ห้าวันก่อนที่จะเกิดการร่วมแรงร่วมใจกันของกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่กับกลุ่มศิลาสวรรค์และก็ยังมีกลุ่มจากโลกที่สูงกว่าอย่างโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99
ภายในคฤหาสน์อันหรูหราที่อยู่ชายแดนระหว่างตัวอาณาจักรคาริทีสกับภูมิภาคโรเวียร์ วันนี้คือการพบปะวางแผนการเขย่าโลกมันคือแผนการที่จะโค่นล้มอำนาจทั้งสองฝ่ายได้แก่การกำจัดจักรวรรดิเอสโทเนียไปก่อนและสุดท้ายก็ใช้ความร่วมมือกับหลายภาคส่วนบุกโจมตีโรเวียร์ให้ล่มสลายตามกันไป
แจ็ค แทซี่ เขาคือผู้นำกลุ่มของศิลาสวรรค์ผู้มีอำนาจสูงสุด หลังจากที่ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับฐานที่มั่นของกลุ่มมนุษย์ชุดดำ ความจริงที่ปรากฏทำให้เขาถึงกับพูดออกมาด้วยอาการตกใจ
“นี่มันหมายความว่ายังไง กลุ่มมนุษย์ชุดดำที่พวกเราส่งไปตรวจสอบเบาะแสที่ฐานที่มั่นถูกถล่มไปมันเป็นเพราะฝีมือของกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่มีไม่ถึงสิบคนเนี่ยนะ มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ”
ฮันเตอร์ โททาลาคาเลีย เขาคือประมุขของกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่ที่ทุกตระกูลทั้งสิบสองจะให้การเคารพเขาทำให้ทุกคำพูดของเขาถือเป็นประกาศิตจากสวรรค์ เขาเองก็มีท่าทีไม่ต่างไปแจ็คมากนักหลังจากที่ได้ยินเรื่องเหล่านั้นเพียงแต่เขาก็มีแผนอยู่ภายในหัวเหมือนกันทำให้เขาไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องครั้งนี้ ฮันเตอร์พูดแผนที่คิดออกไปให้แจ็คได้รับรู้
“ใจเย็นก่อนท่านแจ็ค ในเมื่อพวกเราคิดจะร่วมมือโค่นล้มพวกมันแล้วเพื่อเป็นหลักประกันพวกเราก็ต้องไปเชิญคนกลุ่มหนึ่งมาด้วยสิ”
“ที่ท่านฮันเตอร์ว่ามาหรือว่าพวกคนกลุ่มนั้น”
“ใช่แล้วคนจากโลกที่สูงกว่าพวกเขามีทั้งทรัพยากรที่เหนือล้ำและความสามารถที่มากล้นมหาศาลมากพอที่จะสามารถทำให้พวกเราทั้งหมดบรรลุเป้าหมายในการกำจัดพวกมันได้อย่างแน่นอน สำหรับการต่อรองให้พวกเขามายังที่นี่ก็ง่ายดายมากแค่เสนอเรื่องนั้นไปพวกเขาก็มากันแล้ว”
“อย่างที่ท่านฮันเตอร์ว่ามาก็ถูกพวกเราควรไปเชิญพวกเขามาด้วย”
ภายในห้องที่กำลังเป็นสถานที่ในการพบปะวางแผนกัน ที่อากาศธาตุตรงกลางวงการพบปะกันของกลุ่มสิบสองตระกูลใหญ่กับกลุ่มศิลาสวรรค์ในครั้งนี้เกิดการสั่นไหวเล็กน้อยทำให้ทุกคนจับจ้องไปยังจุดที่ว่ากันพวกเขาทั้งหมดได้แต่ตกตะลึงในความสามารถของคนที่จะมาในครั้งนี้เพราะพลังแบบนี้มันคือพลังของคนที่มาจากโลกที่สูงกว่า ผ่านไปกว่าห้าวินาทีก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีสมาชิกในกลุ่มสิบคนเดินออกมา
“ไม่ต้องไปเชิญพวกเราหรอก พวกเรามาแล้ว”
เจ้าของเสียงก็คือชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มที่ได้รับมอบหมายให้มาทำภารกิจของกลุ่มโจรสลัดอวกาศหมายเลข 99 เขามีชื่อว่า คอนเนอร์ แอรอน
“โอ้! ยินดีต้อนรับพวกท่านที่มาหาพวกเราถึงที่แห่งนี้ ที่พวกท่านมาที่นี่ก็เพื่อที่จะร่วมมือกับพวกเราใช่ไหม”
“ใช่แล้วพวกเราจะร่วมมือด้วย และพวกเราก็นำของบางอย่างมามอบให้ด้วย”
คอนเนอร์บอกให้ลูกน้องของเขาเอาของที่เขานำมาด้วยมาวางไว้ตรงหน้าของทุกคน มันคือขวดยาขวดหนึ่ง
“ยาอย่างนั้นเหรอ?”
“มันคือยาที่มีชื่อว่ายาเร่งประสิทธิภาพ R1 ที่มีความสามารถในการเพิ่มพูนความแข็งแกร่งอย่างมหาศาลแต่ต้องแลกมาด้วยการต้องอยู่ในร่างของอสูรร้ายไปตลอดกาล”
ฮันเตอร์หยิบยาขึ้นมาตรวจสอบดูก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้าง
“นี่มันเป็นยาที่ล้ำค่ามาก ท่านแน่ใจเหรอว่าจะมอบให้พวกเรา”
“รับไปเถอะในเมื่อร่วมงานกันแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะมอบของกำนัลเล็กๆน้อยๆให้”
“ฮ่า ฮ่า นั่นสินะพวกเราก็ขอรับมันไว้ก็แล้วกัน ในเมื่อครบทุกอย่างที่ต้องการแล้วก็มาวางแผนการกันเถอะ แผนการที่จะพูดถึงง่ายมากแค่พวกเราส่งคนไป “เจรจา” กับพวกมันเล็กน้อยก็น่าจะดึงความสนใจได้”
เมื่อมองไปยังฮันเตอร์ที่เป็นคนที่คอนเนอร์รับรู้ได้ว่าเป็นคนที่มีความสามารถมากกว่าเจ้าเบนจามินที่เขาร่วมมือด้วยครั้งนั้นซะอีกทำให้เขารู้สึกว่าแผนการครั้งนี้ต้องไปได้สวยอย่างแน่นอน
“แล้วที่ท่านพูดว่า “เจรจา” ท่านมีความมั่นใจมากน้อยเพียงใด”
“มากกว่า 80% ที่จะสามารถถล่มพวกมันได้ก่อน แต่ถ้าพวกมันวางแผนรับมือกันไว้แล้วพวกเราก็แค่ใช้ยานั่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและก็ใช้วิธีการบุกทะลวงเข้าไปทำลายพวกมันตรงๆ”
“หืม! มีโอกาสที่จะทำสำเร็จมากขนาดนั้นคงคาดหวังในตัวพวกท่านได้สินะ”
“มั่นใจได้เลย พวกท่านที่มาจากโลกที่สูงกว่าเพียงแค่ทำตามเป้าหมายที่พวกท่านเพ่งเล็งเอาไว้ก็พอพวกเราทั้งหมดแค่ต้องการกำจัดพวกมันที่ครองอำนาจของโลกนี้ออกไปก็เท่านั้นต่อไปพวกเราก็จะไม่มีพวกมันคอยเป็นขวากหนามขวางกั้นพวกเราเอาไว้ได้อีก”
การพบปะครั้งนั้นก็เต็มไปด้วยแผนการที่วางต่อจากนั้นอีกหลายแผนที่เตรียมรับมือเอาไว้ทั้งเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและเหตุการณ์ที่ราบรื่นที่สุดเอาไว้ด้วย นั่นเองเป็นเหตุให้พวกมันแฝงตัวเข้ามาภายในมหานครตั้งแต่วันเตรียมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจักรพรรดิของเจ้าชายไอแวนที่ตอนนี้มีฐานะเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิแล้ว
..........
กลับมายังสถานการณ์ปัจจุบัน
คอนเนอร์ที่รับรู้ได้ว่าผมมายืนข้างตัวของเขา เขาจ้องมองมาที่ตัวของผมเขาก็จดจำผมได้ในทันทีว่าผมคือชายที่ไปถล่มฐานที่มั่นของมนุษย์ชุดดำเมื่อครั้งนั้นด้วยความที่เขาก็เป็นคนที่มีฝีมือในการต่อสู้ในระดับที่สูงมากทำให้ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวไปเองโดยธรรมชาติเขาดึงดาบเวทย์สีดำออกมาจากอากาศธาตุก่อนที่จะใช้การโจมตีที่มีพลังทำลายรุนแรงที่สุดเข้าใส่ผมที่ปรากฏตัวออกมาได้ไม่นาน
“ไปตายซะ!”
“รีบร้อนจังเลยนะไม่มานั่งพูดคุยกันก่อนละ ไหนๆก็มาถึงโลกแห่งนี้แล้ว”
ผมเบี่ยงหลบการโจมตีของคอนเนอร์ไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนคอนเนอร์ที่โจมตีพลาดไปนั้นก็หันการโจมตีกลับเข้ามาฟาดฟันผมอย่างต่อเนื่องโดยไม่ให้ผมได้มีโอกาสตอบโต้กลับไปได้
เงาทมิฬดาบพรายสีดำ
ดาบมายาสีดำกว่าห้าเล่มที่มีขนาดใหญ่มากจนสามารถกลบฝังผมได้ทั้งเป็นปรากฏออกมาล้อมผมเอาไว้ทุกทิศทางจากนั้นมันก็ฟาดฟันลงมาที่ผม พลังความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวดาบมายาพวกนั้นมันรุนแรงเกินไปทำให้พื้นดินใต้เท้าของผมมันยุบตัวลงไปเองเรื่อยๆทั้งที่ดาบยังฟันมาไม่ถึงตัว คนจากโลกที่สูงกว่าพวกมันก็มีลูกเล่นเยอะดีเหมือนกันนะ
ผมใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันการโจมตีกลับไปบ้างในจังหวะที่ผมใช้การโจมตีออกมาดาบทั้งห้าเล่มก็กลบผมจนมองไม่เห็นไปแล้วทำให้ทางด้านของคอนเนอร์ที่ออกการโจมตีอย่างต่อเนื่องเผยรอยยิ้มออกมาไม่คิดว่าการต่อสู้จะจบเร็วแบบนี้เขาคิดว่าบางทีที่ผมแข็งแกร่งนั้นอาจเป็นเพราะผมมีผู้หญิงของผมให้การช่วยเหลือ
ความคิดของเขาที่กำลังคิดไปแบบนั้นก็เกิดขึ้นได้ไม่นานหลังจากที่ผมทำลายดาบมายาสีดำทั้งห้าเล่มของคอนเนอร์จนแตกสลายไปทั้งหมด
คอนเนอร์ไม่รอช้าร้องตระโกนออกไปบอกกลุ่มของเขาที่มาด้วยครั้งนี้ให้มารับมือกับผมทั้งหมด ในเมื่อเขาใช้การโจมตีของเขาทั้งหมดโจมตีมาที่ผมแล้วมันไม่มีผลก็ต้องใช้วิธีนั้นที่จะทำให้ผมหายไปจากโลกใบนี้ตลอดกาล มันเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดและไม่ต้องเปลื้องแรงมากมายอะไร
“พวกแกมาช่วยฉันรับมือเจ้านี่ทีปลดปล่อยขีดจำกัดออกมาให้หมดแล้วใช้พลังนั่นไปที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ซะ”
กลุ่มของคอนเนอร์มารวมตัวกันล้อมผมเอาไว้ทุกทางก่อนที่จะระเบิดพลังสภาวะออกมาทำให้พวกเขาอวตารร่างกลายเป็นอสูรที่มีลักษณะคล้ายยักษ์ที่มีหัวถึงสองหัวแยกออกมาและแขนถึงสิบแขนที่มากมายจนทำให้ผมที่เป็นผู้ชมอยู่นั้นเมื่อมองไปก็ยังตาลายเพราะแขนที่ขยับไปมาไม่หยุดของพวกเขา พวกเขาทั้งหมดมีพลังความสามารถมากกว่าปีศาจตนนั้นที่ผมรับมือด้วยกว่าสองเท่า
จากนั้นแขนของพวกเขาทั้งหมดก็ยืดออกมาพุ่งมาที่ผมพร้อมกับวงเวทย์ที่ปรากฏอยู่บริเวณฝ่ามือของพวกเขา ผมเองที่เตรียมจะตั้งรับเต็มกำลังแต่ไม่คิดเลยว่าแขนพวกนั้นมันจะมีความสามารถในการเคลื่อนย้ายพริบตาได้ด้วย แขนทั้งหมดมาโผล่ด้านซ้ายด้านขวาด้านหน้าด้านหลังด้านบนด้านล่างปิดทางหนีของผมเอาไว้ทั้งหมด
ผมใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันออกไปเพื่อหวังจะเปิดทางออกไปจากแขนทั้งหมดที่กำลังเข้ามาทันทีที่ดาบฟาดฟันแขนพวกนั้นขาดไปพวกมันก็จะงอกออกมามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมทำให้ผมตกตะลึงกับความสามารถของมันพอสมควรและไม่คิดจะยั้งมือของตนเองอีกต่อไป ผมใช้ทักษะคลื่นทำลายออกมาเมื่อพลังงานสีดำมากมายหลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆจนมากพอสมควรแล้วผมก็ใช้การโจมตีออกไปที่แขนพวกนั้นในขณะที่ไปสัมผัสกับแขนพวกนั้นกลับเป็นพลังงานสีดำทั้งหมดเองที่สลายหายไป
พลังงานสีดำสลายหายไปแทนที่ด้วยจำนวนแขนที่มากขึ้นกว่าเดิมถึงสิบเท่ามันทำให้ผมตกใจมากขึ้นกว่าเดิม ผมที่ใช้ทักษะสุดยอดไปแล้วยังไม่ได้ผลถ้าอย่างนั้นคงไม่มีทางเลือกที่ผมต้องใช้ทักษะนั้นออกมา
กลืนโลหิต
มังกรโลหิตจากครั้งก่อนก็พุ่งตัวมาจากอากาศธาตุอ้าปากขนาดใหญ่ของมันก่อนที่จะกลืนแขนพวกนั้นลงไปแต่มังกรตัวนั้นก็ไม่ได้แตกต่างไปจากพลังงานสีดำที่สูญสลายหายไปแม้แต่นิดเดียวทำให้ตัวผมได้แต่กวัดแกว่งดาบไปมาเพื่อฟาดฟันแขนพวกนั้นแต่ก็ไม่อาจต้านทานแขนพวกนั้นได้อีกต่อไปจนกระทั่งผมโดนแขนพวกนั้นกลืนกินไปในที่สุดจากนั้นวงเวทย์แปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยอักขระมากมายก็ปรากฏออกมาก่อนที่มันจะทำให้ผมหายไปพร้อมกับมันในทันที
ทุกสิ่งทุกอย่างที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของโรเบิร์ตได้หายไปไม่เหลือแม้แต่อย่างเดียว ทำให้กลุ่มของคอนเนอร์นำแขนของพวกเขากลับมา ส่วนคอนเนอร์นั้นเผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาภารกิจแรกของเขาเสร็จแล้วเรียบร้อยต่อมาก็เหลือการตามหาผู้หญิงที่โรเบิร์ตครอบครองเอาไว้ทั้งหมดแล้วพากลับไปให้ท่านผู้นำ.......... . . .