ตอนที่ 65
เป็นเวลากว่า 3 วันแล้ว ที่ชิงเทียนเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เพื่อกลั่นยาสุริยคราส หินแก่นหยางถูกใช้ไปจนหมด เขาได้รับยามาทั้งสิ้น 9 เม็ด ชิงเทียนคว้าเม็ดยาสีดำ ที่กำลังลอยวนอยู่ในอากาศ แล้วเก็บลงไปในแหวนมิติ
ชิงเทียน ออกมาร่วมรับประทานอาหารกับเหล่าหญิงสาว ชิงเหอตี้และชิงอันก็อยู่ด้วย ชิงเทียนได้ทาบทามหลิวฟางฉิน ให้มาเป็นพ่อบ้านดูแลวิลล่าที่เมืองหลวง แลกกับการสอนวิธีการบ่มเพาะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ประฏิเสธ เพราะค่าจ้างต่อวันที่ชิงเทียนเสนอให้ มากพอที่เขาจะนั่งเครื่องบินไปกลับ ระหว่างเมืองหลวงและกว่างตงได้สบายๆ เพียงเท่านี้ หลิวฟางฉินก็สามารถกลับมาเยี่ยมลูกสาวได้ทกเมื่อ
เม็ดยาถูกแจกจ่ายให้กับเหล่าหญิงสาว หากรวมจิ่วฟางและจิ่วหยวนปิง ก็จะรวมเป็น 7 คนพอดี ตอนนี้ชิงเทียนเหลือเพียง 2 เม็ดเท่านั้น หลังจากทานอาหารเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายไปดูดซับเม็ดยา ชิงเทียนกำชับกับพวกเธอว่า ควรค่อยๆดูดซับห้ามเร่งรีบเป็นอันขาด การดูดซับเร็วเกินไปอาจเป็นอันตรายได้ และเพื่อเป็นการป้องกัน เขาจึงให้พวกเธออยู่ในความดูแลของจิ่วเหม่ยไปสักระยะ
เมื่อชิงเทียนกลับมาถึงห้อง เขาก็กลืนเม็ดยาสุริยคราส ลงไปในลำคอ อันที่จริงแล้วเพียงเม็ดเดียว คงไม่สามารถทำให้ทะลวงขั้นได้ แต่หลังจากที่แช่บ่อน้ำร้อนที่เทือกเขาหมอกปีศาจ พลังปราณของเขาก็มาอยู่ในระดับคอขวดแล้ว ซึ่งขาดอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เหงื่อของชิงเทียนเริ่มไหลซึมออกมาทั่วร่าง เขาไม่จำเป็นต้องคอยดูดซับทีละน้อยเช่นเหล่าหญิงสาว เนื่องจากขอบเขตของเขาอยู่ในระดับสูงแล้ว ใช้เวลาไม่นานตัวยาก็ถูกดูดซับจนหมด ในที่สุดชายหนุ่มทะลวงขึ้นมาสู่ ขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นสูง
สิ่งที่ชิงเทียนต้องทำยังมีอีกเยอะ ทั้งการติดตั้งอัญมณีสีแดง การแบ่งกลุ่มผู้บ่มเพาะ เพื่อเดินทางไปยังเทือกเขาหมอกปีศาจ ไหนจะเรื่องการหลอมศาสตราวุธเซียน เพื่อแจกจ่ายให้เหล่าสมาชิกที่ทำผลงานดีอีก
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ ชิงเทียนถึงจัดการกับทุกอย่างเสร็จสิ้น ตอนนี้เขากำลังพักผ่อน โดยการแช่บ่อน้ำร้อน ซึ่งสร้างขึ้นมาในพระราชวัง นี่เป็นความคิดของเขาเอง โดยขอให้จิ่วเหม่ยสร้างสถานที่ ที่สามารถผ่อนคลายความเหนื่อยล้าให้ ภายในยังมีฟิตเนส สระว่ายน้ำ สปา และโรงหนัง
ในตอนบ่ายชิงเทียนได้ออกไปชมการฝึก ของเหล่าสมาชิกหอนพเก้า ตอนนี้มีคนที่อยู่ในขอบเขตสร้างแก่นปราณมากกว่า 20 คน เลยที่เดียว ถือว่าเป็นตัวเลขที่หน้าพอใจ
“บอสใหญ่ค่ะ โกมินทร์เดินทางมาถึงแล้วค่ะ" จิ่วหยวนปิงเดินเข้ามารายงาน
ชิงเทียนเดินออกไปพร้อมเธอ “เธอเรียกชื่อฉันก็ได้ ไม่ต้องเรียกบอสใหญ่หรอก"
“ทราบแล้วค่ะ" จิ่วหยวนปิงก้มหน้าปิดซ่อนความเขินอาย แต่เธอเรียกเขาว่าบอสใหญ่จนติดปากไปแล้ว คงต้องใช้เวลาปรับตัวสักพัก
โกมินทร์นั่งรออยู่ในห้องอาหารชั้นพิเศษ ชายหนุ่มได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี หลังจากที่จิ่วหยวนปิงแจ้งพนักงาน เรื่องที่เขาเป็นลูกศิษย์ของชิงเทียน
ภายในห้องยังมีพ่อของโกมินทร์นั่งอยู่ด้วย ที่เขาตามลูกชายมา ก็เพื่อพบหน้าอาจารย์ของโกมินทร์ รวมถึงขอคำอธิบายเรื่องกระโหลกแก้ว
“ขอโทษที่ทำให้รอนาน" ชิงเทียนเข้ามาพร้อมกับจิ่วหยวนปิง เขามองชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านข้างโกมินทร์ ‘ขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นสูง' นั่นคือขอบเขตที่เขาประเมินได้
โกมินยืนขึ้นประสานมือไปทางชิงเทียน “ท่านอาจารย์ นี่คือพ่อของผม เขามีชื่อว่า โกเมศ บรรลือศักดิ์"
“เรียกโกเมศก็พอครับ คนไทยมักจะเรียกชื่อเล่น เพราะชื่อจริงและนามสกุล มักจะยาวจนเกินไป"
ทั้งสองคนจับมือทักทายกัน ชิงเทียนก็เคยได้ยินการเรียกชื่อของคนไทยผ่านหูมาบ้างเช่นกัน
“ที่ผมมาที่นี่ก็เพราะ อยากฟังคำอธิบายจากปากคุณ" โกเมศกล่าวอย่างไม่อ้อมค้อม ในตอนแรกเขาหัวเสียเป็นอย่างมาก แต่หลังจากลูกชายเล่าสิ่งที่ชิงเทียนทำ เขาจึงเริ่มคลายโทสะ การจะไปมีเรื่องกับคนที่จัดการสัตว์ปีศาจ ขอบเขตเปลี่ยนแปลงร่างกาย เป็นความคิดที่ไม่ฉลาดนัก
ชิงเทียนนั่งลงบนเก้าอี้ จิ่วหยวนปิงรินน้ำชาให้กับทุกคน แล้วนั่งข้างชายหนุ่ม “สาเหตุที่ผมเก็บมันไว้กับตัว ก็เพราะมันเป็นสิ่งที่อันตรายเกินไป คุณรับจะรับผิดชอบไหวหรือเปล่า ถ้าดาวดวงนี้หายไป ไม่สิคุณไม่ต้องรับผิดชอบด้วยซ้ำ เพราะทุกคนคงตายกันหมด"
“แล้วคุณมีหลักฐานหรือเปล่า หรือว่าคุณปั้นน้ำเป็นตัว"
ชิงเทียนลุกขึ้นแล้วใช้นิ้วสัมผัสกลางหน้าผากโกเมศอย่างรวดเร็ว เขาให้ดูแค่ภาพการต่อสู้ระหว่างมหาเซียนสวรรค์ การโจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ทำให้ดาวเคราะห์ภายในบริเวณ แหลกเป็นฝุ่นผง
“นั่นคือภาพการต่อสู้ของเซียน คุณคงไม่มีข้อกังขาอะไรแล้วนะ" ชิงเทียนรู้ดีกว่าการให้เห็นภาพกับตา คงจะอธิบายได้เร็วกว่า
โกเมศกลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง เขาพึ่งเห็นการต่อสู้ระหว่างเทพเจ้า หากสิ่งที่ชิงเทียนพูดมาเป็นความจริง เขาก็ไม่อยากเก็บของสิ่งนั้นไว้กับตัว “ข...เข้าใจแล้วครับ"
“ถ้าเช่นนั้น เชิญบอกค่าชดเชยมาเลย"
โกเมศจ้องมองไปยังปากกา ซึ่งเหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อของชิงเทียน“ผมได้ยินว่าคุณมีดาบวิเศษอยู่กับตัว ไม่ทราบว่าคุณยังมีมันอยู่อีกไหม?" โกมินทร์ได้เหล่าเรื่องดาบวิเศษให้ฟังเช่นกัน และเขาเองก็อยากมีใช้สักเล่ม
“ต้องขอโทษด้วย แต่ถ้าหากเป็นอาวุธแบบนี้ผมก็พอทำให้ได้" ชิงเทียนขอยืมกระบี่ของจิ่วหยวนปิง กระบี่สีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏตรงหน้าสองพ่อลูก แม้แต่โกมินทร์ ก็ไม่เคยเห็นกระบี่เล่มนี้มาก่อน
“กระบี่เล่มนี้สามารถเก็บไว้ในจุดตันเถียน หรือที่ผู้ใช้อาคมชอบเรียกกันว่า จุดศูนย์รวมพลัง ทั้งยังสามารถควบคุมจากระยะไกล ได้ดั่งใจนึก" ชิงเทียนผ่ารูปปั้นหินที่ว่างตกแต่งอยู่ในห้อง จนแยกออกเป็นสองซีก
โกเมศเบิกตากว้าง เขาไม่เคยเห็นดาบที่วิเศษเช่นนี้มาก่อน “ตกลง ผมอยากได้มันเป็นค่าชดเชย" อาวุธเช่นนี้ต่อให้ใช้เวลาหาทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถได้มาครอบครอง
ชิงเทียนเผยรอยยิ้ม การใช้ศาสตราวุธเซียน แลกกับกระโหลกของเทพ เป็นอะไรที่คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม “ผมจะสร้างให้โกมินทร์อีกเล่มแล้วกัน เพราะผมมอบให้ศิษย์ทุกคนอยู่แล้ว" ‘แม้ว่าจะมีบางคนได้ช้าก็เถอะ' ชิงเทียนคิดถึงโอวหยางเจิ้งหยูขึ้นมาทันที
ทั้งสองคนออกอาการดีใจจนเนื้อเต้น จากที่โกเมศเคยดุด่าลูกชาย เรื่องการมอบสมบัติให้คนแปลกหน้า กลับกลายเป็นว่าเขาต้องชื่นชมลูกชาย ที่สามารถหาอาจารย์ดีเช่นนี้
หลังจากสอบถามว่าอยากได้อาวุธชนิดไหน สองพ่อลูกก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากได้ดาบ ชิงเทียนค้นหาแบบในกูเกิล เขาเสนอดาบไทยโบราญให้กับทั้งสองคน
โกเมศผงกหัวราวกับไก่จิก นี่คือรูปแบบดาบที่เขาต้องการ โกมินทร์เองก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ ในตอนแรกเขาอยากได้ดาบสไตล์ยุโรป แต่มันคงไม่เหมาะสักเท่าไหร่
ชิงเทียนทำการรวบรวมวัตถุดิบ เขาสร้างใบดาบคล้ายดาบญี่ปุ่น ซึ่งมีความโค้งเล็กน้อย แต่ว่าไม่มีลวดลายบนใบดาบ ดาบชนิดนี้ไร้โกร่งดาบ ด้ามดาบมีลักษณะกลมมน และยาวกว่าดาบทั่วไป
แก่นเหล็กกล้าถูกใช้ในการสร้างด้ามดาบ ส่วนใบดาบก็ใช้ทั้งแก่นเหล็กและแก่นทองคำ ชิงเทียนคนเจอรูปสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ที่คนในประเทศไทยนับถือ เขาจึงนำมาสร้างเป็นลวดลายให้กับตัวดาบ
สองพ่อลูกรับดาบด้วยมือที่สั่นเท่า พวกเขามองดูดาบเล่มงามอย่างไม่วางตา บนใบดาบมีสิ่งที่คนไทยเรียกว่าพญานาค สีทองอร่าม สลักลวดลายที่แสนวิจิตร โกเมศตั้งใจว่ากลับไปที่ประเทศไทย เขาจะนอนกอดดาบเล่มนี้ทั้งคืน
“ขอบคุณมากครับ ผมประทับใจจริงๆ"
“ผมคงต้องขอยืมตัวลูกชายคุณสักพักนะ" ตอนนี้โกมินทร์ อยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นต้น หากฝึกเขาอย่างเหมาะสม ชายหนุ่มอาจจะช่วยงานเขาได้มากในอนาคต
ชิงเทียนขอตัวกลับห้อง เพื่อพักผ่อนเอาแรง แต่จิ่วหยวนปิงกลับแบมือมาทางเขา ชิงเทียนขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ
“อะไร?"
“คุณพึ่งทำลายรูปปั้นตกแต่งของฉันไป ช่วยจ่ายค่าเสียหายด้วยค่ะ ทั้งหมด 3 แสนหยวน" จิ๋วหยวนปิงชอบรูปปั้นตัวนั้นมาก เธอเป็นคนซื้อมันมาจากโรงประมูล โดยใช้เงินของตนเอง
ชิงเทียนกลืนน้ำลาย เขาสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองภายในคำพูดของหญิงสาว แม้ว่าเธอกำลังยิ้มอยู่ก็ตาม ดูเหมือนว่าเขาจะไปทำลายของรักสุดหวง ของจิ่วหยวนปิงเข้าเสียแล้ว...
*****************************
เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น หญิงสาวชาวต่างชาติ คีบซาชิมิชิ้นโตเข้าปาก และเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากทานเสร็จเธอก็จ่ายตัง แล้วเดินออกจากร้านไป
ชายหนุ่ม 3 คน ที่นั่งอยู่ภายในร้านเดินตามหญิงสาวออกไป พวกเขามองเธอด้วยสายตาหื่นกระหาย ด้านนอกท้องฟ้ามืดมิด มีเพียงแสงไฟข้างทาง ที่ส่องแสงสลัว
หลังเดินมาได้สักพัก หญิงสาวก็ชะงักเท้า “ต้องการอะไร?" เธอพูดเป็นภาษญี่ปุ่น
“น้องสาว... สนใจไปเที่ยวกับพวกพี่ไหมจ๊ะ" ชายคนหนึ่งเข้ามาจับไหล่หญิงสาว แต่หลังจากที่เขาสัมผัสถูกตัวเธอ ก็ล้มลงไปชักดินชักงอกับพื้น
อีกสองคนที่เหลือเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งหนี ทันใดนั้นก็เกิดสายฟ้าสองสาย ฟาดลงมายังจุดที่พวกเขาอยู่ เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น หญิงสาวหยิบมือถือขึ้นมาดู ก็พบว่ามีข้อความส่งมาถึงเธอ
หญิงสาวอ่านเนื้อหาภายใน “แพทย์เทวะชิงเทียน ได้ยินว่าเขาเป็นคนโค่นแอตลาสลงได้นี่นา" หญิงสาวฉีกยิ้ม บนข้อมือของเธอมีกำไรโลหะสลักไว้ว่า ‘ระดับ 5 แคลร์'
------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771