บทที่ 41 แม่หมูก็บ้าคลั่งได้
“ชดใช้ด้วยเนื้อ!?”
ผู้คนรอบข้างต่างมีสีหน้าประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเป็นการชดใช้ด้วยเนื้อแบบที่พวกเขาคิดหรือไม่
เพียงชั่วครู่——
ฉินเฟิงก็ถอดเสื้อผ้าของจูโถวจนหมดและมัดไว้บนรถม้าเพื่อแห่ประจาน บนตัวมีป้ายแขวนไว้ เป็นประวัติของจูโถวที่เป็นศิษย์ของจักรพรรดิ และฐานะทายาทในอนาคตของตระกูลจูแห่งต้าเซี่ย
“ฉินเฟิง เจ้ากล้าดูหมิ่นข้าเช่นนี้ ตระกูลจูจะไม่ละเว้นเจ้าแน่ ฝ่าบาทก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปด้วย…”
จูโถวไม่เคยถูกดูหมิ่นเช่นนี้มาก่อน เขาพยายามดิ้นรนอย่างสุดชีวิตเพื่อจะสู้กับฉินเฟิง
แต่ฉินเฟิงไม่ได้ใส่ใจคำขู่ของเขาเลย พลันตีกลองเคาะฆ้องลากรถม้าไปทั่วถนนพร้อมกับตะโกนลั่น
“ผ่านไปผ่านมาอย่าพลาด ชายหนุ่มต้าเซี่ยแท้ ๆ ไม่ต้อง 998 ไม่ต้อง 888 แค่ 98 ก้อนหยกวิญญาณ ก็สามารถพาไปผสมพันธุ์ที่บ้านได้ครั้งหนึ่งแล้ว!"
ผู้คนบนถนนที่ไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ต่างก็วิ่งออกมามุงดูชายหนุ่มจากต้าเซี่ย
“โอ้โห ศิษย์ของจักรพรรดิ เป็นถึงอัจฉริยะเลยสินะ!”
“ทั้งยังเป็นลูกชายตระกูลใหญ่อีก เหลือเชื่อจริง ๆ!”
“ข้ามีเพื่อนคนหนึ่ง อยากมีลูกที่แข็งแรงมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ท้องเสียที!”
“98 ไม่แพงเลย คุ้มค่าที่จะจับจองยิ่งนัก!”
“ไม่เท่านั้น หากตั้งครรภ์เป็นเด็กผู้ชาย ก็จะสามารถพาเขากลับไปเพื่อแบ่งมรดกได้”
“เชื่อถือได้ เพราะมีวิหารจันทรารับรอง!!”
“…”
เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนที่มารวมตัวกันก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
เนื่องจากนี่เป็นโลกที่เซียนและมนุษย์ธรรมดาอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงมีผู้คนจำนวนมากที่ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้
เพื่อที่จะปรับปรุงพันธุกรรมของตระกูล เศรษฐีหลายคนเมื่อพบผู้บำเพ็ญเพียรที่มีพรสวรรค์สูง ก็จะวิงวอนให้อีกฝ่ายมอบโอกาสทางเซียนให้กับตระกูล นั่นก็คือการทำโน่นนี่กับบุตรสาวของตระกูลตน
แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้จะจำกัดเฉพาะกับบุตรสาวที่หน้าตาสวยงามเพียงพอเท่านั้น
ตอนนี้ฉินเฟิงกำลังตั้งราคาอย่างชัดเจน ทำให้พวกเศรษฐีที่ไม่มีบุตรสาวสวยหลงใหล
“ท่านเทพบุตร ท่านลองดูบุตรสาวของข้า…”
เศรษฐีผู้หนึ่งคารวะฉินเฟิงอย่างตัวสั่นงันงก ก่อนจะลากบุตรสาวที่มีน้ำหนักกว่าสองร้อยจินออกมา
“ซี้ดดด!!”
ทุกคนในที่นั้นสูดหายใจกันเฮือกใหญ่ ใครก็ตามที่มีมโนธรรมจะไม่ยอมรับ
“เจ้านี่มันเกินไปแล้วนะ!”
ฉินเฟิงไม่สามารถมองตรง ๆ ได้จริง ๆ จึงหันเหความสนใจไปทางอื่นแล้วพูดว่า “ต้องเพิ่มเงิน!!”
“ไม่มีปัญหา!”
เศรษฐีพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น และบอกว่าจะเพิ่มเงินเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหา
เขาทำงานหนักมาทั้งชีวิต ไม่ว่าจะหาเงินได้มากแค่ไหน แต่พอเจอผู้ฝึกตน ก็เหมือนหมาตัวหนึ่งที่ไร้ศักดิ์ศรี อีกฝ่ายแค่ยื่นมือมา ก็ต้องว่านอนสอนง่ายยื่นเงินกลับไปให้
นั่นทำให้เขาเข้าใจหลักการข้อหนึ่ง คือต้องมีพลังจึงจะปกป้องทรัพย์สินได้
“ปล่อยข้า ปล่อยข้า!!”
จูโถวดิ้นรนสุดชีวิต แสดงท่าทีว่าขอตายเสียยังดีกว่า
ฉินเฟิงเห็นจูโถวต่อต้านขนาดนี้จึงเปิดปากชักชวน “เจ้าอย่าทำสีหน้าเช่นนี้สิ นี่ข้าเลือกสรรหญิงอวบอ้วนให้เจ้าอย่างพิถีพิถันเชียวนะ รู้ไว้เถอะว่าคนอวบนั่นแหละคือของดี”
“อวบอ้วน!?”
ทุกคนในที่นั้นหางตากระตุกไม่หยุด อยากจะถามว่า เจ้าไม่รู้สึกผิดบ้างหรือไง!?
เพื่อให้ธุรกิจนี้สำเร็จ ถึงกับเรียกสาวอ้วนสองร้อยจินว่าอวบอ้วนเล็กน้อย!
“ฉินเฟิง เจ้าอย่าหวังเลย!!”
จูโถวปล่อยพลังวิญญาณทั่วร่างที่ทำให้มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถเข้าใกล้ได้
“คือว่า…”
เศรษฐีแสดงสีหน้าผิดหวัง เขารู้ว่าไม่อาจบังคับให้เป็นคู่กับเซียนได้
“ไม่ต้องห่วง ข้าทำธุรกิจโดยยึดความซื่อสัตย์เป็นที่สุด!”
ฉินเฟิงยิ้มแป้นปลอบใจเศรษฐีและหยิบขวดหยกเล็ก ๆ ออกมา ด้านบนมีตัวอักษรขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า ‘แม้แต่หมูตัวเมียก็คลั่งไคล้’
นี่คือสิ่งที่เขาผลิตขึ้นมาตามตำราลับวิถีแห่งระนาบ ซึ่งสามารถเร่งการฝึกฝนได้
“นี่มัน…”
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเปลี่ยนสีหน้าไปพร้อมกัน พวกเขาตกใจจนรีบถอยหลังไปสองสามก้าว
โอ้!!
นี่มันยาปลุกอารมณ์ระดับสุดยอดในตำนานที่แม้แต่หมูตัวเมียก็ยังคลั่ง!!
ได้ยินมาว่าผู้ชายหากได้สัมผัสเพียงเล็กน้อย ต่อให้เป็นหมูตัวเมียในสายตาเขาก็ยังเทียบเท่ากับเฉาเฉียน *[1]
ในขณะเดียวกัน สายตาของทุกคนที่มองไปยังฉินเฟิงก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นี่มันไม่ใช่อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งดินแดนบรรพกาล แต่เป็นโจรใจทรามหมายเลขหนึ่งชัด ๆ ถึงได้พกของแบบนี้ติดตัวไปด้วย
ฉินเฟิงทำสีหน้าไร้เดียงสา “ท่านทั้งหลายทำสีหน้าเช่นนั้นทำไมกัน? ข้าเดินทางไปทั่วบ่อย ๆ การพกของป้องกันตัวไว้บ้างเป็นเรื่องที่สมควรนี่!”
สมควรบ้านท่านสิ!
คนธรรมดาทั่วไปใครจะพกของพวกนี้ไปด้วยตอนเดินทางกัน!?
ทุกคนกลอกตา ไม่เชื่อคำพูดเหลวไหลของฉินเฟิงเลยสักนิด พวกเขารู้แค่ว่าฉินเฟิงคนนี้เป็นคนที่ห้ามยุ่งด้วยเด็ดขาด มีทั้งพลัง พรสวรรค์ และผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง ทั้งยังไร้ยางอายอีกต่างหาก
“ขอบคุณท่านเทพบุตรที่ช่วยเหลือ…”
สาวอ้วนที่สวยราวกับดอกไม้ตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว พา ‘แม้แต่หมูตัวเมียก็คลั่งไคล้’ และจูโถวกลับบ้านไป
“ฉินเฟิง พี่เฟิง ข้าขอร้อง ปล่อยข้า ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะชดใช้ด้วยหยกวิญญาณชั้นเลิศล้านก้อน ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้ว…”
จูโถวไม่มีท่าทีหยิ่งผยองเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป เขาร้องไห้อ้อนวอนขอให้ฉินเฟิงยกโทษให้เขา
ทว่าฉินเฟิงไม่มีใจจะสนใจเขาเลย เพราะกำลังรอคนที่อยู่เบื้องหลังให้ปรากฏตัว
หากเขาฆ่าจูโถวจริง ก็จะตกหลุมพรางของอีกฝ่าย ไม่เพียงแต่ช่วยกำจัดจูโถวผู้เป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลใหญ่ ยังจะทำให้ความแค้นของตระกูลจู ตกมาอยู่บนตัวเขาอีกด้วย
ในทางกลับกัน หากเขาไม่ฆ่าจูโถว แต่กลับทำให้เขาอับอายขายหน้าแทน คนที่อยู่เบื้องหลังก็จะต้องออกหน้าช่วยเหลือจูโถว เพราะพวกเขาเป็นคณะทูตที่มาเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอิ๋นเยว่ด้วยกัน
เมื่อเพื่อนร่วมทางถูกทำให้อับอาย จะไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร
“ยังไม่มีบุตรแห่งสวรรค์หรือ หรือว่าข้าคิดมากไปเอง!?”
ฉินเฟิงมองไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ
“ไม่นะ ไม่นะ ท่านอย่าเข้ามานะ!!”
เสียงน่าสงสารของจูโถวดังมาจากลานเล็ก ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ที่จะไว้อาลัยให้เขาสามนาที
ผู้เป็นศิษย์ของจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย อัจฉริยะแห่งตระกูลใหญ่ กลับถูกคนธรรมดาอย่าง ‘ดอกไม้’ ทำ ทำ...ทำให้เสื่อมเสีย ความเจ็บปวดทางจิตใจครั้งนี้คงจะรักษาไม่หายไปตลอดชีวิต
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ทำให้ผู้อื่นเสียหน้า ได้รับ 1000 แต้มวายร้าย!]
ทันใดนั้น ฉินเฟิงก็ลุกขึ้นยืนราวกับได้ท่าใหม่
เสียงฆ้องทองแดงกังวานใสดังขึ้น ขบวนรถม้าคันใหญ่หรูหราจากถนนในระยะไกลเคลื่อนเข้ามา พร้อมด้วยข้ารับใช้และองครักษ์ที่ตามมา ล้วนแสดงถึงสถานะและภูมิหลังอันยิ่งใหญ่ของอีกฝ่าย
ผู้นำขบวนคือชายหญิงสิบกว่าคนที่มีสีหน้าโกรธเคือง พวกเขาสวมเสื้อผ้าเหมือนกับจูโถว นั่นคือเสื้อผ้าที่มีเพียงศิษย์ของจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยเท่านั้นจึงจะสวมใส่ได้
“องค์หญิงหนานเฟิง เสด็จแล้ว!!”
เมื่อรถม้ามาถึง องครักษ์ก็ตะโกนประกาศชื่อของอีกฝ่าย นั่นคือองค์หญิงที่จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยโปรดปรานมากที่สุด องค์หญิงหนานเฟิง ผู้เป็นตัวแทนคณะทูตจากต้าเซี่ย เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับอาณาจักรอิ๋นเยว่ในครั้งนี้
“องค์หญิงหนานเฟิง!?”
ฉินเฟิงจ้องมองรถม้าอันหรูหรา เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าในนั้นมีคนมากกว่าหนึ่งคน จากลมหายใจที่หนักหน่วงของอีกฝ่าย เขาคาดว่าน่าจะเป็นบุรุษอายุไม่มากนัก
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเจ้าของที่ได้พบกับบุตรแห่งสวรรค์ระดับตำนาน!!]
ดวงตาของฉินเฟิงเป็นประกายวาววับในทันที หัวใจดวงน้อย ๆ ของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่อยู่
เจ็ดปีแล้ว!!
ในที่สุดโชคชะตาก็ทำให้พวกเขาได้พบกันจนได้!!
ตอนนี้จะมีใครกำลังวางแผนอะไรอยู่เบื้องหลังเขาก็ไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือเขาจะต้องเริ่มวางแผนเกี่ยวกับบุตรแห่งสวรรค์ผู้นี้
เสียงของสตรีที่เย็นชาดังมาจากข้างในรถม้า “ฉินเฟิง ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้ทรยศต่ออาณาจักรต้าเซี่ยของข้า เจ้ายังกล้าดูหมิ่นศิษย์ขององค์จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยเช่นนี้อีกหรือ? เจ้าควรจะได้รับโทษเช่นไรดี…”
[1] เฉาเฉียน เป็นหนึ่งในสี่หญิงงามในยุคจีนโบราณ