เพียงผ่านไปไม่นานก็มีชายชราสวมชุดสีเขียวทั้งชุดคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับผู้ติดตามอีกสี่คน ชายชราคนนั้นแผ่กลิ่นอายพลังระดับผันแปรออกมาอย่างไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
หุยฉื่อที่เห็นดังนั้นก็รีบแสดงความเคารพและกล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"คารวะอาวุโสหุยก่วง!"
เทียนฉินกับศิษย์พี่ทั้งสองก็ลุกขึ้นทำความเคารพตามมารยาทก่อนจะแนะนำตัวกับชายชราคนนั้นทันที
"ข้าน้อยเทียนฉินศิษย์ของอาจารย์เสิ้น
จื่อคารวะอาวุโสหุยก่วง!"
"ส่วนสองคนนี้คือเซียวปิงหยวนกับล่งฉินจ้าว เป็นศิษย์พี่ทั้งสองของข้าน้อยเอง!"
"ไม่ต้องมากพิธีไปคนกันเองทั้งนั้น!"หุย
ก่วงกล่าวออกมาเสียงเรียบก่อนจะนั่งลงที่หัวโต๊ะ พลางสำรวจพวกเทียนฉินอย่างช้าๆ
"ว่าแต่พวกเจ้าทั้งสามคนมาถึงที่นี่ มีอะไรให้ทางตระกูลหุยเราช่วยเหลืออย่างนั้นรึ?"หุยก่วงเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
"ข้าจะกล่าวถามอาวุโสหุยเสียหน่อยว่าเคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อนได้หรือไม่?"
เทียนฉินเอ่ยออกไปอย่างไม่อ้อมค้อม อันที่จริงเขาคิดว่าทางนี้น่าจะมีข้อมูลมาอยู่บ้างแล้วว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เพียงแต่ว่าเมื่อฝ่ายนั้นแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องเขาก็ต้องลองเล่นไปตามน้ำดูก่อนเพียงเท่านั้นเอง
หุยก่วงหันมามองหุยฉื่อก่อนจะพยักหน้าคล้ายกำลังจะสอบถามเรื่องราว หุยฉื่อที่เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปกระซิบที่ข้างๆหูอย่างรวดเร็ว
หุยก่วงพอได้ฟังหุยฉื่อก็หันมากล่าวกันเทียนฉินด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"คุณชายเทียนฉิน! ข้ารู้สึกละอายใจเป็นอย่างยิ่งที่เพิ่งรู้ว่าหุยเป๋อนำพาความยุ่งยากมาให้ท่านถึงเพียงนี้ ถ้าคุณชายรู้สึกคับแค้นใจก็เป็นเรื่องปกติ"
"หุยฉื่อ! เจ้านำของสิ่งนั้นออกมาก่อนเพื่อเป็นของขวัญขอโทษจากตระกูลหุยเรา"หุยก่วงแสดงท่าทีละอายใจเป็นการขอโทษ จากนั้นก็หันไปพยักหน้าสั่งกับหุยฉื่ออีกครั้ง
เทียนฉินกวาดตามองแหวนมิติที่หุยฉื่อ
นำมามอบให้ก่อนที่จะตรวจสอบดูของภายในแหวน แต่เมื่อพอได้เห็นจำนวนสิ่งของที่มีอยู่อย่างน้อยนิดภายในแหวนมิติแล้วก็เอ่ยออกมาอย่างเย็นชา
"ข้ารู้สึกว่าอาวุโสหุยจะไม่ประเมินฐานะศิษย์ส่วนตัวของอาวุโสเสิ้นจื่อต่ำไปหรอกรึ?"
"อ่า!เจ้าเข้าใจผิดแล้ว สิ่งที่ข้ามอบให้เจ้าไปนั้นคือการแสดงถึงน้ำใจของตระกูล
หุยต่อศิษย์ของนิกายเพลิงอัคคีแล้ว!"
"แต่ถ้าหากเจ้ายังไม่พอใจอยู่อีก ข้าคงต้องรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปถามทางนิกายดูเหมือนกัน!" หุยก่วงกล่าวออกมาอย่างไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด
"ฮ่าๆ!"
"ศิษย์น้องเทียน! เจ้าจะมาเสียเวลาพูดคุยอยู่อีกทำไม ในเมื่อมีคนดูถูกคนของนิกายเพลิงอัคคี ก็จับคนคนนั้นมาจัดการเสียก็สิ้นเรื่อง!"ล่งฉินจ้าวที่ได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างเห็นเป็นเรื่องง่ายดาย
"พวกเจ้าคิดว่าคนของตระกูลหุยจะยอมถูกรังแกง่ายๆอย่างนั้นรึ?"
"ทางที่ดีข้าว่าพวกเจ้าคิดกันให้ถี่ถ้วนก่อนจะดีกว่า!"
หุยก่วงกล่าวพร้อมกับจ้องมองมาทางเทียนฉินกับศิษย์พี่ทั้งสองด้วยหน้าตาดุดัน พลางปลดปล่อยกลิ่นอายระดับผันแปรออกมาอย่างไม่เกรงกลัว
พรึ่บ!
"แค่ระดับผันแปรขั้นต้นก็กล้าวางอำนาจกับพวกข้าเชียวรึ?"
"ช่างไม่เจียมตัวเสียจริงๆ!"
ทันทีที่หุยก่วงกล่าวจบเทียนฉินก็ใช้ท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราเข้าประชิดก่อนคว้าหมับไปที่คออย่างรวดเร็ว
"เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยมือออกจากคอของ
อาวุโสหุยก่วงเดี๋ยวนี้!"ชายหนึ่งในสี่คนที่อยู่ด้านหลังตะโกนออกมาอย่างตกใจกับความเร็วของเทียนฉิน ขนาดพวกเขาที่อยู่ใกล้กับอาวุโสหุยก่วงขนาดนี้ยังมิอาจตอบสนองได้ทันเลย
กรึ่บ!
เพียงสิ้นเสียงของชายคนนั้น คอของ
หุยก่วงก็ได้ถูกเทียนฉินหักลงอย่างไม่ลังเลอะไรเลย
"ใครจะเป็นรายต่อไปดี?"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
พวกคนทั้งสี่ที่ติดตามหุยก่วงมาต่างหันหน้ามองตากันอย่างลุกลี้ลุกลนรวมถึงหุยฉื่อที่ยืนนิ่งคล้ายคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
"ความจริงใจของคนตระกูลหุยข้าได้เห็นแล้ว ถ้าวันนี้สิ่งที่พวกเจ้าคิดได้เพียงแค่นี้ พวกเจ้าก็เตรียมตัวตายกันได้เลย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงเย็นเยียบก่อนจะพุ่งตัวไปหาชายทั้งสี่คนอย่างรวดเร็ว
คนของตระกูลหุยที่ได้เห็นเช่นนี้ก็หน้าเปลี่ยนสีอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในขณะนั้นเองก็พลันมีเสียงแหบๆ ตะโกนมาจากนอกประตู
"ดูท่าแล้วจะเป็นข้าที่ดูถูกคุณชายเทียนฉินเอง ในเมื่อเรื่องนี้ทางตระกูลหุยของข้าเป็นฝ่ายที่ผิด ตัวข้าก็มีสิ่งของอย่างหนึ่งจะให้ดู บางทีมันอาจทำให้คุณชายพอใจก็ได้!"หลังสิ้นเสียงลงก็มีชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย
"ท่านผู้นำ"พวกคนตระกูลหุยที่อยู่ตรงนั้นต่างเอ่ยคารวะออกมากันอย่างพร้อมเพรียงหลังได้เห็นหน้าของชายผู้นั้น
"โอ้ว! ที่แท้ก็คือท่านผู้นำหุยนี่เอง!"เทียนฉินหยุดชะงักก่อนเอ่ยทักทายอย่างไม่รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
"หรือว่าที่แท้คุณชายเทียนฉินก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าข้าแอบอยู่ข้างนอก!"ผู้นำหุยได้ยินดังนั้นก็กล่าวอย่างแปลกใจออกมา
เทียนฉินยิ้มบางๆ โดยที่ไม่กล่าวอะไรออกมา
"ข้าหุยหลุ่ยยินดีเป็นอย่างมากที่ได้รู้จักกับศิษย์ของอาสุโสเสิ้นจื่อทั้งสามคน!"หุยหลุ่ยที่เห็นเทียนฉินไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ก็รีบแนะนำตัวเองให้กับพวกเขาทราบในทันที ก่อนกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม
"และข้าหวังว่าท่านจะอภัยให้กับคนของตระกูลข้าด้วย?"
"เรื่องนี้ก็ต้องดูว่าที่ท่านผู้นำหุยแสดงน้ำใจออกมานั้นมีความจริงใจแค่ไหนกัน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงเรียบ
"ถ้าอย่างนั้นคุณชายเทียนฉินโปรดตรวจสอบดูด้วยเถอะ!"หุยหลุ่ยยื่นกล่องหยกสีครามกล่องหนึ่งให้เทียนฉินอย่างสุภาพก่อนก้าวถอยหลังไปยืนรออย่างเงียบๆ
"โอ้ว! ไม่คิดว่าตระกูลหุยถึงกับมีของล้ำค่าเช่นนี้ได้!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง
ทันทีที่เขาส่งกระแสจิตเข้าไปสัมผัสกับสิ่งของภายในกล่องหยกสีครามนั้นเอง เขากลับพบผลึกสีฟ้าครามเม็ดหนึ่งอยู่ภายในกล่องหยกใบนั้น เมื่อตรวจสอบดูแล้วก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นผลึกของแก่นแท้ธาตุน้ำ นี่จึงทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก
"ส่วนนี้คือสินน้ำใจเล็กน้อยที่ทางตระกูล
หุยเต็มใจมอบให้"
"ข้าหวังว่าของสิ่งนี้จะทำให้คุณชายเทียนฉินลืมเรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลของข้ากับคุณชายได้"หุยหลุ่ยกล่าวออกมาอย่างสบายใจหลังเห็นท่าทางของเทียนฉิน
อันที่จริงแล้วหุยหลุ่ยได้เตรียมผลึกแก่นแท้ธาตุน้ำนี้ไว้ให้กับลูกชายของเขา แต่เมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาแล้วทำให้เขาจะเป็นต้องตัดใจนำมันมามอบให้กับเทียนฉินด้วยตัวเองแทนด้วยความเสียดาย
"ข้าจะยอมรับน้ำใจครั้งนี้ของผู้นำหุยไว้แล้วกัน!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้สนใจนัก
"เจ้ายังไม่รีบขอบใจคุณชายเทียนฉินอีก
รึ?"หุยหลุ่ยหันมาตะโกนบอกกลุ่มชายพวกนั้นทันทีที่เห็นว่าเทียนฉินไม่ไก้เอาเรื่องแล้ว
"ขอบคุณคุณชายเทียนฉินที่เมตตา"
"ข้าขออภัยคุณชายเทียนฉินเป็นอย่างมากที่ข้าได้เสียมารยาทไป!"หุยฉื่อหันมาก้มหัวให้กับเทียนฉินก่อนกล่าวอย่างนอบน้อม
"ช่างมันเถอะ!"เทียนฉินโบกมือให้พร้อมกับเดินมาทางศิษย์พี่ทั้งสองอย่างไม่สนใจ
"ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้ากับศิษย์พี่ทั้งสองขอตัวลา!"เทียนฉินพยักหน้าให้กับเซียวปิงหยวนและล่งฉินจ้าวก่อนเอ่ยปากลากับหุยหลุ่ย
"เชิญคุณชายทั้งสาม!"หุยหลุ่ยกล่าวตอบพร้อมกับเดินนำหน้าไปส่งถึงหน้าประตู
"ทำไมท่านผู้นำถึงได้มอบของมีค่าขนาดนั้นให้มันกัน!"หุยฉื่อกล่าวออกมาทันทีที่หุยหลุ่ยเดินกลับเข้ามาด้านในแล้ว
"เจ้าคิดว่าข้าอยากจะมอบให้เขารึอย่างไรกัน?"
"แต่ข้าไม่มีทางไหนให้เลือกได้แล้วต่างหาก!"หุยหลุ่ยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"แล้วอย่างนี้เราจะไปหาผลึกแก่นแท้ธาตุน้ำมาให้คุณชายใหญ่ได้อย่างไรกัน!"หุยฉื่อยังกล่าวออกมาอย่างเสียดาย
"เฮ่อ!"
"ข้าก็คิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะหาของดีแบบนี้มาได้จากที่ไหนอีก?"หุยหลุ่ยกล่าว
ออกมาอย่างปลงตกแล้วจริงๆ ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ขึ้น ลูกชายคนโตของเขาคงมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนหลังจากใช้ผลึกแก่นแท้ธาตุน้ำนั้นแล้ว
เทียนฉินกับพวกศิษย์พี่ทั้งสองของเขาไม่ได้สนใจสถานะการณ์ภายในจวน
ตระกูลหุยอีกต่อไป ต่างพากันเหาะเหินเร่งมุดหน้ากลับนิกายกันทันที
"ฮ่าๆ!"
"ในที่สุดข้าล่งฉินจ้าวก็ได้กลับมาที่นิกายได้แล้ว!"
ล่งฉินจ้าวตะโกนแหกปากออกมาอย่างดีใจ หลังจากพวกพวกเขาทั้งสามใช้เวลาราวครึ่งเดือน ก็ได้เดินทางกลับมาถึงนิกายเพลิงอัคคีอย่างไม่มีอุปสรรคใดๆ
"พวกเรารีบเข้าไปในนิกายกันดีกว่า!"
"ไม่รู้ป่านนี้ท่านอาจารย์จะเป็นห่วงพวกเรามากขนาดไหนกันแล้ว!"เซียวปิงหยวนเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปิดไว้ไม่อยู่
"จริงสิ!ไปกันเถอะ"ล่งฉินจ้าวกล่าวรับออกมาก่อนจะเหินลงไปที่หน้าประตูนิกาย
จบตอนที่ 49