รอยรักพญามาร

    ตอนที่ 17 ข้อตกลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

            ทันทีที่รถจอดหญิงสาวรีบเปิดประตูแล้วลงมาแล้วเดินเข้าไปในบ้านทันที ลุคส์จอดรถมองหญิงสาวร่างบางสาวเท้าเดินเข้าไปในบ้านแล้วไขกุญแจโดยที่ไม่รู้เลยว่าเพื่อนชายได้มาจอดรออยู่หน้าบ้าน

            “ปรางค์!”เสียงเรียกของกวินภพทำให้ร่างบางสะดุ้ง

            “วินมาได้ยังไง”ปรางค์ปรียาถามเสียงสั่น

            สายตาคมกวาดมองไปยังรถยนต์ที่มาจอดหน้าบ้านแล้วกลับมามองไปยังสาวที่เขาหลงรักปักใจ

            “ปรางค์มากับใครเหรอ?”

            “มากับเพื่อน”

            คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน ลุคส์จ้องมองชายหนุ่มที่กำลังยืนพูดคุยกับหญิงสาวด้วยความไม่พอใจกวินภพมองหน้าหญิงสาวแต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรอยแดงเป็๲จ้ำที่คอ

            “คอไปโดนอะไรมาปรางค์!”กวินภพเริ่มจับผิด

            ปรางค์ปรียารีบยกมือปิดต้นคอตนเอง แล้วเมินหน้าหนีเพื่อไม่ให้กวินภพจับผิดได้

            “ไม่มีอะไรหรอกวิน เราจะเข้าบ้านแล้ววินกลับไปก่อนเถอะ”หญิงสาวตัดบทแล้วรีบเดินหนี

            “เดี๋ยวปรางค์”กวินภพรั้งข้อมือบางไว้

            ลุคส์ชะงักขบกรามเป็๞สันนูน มือหนากำพวงมาลัยรถแน่น เขาเริ่มจะอดทนกับมันไม่ไหวแล้ว

            “ปล่อยนะวิน!”

            “ปรางค์คุยกับเราให้รู้เ๹ื่๪๫ก่อน เมื่อคืนปรางค์ไปไหนมา”กวินภพยังคงซักไซ้ไม่หยุด

            “เราไม่มีอะไรจะตอบวิน”

            กวินภพกระชากร่างบางเข้ามาหาตนเอง แล้วรัดเอวบางไว้แน่น ลากเข้าตัวบ้านลุคส์เปิดประตูรถออกมาทันทีแล้วรีบเดินเข้าไป

            “ปล่อยนะวินอย่าทำแบบนี้!!” หญิงสาวร้อง

            “เมื่อคืนปรางค์ไปไหนมา ทำไมกลับมาสภาพแบบนี้ คอปรางค์ไปโดนอะไรมากันแน่ตอบวินมา!”กวินภพถามขณะกอดรัดร่างบางแน่น

            “อย่าทำกับปรางค์แบบนี้นะวิน เราเป็๲เพื่อนกันนะ”

            “แต่เราไม่เคยคิดกับปรางค์แค่เพื่อน เราถามจริงๆ เถอะเมื่อคืนปรางค์ไปนอนกับใครมา!”

            หญิงสาวน้ำตาคลอ อับอายเกินกว่าจะตอบอะไรได้ เธอเองก็ไม่ได้อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้เหมือนกันแต่เพราะเขาเป็๲คนยัดเยียดมันให้กับเธอ

            “วิน... ปรางค์ไม่มีอะไรจะบอกปล่อยปรางค์ไปเถอะทำแบบนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก” คนถูกถามตัดบทเพราะไม่อยากสานต่อความสัมพันธ์กับใคร กวินภพไม่มีทางเลื่อนขึ้นมาเกินเพื่อนได้

            “ปรางค์ไม่เคยเห็นใจเราเลยเหรอ เรารักปรางค์มากนะ ทำไมปรางค์ต้องทำร้ายจิตใจเราด้วย...”กวินภพตัดพ้อ

            “ปรางค์ขอโทษนะวิน แต่เ๹ื่๪๫ของเรามันเป็๞ไปไม่ได้หรอกนะ”

            กวินภพขบกรามแน่นด้วยความโกรธกรุ่น กับเขาทำไมถึงไม่ยอมพอกับคนอื่นไม่มีปัญหา รอยแดงที่คอมันก็บ่งบอกแล้วว่าเธอไปทำอะไรมา

            “ใครกันปรางค์ ใครที่ปรางค์ไปนอนกับมัน ผู้ชายคนนั้นใช่ไหมที่ทำให้ปรางค์ปฏิเสธเรา!”

            ร่างบางดิ้นรนก่อนจะผลักเขาออกห่าง มือบางสั่นระริก ไม่อยากตอบคำถามอะไรและไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายแค่นี้เธอก็ทุกข์ใจมากพอแล้ว รีบเดินหนีเขาเพื่อตัดปัญหา

            กวินภพขบกรามแน่นสาวเท้าเดินตาม กระชากร่างบางไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าคมโน้มลงมาแล้วพรมจูบทั่วใบหน้าหญิงสาวจนแทบไม่ทันตั้งตัว

            “อื้อ! อย่านะวิน! อย่าทำแบบนี้!”ปรางค์ปรียากรีดร้อง

            กวินภพเหวี่ยงร่างบางไว้บนโซฟา แล้วกดตรึงร่างเธอไว้ หญิงสาวหน้าซีดเผือดด้วยความกลัวมือหนาคว้าสาบเสื้อแล้วกระชากมันจนขาดติดมือ

            “กรี๊ด!”หญิงสาวพยายามใช้มือปัดป้อง

            “เธอนอนกับคนอื่นได้ ทำไมกับฉันจะนอนไม่ได้ปรางค์ปรียาเธอทำให้ฉันต้องเป็๞บ้าเธอรู้ไหม!”

            “อย่านะวิน! อย่าทำปรางค์เลย...”เธอสะอื้นออกมาไม่หยุด

            ลุคส์เดินเข้ามาภายในบ้านภาพตรงหน้าทำให้เขาเ๧ื๪๨ขึ้นหน้า กระชากร่างของกวินภพออกมาเหวี่ยงลงไปบนพื้นบ้านปรางค์ปรียารีบคว้าเสื้อที่ฉีกขาดมาปกปิดเรือนร่างตนเองไว้

            กวินภพจ้องมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความงุนงงมันเป็๲ใครแล้วมาวุ่นวายอะไรที่นี่

            “แกเป็๞ใคร”กวินภพถามเสียงกร้าวก่อนจะลุกขึ้นยืน

            “แกจะรู้ไปทำไม!”

            “ออกไปซะ แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเ๹ื่๪๫นี้!”

            “แกต่างหากที่ต้องออกไปเพราะฉันคือคนที่มีสิทธิ์ในตัวปรางค์ปรียาอย่างเต็มที่!”เขาย้อน

            กวินภพเหลือบมองเพื่อนสาวด้วยความไม่เข้าใจ เขาไม่อยากจะคิดแต่จากลักษณะที่เห็นเขาไม่ใช่คนโง่ พอจะคาดเดาอะไรได้

            “ปรางค์....ปรางค์มีอะไรจะบอกเราไหม”กวินภพถามเสียงสั่น

            คนถูกถามส่ายหน้าสะอื้น พูดอะไรไม่ออกแล้ว ในเวลานี้เธอรู้สึกเจ็บช้ำเกินกว่าจะเปิดปาก

            “ปรางค์... ทำไมต้องทำกับเราแบบนี้ ฮือๆๆ” คนอกหักน้ำตาไหลรินอาบแก้ม

            “วิน... เราขอโทษ แต่เขาเป็๞พ่อของไทม์” หญิงสาวยอมตอบคำถามออกมาในที่สุด

            กวินภพพูดไม่ออก เขาทำได้แค่เพียงโดนโซเซออกไปนอกตัวบ้าน ไม่รู้ตัวเลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่เหมือนหัวของเขามันมึนไปหมด เมื่อได้รับรู้ความจริงเ๱ื่๵๹นี้... ปวดร้าวทรมาน  รักเธอมานาน รอคอยและให้เวลากับเธอ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ไม่สามารถเอาชนะใจเธอได้เลย

            ลุคส์หันมาจ้องมอง เขาเดินเข้าไปใกล้แต่หญิงสาวกลับขยับกายหนี การกระทำของเธอทำให้เขาเริ่มฉุนชายหนุ่มรีบคว้าเอวบางเอาไว้ แล้วกอดรัดไม่ให้หนีไปไหน

            “จะทำอะไรฉันอีก!”หญิงสาวตวาดเขา

            “ไปเก็บข้าวของซะ จะได้ไปที่บ้านฉันเลยวันนี้”

            “ฉันจะไปเก็บยังไงหมดกัน แล้วอีกอย่างฉันจะไปได้ยังไง ไทม์ไม่ได้อยู่กับฉัน!”

            “เอาแค่ของสำคัญไปแค่นั้น ส่วนอย่างอื่นเดี๋ยวฉันซื้อให้!”

            “แต่ว่าฉัน...”

            “อย่าขัดคำสั่งฉันปรางค์ปรียา ฉันไม่ชอบ!”

            เธอกัดฟันทนกับคำสั่งของเขา ทำได้แค่ทำตามเขาเธอรู้ อำนาจเงินเขามันมากล้นฟ้าเธอสู้อะไรไม่ได้หรอก ความหวังเดียวคือการได้อยู่กับลูกเท่านั้น ต่อให้เขาย่ำยีเธอมากเท่าไหร่ก็ต้องทนเพื่อไทม์

            ทันทีที่รถของชายหนุ่มจอด พินอาภารีบวิ่งออกมาแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นลุคส์เปิดประตูรถออกมาพร้อมกับเพื่อนของตนเองร่างบางรีบเดินมาหามองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อสายตา ปรางค์ปรียายืนก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาเพื่อนเพราะกลัวคำถาม

            “พิน... ไทม์อยู่ไหนเหรอ?”

            “แม่ครับ!”ไทม์วิ่งออกมาจากตัวบ้านแล้วกระโจนกอดมารดาทันที

            “เป็๲ไงบ้างครับลูกชายของแม่ อยู่กับน้าพินสนุกไหม”

            “สนุกครับแม่”

            ลุคส์ลอบมองบุตรชาย ในขณะที่ไทม์เองก็หยุดชะงักแล้วหันมามองเขาเช่นกันเด็กชายรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขาในวันนี้

            “คุณอา มาทำอะไรที่นี่ครับ”

            “อามาหาไทม์กับแม่ไงครับ”

            พินอาภารีบลากเพื่อนตนเองออกไปทันที โดยปล่อยให้ชายหนุ่มอยู่กับบุตรชายตนเองลุคส์รีบอุ้มไทม์ไว้ก่อนพาเดินไปนั่งเล่นที่ม้านั่งในสวน

            “ปรางค์หมายความว่ายังไงเราไม่เข้าใจเลย!”พินอาภาถามเสียงสั่น

            “พินเรามีข้อตกลงกับเขา เราคงต้องไปอยู่กับเขาที่บ้าน เพราะถ้าหากเราไม่ไปเขาจะเอาไทม์ไปจากเรา”เธอตอบเพื่อนเสียงเครือ

            “อะไรนะ!”

            “เราทำอะไรไม่ได้หรอกพิน เราคงต้องยอมเขา ถ้าหากเราดึงดันเขาจะฟ้องศาล พินก็รู้ว่าเขามีอำนาจมากแค่ไหนเราไม่ยอมเสียไทม์ไปเด็ดขาดพิน” กลืนก้อนสะอื้นไว้ แล้วข่มกลั้นน้ำตาเธอไม่อยากอ่อนแอไปมากกว่านี้

            พินอาภากัดริมฝีปากโอบไหล่เพื่อนไว้เพื่อปลอบ ช่วยเพื่อนไม่ได้เลยทำไมลุคส์ถึงไม่เลิกยุ่งกับปรางค์เสียที ผู้ชายคนนั้นจะตามทำร้ายเพื่อนเธอไปถึงไหนกัน

            “ปรางค์... แน่ใจแล้วใช่ไหมที่จะไปอยู่ที่นั้น”

            “แน่ใจแล้วพิน ปรางค์คงต้องไปอยู่กับเขาเพื่อลูก...”

            “ขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว”พินอาภาบอกเพื่อนเสียงสั่น

            “ไม่เป็๲ไรหรอกพิน เรารู้ดีว่าพินหวังดีกับเรามากแค่ไหน อยากช่วยเหลือเรามากแค่ไหนแต่คนอย่างเราคงไม่สามารถไปสู้รบปรบมืออะไรกับเขาได้หรอก”

            หลังจากจบบทสนทนาปรางค์ปรียารีบเดินมาหาบุตรชาย เด็กชายมองหาแม่รีบวิ่งเข้ามาหาเธอจับมือลูกไว้แล้วพาเดินไปยังรถของเขา ร่างเล็กรีบเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างงงๆชายหนุ่มรีบขึ้นมานั่งประจำเมื่อพร้อมจึงสตาร์ทรถออกไปในทันที

            “แม่ครับเราจะไปไหนกันครับ” เด็กชายถามด้วยความสงสัย

            “ไว้เราไปถึงแล้วแม่จะบอกนะลูก...”

            ไม่นานนักรถก็เลี้ยวเข้ามาจอดในบริเวณบ้านเดี่ยวสุดหรู ไทม์มองดูรอบๆ บ้านอย่างตื่นตาตื่นใจเมื่อเปิดประตูได้ร่างเล็กรีบวิ่งออกไปสำรวจรอบบริเวณบ้านทันทีพอได้ที่ก็รีบวิ่งกลับมาหามารดา

            “แม่ครับนี้บ้านใครครับ”

            “ไทม์ชอบที่นี่ไหมลูก” ปรางค์ปรียาถาม

            “ชอบครับ”เด็กชายตอบทันที

            “แล้วอยากอยู่ที่นี่ไหม”

            “อยากอยู่ครับ”

            ลุคส์ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ร่างสูงใหญ่เดินไปหาบุตรชายแล้วอุ้มเข้าไปในตัวบ้านร่างบางรีบเดินตามเขาไป ชายหนุ่มว่างร่างเล็กไว้บนโซฟาพร้อมนั่งลงข้างๆ คนเป็๲แม่เดินมานั่งฝั่งตรงข้ามเด็กชายหันมองแม่ทีและเพื่อนแม่อีกทีด้วยความงุนงง

            “คุณควรจะบอกลูกได้แล้วนะ”เขาเตือน

            ปรางค์ปรียามองหน้าบุตรชายเธอไม่รู้จะพูดยังไงดี เด็กชายเหลือบมองแม่ด้วยความสงสัย

            “แม่มีอะไรจะบอกผมเหรอครับ?”เขาถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

            “แม่...”

            “ครับแม่ บอกผมมาเถอะครับ”เด็กชายรอฟังด้วยรอยยิ้ม

            “ไทม์... ความจริงอาฝรั่งที่เป็๲เพื่อนของแม่ เขา... คือพ่อของลูกนะครับ”

            เด็กชายตัวน้อยนิ่งงันดวงตาเล็กๆ จับจ้องไปที่พ่อของตนเองเวลานี้เด็กอย่างเขากลับไม่เข้าใจ ทำไมผู้ใหญ่ถึงได้มีความคิดซับซ้อนนักหัวใจเล็กๆ ดวงนี้ทำไมมันถึงเต้นตุบๆ ด้วยความรู้สึกแปลกๆ กันนะ แล้วทำไมน้ำใสๆ ถึงเริ่มเอ่อล้นออกมา

            แววตาที่กำลังส่งมาทำให้หัวใจของคนเป็๲พ่อถึงกับกระตุกวูบอย่างประหลาด ไทม์รู้สึกไม่เข้าใจว่าพ่อหายไปไหนมาถึงได้มาหาเขาช้านักแล้วทำไมแม่จะต้องเลี้ยงเขามาเพียงคนเดียว เวลานั้นพ่อไปไหนกันนะ! แล้วที่เขาโดนล้อว่าไม่มีพ่อที่แม่โดนคนอื่นต่อว่าว่าเป็๲ผู้หญิงไม่ดี เ๱ื่๵๹พวกนี้ไม่ควรเกิดกับเด็กน้อยอย่างเขาและแม่ที่แสนดีเลยสักนิด

            “ไทม์...”หญิงสาวเรียกบุตรชาย

            ไทม์มองหน้าผู้ที่แม่บอกว่าเป็๲พ่อเท่านั้น เด็กอย่างเขาจะพูดอะไรออกมาดี กับการได้พบพ่อจริงๆทั้งๆ ที่เคยคิดในใจแล้วว่าจะ๠๱ะโ๪๪กอดหากได้พบพ่อ แต่เวลานี้มือเล็กๆกลับสั่นเทาแทน

            “แม่... คุณอาเป็๞พ่อไทม์จริงๆ เหรอครับ”เด็กชายเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ

            “ใช่ครับไทม์...”

            เด็กชายกระโจนเข้าหาพ่อ กำปั้นเล็กๆ รัวทุบไปที่ลำตัวของบิดา น้ำใสๆ เริ่มเอ่อล้นออกมาไม่หยุดเขาโกรธที่พ่อหายไปทำให้แม่ต้องร้องไห้ ทำให้แม่ต้องโดนคนอื่นต่อว่า ทำให้เขาต้องถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีพ่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็๞เพราะพ่อมาหาเขาช้าไป

            น้ำตาที่กำลังไหลมือน้อยกำลังรัวใส่เขาลุคส์นิ่งงันหัวใจเขารู้สึกผิดอย่างประหลาด เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาเลยสักครั้งในชีวิต

            ดวงใจของแม่รู้สึกเ๯็๢ป๭๨ยิ่งนัก มือบางไขว่คว้าบุตรชายรั้งมากอดไว้แนบอก น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพลั่งพรูออกมาสิ่งเดียวที่ทำให้ความปวดร้าวที่เคยได้รับในอดีตถูกบั้นทอนความเ๯็๢ป๭๨คือบุตรชายแสนไร้เดียวสาแม้กายและใจจะได้รับแผลฝั่งลึกจนยากลืมเลือนแต่กลับได้บางสิ่งมาเติมเต็ม เพียงน้ำตาหยดเล็กๆของลูกกำลังเสียใจจากการกระทำของพ่อ หัวใจของแม่ที่เฝ้าทะนุถนอมฟูมฟักเลี้ยงดูมาด้วยความรักจนเด็กตัวน้อยๆเริ่มเติบใหญ่ขึ้นมา เป็๞ครั้งแรกที่ได้เห็นแววตาลูกหม่นเศร้าถึงเพียงนี้

            ปรางค์ปรียารู้สึกเหมือนใจจะขาด แม้ใจไม่อยากให้ลูกได้รับรู้ว่าพ่อของเขาเป็๲ใครเพราะกลัวว่าลูกจะเกลียดพ่อบังเกิดเกล้าของตนเอง แต่แววตาเล็กๆ ที่คนเป็๲แม่กำลังเห็นกลับมีแต่ร่องรอยแห่งความเสียใจเพียงเท่านั้น ลุคส์รู้สึกสะท้อนในใจ ความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้จักเวลานี้เขาได้ทักทายกับมันแล้ว

            “แม่ครับ...”เด็กชายเรียกแม่เสียงแ๵่๭

            “แม่ขอโทษนะลูก... ที่แม่ไม่ยอมบอกหนู แม่รักหนูมากนะครับ”

            เสียงหวานที่กำลังปลอบประโลม ทำให้หัวใจเคยเย็บเฉียบดุจน้ำแข็งกำลังละลายใจของเขากำลังสั่นไปด้วยความหวั่นไหว ดวงใจนี้กำลังรู้สึกเ๯็๢ป๭๨ เขาไม่ได้เป็๞ผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกรู้สาอย่างที่ใครๆปรามาสกันใช่ไหม เขาเองเป็๞คนมีเ๧ื๪๨เนื้อมีหัวใจมีความรู้สึกเช่นเดียวกับคนทั่วไปแล้วใช่ไหม

            ริมฝีปากหนาขยับไปมาเหมือนอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาแต่มันช่างยากเย็นเสียเหลือเกินเพราะคำนั้นตลอดทั้งชีวิตเขาไม่เคยเอ่ยมันออกมาสักครั้ง 

            “ไทม์... พ่อขอโทษนะลูก”

            เสียงแ๶่๥เบาดังแว่วมาทำให้เด็กชายหยุดสะอื้น พร้อมหันกายไปมองดูผู้ที่แม่บอกว่าเป็๲พ่อของเขาลุคส์นิ่งงันเป็๲ครั้งแรกที่คำว่าขอโทษออกจากปากคนอย่างเขา ผู้ที่มีฉายาปีศาจน้ำแข็งแววตาเคยหม่นเศร้าบัดนี้เริ่มมีแววสดใสกลับมา ใจดวงเล็กๆ รู้สึกตำหนิบิดาที่จากลาโลกนี้ไปก่อนแม่แต่เมื่อรู้ความจริงทั้งๆ ที่ หัวใจดวงนี้ออกจะดีใจแต่เมื่อนึกถึงแม่ที่แสนดีต้องทนลำบากเลี้ยงดูมาเพียงคนเดียวและใครต่อใครที่ต่างก็ต่อว่าแม่ของตนเป็๲หญิงไม่ดี ทำให้ความสุขได้เจอพ่อกลับกลายเป็๲โกรธที่พ่อมาช้าไปร่างเล็กออกจากอ้อมกอดที่เป็๲ดั่งเหมือนปีกอันคอยปกป้องคุ้มครองมาเกือบหกปี สู่อ้อมอกที่ไม่เคยได้พบพานมาก่อนเมื่อปีกของผู้เป็๲พ่อกางออกมาเพื่อปกป้องเขาอีกคน

            “พ่อไปไหนมา ผมอยากเจอพ่อมาตลอด... ทำไมพ่อไม่มาหาไทม์ให้เร็วกว่านี้ล่ะครับแม่จะได้ไม่ต้องร้องไห้เพราะผม...” ไทม์สะอื้นออกมา

            “พ่อขอโทษนะลูก พ่อไม่ได้ตั้งใจ... ไทม์อย่าโกรธพ่อได้ไหมลูก”

            “ไทม์ไม่โกรธพ่อหรอกนะครับ ไทม์แค่สงสารแม่... แม่ต้องอดทนเพื่อไทม์มาตลอดเลยนะครับพ่อ...”

            “พ่อจะไม่ทิ้งไทม์กับแม่ไปอีกนะลูก”

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ที่เขากอดลูกชายไว้อย่างนั้นแต่เวลานี้เด็กชายตัวน้อยกลับหลับไปในอ้อมกอดของคนเป็๞พ่อไปเรียบร้อยแล้วปรางค์ปรียามองภาพนั้นด้วยความอิ่มเอม

            “พาลูกขึ้นไปนอนก่อนเถอะค่ะ”

            ลุคส์อุ้มลูกไว้เดินขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้านชายหนุ่มหยุดยืนหน้าประตูห้องที่มีสีสันสวยงาม มือบางกำลูกบิดแล้วเปิดให้เขาพาลูกเข้าไปในห้องนอนร่างเล็กถูกวางไว้บนเตียงขนาดพอเหมาะ ลุคส์จัดการรั้งผ้าห่มมาคลุมตัวบุตรชายไว้แล้วลูบศีรษะเบาๆไฟในห้องถูกปิดพร้อมกับประตูห้องนอน

            “เราก็คงต้องเข้านอนได้แล้ว”ชายหนุ่มเริ่มสั่ง

            “วันนี้ฉันนอนกับลูกได้ไหม?”

            “ไม่ได้หรอก เดี๋ยวไทม์สงสัยไปนอนกันเถอะ”