ตอนที่ 24
สกุลโม่
เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬยืนมองสองพี่น้องตระกูลโม่อยู่ซักพักก่อนที่จะค่อยๆเดินถอยหลังห่างออกไป หลิงเฉินไปนั่งที่โรงน้ำชาประจำเมืองชิงลู่แห่งนี้เพื่อพยายามหาข่าวสารของตระกูลโม่
บัดนี้เขาเข้ามาภายในสถานที่ปกครองของตระกูลโม่ถ้ามิให้ศึกษาอีกฝ่ายไว้ก่อนก็คงจะมิได้ ถ้าเกิดมีเื่ขัดใจกันขึ้นมาฝ่ายของเขาเองที่จะเป็ฝ่ายแย่
ถ้าเป็เขาในตอนที่ยังเป็จักรพรรดิอักขระหลิงเฉินอยู่เขาก็ไม่เกรงกลัวผู้ใดทั้งนั้น ห้าแคว้นสี่สมุทรต่างหวาดกลัวเขากันทั้งนั้น แต่ตอนนี้พลังิญญาของเขาน้อยนิดจะให้สู้รบกับผู้ฝึกตนขั้นสูงก็คงจะมิไหว
แม้จะเคยเป็ถึงจักรพรรดิแห่งอักขระแต่ก็มิใช่ว่าจะหยิ่งทะนงตนเองจนไม่ประเมินกำลังของตนเองในตอนนี้
หลิงเฉินที่นั่งดื่มชาและกินขนมอยู่กำลังใช้สายตาของตนเองกวาดมองรอบๆ ภายในโรงน้ำชาแห่งนี้มีชาวเมืองที่นั่งอยู่ประมาณ 3 ถึง 4 โต๊ะเท่านั้น เขามองหาชาวเมืองที่หน้าตาเป็มิตรที่สุดภายในร้านน้ำชาก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงเข้าไปหา
ท่านอาผู้นึงที่วัยประมาณสี่สิบปีกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ตรงข้ามก่อนที่จะมีเด็กหนุ่มชุดสีดำทมิฬนั้นอยู่ๆก็ปรากฏกายอยู่ตรงหน้า
“ เอ๋!!! ” ท่านอาผู้นั้นสะดุ้งเฮือกพลันจะแหงนหลังตกโต๊ะ
“ เ้าหนูอันใดของเ้าเนี่ย!!! ”
“ ขออภัยขอรับท่านอาข้าขอนั่งคุยด้วยได้หรือไม่ขอรับ ” หลิงเฉินกล่าวออกมาพลางกับฉีกยิ้มด้วยใบหน้าที่เป็มิตร
ท่านอาผู้นั้นอึ้งอยู่ซักพักก่อนจะกล่าวออกมา “ เอาสิๆ นั่งเลย ”
“ ขอบคุณขอรับ ”
หลิงเฉินนั่งลงที่โต๊ะอย่างมีมารยาท
“ เ้าหนูเ้าเป็คนเข้าเมืองมาใหม่งั้นรึ เหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นหน้าเ้าเลย ” ท่านอาที่นั่งอยู่ตรงข้ามของหลิงเฉินถามด้วยความสงสัยหลังจากไม่คุ้นหน้าคุ้นตาหลิงเฉินมาก่อน คนในเมืองชิงลู่มีน้อยนักคนส่วนใหญ่ก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี
“ ขอรับข้าเพิ่งเข้าเมืองมาใหม่อยากจะขอสอบถามท่านอาหน่อยว่าตระกูลโม่นั้นเป็เช่นไรหรือขอรับ ข้าอยากถามเพื่อเป็ความรู้น่ะขอรับ ”
“ ข้าน้อยเข้าเมืองมาใหม่เลยอยากรู้เกี่ยวกับท่านเ้าเมืองเอาไว้เพื่อเป็ความรู้นักขอรับ ”
ท่านอาผู้นั้นก็ทำหน้าตาเข้าใจ ไม่แปลกที่ผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองแห่งนี้จะต้องทำความรู้จักกับคนใหญ่คนโตไว้บ้าง
“ เข้าใจแล้วสกุลโม่เป็สกุลที่คอยดูแลเมืองชิงลู่แห่งนี้มาหลายยุคหลายสมัยแล้ว จนถึงยุคปัจจุบันท่านเ้าเมืองคนปัจจุบันก็คือ ท่านโม่เหอซุน ”
“ สกุลโม่เป็ขุนนางที่ดีมั้ยขอรับ ”
“ ดีสิ!!! ท่านเ้าเมืองดีกับพวกเรามากเมื่อไหร่ที่ชาวเมืองเดือดร้อนท่านก็จะช่วยเหลือพวกเราตลอด ” ท่านอาผู้นั้นกล่าวออกมาอย่างปลื้มปิติที่พวกเขามีเ้าเมืองที่ดีเช่นนี้
“ งั้นรึขอรับ จริงสิขอรับท่านอาข้าอยากถามเื่บุตรของท่านเ้าเมืองโม่หน่อยนะขอรับเมื่อครู่ที่ถนนเส้นที่แปดข้าเห็นมีเื่บางอย่างเกิดขึ้นและก็เห็นว่าเหล่าชาวเมืองเรียกพี่น้องคู่นึงว่า คุณชายใหญ่และคุณหนูรองพวกเขาคือผู้ใดหรือขอรับ ”
“ อ๋อ!!! คุณชายใหญ่โม่เยี่ยน และคุณหรูรองโม่ฉวี่หลิน น่ะทั้งสองคนเป็บุตรของท่านเ้าเมืองโม่น่ะ ”
“ คุณชายใหญ่คือผู้ฝึกตนงั้นรึขอรับ ”
“ ใช่แล้ว!!! คุณชายใหญ่เป็ผู้ฝึกตนที่มีระดับพลังิญญาอยู่ระดับ หยั่งรู้ ขั้น 1 เลยนะ ” ท่านอาผู้นี้พูดพลันยึด อกราวกับว่าคุณชายใหญ่ผู้นั้นเป็ลูกหลานของตนเอง
หลิงเฉินััได้อยู่แล้วว่าโม่เยี่ยนผู้นั้นมีระดับพลังิญญาภายในร่างกายมากกว่าเขาหลายส่วนนัก แต่ว่าในวัยเพียงแค่นั้นมีระดับพลังิญญาถึงขนาดนั้นก็ถือว่าเป็ผู้มีพร์ในระดับหนึ่ง
“ ว่าแต่เ้าหนุ่มน้อยเ้าแค่มาเที่ยวเล่นที่เมืองนี้งั้นรึ ” ท่านอาผู้นั้นกล่าวออกมาด้วยความสงสัยเพราะว่าภายในเมืองชิงลู่จะมีคนมาเที่ยวชมเมืองก็หาได้ยากนัก ยิ่งจะมาตั้งหลักปักฐานที่แห่งนี้ดูยิ่งยากนัก
แม้ว่าเมืองชิงลู่แห่งนี้จะมีความอุดมสมบูรณ์แต่ว่ารอบๆนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูริญญาอยู่มากนัก ทำให้ความล้ำค่าของความอุดมสมบูรณ์นั้นแทบจะไม่มีประโยชน์เลย
“ ข้าจะมาตั้งหลักปักฐานอยู่ที่เมืองนี้เลยขอรับท่านอา ”
“ จริงงั้นรึเ้าหนู!!! ” ท่านอาผู้นั้นกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนกเขาไม่อยากจะเชื่อหูของตนเองเลยว่าจะมีผู้คิดมาตั้งรากฐานที่เมืองแห่งนี้
“ ขอรับข้าเลยอยากจะถามท่านอาอีกเื่ ข้าอยากจะลองหาซื้อที่ดินปลูกบ้านน่ะขอรับถามหาที่ผู้ใดได้บ้างหรือขอรับ ” หลิงเฉินถามออกไป
“ อ๋อ ถ้าเื่นั้นเ้าลองไปติดต่อคนที่ชื่อว่าหวังเซียนที่อยู่ที่ถนนสายที่สี่ดูเถอะ เขาเป็นายหน้าขายที่และยังสามารถติดต่อเกี่ยวกับช่างไม้ในการสร้างบ้านเรือนได้อีกด้วย ”
“ ขอบคุณขอรับท่านอางั้นน้ำชาและขนมมือนี้ข้าขอเลี้ยงท่านนะขอรับ ”
“ ไม่ต้องหรอกไม่ต้องเื่เพียงแค่นี้เอง ”
“ ได้เช่นไรเล่าขอรับข้าสะดวกเช่นนี้ท่านทำตามข้าเถอะขอรับ ”
ท่านอาผู้นั้นลังเลอยู่สักก่อนจะตอบกลับมาด้วยความจำใจ“ ก็ได้!!! ก็ได้!!! ”
หลิงเฉินได้เดินทางไปที่ถนนสายที่สี่ทันทีหลังจากได้ข้อมูลจากท่านอาคนนั้น เมื่อเดินทางไปถึงเขาเด็กหนุ่มก็ถามคนบริเวณนั้นจนมาหยุดอยู่จวนแห่งหนึ่งที่มีขนาดกลาง เหล่าชาวเมืองบอกกับเขามาว่าผู้ที่ชื่อว่าหวังเซียนที่เป็นายหน้าที่ดินอยู่ที่แห่งนี้
หลิงเฉินจ้องประตูจวนขนาดใหญ่อยู่สักพักก่อนที่จะะโเรียกเ้าของจวนอย่างสุดเสียง
“ ท่านหวังเซียนขอรับ!!! ”
เพียงไม่นานนักประตูจวนบานนั้นก็ได้ถูกเปิดออกมาอย่างรุนแรงบ่งบอกถึงอารมณ์ของชายผู้ที่เปิดประตูบานนี้ว่าเขานั้นกำลังฉุนเฉียวอยู่
“ ผู้ใดกันมาเรียกข้าในเวลานี้!!! ” เสียงของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด ผู้ที่อยู่หลังประตูนั้นคือบุรุวัยกลางคนอายุประมาณ 30 ถึง 40 ปี ที่สวมใส่อาภรณ์สีเทา และมีใบหน้าที่ไม่ค่อยจะเป็มิตรสักเท่าไหร่
จบตอน