บทที่ 38 ผลไม้วิญญาณและบ่อน้ำเย็น 2
งูหลามพิษกลืนเปลวไฟหยุดมองเย่อู๋เชวียที่เชิงเขาโดยไม่ไล่ตามขึ้นไปสายตาสีทองเข้มของมันมีประกายของความกลัวและร่างกายที่ยาวกว่าสิบห้าวาเริ่มขดเป็นวงกลมคล้ายกับพยายามป้องกันตัวจากศัตรูที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตามเมื่อมันเห็นเย่อู๋เชวียดึงผลไม้ทั้งสามลูกออกมาจากแหวนเก็บของดวงตาของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟก็เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งมันกรีดร้องเสียงดังและพยายามบุกขึ้นสู่ยอดเขาอีกครั้ง!
เย่อู๋เชวียเลิกสนใจงูหลามพิษที่อยู่ด้านล่างและให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมรอบตัวมากกว่าแม้ว่าภูเขาที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาจะสูงชันแต่หากงูหลามตัวนั้นรวบรวมความกล้าได้มากพอมันจะสามารถบุกขึ้นสู่ยอดเขาได้อย่างรวดเร็ว
ร่างอันใหญ่โตของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟเริ่มคืบคลานขึ้นสู่ยอดเขาอย่างช้าๆอย่างไรก็ตามความเร็วของมันกลับช้ามากและเห็นได้ชัดว่ามันมีความหวาดกลัวต่อบางสิ่งบางอย่างที่อยู่บนยอดเขานี้!
เย่อู๋เชวียกวาดตามองไปทุกที่เพื่อค้นหาว่าสิ่งที่งูหลามพิษกลืนเปลวไฟหวาดกลัวคืออะไรกันแน่และทันใดนั้นเย่อู๋เชวียก็สัมผัสได้ถึงคลื่นความเย็นอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่ใจกลางยอดเขา
“นี่คือ…” เย่อู๋เชวียสับสน
“เป็นแค่บ่อน้ำแห่งหนึ่งแต่ดูเหมือนน้ำในบ่อนี้จะเย็นอย่างแปลกประหลาดอยู่บ้าง”กงก็ไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน
เย่อู๋เชวียมองไปยังบ่อน้ำที่ค่อนข้างบริสุทธิ์สดใสแม้ว่าความกว้างของมันจะมีประมาณยี่สิบวาเท่านั้น แต่ก้นของบ่อน้ำกลับลึกล้ำจนไม่สามารถมองเห็นจุดสิ้นสุดได้กลางสระน้ำเย็นมีต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง ลักษณะแปลกประหลาดสูงประมาณสองวากลางลำต้นมีโพรงไม้เล็กๆ ซึ่งสามารถรองรับคนได้หนึ่งหรือสองคน
“อู๋เชวีย ไปที่โพรงไม้นั้นข้ารู้สึกว่าต้องมีบางสิ่งบางอย่างซุกซ่อนอยู่” กงอุทานอย่างตื่นเต้น
ความผันผวนของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟที่อยู่ด้านหลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆเย่อู๋เชวียมองไปรอบๆ ก่อนจะหยิบก้อนหินสามก้อนขึ้นมา จากนั้นเขาโยนก้อนหินเล็กๆลงไปในบ่อน้ำ และก่อนที่ก้อนหินจะจมลงสู่ด้านล่าง เย่อู๋เชวียก็กระโดดออกจากฝั่งแล้วเหยียบลงบนก้อนหินอย่างพอดิบพอดี
เมื่อแรงที่หยิบยืมมากำลังจะหมดลงเย่อู๋เชวียก็โยนก้อนหินอีกก้อนไปด้านหน้าและร่างของเขาก็เหยียบหินก้อนนั้นเพื่อส่งตัวเองให้ทะยานเข้าใกล้ต้นไม้ที่อยู่กลางบ่อน้ำเข้าไปทุกที!
“แซ่ด!”
งูหลามพิษกลืนเปลวไฟในที่สุดก็คืบคลานขึ้นมาถึงยอดเขาเย่อู๋เชวียหันมองกลับไปด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยบ่อน้ำนี้มีขนาดเล็กมากและหากงูหลามพิษคิดจะข้ามมามันก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย!
“ฟ่อ”
ทันทีที่มองเห็นเย่อู๋เชวียยืนอยู่ใต้ต้นไม้กลางบ่อน้ำดวงตาสีทองเข้มของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟก็เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะที่มันกำลังจะโจมตีเย่อู๋เชวียอีกครั้งทันใดนั้นสายตาของมันก็มองไปยังน้ำที่เย็นเยียบซึ่งขวางกั้นอยู่ด้านหน้าและดวงตาของมันก็ปรากฏความกลัวอย่างไม่อาจปิดบัง!
ร่างอันใหญ่โตของงูหลามพิษกำลังเคลื่อนไหวอย่างกระสับกระส่ายและถอยห่างออกจากบ่อน้ำอย่างช้าๆมีเพียงนัยน์ตาสีทองเข้มคู่นั้นที่ยังจับจ้องไปยังเย่อู๋เชวียอย่างไม่วางตา!
ปฏิกิริยาของงูหลามพิษไม่สามารถรอดพ้นสายตาของเย่อู๋เชวียได้เขาเข้าใจทันทีว่างูหลามพิษตัวนี้ดูเหมือนจะหวาดกลัวต่อความหนาวเย็นเป็นอย่างมากแม้จะไม่รู้เหตุผลแต่เย่อู๋เชวียก็ผ่อนคลายจิตใจลงเล็กน้อยเพราะในสถานที่แห่งนี้เขาจะได้รับความปลอดภัยชั่วคราว
หลังจากหลบหนีอย่างสุดกำลังมากกว่าครึ่งชั่วยามเย่อู๋เชวียก็รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเล็กน้อยจิตวิญญาณการต่อสู้ในร่างกายของเขาถูกเผาผลาญไปพอสมควรดังนั้นเขาจึงนั่งลงที่ใต้ต้นไม้เพื่อพยายามฟื้นคืนพลังที่สูญเสียไป
เมื่อมองไปยังผลไม้ทั้งสามลูกที่ถืออยู่ในมือใบหน้าของเย่อู๋เชวียก็ปรากฏรอยยิ้มที่สว่างสดใส
“ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็ไม่เสียเปล่าไม่รู้ว่าตอนนี้หลินอิงหลัวและซือหม่าอ๋าวจะเป็นอย่างไรบ้าง…”
หลินอิงหลัวเป็นคนที่ค่อนข้างระวังตัวและซือหม่าอ๋าวก็เชื่อฟังคำพูดของนางเป็นอย่างมากเย่อู๋เชวียเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ได้รับอันตรายชั่วคราวดังนั้นเขาจึงเขย่าผลมรกตวิญญาณอัคคีทั้งสามผลในมืออีกครั้ง
“ครืน…”
มือขวาของเย่อู๋เชวียดึงตราประทับร้อยเมืองออกมาจากแหวนเก็บของเขาไม่รอช้าและควบคุมมันให้ดึงดูดพลังจากผลมรกตวิญญาณอัคคีทั้งสามอย่างรวดเร็ว
“ครืน”
ในขณะนั้นตราประทับร้อยเมืองเริ่มสั่นสะเทือนเล็กน้อยและปราณสวรรค์พิภพก็ถูกดึงออกมาอย่างง่ายดาย
ไม่นานหลังจากตราประทับร้อยเมืองดูดซับพลังงานจากผลมรกตวิญญาณอัคคีทั้งสามมันก็เริ่มมีสีสันที่เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด!
“หือ!ด้วยสมบัติสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมถึงขนาดนี้ก็ยังไม่พอที่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือ?”
เย่อู๋เชวียรู้สึกสิ้นหวังเล็กน้อยการประลองของสมรภูมิร้อยเมืองมีเงื่อนไขที่โหดเหี้ยมจริงๆบางทีทางเลือกเดียวของเขาอาจเป็นการแย่งชิงพลังวิญญาณจากตราประทับร้อยเมืองของผู้เข้าแข่งขันกลุ่มอื่นๆเท่านั้น
“ครืน”
ตราประทับร้อยเมืองยังคงสั่นสะเทือนไม่หยุดและสุดท้ายมันก็ปลดปล่อยแสงสีฟ้าอ่อนออกมา!
หลังจากที่ตราประทับร้อยเมืองสีขาวดูดซับพลังวิญญาณของสัตว์อสูรมากกว่าสิบตัวและปราณสวรรค์พิภพจากผลมรกตวิญญาณอัคคีทั้งสาม ในที่สุดมันก็เปลี่ยนเป็นสีฟ้า!
เมื่อมองไปยังตราประทับร้อยเมืองและผลไม้ทั้งสามในมือดวงตาของเย่อู๋เชวียก็เปล่งประกายสดใสจากนั้นเขาก็เหลือบดูงูหลามพิษกลืนเปลวไฟที่ยังคงวนเวียนอยู่รอบๆ บ่อน้ำและสายตาของเขาได้ปรากฏความเย็นชาขึ้นเล็กน้อย!
เย่อู๋เชวียใส่ผลมรกตวิญญาณอัคคีสองผลลงไปในแหวนเก็บของโดยเหลือผลไม้สีแดงฉานไว้ในมืออีกหนึ่งผลแม้จะถูกปลิดลงมาจากต้นเป็นเวลานานพอสมควรแต่ผลไม้ลูกนี้ยังคงกักเก็บความร้อนอยู่ในตัวซึ่งเพียงพอที่จะอธิบายความมหัศจรรย์ของมันได้เป็นอย่างดี
ดวงตาของเย่อู๋เชวียลุกเป็นไฟและพึมพำกับตัวเองว่า“ผลมรกตวิญญาณอัคคีนี้อาจทำให้ข้าไปถึงขั้นกลางของอาณาจักรวีรชนได้เลยเมื่อถึงตอนนั้นข้าต่างหากที่จะเป็นฝ่ายไล่ล่าเจ้า!”
สายตาของเย่อู๋เชวียยังคงจับจ้องไปยังนัยน์ตาสีทองของงูหลามพิษกลืนเปลวไฟจากนั้นเขาก็ยัดผลมรกตวิญญาณอัคคีเข้าไปในปากโดยไม่มีความลังเล!
.......