ตอนที่ 68 พูดคุยเรื่องเกมใหม่
พีทได้กอดฝ้ายนานอยู่หลายนาที จนใบหน้าของฝ้ายแดงราวกับเป็นลูกมะเขือไปหมดแล้ว ก่อนที่พีทจะค่อยๆ คลายอ้อมกอดของเขาออกอย่างนุ่มนวล “ขอบคุณนะ” พีทใช้มือเอื้อมไปช้อนผมของฝ้ายที่ดูยุ่งเหยิงจากการถูกเขาสวมกอดอยู่นาน พลางเอาผมของฝ้ายถัดหูและช่วยจัดระเบียบให้เธอกลับมาสวยเหมือนเดิม
“กอดนานแบบนี้ แสดงว่าพรีเซนต์โปรเจกต์ผ่านแล้วสินะ” ฝ้ายยิ้ม ก่อนจะหลบสายตาพีทเล็กน้อยด้วยความเอียงอาย
“ผ่านแล้ว ที่นี่แอปพลิเคชันส่งอาหารก็จะสามารถเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบได้สักที” พีทพูดพลางเดินไปที่โต๊ะทำงานของเขาเพื่อชี้ให้ฝ้ายเห็นถึงช่องแสดงความคิดเห็นและฟีดแบ็กจากแอปส่งอาหารที่ตอนนี้เริ่มมีกระแสในอินเทอร์เน็ตบ้างแล้ว
“กระแสดีมากเลย ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะพีท อย่าหักโหมงานจนเกินไป” ฝ้ายดูเป็นห่วงสุขภาพของพีทมาก เพราะเธอนั้นรู้ว่าพีทนั้นมีสิ่งที่ต้องทำอยู่มากมาย แต่น่าเสียดายที่เธอไม่สามารถแบ่งเบาภาระของพีทได้เลย นอกจากช่วยดูแลร้านขายไก่ทอดที่เธอเป็นหุ้นส่วน
พีทพยักหน้าให้กับฝ้ายพลางขอบคุณเธอที่คอยอยู่เคียงข้าง ซึ่งหลังจากฝ้ายพูดจบตัวของหญิงสาวก็ลงไปด้านล่างเพื่อจัดการร้านขายไก่ทอดต่อไป ปล่อยให้พีทได้มีเวลาทำงานส่วนตัว
ทั้งนี้หลังจากพีทกลับมา เขาก็ได้รับข่าวดีจากทาง Gogle และ Pineapple ที่ได้อนุมัติเกม Farm Day ของเขาเข้าสู่สโตร์อย่างเป็นทางการแล้ว
ซึ่งพีทก็ไม่รอช้า หลังจากที่เขาได้รับอนุมัติจากทางสโตร์ว่าแอปเกมของเขากำลังจะปล่อยให้ดาวน์โหลดในวันพรุ่งนี้ ทางด้านของพีทก็ได้เตรียมการติดต่อไปหาสื่อออนไลน์ ช่อง Itube ต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อให้พวกเขาช่วยโฆษณาเกมของเขาในทันที
แน่นอนในส่วนของสื่อออนไลน์ในประเทศไทย พีทก็ไม่ลืมที่จะติดต่อไปยังช่อง WeAreOne และอีกหลายๆ ช่อง ให้ช่วยโปรโมตเกมของเขา
“โย่ว น้องชาย! ไม่ได้คุยกันเสียนาน วันนี้มีอะไรให้พี่จ๊อบช่วยอย่างนั้นเหรอ?” พี่จ๊อบยังคงทักทายกับพีทด้วยความสนิทสนมเหมือนเช่นเคย
“มีงานอยากให้ช่องของพี่จ๊อบช่วยโปรโมตให้สักหน่อยครับ” พีทเข้าเรื่องในทันที เขาได้บอกเล่าเรื่องเกม Farm Day ให้กับพี่จ๊อบคร่าวๆ โดยพี่จ๊อบก็ดูให้ความสนใจกับเกมของพีทมากและพอได้รู้ว่า พีทเป็นคนสร้างเกมนี้ด้วยตัวเอง
ทางด้านของพี่จ๊อบก็ยิ่งให้ความสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก “ตกลงช่องของพี่ทำ ไว้คืนนี้พี่จะแวะไปหาที่ร้านเลย” พี่จ๊อบเป็นคนตัดสินใจอะไรรวดเร็วอยู่แล้ว พอรับปากว่าจะทำก็พลันตัดสินที่จะมาหาพีทเพื่อพูดคุยรายละเอียดที่ร้านเลย โดยอาจจะมีจุดประสงค์จะมากินไก่ทอดจากร้านของพีทด้วยนั่นเอง
หลังจากวางสายจากพี่จ๊อบไป จู่ๆ พี่แพรถึงพึ่งจะคุยกับพีทไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว ก็พลันโทรมา
“ตอนนี้พี่กำลังพานักท่องเที่ยวมาดูตึกสำนักงานที่กรุงเทพ พี่มองว่าเป็นทำเลที่ไม่เลว แถมราคาของมันก็สมเหตุสมผล พีทคิดว่ายังไง” พี่แพรโทรมาถามถึงตึกสำนักงาน ที่พีทจะต้องใช้เป็นที่ทำงานของแอปพลิเคชันส่งอาหารของเขา
“วันนี้ผมยังไม่สะดวกไปดูด้วยตัวเอง แต่ถ้าพี่แพรคิดว่าโอเค พี่ตัดสินใจแทนผมได้เลยครับ” อย่างที่บอกไป พีทไว้ใจพี่แพรมาก อีกทั้งตอนนี้พี่แพรเองก็รู้ถึงกระแสเงินสดของพีทอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงถือโอกาสนี้ให้พี่แพรช่วยเลือกตึกสำนักงานสำหรับแอปพลิเคชันส่งอาหารแทนเขาเลย
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะดึงพี่แพรให้ย้ายมาทำงานให้กับเขาแบบเต็มตัวนั่นเอง
“ได้ยังไง อย่าลืมสิว่าเจ้านายของพี่อย่างคุณรดา ก็มีหุ้นส่วนกับบริษัทของพีทนะ จะไม่ถามความเห็นจากเธอก่อนเหรอ” แม้พี่แพรจะรับปากว่าจะย้ายมาทำงานให้กับพีทแล้ว แต่กระบวนการลาออกมันไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น
ในตอนนี้เธอยังมีสถานะเป็นพนักงานของสยามโนวากรุปอยู่ดังนั้น พี่แพรเลยยังต้องเรียกคุณรดาว่าเป็นเจ้านายของเธอนั่นเอง
“พี่แพร…ผมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นะครับ ผมมีสิทธิ์และอำนาจเต็มในการตัดสินใจ โดยไม่ต้องถามคุณรดา แต่ถ้าพี่รู้สึกไม่ดี เดี๋ยวผมลองโทรไปปรึกษากับคุณรดาก่อนก็แล้วกัน พี่ช่วยส่งชื่ออาคารและตึกผ่านข้อความให้ผมทีครับ” สิ่งที่พีทพูดเป็นความจริง เขาในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ย่อมมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจทำอะไรโดยไม่ต้องปรึกษาผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ
และที่พีทไม่อยากให้บริษัทของเขาเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็เพื่อที่จะเขาจะรักษาเสถียรภาพของเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าแทรกแซงการทำธุรกิจของเขาได้นั่นเอง
พีทไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน ดังนั้นไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องมีผู้ถือหุ้นมาร่วมด้วย แต่ที่เขายังขาดไปตอนนี้คือคนหนุนหลัง ดังนั้นเขาจึงเปิดทางให้รดาได้เข้ามาช่วยปิดจุดอ่อนให้กับเขา
“คุณพีทมีอะไรหรือเปล่าคะ?” รดาเอ่ยถาม เมื่อเห็นพีทโทรมา แม้ในตอนนี้เธอกำลังอยู่ในที่ประชุมก็ตาม
บรรยากาศในห้องประชุมของสยามโนวากรุปกำลัง อึ้มครึ้มด้วยความเคร่งเครียด ซึ่งกฎเหล็กของการประชุมคือห้ามทุกคนเปิดเครื่องมือสื่อสารโดยเด็ดขาดและทางด้านของรดาเองที่เป็นคนออกกฎนี้ กลับละเมิดมันเพื่อรับสายสนทนาจากพีทแทน
ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงาน ต่างมองรดาที่กำลังรับโทรศัพท์ด้วยความตะลึงงัน พวกเขาอยากรู้จริงๆ ว่าใครคือคนแรกที่ทำให้ รดา เจ้านายของพวกเขายอมแหกกฎนี้ด้วยตัวเอง แม้แต่ประธานบริษัทหรือพ่อของรดา เธอยังตัดสายทิ้งอย่างไม่ไยดีเลยสักนิด
‘คุณพีท?!’
ในแวดวงธุรกิจ มีคนชื่อนี้หรือไม่? เท่าที่เหล่าผู้บริหารเคยทำความรู้จักกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจของสยามโนวากรุป นั้นไม่มีใครที่ชื่อพีทเลย
แล้วพีทคนนี้เป็นใคร? ถึงได้ทำให้เจ้าหญิงน้ำแข็งของพวกเขา ยอมรับสายกลางที่ประชุมแบบนี้
“วันพรุ่งนี้ว่างไหมครับ ผมจะชวนไปดูตึกสำนักงานของพวกเราที่จะใช้เป็นสำนักงานของแอปพลิเคชัน Easy Food พอดีพี่แพรได้แนะนำตึกที่น่าสนใจให้กับผมครับ” พีทเอ่ยถาม
“ได้ค่ะ ตกลงเป็นพรุ่งนี้ตอนเช้า ไม่มีปัญหาค่ะ” รดาตอบรับ โดยที่ข้างๆ เธอนั้น ที่เป็นเลขาส่วนตัว
เมื่อได้ยินว่า คุณรดาได้ตกปากรับคำว่าจะไปดูตึกกับพีทในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้ สีหน้าของเธอก็พลันเลิ่กลั่กในทันที เพราะในพรุ่งนี้ตอนเช้า ตัวของรดามีนัดคุยงานกับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ ที่เข้ามาร่วมทุนกับบริษัทสยามโนวากรุป ราวๆ 100 ล้านบาทเลยทีเดียว
รดาตอบรับเสร็จเธอก็พลันวางสาย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเหล่าผู้บริหารราวกับไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามเลขาส่วนตัวของเธอไม่อาจปล่อยผ่านได้ เลขาคนสนิทได้ส่งสัญญาณมือลับๆ ให้กับรดา เพื่อให้เธอหันมา
‘วันพรุ่งนี้เช้า คุณรดามีนัดกับ CEO จากบริษัทพาร์ตเนอร์จนถึงเที่ยง…ไม่ทราบว่าที่รับนัดไปเมื่อครู่ใช่ CEO คนนั้นหรือเปล่าคะ?’ เลขาส่วนตัวกระซิบถาม
“เลื่อนนัด CEO คนนั้นออกไปช่วงบ่ายได้เลย ถ้าเขาไม่สะดวกก็ให้นัดวันเข้ามาใหม่...และในวันพรุ่งนี้ไม่ต้องส่งคนไปรับฉันที่บ้าน ฉันจะขับรถส่วนตัวไปเอง” รดาตอบกลับเลขาของเธอ หากแต่เสียงที่รดาพูดมันได้ยินไปถึงหูของเหล่าผู้บริหารด้วยเช่นกัน
แขกคนนี้คงจะสำคัญมากเลยสินะ…ถึงได้เลื่อนนัด CEO ที่เป็นบริษัทพาร์ตเนอร์ออกไปแบบนี้?!
นี้คือสิ่งที่เหล่าผู้บริหารคาดเดากันไปต่างๆ นานา หากแต่ถ้าพวกเขารู้ความจริงว่าความจริงแล้ว รดาได้รับนัดเด็กนักศึกษาที่เป็นเพียงบริษัท Start up พวกเขาคงจะช็อกกันไปเลยทีเดียว
ในค่ำคืนนั้นรดายังคงอยู่ประชุมกับเหล่าผู้บริหารยาวจนถึงสอง-สามทุ่ม ก่อนที่การประชุมจะจบลงด้วยความเคร่งเครียด แน่นอนตลอดทั้งวันรดาได้กินเพียงอาหารกล่องและขนมปัง กาแฟเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น
เธอหิวมากจนอยากจะแวะทานอาหารอะไรสักหน่อยก่อนจะกลับบ้าน ซึ่งอาการนี้มันเป็นแบบเดียวกับที่เธอมักจะเป็นอยู่บ่อยๆ ยามเครียด
เลขาของเธอเลยได้จัดโจ๊กร้อนๆ ให้กับเธอชามหนึ่ง แต่ก็กินได้เพียงไม่กี่คำ อาการคลื่นไส้ก็ถาโถมเข้ามา รดาเหนื่อยล้ามาก แต่เมื่อกลับขึ้นรถโดยมีคนขับรถกำลังจะพาเธอไปส่งบ้าน รดาก็พลันนึกถึงไก่ทอดของพีท ที่เธอได้กินเมื่อตอนไปสนามบินเมื่อช่วงต้นเดือนพอดิบพอดี
“ยังไม่ต้องไปส่งฉันที่บ้าน แวะไปที่มหาลัยธาราบุรีก่อน…เร็วหน่อยเดี๋ยวร้านจะปิดเสียก่อน” รดาได้สั่งคนขับรถ ก่อนจะบึ่งรถไปด้วยความรวดเร็วตามคำสั่ง
ทั้งนี้ในร้านขายไก่ทอดของพีทก็ยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย โดยปกติแล้วร้านของพีทจะปิดประมาณราวๆ 3 ทุ่ม
หากแต่ในระยะหลังๆ เหล่านักศึกษาได้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อเข้ามากินที่ร้าน กินแกล้มกับไก่ทอด อาจจะด้วยรสชาติที่ลงตัวหรือถูกปากของพวกเขา มันเลยกลายเป็นธรรมเนียมที่ทุกคนจะแวะมาที่ร้านขายไก่ทอดของเขาก่อน
เพื่อกินไก่ทอดรองท้อง เผาหัวตามศัพท์ของนักดื่ม ก่อนจะไปเที่ยวกันต่อที่สถานบันเทิงในยามราตรี
อย่างไรก็ตามพีทไม่ได้สนใจ สิงห์นักดื่มเหล่านั้น เพราะเขานั้นเลิกดื่มไปนานแล้วตั้งแต่เลิกรากับดาวไปเมื่อหลายเดือนก่อน
อีกทั้งวันนี้พีทเองก็ติดธุระอยู่ที่ชั้นสองของร้าน โดยเขากำลังพูดคุยอยู่กับ พี่จ๊อบและทีมงาน WeAreOne ที่กำลังทดสอบเล่นเกม Farm Day ของเขากันอย่างครื้นเครง ในห้องประชุมมีทั้งพี่อิท พี่สก๊อต พี่เจเจและพี่จ๊อบ กำลังสร้างฟาร์มกันอย่างสนุกสนานเฮฮา โดยมีฝ้ายเป็นแม่ค้าสารถี ขายผัก ขายวัตถุดิบให้กับเหล่าพี่ๆ ทีมงานจนเกือบหมดโกดังเก็บของของเธอ
“พี่จ๊อบคิดว่าจะวางแผนโปรโมตยังไงดีครับ?” พีทเอ่ยถามเมื่อเห็นพี่จ๊อบกำลังอัปเกรดฟาร์มของตัวเอง เพื่อแข่งกับเพื่อนๆ
“ถ้าตามที่พี่คิดได้ในตอนนี้ พี่ว่าจะยกทีมงานไปยังสวนหรือไร่น่าสักที แสร้งทำเป็นลงมือลงแรก ตากแดด ตากฝน ในฟาร์มสักหน่อย แล้วอาจจะให้ใครสักคนที่เป็นเจ้าของฟาร์มมาโชว์เกมของน้องๆ ดีไหม” พี่จ๊อบช่างเป็นคนที่มีไอเดียเจ๋งๆ อยู่เสมอๆ เพียงแค่เล่นเกมของพีทไปไม่กี่ชั่วโมง พาลเหรียญทองที่ตีเป็นเงินจริงไปราวๆ ครึ่งหมื่นบาท ไอเดียก็พลันบรรเจิดในที่สุด
“ถ้าอย่างนั้น ค่าโปรโมตเทปนี้ ผมให้เป็น 2 แสนบาท พวกพี่โอเคไหมครับ” พีทเสนอเงินสนับสนุน
แน่นอนพอได้ยินถึงตัวเงินพี่จ๊อบก็เด้งพรวดขึ้นมาจากโซฟา จากเดิมที่ก่อนหน้านี้พีทเคยว่าจ้างพวกเขาเพียงไม่กี่หมื่น แต่ด้วยชื่อเสียงของช่อง WeAreOne ในตอนนี้เติบโตขึ้นมามาก
มียอดวิวแตะหลักล้านแทบจะทุกคลิปดังนั้น เรตในการจ้างทำคลิปจึงไม่ได้เป็นราคาเดิมกับที่ผ่านมาอีก อันที่จริงพี่จ๊อบก็อยากจะมาพูดเรื่องค่าสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นมามากกับพีทอยู่แล้วและเตรียมที่จะพูดหลังจากสรุปไอเดียเสร็จ เพราะมันอาจทำให้บรรยากาศมันกระอักกระอ่วนได้
กลับกันคิดไม่ถึงว่าพีทจะเป็นฝ่ายเสนอเรื่องนี้ขึ้นมาเอง แถมเป็นเรตราคาที่พวกเขาพึงพอใจมากอีกด้วย
“ตกลงตามนั้น งั้นพี่จะกลับไประดมทีม จัดเตรียมการถ่ายทำเลยก็แล้วกัน” พี่จ๊อบและพีท ต่างลงนามในสัญญา เพียงเท่านี้ก็เป็นอันปิดจบ เรื่องที่จะพูดคุยกันแล้ว
อย่างไรก็ตามทีมงาน WeAreOne ยังคงนั่งเล่นอยู่ที่ร้านของพีทกันต่อ พวกเขาทั้งเล่นเกม ทั้งกินไก่แกล้มเบียร์ กันอย่างเพลิดเพลิน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึง 4 ทุ่มกว่าๆ แล้ว
ซึ่งร้านของพีทก็เตรียมที่จะปิดแล้ว หากแต่ในขณะที่ป้ายไฟกำลังจะถูกปิดลง ประตูหน้าได้ถูกเลื่อนลงมาครึ่งบานแล้ว
ทันใดนั้นก็พลันมีรถเบนซ์สีขาวสุดหรู คันหนึ่งขับเข้ามาจอดที่หน้าร้านของพีทที่เหล่านักศึกษาที่กำลังมึนเมาอยู่นอกร้าน ได้แต่มองดูความหรูหราและความสวยงามของมันที่ดูอลังการ
‘ว้าว! เบนซ์ S ซีรีส์ซะด้วย รู้ไหมราคารถคันนี้ ต่ำๆ ก็ 10 ล้านบาทแล้ว’
‘รถสวยฉิบหาย อยากรู้จัง รถแบบนี้จะขับมาทำอะไรที่ร้านขายไก่ทอดแบบนี้’
‘เฮ้ยๆ! รถสวยไม่พอ คนที่นั่งมาสวยกว่ารถอีก ดูสิ เธอโคตรสวยเลย’
นักศึกษาที่เมาได้ที่แล้ว ต่างพูดถึงรถที่ขับเข้ามากันอย่างสนุกปาก แน่นอนตามประสาคนเมา พวกเขาได้พลิ้วปากแซว หญิงสาวที่ก้าวลงมาจากรถเบาะหลังอีกด้วย
“คุณรดา?!” “อ่ะ พี่สาวคนนั้น?!” พีทและฝ้ายร้องทัก เมื่อเห็นรดาเดินเข้ามาที่ร้านของเขา
“ร้านปิดแล้วเหรอคะ?” รดาถามด้วยหน้าตาที่ดูจะผิดหวัง เธอลูบท้องเล็กน้อยด้วยความหิว ก่อนที่เสียงท้องของเธอจะดังโครกคราก ราวกับกำลังส่งเสียงประท้วงอย่างไรอย่างนั้น
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy