จักรพรรดิสายฟ้า จางฉิงฉวน : ภาค ทวีปเทียนซัน

    บทที่ 4 อาณาจักรใหญ่ทั้งห้า

    ณ เรือนพักผ่อนของ จางฉิงฉวน
    เด็กหนุ่มเดินเข้าไปนั่งบนเตียงนุ่มๆของเขา พร้อมกับแผ่ตัวนอนลงบนเตียง เขาเอามือพาดไปที่หน้าผากหลับตาลงแล้วคิดถึงเรื่องต่างๆที่ผ่านมา “ข้าอยากเจอเจ้าอีกสักครั้งจัง หลี่หลิน” จางฉิงฉวน กล่าวพึมพำ
    เขาเคยเจอนางเมื่อตอนอายุได้สิบสองปี นางเป็นรักแรกพบของเด็กหนุ่ม จางฉิงฉวน อยากที่จะได้นางมาครอบครอง แต่เรื่องนั้นมันอยู่สูงเกินกว่าที่เด็กหนุ่มในตอนนี้จะเอื้อมถึง นางเป็นบุตรีของตระกูลหลี่ ซึ่งตระกูลหลี่ในตอนนี้ปกครอง อาณาจักรวิหคสายลม
    ซึ่งอาณาจักรที่นางอยู่นั้นเป็นหนึ่งในห้าอาณาจักรใหญ่แห่งทวีปเทียนซัน อันได้แก่ อาณาจักรวิหคสายลม , อาณาจักรเมฆาล่องลอย อาณาจักรฟ้าคำราม , อาณาจักรวายุใต้สมุทร , และ อาณาจักรสายฝนโปรยปราย ซึ่งที่กล่าวมาเป็นอาณาจักรใหญ่ และ ยังคงมีอาณาจักรเล็กๆอีกมากมาย
    ตระกูลหลักจางอาศัยอยู่ในอาณาจักรเล็กๆทางตะวันออกของทวีป เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่า หญิงสาวที่ จางฉิงฉวน หมายปองนั้นอยู่สูงเพียงใด และ ยังมีศัตรูหัวใจที่ร้ายกาจจากทุกอาณาจักร ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เหล่าบุรุษทั้งหลายต่างหมายปองนางฟ้าอย่าง หลี่หลิน
    “ข้าจะต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น!!” จางฉิงฉวน กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
    เด็กหนุ่มหยิบคริสตัลออกมาจากมิติเก็บของ เขามองดูแกนพลังชีวิตของอสูรหนึ่งดาวในมือ หากนำไปขายคงได้ราคาราวๆ หนึ่งพันเหรียญ หากนำไปบ่มเพาะคงจะช่วยได้ไม่มากนัก สู้เอาไปขายแล้วซื้อสมุนไพรมาปรุงโอสถเพิ่มพลังยังจะคุ้มซะกว่า
    ด้วยความรู้ของชาติก่อน การปรุงยาก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ถ้าโอสถออกมาดี อาจจะเอาไปเข้าประมูลแล้วทำทุนเพิ่มเติมก็ได้ และ เรื่องเงินกับเรื่องทรัพยากรบ่มเพาะก็จะไม่เป็นปัญหาไปอีกนาน
    “ข้าจะปรุงยาอะไรดีล่ะ” จางฉิงฉวน ดำดิ่งลงลึกไปในความทรงจำ ตำรายาสมุนไพรของเขามีมากกว่าหนึ่งล้านเล่ม หากตัดวัตถุดิบที่หายากออกไปจะเหลือเพียงแค่หนึ่งร้อยเล่มเท่านั้น ในอาณาจักรเล็กๆอย่างนี้ สมุนไพรหายากย่อมมีราคาแพง การที่จะได้มาครอบครองต้องมีความร่ำรวยในระดับหนึ่ง
    ถึงตระกูลจางสาขาย่อยจะมีสถานะค่อนข้างดีไม่แพ้ตระกูลอื่น แต่ จางฉิงฉวน ที่เป็นขยะของตระกูล จะมีใครให้ความช่วยเหลือ ถึงบิดาของเด็กหนุ่มจะเป็นถึงผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน แต่เสาหลักของตระกูลจางจริงๆก็คือ ห้าผู้เฒ่าจาง
    สามในห้าผู้เฒ่าไม่ค่อยชอบหน้า จางฉิงฉวน ดังนั้นการที่จะขอความช่วยเหลือจากตระกูลยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นทางเลือกที่เหลืออยู่ของเด็กหนุ่มคือ นำคริสตัลก้อนนี้ไปขาย ช่วงนี้ความต้องการคริสตัลมีเพิ่มมากขึ้น มันอาจจะได้ราคาดีกว่าที่เขาตั้งเอาไว้
    ในตอนนี้เด็กหนุ่มไม่มีอะไรจะทำ จางฉิงฉวน เลยเลือกที่จะฝึกโคจรพลังปราณให้คล่องแคล่วกว่าเดิม ถึงการฝึกขั้นแรกของมังกรอัสนีสิบแปดกระบวนท่า จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่ขั้นต่อไปจะยากขึ้นเป็นสองเท่า ขั้นต่อไปจะยากขึ้นเป็นสามเท่าจากขั้นที่แล้ว และการฝึกโคจรลมปราณจะช่วยในจุดนี้ได้ค่อนข้างดี
    ตกเย็น นายทหารได้เดินมาหยุดลงหน้าเรือนพักของ จางฉิงฉวน
    “นายน้อยครับ นายท่านกลับมาถึงตระกูลแล้ว”
    “ท่านพ่อเหรอ?” จางฉิงฉวน เดินออกจากเรือนแล้วมองลงไปที่นายทหารคนนั้น
    “ตอนนี้ท่านพ่อว่างหรือไม่?”
    “ตอนนี้นายท่านว่างขอรับ นายท่านรอนายน้อยอยู่ที่ห้องโถงตระกูล”
    “ดี!! ข้าจะไปเข้าพบท่านพ่อเดี่ยวนี้” จางฉิงฉวน กล่าวพร้อมกับเดินลงจากเรือนแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องโถงประจำตระกูลในทันที
    …… …
    ณ เรือนพักผ่อนของ จางเหม่า
    “ทำไมมันถึงไม่ตาย!!” บิดาของ จางเหม่า จางกัว เอ่ยกับนักฆ่าที่ยืนอยู่ด้านหน้าตน
    “ข้าไม่รู้ขอรับ แต่ในวันนั้นข้าเห็นมันตายต่อหน้าต่อตาข้าเลย” นักฆ่ากล่าวพร้อมกับก้มหน้าลงด้วยความสั่นกลัว ด้วยระดับพลังห่างกันหนึ่งระดับ มันก็มากเกินพอแล้วที่นักฆ่าจะกลัวชายวัยกลางคนเบื้องหน้า
    “ถ้ามันตายไปแล้วทำไมมันถึงได้กลับมาเหยียบที่ตระกูลจางกัน!! ห๊ะ!!!” จางกัวตะคอกนักฆ่าเบื้องหน้า
    “ข้าผิดไปแล้วขอรับ นายท่านโปรดอภัย” นักฆ่าคุกเข่าขอความเมตตา
    “ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้แก้ตัวอีกครั้ง ถ้าเจ้าทำพลาด หัวเจ้าได้หลุดออกจากบ่าเป็นแน่” จางกัว กล่าวขู่พร้อมกับแผ่จิตสังหารไปที่นักฆ่า
    “ขอบคุณในความเมตตาของนายท่าน ข้าจะรีบไปจัดการฆ่าเจ้าขยะนั่นโดยเร็ว” นักฆ่าก้มลงกราบ จางกัว หนึ่งครั้ง ก่อนจะรีบเดินออกไปจัดการธุระต่อ
    “ท่านพ่อ ท่านต้องล้างแค้นให้ข้าด้วยนะขอรับ” จางเหม่า กล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บแค้น
    “ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำไมถึงเสียท่าให้ขยะเช่นนั้นได้?” จางกัว กล่าวถามบุตรชายตน
    “มันใช้ลูกเล่นบางอย่างทำให้ข้าสลบขอรับ หากข้าไม่โดนลูกเล่นนั่น มันคงโดนข้าจัดการไปแล้ว” จางเหม่า กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันคิดว่า จางฉิงฉวน ใช้ลูกเล่นบางอย่างทำให้มันสลบ
    “เป็นอย่างนั้นก็ดี หากเจ้าเกิดพ่ายแพ้เจ้าพิการนั่นขึ้นมา ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จริงมั้ย?” จางกัว กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับหันหลังเดินออกจากเรือนพัก
    ………
    แอ๊ด!!
    ประตูห้องโถงถูกเปิดออก จางฉิงฉวน เดินเข้าไปก็แลเห็น บิดาของตนนั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้ไม้ติดกับกำแพง เด็กหนุ่มจึงเอ่ยออกไปว่า “ท่านพ่อ ข้าขอคุยธุระด้วยได้หรือไม่” เด็กหนุ่มเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้ใกล้ๆบิดาตน
    “หืมม!! เจ้าหายไปจากตระกูลหลายวันเลยนะ ไปทำอะไรมา?” จางเสิ่น กล่าวถามบุตรชายตนออกไป
    “ข้าจะคุยธุระกับท่านพ่อเรื่องนี้แหละขอรับ คือว่าข้าถูกนักฆ่าตามล่า” จางฉิงฉวน กล่าวออกไปทำให้สีหน้าของ จางเสิ่น กลายเป็นตื่นตระหนก
    “ว่ายังไงนะ!!! ไหนลองเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อฟังทีสิ”
    จางฉิงฉวน เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยไม่ปิดบัง แต่เขาไม่ได้เล่าถึงเรื่องที่ตนกำจัดอสูรหนึ่งดาวด้วยตัวคนเดียว
    “จะต้องเป็นคนในตระกูลไม่ผิดแน่ จะต้องเป็นมันแน่ๆ” จางเสิ่น ทุบโต๊ะกล่าวอย่างโกรธแค้น มันก็พอรู้มาบ้างว่า จางกัว เกลียดขี้หน้า จางฉิงฉวน มาก แต่มันคิดไม่ถึงว่า จางกัว จะลงมือกระทำเช่นนี้
    “พวกเรายังมีหลักฐานไม่มากพอที่จะจัดการกับสองพ่อลูกนั่น ทางที่ดีควรปล่อยเรื่องนี้ไปก่อน เอาไว้หลังจากรวบรวมหลักฐานได้ก่อน ค่อยจัดการพวกมันทีเดียวเลย” จางฉิงฉวน กล่าวทำให้สีหน้าของ จางเสิ่น ไม่ค่อยดี
    “แต่พวกมันต้องการฆ่าเจ้านะ!!”
    “ไม่เป็นอะไรหรอกขอรับท่านพ่อ ข้าก็รอดมาแล้ว รอให้หลักฐานของพวกเราเพียงพอก่อน ถึงตอนนั้น พวกเราค่อยจัดการสองพ่อลูกนั่นในตอนนั้นก็ได้”
    “โถ่เว้ย!! พ่อขอโทษที่ไม่สามารถช่วยอะไรเจ้าได้ พ่อจะรีบรวบรวมหลักฐานให้เร็วที่สุด”
    “ท่านพ่อช่วยเหลือข้ามาโดยตลอด ข้าก็ดีใจยิ่งแล้วขอรับ” จางฉิงฉวน กล่าวออกไปด้วยใจจริง
    “เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี่ยวเรื่องนี้พ่อจะจัดการเอง”
    “ขอรับ”
    เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องโถงพร้อมกับมุ่งหน้าตรงกลับไปที่เรือนพักผ่อน
    ระหว่างทาง…
    “เจ้าไปเรียนวรยุทธมาจากที่ใดกัน?” จางอวี๋ กล่าวถามในขณะยืนพิงกำแพงอาคาร สองเท้าของนางก้าวออกจากตัวอาคารออกมารับแสงแดด ทำให้ความงดงามของนางเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก
    “ข้านี่นะเรียนวรยุทธมา เจ้าไปเอาความคิดนี้มาจากไหน?”
    “ก็ตอนที่เจ้าโค่น จางเหม่า เมื่อช่วงสายยังไงล่ะ!! อย่าคิดนะว่าข้าไม่เห็น สายตาของข้าตามความเร็วของเจ้าไม่ทัน อย่าบอกนะว่าเจ้าสามารถบ่มเพาะพลังได้เหมือนคนปกติแล้ว? และตอนนี้ระดับของเจ้าอยู่เหนือพวกข้า”
    “ข้อแรกเจ้าเดาถูกต้อง ข้าสามารถบ่มเพาะพลังได้เหมือนกับคนปรกติทั่วไป แต่ระดับของข้าอยู่แค่แรกเริ่มเท่านั้น”
    “ข้าไม่เชื่อเจ้าหรอก ด้วยระดับของเจ้าเพียงแค่หนึ่ง ความเร็วระดับนั้นมันไม่ใช่ความเร็วของระดับหนึ่งรากหญ้าอย่างแน่นอน”
    “เชื่อไม่เชื่อมันไม่ใช่เรื่องที่ข้าต้องตัดสินใจอยู่แล้ว ข้าไปล่ะ”
    “เดี่ยวสิ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน จางฉิงฉวน”







    ---------------------------------------------------ผมจะอัพนิยายตามเวลานะครับ เสาร์ อาทิตย์ กี่ตอนไม่รู้ ขึ้นอยู่กับรีดแล้วไรท์มีเวลาว่างเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เพราะเป็นวันหยุดของการเรียน