ทันทีที่รถจอดหญิงสาวรีบเปิดประตูแล้วลงมาแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที ลุคส์จอดรถมองหญิงสาวร่างบางสาวเท้าเดินเข้าไปในบ้านแล้วไขกุญแจโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนชายได้มาจอดรออยู่หน้าบ้าน
“ปรางค์!”เสียงเรียกของกวินภพทำให้ร่างบางสะดุ้ง
“วินมาได้ยังไง”ปรางค์ปรียาถามเสียงสั่น
สายตาคมกวาดมองไปยังรถยนต์ที่มาจอดหน้าบ้านแล้วกลับมามองไปยังสาวที่เขาหลงรักปักใจ
“ปรางค์มากับใครเหรอ?”
“มากับเพื่อน”
คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ลุคส์จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังยืนพูดคุยกับหญิงสาวด้วยความไม่พอใจกวินภพมองหน้าหญิงสาวแต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยแดงเป็จ้ำที่คอ
“คอไปโดนอะไรมาปรางค์!”กวินภพเริ่มจับผิด
ปรางค์ปรียารีบยกมือปิดต้นคอตนเอง แล้วเมินหน้าหนีเพื่อไม่ให้กวินภพจับผิดได้
“ไม่มีอะไรหรอกวิน เราจะเข้าบ้านแล้ววินกลับไปก่อนเถอะ”หญิงสาวตัดบทแล้วรีบเดินหนี
“เดี๋ยวปรางค์”กวินภพรั้งข้อมือบางไว้
ลุคส์ชะงักขบกรามเป็สันนูน มือหนากำพวงมาลัยรถแน่น เขาเริ่มจะอดทนกับมันไม่ไหวแล้ว
“ปล่อยนะวิน!”
“ปรางค์คุยกับเราให้รู้เื่ก่อน เมื่อคืนปรางค์ไปไหนมา”กวินภพยังคงซักไซ้ไม่หยุด
“เราไม่มีอะไรจะตอบวิน”
กวินภพกระชากร่างบางเข้ามาหาตนเอง แล้วรัดเอวบางไว้แน่น ลากเข้าตัวบ้านลุคส์เปิดประตูรถออกมาทันทีแล้วรีบเดินเข้าไป
“ปล่อยนะวินอย่าทำแบบนี้!!” หญิงสาวร้อง
“เมื่อคืนปรางค์ไปไหนมา ทำไมกลับมาสภาพแบบนี้ คอปรางค์ไปโดนอะไรมากันแน่ตอบวินมา!”กวินภพถามขณะกอดรัดร่างบางแน่น
“อย่าทำกับปรางค์แบบนี้นะวิน เราเป็เพื่อนกันนะ”
“แต่เราไม่เคยคิดกับปรางค์แค่เพื่อน เราถามจริงๆ เถอะเมื่อคืนปรางค์ไปนอนกับใครมา!”
หญิงสาวน้ำตาคลอ อับอายเกินกว่าจะตอบอะไรได้ เธอเองก็ไม่ได้อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้เหมือนกันแต่เพราะเขาเป็คนยัดเยียดมันให้กับเธอ
“วิน... ปรางค์ไม่มีอะไรจะบอกปล่อยปรางค์ไปเถอะทำแบบนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก” คนถูกถามตัดบทเพราะไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์กับใคร กวินภพไม่มีทางเลื่อนขึ้นมาเกินเพื่อนได้
“ปรางค์ไม่เคยเห็นใจเราเลยเหรอ เรารักปรางค์มากนะ ทำไมปรางค์ต้องทำร้ายจิตใจเราด้วย...”กวินภพตัดพ้อ
“ปรางค์ขอโทษนะวิน แต่เื่ของเรามันเป็ไปไม่ได้หรอกนะ”
กวินภพขบกรามแน่นด้วยความโกรธกรุ่น กับเขาทำไมถึงไม่ยอมพอกับคนอื่นไม่มีปัญหา รอยแดงที่คอมันก็บ่งบอกแล้วว่าเธอไปทำอะไรมา
“ใครกันปรางค์ ใครที่ปรางค์ไปนอนกับมัน ผู้ชายคนนั้นใช่ไหมที่ทำให้ปรางค์ปฏิเสธเรา!”
ร่างบางดิ้นรนก่อนจะผลักเขาออกห่าง มือบางสั่นระริก ไม่อยากตอบคำถามอะไรและไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายแค่นี้เธอก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว รีบเดินหนีเขาเพื่อตัดปัญหา
กวินภพขบกรามแน่นสาวเท้าเดินตาม กระชากร่างบางไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าคมโน้มลงมาแล้วพรมจูบทั่วใบหน้าหญิงสาวจนแทบไม่ทันตั้งตัว
“อื้อ! อย่านะวิน! อย่าทำแบบนี้!”ปรางค์ปรียากรีดร้อง
กวินภพเหวี่ยงร่างบางไว้บนโซฟา แล้วกดตรึงร่างเธอไว้ หญิงสาวหน้าซีดเผือดด้วยความกลัวมือหนาคว้าสาบเสื้อแล้วกระชากมันจนขาดติดมือ
“กรี๊ด!”หญิงสาวพยายามใช้มือปัดป้อง
“เธอนอนกับคนอื่นได้ ทำไมกับฉันจะนอนไม่ได้ปรางค์ปรียาเธอทำให้ฉันต้องเป็บ้าเธอรู้ไหม!”
“อย่านะวิน! อย่าทำปรางค์เลย...”เธอสะอื้นออกมาไม่หยุด
ลุคส์เดินเข้ามาภายในบ้านภาพตรงหน้าทำให้เขาเืขึ้นหน้า กระชากร่างของกวินภพออกมาเหวี่ยงลงไปบนพื้นบ้านปรางค์ปรียารีบคว้าเสื้อที่ฉีกขาดมาปกปิดเรือนร่างตนเองไว้
กวินภพจ้องมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความงุนงงมันเป็ใครแล้วมาวุ่นวายอะไรที่นี่
“แกเป็ใคร”กวินภพถามเสียงกร้าวก่อนจะลุกขึ้นยืน
“แกจะรู้ไปทำไม!”
“ออกไปซะ แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเื่นี้!”
“แกต่างหากที่ต้องออกไปเพราะฉันคือคนที่มีสิทธิ์ในตัวปรางค์ปรียาอย่างเต็มที่!”เขาย้อน
กวินภพเหลือบมองเพื่อนสาวด้วยความไม่เข้าใจ เขาไม่อยากจะคิดแต่จากลักษณะที่เห็นเขาไม่ใช่คนโง่ พอจะคาดเดาอะไรได้
“ปรางค์....ปรางค์มีอะไรจะบอกเราไหม”กวินภพถามเสียงสั่น
คนถูกถามส่ายหน้าสะอื้น พูดอะไรไม่ออกแล้ว ในเวลานี้เธอรู้สึกเจ็บช้ำเกินกว่าจะเปิดปาก
“ปรางค์... ทำไมต้องทำกับเราแบบนี้ ฮือๆๆ” คนอกหักน้ำตาไหลรินอาบแก้ม
“วิน... เราขอโทษ แต่เขาเป็พ่อของไทม์” หญิงสาวยอมตอบคำถามออกมาในที่สุด
กวินภพพูดไม่ออก เขาทำได้แค่เพียงโดนโซเซออกไปนอกตัวบ้าน ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่เหมือนหัวของเขามันมึนไปหมด เมื่อได้รับรู้ความจริงเื่นี้... ปวดร้าวทรมาน รักเธอมานาน รอคอยและให้เวลากับเธอ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่สามารถเอาชนะใจเธอได้เลย
ลุคส์หันมาจ้องมอง เขาเดินเข้าไปใกล้แต่หญิงสาวกลับขยับกายหนี การกระทำของเธอทำให้เขาเริ่มฉุนชายหนุ่มรีบคว้าเอวบางเอาไว้ แล้วกอดรัดไม่ให้หนีไปไหน
“จะทำอะไรฉันอีก!”หญิงสาวตวาดเขา
“ไปเก็บข้าวของซะ จะได้ไปที่บ้านฉันเลยวันนี้”
“ฉันจะไปเก็บยังไงหมดกัน แล้วอีกอย่างฉันจะไปได้ยังไง ไทม์ไม่ได้อยู่กับฉัน!”
“เอาแค่ของสำคัญไปแค่นั้น ส่วนอย่างอื่นเดี๋ยวฉันซื้อให้!”
“แต่ว่าฉัน...”
“อย่าขัดคำสั่งฉันปรางค์ปรียา ฉันไม่ชอบ!”
เธอกัดฟันทนกับคำสั่งของเขา ทำได้แค่ทำตามเขาเธอรู้ อำนาจเงินเขามันมากล้นฟ้าเธอสู้อะไรไม่ได้หรอก ความหวังเดียวคือการได้อยู่กับลูกเท่านั้น ต่อให้เขาย่ำยีเธอมากเท่าไหร่ก็ต้องทนเพื่อไทม์
ทันทีที่รถของชายหนุ่มจอด พินอาภารีบวิ่งออกมาแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นลุคส์เปิดประตูรถออกมาพร้อมกับเพื่อนของตนเองร่างบางรีบเดินมาหามองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตา ปรางค์ปรียายืนก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาเพื่อนเพราะกลัวคำถาม
“พิน... ไทม์อยู่ไหนเหรอ?”
“แม่ครับ!”ไทม์วิ่งออกมาจากตัวบ้านแล้วกระโจนกอดมารดาทันที
“เป็ไงบ้างครับลูกชายของแม่ อยู่กับน้าพินสนุกไหม”
“สนุกครับแม่”
ลุคส์ลอบมองบุตรชาย ในขณะที่ไทม์เองก็หยุดชะงักแล้วหันมามองเขาเช่นกันเด็กชายรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขาในวันนี้
“คุณอา มาทำอะไรที่นี่ครับ”
“อามาหาไทม์กับแม่ไงครับ”
พินอาภารีบลากเพื่อนตนเองออกไปทันที โดยปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่กับบุตรชายตนเองลุคส์รีบอุ้มไทม์ไว้ก่อนพาเดินไปนั่งเล่นที่ม้านั่งในสวน
“ปรางค์หมายความว่ายังไงเราไม่เข้าใจเลย!”พินอาภาถามเสียงสั่น
“พินเรามีข้อตกลงกับเขา เราคงต้องไปอยู่กับเขาที่บ้าน เพราะถ้าหากเราไม่ไปเขาจะเอาไทม์ไปจากเรา”เธอตอบเพื่อนเสียงเครือ
“อะไรนะ!”
“เราทำอะไรไม่ได้หรอกพิน เราคงต้องยอมเขา ถ้าหากเราดึงดันเขาจะฟ้องศาล พินก็รู้ว่าเขามีอำนาจมากแค่ไหนเราไม่ยอมเสียไทม์ไปเด็ดขาดพิน” กลืนก้อนสะอื้นไว้ แล้วข่มกลั้นน้ำตาเธอไม่อยากอ่อนแอไปมากกว่านี้
พินอาภากัดริมฝีปากโอบไหล่เพื่อนไว้เพื่อปลอบ ช่วยเพื่อนไม่ได้เลยทำไมลุคส์ถึงไม่เลิกยุ่งกับปรางค์เสียที ผู้ชายคนนั้นจะตามทำร้ายเพื่อนเธอไปถึงไหนกัน
“ปรางค์... แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะไปอยู่ที่นั้น”
“แน่ใจแล้วพิน ปรางค์คงต้องไปอยู่กับเขาเพื่อลูก...”
“ขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว”พินอาภาบอกเพื่อนเสียงสั่น
“ไม่เป็ไรหรอกพิน เรารู้ดีว่าพินหวังดีกับเรามากแค่ไหน อยากช่วยเหลือเรามากแค่ไหนแต่คนอย่างเราคงไม่สามารถไปสู้รบปรบมืออะไรกับเขาได้หรอก”
หลังจากจบบทสนทนาปรางค์ปรียารีบเดินมาหาบุตรชาย เด็กชายมองหาแม่รีบวิ่งเข้ามาหาเธอจับมือลูกไว้แล้วพาเดินไปยังรถของเขา ร่างเล็กรีบเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างงงๆชายหนุ่มรีบขึ้นมานั่งประจำเมื่อพร้อมจึงสตาร์ทรถออกไปในทันที
“แม่ครับเราจะไปไหนกันครับ” เด็กชายถามด้วยความสงสัย
“ไว้เราไปถึงแล้วแม่จะบอกนะลูก...”
ไม่นานนักรถก็เลี้ยวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเดี่ยวสุดหรู ไทม์มองดูรอบๆ บ้านอย่างตื่นตาตื่นใจเมื่อเปิดประตูได้ร่างเล็กรีบวิ่งออกไปสำรวจรอบบริเวณบ้านทันทีพอได้ที่ก็รีบวิ่งกลับมาหามารดา
“แม่ครับนี้บ้านใครครับ”
“ไทม์ชอบที่นี่ไหมลูก” ปรางค์ปรียาถาม
“ชอบครับ”เด็กชายตอบทันที
“แล้วอยากอยู่ที่นี่ไหม”
“อยากอยู่ครับ”
ลุคส์ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ร่างสูงใหญ่เดินไปหาบุตรชายแล้วอุ้มเข้าไปในตัวบ้านร่างบางรีบเดินตามเขาไป ชายหนุ่มว่างร่างเล็กไว้บนโซฟาพร้อมนั่งลงข้างๆ คนเป็แม่เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเด็กชายหันมองแม่ทีและเพื่อนแม่อีกทีด้วยความงุนงง
“คุณควรจะบอกลูกได้แล้วนะ”เขาเตือน
ปรางค์ปรียามองหน้าบุตรชายเธอไม่รู้จะพูดยังไงดี เด็กชายเหลือบมองแม่ด้วยความสงสัย
“แม่มีอะไรจะบอกผมเหรอครับ?”เขาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“แม่...”
“ครับแม่ บอกผมมาเถอะครับ”เด็กชายรอฟังด้วยรอยยิ้ม
“ไทม์... ความจริงอาฝรั่งที่เป็เพื่อนของแม่ เขา... คือพ่อของลูกนะครับ”
เด็กชายตัวน้อยนิ่งงันดวงตาเล็กๆ จับจ้องไปที่พ่อของตนเองเวลานี้เด็กอย่างเขากลับไม่เข้าใจ ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้มีความคิดซับซ้อนนักหัวใจเล็กๆ ดวงนี้ทำไมมันถึงเต้นตุบๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ กันนะ แล้วทำไมน้ำใสๆ ถึงเริ่มเอ่อล้นออกมา
แววตาที่กำลังส่งมาทำให้หัวใจของคนเป็พ่อถึงกับกระตุกวูบอย่างประหลาด ไทม์รู้สึกไม่เข้าใจว่าพ่อหายไปไหนมาถึงได้มาหาเขาช้านักแล้วทำไมแม่จะต้องเลี้ยงเขามาเพียงคนเดียว เวลานั้นพ่อไปไหนกันนะ! แล้วที่เขาโดนล้อว่าไม่มีพ่อที่แม่โดนคนอื่นต่อว่าว่าเป็ผู้หญิงไม่ดี เื่พวกนี้ไม่ควรเกิดกับเด็กน้อยอย่างเขาและแม่ที่แสนดีเลยสักนิด
“ไทม์...”หญิงสาวเรียกบุตรชาย
ไทม์มองหน้าผู้ที่แม่บอกว่าเป็พ่อเท่านั้น เด็กอย่างเขาจะพูดอะไรออกมาดี กับการได้พบพ่อจริงๆทั้งๆ ที่เคยคิดในใจแล้วว่าจะะโกอดหากได้พบพ่อ แต่เวลานี้มือเล็กๆกลับสั่นเทาแทน
“แม่... คุณอาเป็พ่อไทม์จริงๆ เหรอครับ”เด็กชายเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ
“ใช่ครับไทม์...”
เด็กชายกระโจนเข้าหาพ่อ กำปั้นเล็กๆ รัวทุบไปที่ลำตัวของบิดา น้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นออกมาไม่หยุดเขาโกรธที่พ่อหายไปทำให้แม่ต้องร้องไห้ ทำให้แม่ต้องโดนคนอื่นต่อว่า ทำให้เขาต้องถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็เพราะพ่อมาหาเขาช้าไป
น้ำตาที่กำลังไหลมือน้อยกำลังรัวใส่เขาลุคส์นิ่งงันหัวใจเขารู้สึกผิดอย่างประหลาด เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาเลยสักครั้งในชีวิต
ดวงใจของแม่รู้สึกเ็ปยิ่งนัก มือบางไขว่คว้าบุตรชายรั้งมากอดไว้แนบอก น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพลั่งพรูออกมาสิ่งเดียวที่ทำให้ความปวดร้าวที่เคยได้รับในอดีตถูกบั้นทอนความเ็ปคือบุตรชายแสนไร้เดียวสาแม้กายและใจจะได้รับแผลฝั่งลึกจนยากลืมเลือนแต่กลับได้บางสิ่งมาเติมเต็ม เพียงน้ำตาหยดเล็กๆของลูกกำลังเสียใจจากการกระทำของพ่อ หัวใจของแม่ที่เฝ้าทะนุถนอมฟูมฟักเลี้ยงดูมาด้วยความรักจนเด็กตัวน้อยๆเริ่มเติบใหญ่ขึ้นมา เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นแววตาลูกหม่นเศร้าถึงเพียงนี้
ปรางค์ปรียารู้สึกเหมือนใจจะขาด แม้ใจไม่อยากให้ลูกได้รับรู้ว่าพ่อของเขาเป็ใครเพราะกลัวว่าลูกจะเกลียดพ่อบังเกิดเกล้าของตนเอง แต่แววตาเล็กๆ ที่คนเป็แม่กำลังเห็นกลับมีแต่ร่องรอยแห่งความเสียใจเพียงเท่านั้น ลุคส์รู้สึกสะท้อนในใจ ความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้จักเวลานี้เขาได้ทักทายกับมันแล้ว
“แม่ครับ...”เด็กชายเรียกแม่เสียงแ่
“แม่ขอโทษนะลูก... ที่แม่ไม่ยอมบอกหนู แม่รักหนูมากนะครับ”
เสียงหวานที่กำลังปลอบประโลม ทำให้หัวใจเคยเย็บเฉียบดุจน้ำแข็งกำลังละลายใจของเขากำลังสั่นไปด้วยความหวั่นไหว ดวงใจนี้กำลังรู้สึกเ็ป เขาไม่ได้เป็ผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกรู้สาอย่างที่ใครๆปรามาสกันใช่ไหม เขาเองเป็คนมีเืเนื้อมีหัวใจมีความรู้สึกเช่นเดียวกับคนทั่วไปแล้วใช่ไหม
ริมฝีปากหนาขยับไปมาเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาแต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกินเพราะคำนั้นตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยเอ่ยมันออกมาสักครั้ง
“ไทม์... พ่อขอโทษนะลูก”
เสียงแ่เบาดังแว่วมาทำให้เด็กชายหยุดสะอื้น พร้อมหันกายไปมองดูผู้ที่แม่บอกว่าเป็พ่อของเขาลุคส์นิ่งงันเป็ครั้งแรกที่คำว่าขอโทษออกจากปากคนอย่างเขา ผู้ที่มีฉายาปีศาจน้ำแข็งแววตาเคยหม่นเศร้าบัดนี้เริ่มมีแววสดใสกลับมา ใจดวงเล็กๆ รู้สึกตำหนิบิดาที่จากลาโลกนี้ไปก่อนแม่แต่เมื่อรู้ความจริงทั้งๆ ที่ หัวใจดวงนี้ออกจะดีใจแต่เมื่อนึกถึงแม่ที่แสนดีต้องทนลำบากเลี้ยงดูมาเพียงคนเดียวและใครต่อใครที่ต่างก็ต่อว่าแม่ของตนเป็หญิงไม่ดี ทำให้ความสุขได้เจอพ่อกลับกลายเป็โกรธที่พ่อมาช้าไปร่างเล็กออกจากอ้อมกอดที่เป็ดั่งเหมือนปีกอันคอยปกป้องคุ้มครองมาเกือบหกปี สู่อ้อมอกที่ไม่เคยได้พบพานมาก่อนเมื่อปีกของผู้เป็พ่อกางออกมาเพื่อปกป้องเขาอีกคน
“พ่อไปไหนมา ผมอยากเจอพ่อมาตลอด... ทำไมพ่อไม่มาหาไทม์ให้เร็วกว่านี้ล่ะครับแม่จะได้ไม่ต้องร้องไห้เพราะผม...” ไทม์สะอื้นออกมา
“พ่อขอโทษนะลูก พ่อไม่ได้ตั้งใจ... ไทม์อย่าโกรธพ่อได้ไหมลูก”
“ไทม์ไม่โกรธพ่อหรอกนะครับ ไทม์แค่สงสารแม่... แม่ต้องอดทนเพื่อไทม์มาตลอดเลยนะครับพ่อ...”
“พ่อจะไม่ทิ้งไทม์กับแม่ไปอีกนะลูก”
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่เขากอดลูกชายไว้อย่างนั้นแต่เวลานี้เด็กชายตัวน้อยกลับหลับไปในอ้อมกอดของคนเป็พ่อไปเรียบร้อยแล้วปรางค์ปรียามองภาพนั้นด้วยความอิ่มเอม
“พาลูกขึ้นไปนอนก่อนเถอะค่ะ”
ลุคส์อุ้มลูกไว้เดินขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้านชายหนุ่มหยุดยืนหน้าประตูห้องที่มีสีสันสวยงาม มือบางกำลูกบิดแล้วเปิดให้เขาพาลูกเข้าไปในห้องนอนร่างเล็กถูกวางไว้บนเตียงขนาดพอเหมาะ ลุคส์จัดการรั้งผ้าห่มมาคลุมตัวบุตรชายไว้แล้วลูบศีรษะเบาๆไฟในห้องถูกปิดพร้อมกับประตูห้องนอน
“เราก็คงต้องเข้านอนได้แล้ว”ชายหนุ่มเริ่มสั่ง
“วันนี้ฉันนอนกับลูกได้ไหม?”
“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวไทม์สงสัยไปนอนกันเถอะ”