเื่โรงเรียนของเฟยอวี้ เดี๋ยวหนูจะช่วยจัดการให้"
"ขอบคุณที่แกยังเห็นเื่การเรียนของลูกเป็เื่สำคัญ"
"งั้นหนูขอตัวก่อนนะค่ะ"
หลังจากที่ฉีฟางหรู ออกไปแล้วเฉินเฟยอวี้ก็ลืมตาขึ้น ซึ่งตากับยายฉีก็มองหน้ากัน ทั้งสองก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าหลานได้ยินกับคำพูดที่ยายกับแม่คุยกัน
"ไม่ต้องคิดมากนะลูก"
"ค่ะคุณยาย ต่อไปนี้หนูจะมีแต่คุณตากับคุณยายก็พอแล้ว"
"หนูอย่าโกรธแม่เลยนะลูก แม่เขาก็มีเหตุของของเขา"
"หนูเข้าใจค่ะ "
"ดีมากคนดีของยายพักผ่อนนะลูกพรุ่งนี้ก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว"
เฉินเฟยอวี้ก็ได้พักผ่อน ก็มีตื่นมาคุยกับคุณยายฉีคุณตาฉีบ้างแล้ว ก็กินยากินข้าวตอนเย็นแล้วก็นอนตามปกติ เย่หลินหลิน ก็ได้แต่คิดว่าคนเราไม่ว่าจะมีครอบครัวมีพ่อแม่อยู่ครบหรือเป็ลูกกำพร้าแบบเธอ มันก็ไม่ได้สามารถการันตีได้เลยว่าเธอจะมีความสุข เธอแค่คิดว่าถ้าเธอมีพ่อแม่แบบนี้ มีครอบครัวแบบนี้เธอขออยู่เป็ลูกกำพร้าแบบนี้น่าจะดีกว่า แต่ก็ยังดีที่เฉินเฟยอวี้ยังมีคุณยายฉีและคุณตาฉีที่รักเธอจากใจจริง