คุณชนิกาสาวใหญ่วัยห้าสิบเศษก้าวเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ภายในห้องทำงานประจำตำแหน่งประธานบริษัทผลิตสินค้าไอทีเพื่อส่งออกที่ตนดำรงค์ตำแหน่งอยู่ต่อเนื่องหลังจากที่สามีเสียชีวิตไปแล้วหลายปี มันเป็กิจการที่เธอกับสามีได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นเมื่อสามสิบปีที่แล้วและก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆจนก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆของประเทศ มีมูลค่าในตลาดหุ้นสูงหลายพันล้าน
ตัวเธอเองยังมีรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณดูดีอยู่มากเมื่อเทียบกับอายุจริง เธอบริหารงานในหน้าที่ได้เจริญรุดหน้าชนิดที่ผู้ชายบางคนยังยกนิ้วให้ เธอมีบุตรชายอยู่คนหนึ่งคือชนกันต์ เธอรักเขามากปานแก้วตาดวงใจ และเขาก็ตอบแทนความรักความปรารถนาดีที่เธอมีให้เขาอย่างมากมายด้วยการทำให้เธอปวดหัวอยู่ไม่เว้นแต่ละวัน
ชนกันต์เกิดมารูปงามราวเทพบุตรเมื่อบวกเข้ากับฐานะที่พ่อกับแม่สร้างไว้ให้จนมั่งคั่งแล้ว เขาจึงกลายเป็จุดสนใจของผู้คนในวงสังคมไปอย่างไม่ยาก โดยเฉพาะกับพวกสาวๆด้วยแล้วเห่อเขายังกับอะไรดี และมันก็ทำให้เขาเหลิงลม เขาดำเนินชีวิตแบบเพลย์บอยตัวยง เที่ยวสำราญกับเพื่อนกับผู้หญิงไปวันๆไม่เคยคิดช่วยทำงานทำการทั้งที่เรียนจนปริญญาโทจากเมืองนอกมาก็หลายปีแล้ว
ก๊อกๆๆๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆก่อนที่จะเปิดออก แล้วร่างโปร่งเพรียวในชุดสูทกางเกงแบบทะมัดทะแมงสมกับบุคลิกคล้องแคล้วปราดเปรียวของผู้สวมก็ก้าวเข้ามาพร้อมแก้วน้ำผลไม้คั่นสดๆสำหรับคุณชนิกา อย่างเช่นที่เคยปฏิบัติอยู่ทุกวัน เธอคือ ฐิตาภาเลขาคนเก่งคู่ใจของคุณชนิกานั้นเอง ใบหน้าสวยคมแต่งบางๆตามสไตล์ของตัวเองเหลือบมองคุณชนิกาแวบเดียวก็รู้ว่าท่านต้องมีเื่ไม่สบายใจมาจากบ้านแน่นอน ฐิตาภาทำงานกับท่านมานานเกือบห้าปีั้แ่เรียนจบปริญญาตรีมา จึงทำให้รู้ใจของท่านดีพอสมควร
“ น้ำฝรั่งคั้นสดๆค่ะท่านประธาน”
หญิงสาววางแก้วน้ำผลไม้ลงไปเบื้องหน้าของคุณชนิกา
“ ขอบใจมากฐิตา นั่งก่อนสิ ฉันอยากมีเพื่อนคุย”
“ ค่ะ”
แล้วหญิงสาวก็นั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้ามกับเ้านายที่เธอให้ความเคารพนักหนาเพื่อทำตัวเป็ผู้ฟังที่ดีเหมือนทุกครั้งที่ท่านมีเื่ไม่สบายใจมาระบายให้ฟัง
“เธอรู้ตามเคยใช่ไหมว่าฉันกำลังมีเื่ไม่สบายใจ”
หญิงสาวหรุบเปลือกตาลงแทนการตอบ และคุณชนิการู้จักหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้ดีจึงได้ระบายความไม่สบายใจให้ฟังไปเรื่อยอย่างไว้วางใจ
“ ฉันกลุ้มใจจริงๆเลยเื่ลูก เมื่อไหร่เขาจะรู้จักทำตัวดีๆเหมือนลูกคนอื่นเขาบ้างก็ไม่รู้ เธอรู้ไหมว่าเมื่อเช้ามีผู้หญิงมาเรียกร้องค่าเสียหายที่บ้าน บอกว่าตากันต์ได้เขาแล้วไม่รับผิดชอบ ฉันต้องจ่ายเงินไปก้อนโตเลยละเื่ถึงยุติ”
คุณชนิกาเว้นวรรค แต่เมื่อฐิตาภาไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดออกมา ท่านจึงกล่าวต่อไป
“ ฉันไม่ได้เสียดายเงินหรอกน่ะ แต่เสียใจที่เื่แบบนี้เกิดขึ้นอยู่ได้ซ้ำๆซากๆ จริงอยู่ที่ตากันต์ไม่ได้ไปบังคับขืนใจเขา แต่เป็เพราะผู้หญิงพวกนั้นคิดจะจับตากันต์เอง พอจับไม่ติดก็หาเหตุมาอ้างต่างๆนานา แต่มันก็เป็ภาพพจน์ที่ไม่ดีเลยใช่ไหมฐิตา เมื่อไหร่ลูกชายของฉันจะเลิกทำตัวเป็เพลย์บอยอย่างนี้เสียที”
คุณชนิกากล่าวยืดยาวด้วยความเหนื่อยใจต่อพฤติกรรมของบุตรชายคนเดียว
ฐิตาภาเองเคยรับฟังเื่ราวเหลวแหลกของผู้ชายคนนั้นมานับครั้งไม่ถ้วนทั้งจากปากมารดาของเขาเองทั้งใครต่อใครที่รู้จักและตามหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีเื่ฉาวโฉ่ของเขาให้อ่านอยู่ได้ทุกวัน หญิงสาวไม่ได้นึกให้ความสนใจเขาเหมือนที่หญิงสาวคนอื่นๆส่วนใหญ่เขาเป็ แต่เธอรู้สึกสงสารมารดาของเขามากกว่าที่มีลูกแบบนี้
“จนกว่าเขาจะรักและแต่งงานไปกับใครสักคนมั้งค่ะ”
ฐิตาภาออกความเห็นเพื่อให้คุณชนิการู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ โอ๊ย จะรู้จักรักใครเป็ล่ะ เห็นคบทีละสี่ ทีละห้าให้เปรอะไปหมด คงเป็ความผิดของฉันเองที่เลี้ยงเขามาอย่างตามใจเกินไป ่ที่เขาเริ่มโตเป็่ที่ฉันกำลังก่อร่างสร้างฐานะเสียด้วยจึงได้ทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับงาน ไม่ค่อยมีเวลาเอาใจใส่เขา ยกหน้าที่ดูแลเขาให้เป็ของพี่เลี้ยง ซึ่งก็เอาแต่ตามใจกันจนเสีย”
“ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สายนี่ค่ะ หากท่านจะกลับไปดูแลเขาเพื่อปรับเปลี่ยนนิสัย”
“ โธ่ ฐิตาเธอไม่เคยได้ยินคำที่ว่าไม้แก่ดัดยากหรือไง ตากันต์เขาอายุสามสิบกว่าแล้วนะ มันเกินจะดัด เพราะเขามีความคิดเป็ตัวของตัวเองแล้ว อีกอย่างฉันก็เหนื่อยเกินไป ลำพังงานที่บริษัทก็หนักมากพอ อายุฉันก็ไม่ใช่น้อยๆจะได้มีเรี่ยวแรงไปคับเคี่ยวกับลูกที่โตเป็หนุ่มขนาดนั้นได้”
“ถ้าอย่างนั้นท่านประธานก็ต้องทำใจให้ปล่อยวางเสียเถอะคะ ในเมื่อเขาโตแล้วก็ให้เขาได้รับผลของการกระทำด้วยตัวของเขาเองเสียบ้าง ท่านประธานทำใจให้สบายก็พอ”