ตอนที่51 แผ่นดินบนดาวมหาสมุทร
เต่าชราเทอเทิลเกรตยิ้มขมขื่นในโชคชะตามันรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้างที่ชาวโลกจากดวงดาวอันห่างไกล เดินทางมาที่นี่เพื่อหวังช่วยกำจัดหมึกยักษ์
ทว่ามันจำเป็นต้องตอบให้ชาวโลกทำใจยอมรับความผิดหวังไว้ล่วงหน้าว่า
“เจ้าหนุ่มเอ๋ยการจะกำจัดหมึกยักษ์ได้นั้น มันเป็นเรื่องเพ้อฝันเกินไปขนาดที่วาฬยักษ์ผู้แข็งแกร่งของเรา ยังพ่ายแพ้ต่อมัน ที่นี่ไม่มีนกทะเลฉะนั้นก็เท่ากับว่าไม่มีสิ่งใดกำจัดมันได้อีก”
เสิ่นอี้ยังไม่ยอมแพ้เขาถามหาสัตว์ทะเลชนิดอื่นที่เคยเรียนรู้มาก่อนและจดจำได้ราง ๆว่าศัตรูตามธรรมชาติของหมึกยักษ์มีอะไรบ้าง จึงใช้ความรู้จากโลกถามหาศัตรูของหมึกยักษ์เพิ่มเติมว่า
“เอ๋! แล้วปลาไหลละ แมวน้ำละ ที่นี่ไม่มีเผ่าพันธุ์พวกนี้อยู่เลยหรือ?”
เทอเทิลเกรตเหลียวมองสบตาผู้คนที่นั่งล้อมวงประชุมกันอย่างเคร่งเครียดเขาตอบเสิ่นอี้ตามจริงว่า
“พวกเราไม่รู้จักหรอกเผ่าที่เจ้าเอ่ยมา ไม่ว่าจะเป็นปลาไหลหรือแมวน้ำที่นี่ไม่เคยมีเผ่าพันธุ์พวกนี้อยู่เลย”
เสิ่นอี้นิ่งอึ้งไปชั่วขณะเขาไม่คาดคิดว่าสัตว์น้ำที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของหมึกยักษ์จะไม่มีอยู่จริงในดาวมหาสมุทรยิ่งทำให้เขาอับจนปัญญามากขึ้น
เต่าน้อยเห็นว่าบรรยาการพูดคุยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและสร้างความหดหู่เกินไปมันต้องการพาเพื่อนใหม่ไปท่องเที่ยวรอบ ๆ อาณาเขตของเผ่าเต่าล้านปีเพื่อที่มันจะได้อวดกับผู้คนทั้งหลายที่มีเพื่อนต่างเผ่าพันธุ์มาเยี่ยมเยียนว่า
“ปู่.....ถ้าปู่ไม่มีอะไรแล้วข้าขอพาเพื่อนไปชมพื้นที่ของเผ่าเราหน่อยนะ”
เต่าชราโบกมือไล่หลานชายให้ออกไปเพราะต้องการสนทนาหาทางแก้ไขปัญหาสงครามระหว่างเผ่าเหนือและเผ่าใต้ต่อไปโดยไม่คิดว่าเสิ่นอี้จะสามารถช่วยเหลือปัญหาระหว่างเผ่าได้
เต่าน้อยหันหน้ามาชวนเสิ่นอี้อย่างกระตือรือร้นว่า“พวกเราไปกันเถอะ เรื่องสู้รบค่อยว่ากันเมื่อถึงเวลา”
เต่าน้อยยังคงมองโลกในแง่ดีถึงแม้ว่าจะมีพ่อแม่และญาติใกล้ชิดอีกหลายตัวตายในสงครามระหว่างเผ่า ทว่ามันคิดเพียงว่าหากต้องต่อสู้ก็พร้อมต่อสู้จนตัวตายหากรอดชีวิตก็จะใช้ชีวิตให้สนุกสนานเต็มที่ จึงไม่ได้สนใจการประชุมอัน
เคร่งเครียดน่าเบื่อหน่ายนั่นอีก
ชายหนุ่มพยักหน้าตกลงแล้วว่ายน้ำอย่างคล่องแคล่วประหนึ่งวิ่งอยู่บนบก เขารู้สึกดีที่ไม่อึดอัดจนเกินไปพลันเกิดความอยากรู้เกี่ยวกับแผ่นดินบ้าง จึงสอบถามเต่าน้อยระหว่างว่ายเคียงคู่กันไปว่า
“นี่เต่าน้อย ในดาวมหาสมุทรมีแผ่นดินบ้างไหม?”
เต่าน้อยหันขวับมองเสิ่นอี้ตาขวางมันส่งเสียงเข้มอย่างไม่พอใจเพื่อให้ชายหนุ่มเรียกขานมันใหม่ว่า
“เฮ้! เสิ่นอี้!ข้ามีชื่อนะ และหากจะว่าไปแล้ว ข้ามั่นใจว่าข้าอายุมากกว่าเจ้าแน่นอน ฉะนั้นเรียกชื่อข้าใหม่ดีกว่า”
เสิ่นอี้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจที่จู่ๆ เต่าน้อยแสดงท่าทางโมโหให้ตนเอง แต่เขาก็เปลี่ยนคำเรียกใหม่เพื่อทำให้เต่าน้อยพอใจว่า
“โอเค เรียกใหม่ก็ได้เทอเทิลไชน์ ตกลงที่ดาวมหาสมุทรมีแผ่นดินอยู่ไหม?”
เต่าน้อยพยักหน้าพอใจมันยินดีตอบคำตามของเสิ่นอี้ตามจริงด้วยน้ำเสียงแสดงความหนักใจว่า
“มีอยู่ทางใต้เดินทางไปจากที่นี่ไกลมาก หากประตูผ่านมิติยังใช้งานได้อยู่พวกเราก็ใช่เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ แต่นี่มันพังไปแล้ว ก็เลยทำให้พวกเราเดินทางไปไหนไม่ได้อีก”
เสิ่นอี้ขมวดคิ้วด้วยความหนักใจเช่นกันเพราะเขาได้เห็นพลังการต่อสู้ของเผ่าจากทางเผ่าใต้แล้วพบว่าแต่ละเผ่าพันธุ์ล้วนมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับเขา ฉะนั้นโอกาสที่จะเดินทางไปถึงแผ่นดินจึงเหลือน้อยลงทุกที
เขาตัดสินใจที่จะให้เต่าน้อยพาไปดูสถานที่ตั้งของประตูผ่านมิติแทนโดยหวังว่าจะสามารถค้นหาสาเหตุและทำการ
ซ่อมแซมได้ อย่างน้อยแค่พอให้ใช้เดินทางไปยังแผ่นดินที่อยู่ทางใต้ได้ก็พอ
“เทอเทิลไชน์ข้าอยากเห็นประตูผ่านมิติของพวกเจ้า มันอยู่ที่ไหนหรือ?”
“ได้สิ.....อยู่ไม่ไกลหรอกเผ่าเต่าล้านปีเป็นผู้พิทักษ์ประตูนี่ ก็เลยอยู่ใกล้ ๆ นี่เอง ตามข้ามาเลย”
เต่าน้อยพยักหน้าตอบตกลงอย่างผ่อนคลายมันไม่กลัวว่าเสิ่นอี้จะลอบใช้ประตูผ่านมิติเพราะชายหนุ่มเดินทางผ่านมาที่นี่ด้วยวิธีพิเศษเนื่องจากไม่มีสัญญาณแสดงการทำงานของประตูผ่านมิติให้เผ่าเต่ารับรู้แต่อย่างใด
เสิ่นอี้พบว่าระหว่างทางเต่าน้อยเป็นเต่าที่มีชื่อเสียงมากทีเดียวเพราะมีเต่าหลากหลายตัวเข้ามาทักทายกับเต่าน้อยอย่างเป็นกันเอง
กระทั่งสองเผ่าพันธุ์ว่ายน้ำมาถึงอุโมงค์ทอดตัวยาวลงสู่ใต้ผืนทรายขนาดใหญ่เต่าน้อยใช้เท้าหน้าข้างหนึ่งชี้ตรงไปยังอุโมงค์แล้วบอกเสิ่นอี้ตามจริงว่า
“นี่คือทางเข้าประตูผ่านมิติพวกเราเข้าไปดูกันเถอะ”
มันว่ายน้ำนำหน้าเข้าไปก่อนอย่างผ่อนคลายเสิ่นอี้ว่ายตามพลางกวาดสายตาสำรวจรอบอุโมงค์ทางเข้าด้วยความสนใจ เขาพบว่าอุโมงค์ทำมาจากวัสดุคุ้นตาเหมือนวัสดุทนทานชนิดหนึ่งบนดาวเอวาจึงนึกสงสัยถึงที่มาของประตูผ่านมิติ
“เทอเทิลไชน์ประตูผ่านมิตินี่ใครเป็นคนสร้างหรือ? แล้วมันอยู่ที่นี่มานานหรือยัง?”
ชายหนุ่มสอบถามเต่าน้อยอย่างมีความหวังเพราะหากผู้สร้างเป็นคนจากดาวเอวาจริงด้วยทักษะวิศวกรที่เขาได้รับมาจากระบบโกลาหล เขาอาจหาทางซ่อมแซมมันให้กลับคืนมาใช้งานได้ดังเดิม
“เอ! ข้าไม่แน่ใจนะ แต่ปู่เคยเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนที่นี่ก็ไม่ได้มีน้ำทะเลเยอะขนาดนี้หรอก เจ้าเห็นแท่งหินตรงที่พบข้าไหมที่นั่นปู่บอกว่ามันเคยเป็นแผ่นดิน และมีเมืองกับเผ่าอื่นอาศัยอยู่แต่พอน้ำทะเลท่วมจนมิดแล้ว เมืองก็พังทลาย เผ่าที่เคยอาศัยอยู่ก็พากันจมน้ำตายหมด”
เต่าน้อยตอบตามที่เคยได้ยินเรื่องราวเล่าขานมาจากปู่มันแอบมีความหวังว่าชายหนุ่มจะสามารถซ่อมแซมประตูผ่านมิติได้
เสิ่นอี้พยักหน้ารับรู้แต่ไม่ได้สอบถามอะไรเพิ่มเติมเพราะรับรู้แล้วว่าเต่าน้อยคงไม่รู้เรื่องของประตูผ่านมิติมากนักยกเว้นเขาจะกลับไปสอบถามกับเต่าชราอีกครั้ง ทว่าไม่ใช่ในเวลานี้
สักพักหนึ่งเสิ่นอี้ว่ายน้ำมาถึงตำแหน่งที่อยู่ของประตูผ่านมิติเขารับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายเคลื่อนผ่านผนังบาง ๆ ที่มีลักษณะโปร่งแสงและยืดหยุ่นสูง
แต่พอผ่านเข้ามาแล้วเขายังหายใจได้เป็นปกติ ทว่าไม่มีน้ำอยู่ภายในโดมขนาดใหญ่ที่มีประตูทรงสามเหลี่ยมตั้งวางอยู่บนแท่นหินยกสูงจากพื้นแม้แต่น้อย
“นี่แหละประตูผ่านมิติปู่เอาเจ้าก้อนหินสีน้ำเงินนี่ใส่เข้าไป แต่มันก็ไม่ทำงานเหมือนเดิม ไม่มีใครรู้ภาษาที่สลักไว้บนประตูจึงไม่รู้ว่าจะซ่อมมันให้ใช้งานได้ยังไง?”
เต่าน้อยกล่าวแนะนำประตูผ่านมิติให้เสิ่นอี้รู้จักมันสาธยายและสาธิตถึงปัญหาที่เผ่าเต่าล้านปีเคยพบให้แก่ชายหนุ่มรับฟังโดยไม่ได้สังเกตท่าทางตื่นเต้นยินดีของชายหนุ่มสักนิด
“เต่าน้อย อ๊ะ!.....ไม่ใช่สิ เทอเทิลไชน์ ข้ารู้แล้วว่าจะซ่อมมันยังไง? ไม่ต้องเป็นกังวล แต่ข้าต้องหาอุปกรณ์ที่พอจะแก้ขัดได้เสียก่อน”
ชายหนุ่มเรียกเต่าน้อยผิดพลาดเพราะมัวแต่ดีใจที่ตนสามารถอ่านอักษรบนประตูผ่านมิติได้เข้าใจเนื่องจากเป็นภาษาของดาวเอวา ประการสำคัญเป็นภาษาคุ้นเคยที่เขาพบในห้องทดลองของปราชญ์เพี้ยน
ชายหนุ่มมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าผู้สร้างประตูผ่านมิติที่นี่น่าจะเป็นปราชย์เพี้ยนที่ตนเคยไปเก็บอึสัตว์เลี้ยงให้เขาอย่างแน่นอน
พอเต่าน้อยได้ยินเสิ่นอี้บอกว่าสามารถซ่อมแซมได้มันตาโตเป็นประกายด้วยความดีใจและสอบถามชายหนุ่มอย่างมีความหวังว่า
“จริงหรือ? เจ้าต้องการอุปกรณ์อะไรบ้างละ? บอกข้ามาเลย เดี๋ยวข้าให้ลูกน้องไปช่วยหามาให้ขอแค่เจ้าซ่อมประตูนี้ได้ พวกเราก็มีความหวังที่จะหาอาวุธมากำจัดหมึกยักษ์ได้แล้ว”
“ได้สิ.....อุปกรณ์ที่ว่าจะมีแบบนี้นะ........”
เสิ่นอี้สาธยายอุปกรณ์ที่เขาต้องการใช้เพื่อนำมาซ่อมแซมประตูผ่านมิติให้ใช้การได้ดังเดิมโดยคาดหวังว่าเต่าน้อยจะสามารถค้นหาได้ หากไม่ได้อาจใช้อุปกรณ์อื่นทดแทนโดยเขาอธิบายให้เต่าน้อยฟังอย่างละเอียด
“ตกลงข้าจะไปบอกปู่ ให้ปู่ระดมเต่าทั้งหมดไปค้นหา เจ้าอยู่ที่นี่ได้อยู่ใช่ไหม? ว่าแต่เจ้ากินอาหารแบบไหนหรือ? ข้าจะได้ให้ลูกน้องเอามาส่ง”
เต่าน้อยขันอาสาที่จะช่วยเหลือเสิ่นอี้อย่างเต็มที่มันสอบถามเรื่องอาหารกับชายหนุ่มด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกเจ้าเร่งหาอุปกรณ์ให้ข้าดีกว่า ถึงอุปกรณ์ที่ว่าจะจมน้ำก็ไม่ต้องห่วงแค่นำมันกลับมาให้ข้าได้ก็พอ”
เสิ่นอี้โบกมือเป็นเชิงปฏิเสธเนื่องจากเขามีอาหารกล่องที่ปรุงเตรียมไว้จำนวนมากในช่องเก็บของระบบโกลาหลจึงไม่เป็นกังวลเท่าใดนัก
เขาต้องการให้เต่าน้อยค้นหาอุปกรณ์ทั้งหลายให้เจอมากกว่าโดยคาดหวังว่าเมืองที่เคยมีอยู่ อาจมีอุปกรณ์เหล่านั้นจมอยู่ใต้ท้องทะเลจึงหวังให้เผ่าเต่าค้นหาให้พบได้มากที่สุด
“ได้! ถ้างั้นข้าไปบอกปู่ก่อนนะ”เต่าน้อยพยักหน้าตอบรับ
มันพุ่งตัวออกไปจากพื้นที่ในโดมแล้วว่ายกลับไปหาปู่อย่างกระตือรือร้นโดยปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่ในพื้นที่โดมตามลำพัง