ไป่ฉี จิ่วลี่ ปาถู และหลงเทียนหมิง เดินเข้ามาในห้องที่มีโต๊ะยาว มีจางหนี่หวังนั่งตรงหัวโต๊ะเป็นประธาน ที่นั่งทั้ง 2 ข้างยังว่างเพราะเว้นไว้ให้ไป่ฉีกับหลงเทียนหมิง ถัดไปคือเหล่าผู้อาวุโสของสมาคมการค้าตะวันจันทรา เมื่อคนในห้องเห็นลูกหมาป่าหิมะ ทำให้คนต่างลุกขึ้นฉับพลันทันที
“ไม่ต้องห่วง เจ้าพวกนี้ไม่ทำอะไรหรอก แค่ลูกหมาน่ะ” ไป่ฉีกล่าว ก่อนจะให้ทุกคนนั่งลง
“งั้น ท่านอวี้กง บอกเราหน่อยได้รึเปล่าว่าที่ตามฉันมามีเรื่องอะไรกัน” จางหนี่หวังถาม เธอถึงกับต้องลางานกะทันหันแบบนี้ หวังว่าคงไม่ใช่เรื่องของเจ้าขนปุย 2 ตัวในอ้อมแขนของจิ่วลี่และหลงเทียนหมิง
“จากการรีดข้อมูลเมื่อครู่ ฉันพบคน 2 คนในความทรงจำของพวกนั้น คนหนึ่งพวกมันเรียกว่า ผู้ใช้ศพ เจียงซือ กับอีกคนคือ หมอวิปลาส ยี่ชี ทั้ง 2 คนนี้เป็นผู้อาวุโสของพรรคตะวันดับ ไม่ทราบว่าในที่นี้มีใครเคยได้ยินชื่อ 2 คนนี้บ้าง” ไป่ฉีถาม
“ฉันรู้ โดยเฉพาะเรื่องของเจียงซือที่ฉันรู้ค่อนข้างละเอียด” จางหนี่หวังกล่าว ทำให้ผู้อาวุโสทุกคนหันมาทางเธอทั้งหมด พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าประมุขจะมีเรื่องที่ปิดบังพวกเขาอยู่
“ช่วยเล่ามาหน่อยได้ไหมครับ” ไป่ฉีกล่าว
“เข้าใจแล้ว เริ่มจากเจียงซือก่อน แต่ก่อนเขาเคยเป็นหมอแผนปัจจุบันมีครอบครัวที่อบอุ่น ต่อมาภรรยากับลูกสาวประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่ โดยที่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตทั้ง 2 คนได้ เขาทำการเก็บรักษาศพของภรรยาและลูกสาวไว้ จากนั้นเขาก็ได้รับคำเชิญชวนจากพรรคตะวันดับ ให้ไปทำงานกับพวกมัน โดยทางพรรคตะวันดับยินดีจ่ายเงินค่าการวิจัยการฟื้นคืนชีพภรรยาและลูกสาวให้กับเจียงซือ เพื่อหวังให้เขาค้นหาการปลุกชีพคนที่ตายให้ฟื้นคืนกลับมา โดยเริ่มจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกับศพทดลองก่อน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เขาจึงเริ่มวิจัยสิ่งที่เป็นปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งหมด จนค้นพบสูตรยาชนิดหนึ่ง หากใช้ยานี้ฉีดให้ศพแล้วกระตุ้นด้วยพลังปราณ จะทำให้ศพนั้นขยับตัวได้ ในตอนแรกศพเหล่านั้นแทบจะเหมือนตุ๊กตาไร้วิญญาณ หากแต่ว่าเจียงซือยังคงพัฒนามันต่อ โดยการศึกษาอักขระลมปราณ ทำให้พวกมันมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ โดยมีบุคลิกนิสัยเหมือนตอนก่อนจะตายทุกอย่าง เพียงแต่พวกมันจะฟังคำสั่งของเจียงซือเท่านั้น ในช่วงหลายปีมานี้ฉันได้ข่าวการขโมยศพเหล่านักกีฬาชื่อดังหรือศพของปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ รวมไปถึงศพของผู้ฝึกยุทธ์ด้วย ก็เลยพอจะเดาได้ว่าเจียงซือกำลังสร้างขุมกำลังของตัวเองอยู่ ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาพัฒนาจนสามารถทำให้ศพเหล่านั้นฟื้นคืนสภาพกลับมาเป็นคนได้รึยัง เพราะช่วงหลังเจียงซือแทบจะเงียบหายไปเลย” จางหนี่หวังเล่าสิ่งที่เธอรู้มาให้ทุกคนในห้องประชุมฟัง
“แล้วทำไมท่านประมุขถึงเก็บเงียบมาตลอดล่ะครับ นี่มันเรื่องเร่งด่วนร้ายแรงเลยนะครับ” ผู้อาวุโสอี้เซียนถาม
“ฉันเคยส่งทีมจันทรคราสไปแล้ว แต่ก็หายเงียบไป จนวันหนึ่งคนเหล่านั้นกลับมาหาฉันพร้อมกับดวงตาสีแดงฉาน พวกเขามีสภาพเหมือนศพแต่ยังคงเป็นตัวของตัวเองรวมถึงการเคลื่อนไหวก็เหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ยกย่องเจียงซือเป็นเจ้านายและทำงานให้มัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนเหล่านี้ซื่อสัตย์กับฉันมาก แถมเป็นพวกที่ฉันฝึกมากับมือ สุดท้ายฉันตัดสินใจฆ่าพวกเขาทิ้งเพื่อปลดปล่อยพวกเขา หลังจากนั้นทำให้ฉันไม่คิดจะเสี่ยงส่งใครไปเพื่อเพิ่มกำลังรบให้กับพวกมันอีก” จางหนี่หวังตอบ
“คุณรับมือกับพวกเขาทั้งหมดได้เหรอครับ” หลงเทียนหมิงถาม
“ได้สิ พวกนั้นเป็นศิษย์ของฉัน มีรึจะสู้อาจารย์อย่างฉันได้ แต่ก่อนพวกเขาตาย พวกเขาก็หลุดพ้นจากอักขระลมปราณที่ควบคุมพวกเขาอยู่และบอกเรื่องการทดลองยาตัวใหม่ที่ทำให้ศพสามารถฟื้นสภาพจนเรียกได้ว่าเหมือนคน หยุดการเน่าเปื่อยของกายเนื้อได้ หากได้รับบาดเจ็บก็สามารถฟื้นสภาพได้รวดเร็วกว่าคนปกติทั่วไป 100 เท่า ซึ่งทำให้ศพพวกนั้นฆ่ายากขึ้นไปอีก” จางหนี่หวังกล่าว
“งั้นเจียงซือก็บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะคืนชีพให้กับภรรยาและลูกสาวแล้วสิ แล้วทำไมยังอยู่ในพรรคตะวันดับอีก หรือว่าขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้งั้นเหรอ” ไป่ฉีถาม
“ใช่ ประมุขของพรรคตะวันดับไม่ยอมให้เจียงซือถอนตัว และให้ตำแหน่งผู้อาวุโสแก่เขา ซึ่งได้เงินดีมาก พอจะทำให้ครอบครัวของเขาใช้ได้สบายไปทั้งชาติ แลกกับการใช้ความรู้ของเขาช่วยงานวิจัยของพรรคตะวันดับ” จางหนี่หวังกล่าว
“จากที่ฉันเห็นในความทรงจำของพวกพรรคตะวันดับ ศพที่ถูกฉีดสารบางอย่างเข้าไป มีการฟื้นฟูตัวเองเร็วมาก และพวกมันฟื้นขึ้นมา มีสติ พูดคุยได้เหมือนคนปกติ ซ้ำยังสามารถฝึกปราณได้อีกด้วย จากที่ประมุขจางเล่ามา เจียงซือคือคนที่ต้องกำจัดทิ้งโดยเร็วที่สุด” ไป่ฉีกล่าว
“ในส่วนของ หมอวิปลาส ยี่ซี คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์บุกสมาคมเราครั้งล่าสุด เขาทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับสัตว์อสูร จากที่ทุกคนเห็น งานวิจัยน่าจะก้าวหน้าถึงขั้นควบคุมและสั่งงานพวกมันได้มันได้แล้ว หากพบตัวต้องรีบสังหารมันทันที ประวัติของคนคนนี้นั้น แต่เดิมเขาเป็นนักชีววิทยาที่เก่งกาจ แต่เพราะแนวคิดของเขามันสุดโต่ง โดยการตัดต่อพันธุกรรมของมนุษย์กับสัตว์เข้าด้วยกัน ทำให้ถูกยึดใบอนุญาต และพวกพรรคตะวันดับก็เชิญเขาให้ไปทำงานด้วย พวกมันยื่นข้อเสนอให้คือการหามนุษย์เป็น ๆ มาให้เขาทดลอง จากนั้นมา ยี่ซี ก็ทำงานให้กับพวกพรรคตะวันดับเรื่อยมา” จางหนี่หวังกล่าว
“ท่านอวี้กง ทั้ง 2 คนนี้อยู่ในทวีปมังกรครามนี้ใช่ไหม” หลงเทียนหมิงถาม
“ถ้าอยากเจอตัว ฉันสามารถพาไปพบได้ทันที” ไป่ฉียิ้ม เป็นอีกครั้งที่ทุกคนต้องอึ้ง
“ท่านรู้ที่อยู่ของทั้ง 2 คนนั้นงั้นเหรอ” จางหนี่หวังถาม
“รู้สิ เพราะหลังจากค้นความทรงจำฉันก็เจอพวกมันอยู่ในความทรงจำบางส่วน ฉันจำสัมผัสพลังปราณของพวกมันมาด้วย แค่ใช้พลังปราณแผ่ออกไปค้นหาพลังปราณที่คล้ายหรือเหมือนกัน ก็เท่านั้น” ไป่ฉีอธิบาย
“ระยะค้นหากว้างขนาดไหน” จางหนี่หวังถาม
“ทวีปมังกรครามทั้งทวีป ไม่มีที่ไหนให้พวกมันหลบซ่อนได้ ขอเพียงรู้ลักษณะพลังปราณที่พวกมันปล่อยออกมาจากตัว ก็สามารถไปหาพวกมันได้ใน 2-3 วินาที” ไป่ฉีตอบ ทำให้ทุกคนกลืนน้ำลายอีกครั้ง พร้อมกับความคิดที่ว่าความสามารถนี้ของเขาได้ก้าวข้ามคำว่ามนุษย์ไปแล้วจริง ๆ
“นายน้อยหลงเทียนหมิง ท่านกลับไปเตรียมคนเถอะ นี่เป็นที่อยู่ของหมอวิปลาส ยี่ซี” ไป่ฉีส่งกระดาษที่เขียนที่อยู่ของยี่ซีไว้ แล้วลุกขึ้น
“ให้ฉันไปด้วยไหมท่านอวี้กง คนเดียวออกจะตึงมือไปนะ” จางหนี่หวังถาม
“ไม่เป็นไร จากที่ได้ฟังประมุขจางเล่ามา มีแต่ฉันเท่านั้นที่จัดการเจียงซือได้” ไป่ฉีกล่าวจบก็หายตัวไปจากห้องนี้ทันที
“งั้น ผมคงต้องขอตัวก่อนนะประมุขจาง” หลงเทียนหมิงกล่าวจบก็จากไปพร้อมกับลูกหมาป่าในอ้อมแขน
“เฮ้อ เป็นยังไงไม่รู้ด้วยแล้วนะ” จางหนี่หวังยกมือยอมแพ้ เธอรู้ว่าวันนี้จะต้องเกิดเหตุนองเลือดขึ้นอีกแน่ คนเจ็บกับคนตายคงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว
ที่สาขาแห่งหนึ่งของพรรคตะวันดับ ในห้องใต้ดินที่อยู่ลึกลงไปหลายร้อยเมตร
“ยอดเยี่ยมจริง ๆ ในที่สุด ฉันก็ทำสำเร็จแล้ว” ชายแก่คนหนึ่งกล่าวขึ้น เขาคือผู้ใช้ศพ เจียงซือนั่นเอง
“คุณคะ ดีใจอะไรเหรอ” หญิงวัยกลางคนอายุราว 40 เดินถือแก้วกาแฟมาวางที่โต๊ะให้เจียงซือ ใช่แล้วเธอคือภรรยาของเจียงซือนั่นเอง ด้วยงานวิจัยที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทำให้เธอไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย ผลของน้ำยาที่เจียงซือวิจัยทำให้เธอไม่แก่ลงเลยตั้งแต่ตอนที่เธอตายและฟื้นขึ้นมา ซ้ำเจียงซือยังให้เธอฝึกยุทธ์อีกด้วย ระดับพลังปราณของเธอตอนนี้คือชั้นปราณราชันย์
“นั่นสิคะคุณพ่อ” หญิงสาวอีกคนที่อายุราว 20 เดินมาพร้อมกับเค้กในมือเพื่อนำมาให้เจียงซือ เธอคือลูกสาวของเจียงซือนั่นเอง
“นี่คือน้ำยาที่จะทำให้พ่อกลายเป็นอมตะ ดูนี่สิ” เจียงซือนำน้ำยา 1 ใน 5 หลอดที่ทำเสร็จแล้วมาฉีดให้กับตัวเอง หลังฉีดเข้าไป ผิวหนังของเขาเริ่มร่วงหล่นลงมาราวกับผนังปูนฉาบบางที่ปูนเริ่มกะเทาะออกมา เผยให้เห็นผิวด้านในที่ดูเยาว์วัย หลังกระบวนการสิ้นสุด เจียงซือกลายเป็นชายหนุ่มอีกครั้ง เขาดูเหมือนตัวเขาตอนอายุ 20 ไม่มีผิดเพี้ยน
“เยี่ยมเลยค่ะคุณพ่อ ยาตัวใหม่นี้สุดยอดเลย” ลูกสาวของเจียงซือกล่าวขึ้น
“เดี๋ยวพ่อจะฉีดให้กับแม่ของลูกนะ” เจียงซือหยิบยาอีก 2 หลอดมาฉีดให้ภรรยาและลูกสาว ไม่นานภรรยาของเขาก็กลับมาเป็นสาวอีกครั้ง
“คุณพ่อ ยานี่ใช้ฉีดให้คนที่ยังไม่ตายได้ด้วยสินะ ใช่ไหม” ลูกสาวของเจียงซือถาม
“ได้สิ ว่าแต่ลูกถามทำไมเหรอ” เจียงซือถาม
ลูกสาวของเจียงซือหยิบนิตยสารแฟชั่นเล่มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นนิตยสารที่ไป่ฉีเพิ่งไปถ่ายมา หน้าปกคือรูปของไป่ฉีนั่นเอง หญิงสาวชี้ไปที่รูปของไป่ฉี
“ทำให้เขาเป็นของหนูได้ไหมคะ” ลูกสาวของเจียงซือกล่าว เธอชอบนายแบบคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น ซึ่งตั้งแต่เธอฟื้นขึ้นมา ไม่ว่าเธอจะเอาอะไร พ่อมักจะหามาให้เธอได้เสมอ และนายแบบคนนี้ พ่อก็ต้องทำให้เขามาเป็นของเธอได้เช่นกัน
“ได้สิ เดี๋ยวพ่อจะสั่งให้คนไปจับตัวมาให้ พอฉีดยานี้กับลงอักขระลมปราณ เขาก็จะเป็นของลูกตลอดกาล” เจียงซือกล่าว
“เป็นยาที่น่าสนใจดี” เสียงชายหนุ่มดังขึ้นด้านหลังเจียงซือ ยังไม่ทันที่เจียงซือจะหันไป หัวของเขาก็หลุดออกจากคอไปเรียบร้อย แต่ภรรยาและลูกสาวของเจียงซือกลับไม่กรีดร้องเหมือนผู้หญิงทั่วไป ทำให้ชายหนุ่มแปลกใจไม่น้อย
“ฮ่า ๆ ๆ คิดว่าฆ่าฉันได้ง่าย ๆ รึไง” หัวของเจียงซือยังคงพูดได้ ตัวของเจียงซือหยิบหัวมาต่อเหมือนเดิม รอยต่อสมานกันอย่างรวดเร็ว ทำให้ไป่ฉีสนใจไม่น้อยกับตัวยาที่เจียงซือคิดค้น
“หืม ความเร็วในการฟื้นตัวดีมากเลยนะเนี่ย” ไป่ฉีกล่าว
“มาตอบคำถามกันดีกว่า แกเป็นใคร” เจียงซือถาม
“ผิดหวังนิดหน่อยนะที่ผู้อาวุโสพรรคตะวันดับไม่รู้จักฉัน งั้นขอแนะนำตัวเลยก็แล้วกัน ฉันคืออวี้กง เทพกระบี่แห่งทวีปมังกรคราม ทีนี้เราก็รู้จักกันแล้ว” ไป่ฉีตอบ
“ที่แท้ก็เทพกระบี่นี่เอง หึ ไม่รู้หรอกนะว่าเข้ามาถึงห้องทดลองของฉันได้ยังไง แต่อย่าคิดว่าเข้ามาแบบนี้แล้วฉันจะปล่อยแกกลับออกไปล่ะ” เจียงซือ ภรรยาและลูกสาวพุ่งเข้าใส่ไป่ฉีทันที
‘จากการตรวจสอบ แม้ทั้ง 3 คนจะเหมือนมนุษย์ ระบบร่างกายทำงานตามปกติ แต่ทั้งตัวเต็มไปด้วยปราณหยินล้วน ๆ เลย ยาตัวนี้น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว หากแก้ผลข้างเคียงนี้ได้’ ไป่ฉีคิด ก่อนจะหยิบแท่งโลหะรูปร่างคล้ายด้ามกระบี่ออกมา
“นั่นอะไรน่ะ” เจียงซืออุทานขึ้น ก่อนที่ใบกระบี่จะปรากฎขึ้น พร้อมกับตวัดเข้าใส่ตัวเขา ภรรยาและลูกสาว ส่งผลให้ร่างของทั้ง 3 ถูกตัดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยร่วงลงสู่พื้น
“โห ขนาดถูกตัดเป็นชิ้น ๆ แบบนี้ แถมสมองก็ยังเสียหายด้วย กลับสามารถฟื้นสภาพขึ้นมาได้เร็วมากเลยนะเนี่ย” ไป่ฉีกล่าว ที่จริงเขารู้จุดอ่อนของร่างกายพวกเจียงซือแล้ว เพียงแต่เขาอยากทดลองดูว่าหากโจมตีที่จุดสำคัญอย่างสมองหรือหัวใจ มันจะยังไม่ตายอีกหรือไม่ ซึ่งสภาพของทั้ง 3 คนตรงหน้าที่ร่างถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“ใช้ได้นี่ แต่แกประมาทไปหน่อยนะ” เจียงซือกล่าว ไป่ฉีสังเกตเห็นว่าแขนซ้ายของเจียงซือไม่ได้ฟื้นตัวกลับมาด้วย
ฉึก
ไป่ฉีมองไปที่ขาของตัวเอง พบว่าแขนข้างซ้ายของเจียงซือได้นำเข็มที่ใส่ของเหลวสีน้ำเงินฉีดเข้าไปที่ขาของเขา
“อึก” ไป่ฉีทรุดลงทันที ขณะที่แขนซ้ายของเจียงซือใช้นิ้วเดินไปหาร่าง ก่อนจะต่อประกบเข้ากับร่างเหมือนเดิม
เจียงซือเรียกกระบี่มาเตรียมที่จะฆ่าอวี้กง หากแต่ลูกสาวของเขาได้รั้งแขนของเขาเอาไว้ เจียงซือสงสัยมากว่าลูกสาวต้องการอะไร
“มีอะไรลูก” เจียงซือถาม
“ไหน ๆ พ่อก็ฉีดยาที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นทาสของพ่อแล้ว รูปร่างหน้าตาก็ดี ฝีมือก็เก่งกาจ ทำไมพ่อไม่เก็บไว้ใช้งานล่ะคะ” ลูกสาวของเจียงซือกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า บอกพ่อมาเถอะว่าอยากได้เจ้าหนุ่มนี้แทนนายแบบปกนิตยสารนั่นแล้ว” เจียงซือหัวเราะชอบใจ
“ก็ดีเหมือนกันนะที่รัก ให้เขามาเป็นเขยเรา และช่วยงานเราแบบถวายชีวิตดูเข้าท่าไม่น้อยทีเดียว” ภรรยาของเจียงซือกล่าว เธอดูแล้วชายหนุ่มตรงหน้าก็ดูเหมาะสมกับลูกสาวของเธอดี
พวกเจียงซือไม่ทันได้สังเกตว่าขากางเกงตรงส่วนที่โดนเข็มปักไปนั้นเปียกอยู่ ทำไมน่ะเหรอ เพราะร่างกายของไป่ฉีมันแข็งเกินกว่าเข็มฉีดยาจะแทงเข้า เพียงแต่เขาแกล้งทำเป็นทรมานเพราะตัวยาที่เจียงซือฉีดให้ เพื่อให้พวกมันตายใจและประมาทเขาเท่านั้น เพราะเขาได้เตรียมการบางอย่างเรียบร้อยแล้ว
‘คิดว่าบิดาผู้นี้เป็นลูกแกะงั้นรึ เดี๋ยวข้าจะถอดเสื้อคลุมหนังแกะนี้แล้วสยายปีกเผาที่นี่ให้กลายเป็นทะเลเพลิง อยากจะรู้นักว่าพอกลายเป็นเนื้อย่างแล้ว พวกแกยังจะเป็นอมตะอยู่ไหม’ ไป่ฉีคิด
_________________________
ฝากเพจนิยายด้วยนะครับ
