ทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน

    บทที่ 53 พี่สาว ให้หลิงซีเป็นรองดีหรือไม่

    บทที่ 53 พี่สาว ให้หลิงซีเป็นรองดีหรือไม่


    บางทีอาจเป็นเพราะหวังเฟิ่งร้องไห้ออกมาอย่างสมจริงเกินไป จ้าวอวี๋และคนอื่น ๆ จึงไม่สามารถตั้งคำถามอะไรต่อ ได้แต่ปล่อยให้หวังเฟิ่งลงนามในพินัยกรรมของหลี่เยว่หาน


    “ฉันจำได้ว่างานอาสาสมัครที่พวกเธอทำมีค่าจ้างต่อปีมากกว่าสองแสนหยวนไม่ใช่เหรอ?” หวังเฟิ่งมองดูพินัยกรรมของหลี่เยว่หาน ก่อนจะเงยหน้ามองจ้าวอวี๋ด้วยประกายตาวาววับ “ทำไมไม่มีเงินเหลือเอาไว้เลยสักนิด?”


    “คุณป้า อาจารย์หลี่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าหากเธอเสียชีวิตอย่างกะทันหัน เงินออมทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ชื่อของเธอทั้งหมดจะถูกบริจาคให้กับองค์กรการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ถูกทอดทิ้ง” จ้าวอวี๋อธิบายอย่างจริงจัง “ทว่าเห็นแก่พวกคุณที่เป็นครอบครัว ฉันเก็บของของอาจารย์หลี่ที่ทิ้งไว้กับทีมอาสาสมัครมาให้เป็นของดูต่างหน้า”


    พูดแล้ว จ้าวอวี๋ก็หยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เก็บข้าวของทั้งหมดของหลี่เยว่หานเอาไว้


    “ใครอยากได้ของของคนตายพวกนี้กัน!” หวังเฟิ่งโกรธขึ้นมาทันที “หลายปีที่ผ่านมา หลี่เยว่หานไม่ได้ส่งเงินกลับบ้านมาแม้แต่หยวนเดียว ตายไปแล้วก็ยังบริจาคเงินเก็บทั้งหมดอีก ต้องการให้ฉันกับพ่อของเธออดตายหรือไง!”


    “คุณป้า พ่อแม่ของอาจารย์หลี่ย่อมมีบำนาญให้ เพราะครูหลี่เป็นอาสาสมัครรับใช้ชาติมาหลายปี เมื่อพวกคุณแก่ตัวลงแล้ว พวกเราก็จะจัดบ้านพักคนชราที่ดีที่สุดเพื่อดูแลพวกคุณ” จ้าวอวี๋เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง


    “บัดซบ!” หวังเฟิ่งขย้ำเอกสาร ก่อนจะชี้ไปที่หน้าของจ้าวอวี๋แล้วสบถออกมา “ฉันว่าพวกแกต้องอยากยักยอกทรัพย์สมบัติของหลี่เยว่หานไปเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน! พวกแกบอกมาว่าเอาเงินของหลี่เยว่หานไปไหน! เงินทุกบาททุกสตางค์เป็นของฉัน!”


    “คุณป้า โปรดอย่าสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผล...”


    “ใครสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผลกัน! แกบอกมาซิ๊ ว่าใครสร้างปัญหาโดยไร้เหตุผล! ถ้าแกกล้าและพูดออกมาอีกครั้งละก็ ได้เห็นดีกันแน่!”


    หลี่เยว่หานที่เดินไปถึงด้านข้างเห็นสถานการณ์เช่นนี้ก็พลันรู้สึกอึดอัดคับข้องใจ หวังเฟิ่งผู้นี้แม้แต่มรดกของเธอยังไม่คิดจะปล่อยไป ช่างน่าสะอิดสะเอียนเสียเหลือเกิน!


    ขณะที่กำลังร้อนใจไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือจ้าวอวี๋ได้อย่างไร หลี่เยว่หานพลันสังเหตุเห็นดวงตาของพ่อตัวเองที่อยู่ดี ๆ ก็สว่างไสวขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างกวาดตามองไปรอบ ๆ ไม่ใช่ว่าเขามีภาวะสมองเสื่อมหรอกหรือ?


    “เอาล่ะหวังเฟิ่ง หยุดสร้างปัญหาเถอะ ต่อหน้าหลุมศพของเยว่หานอย่าทำเรื่องไม่ดีเลย” จู่ ๆ หลี่ต้าเฉิงก็พูดขึ้นมา ทำให้เฉินเม่ยเซวียนและจ้าวอวี๋กับคนอื่น ๆ ตกใจเป็นอย่างมาก


    ทว่าหวังเฟิ่งกลับไม่สะทกสะท้าน “ตาแก่หุบปากไป! ลูกสาวของแกไม่เหลือเงินให้สักสตางค์ อย่าคิดว่าฉันจะคอยดูแลแกตอนแก่เฒ่า!”


    “หวังเฟิ่ง จำเป็นต้องให้ฉันพูดทุกอย่างที่เธอทำลงไปหรือเปล่า?” หลี่ต้าเฉิงถอนหายใจ


    “หุบปาก! หุบปากไปซะ!” หวังเฟิ่งหันกลับมาทางหลี่ต้าเฉิง


    ทันใดนั้นเองสถานการณ์ก็อลม่านวุ่นวาย


    หลี่เยว่หานมองดูฉากนี้ก็อดรู้สึกเศร้าขึ้นมาไม่ได้


    สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็ไม่ยอมปล่อยเธอไป แม้ว่าตัวเธอจะตายไปแล้วก็ตาม หลี่ต้าเฉิงไม่ได้มีภาวะสมองเสื่อม ส่วนหวังเฟิ่งเองก็รีบเผาร่างของเธอเพื่อปกปิดสาเหตุการตายที่แท้จริง พวกเขาทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อมรดกของเธอเพียงเท่านั้น


    ยังดีที่เธอทำพินัยกรรมไว้ตั้งแต่ก่อนตาย สิ่งที่หวังเฟิ่งทำลงไปสูญเปล่าเสียแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นสมควรได้รับ


    ทว่ายิ่งคิดหลี่เยว่หานก็ยิ่งเศร้าใจ สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้


    “เยว่หาน ตื่นได้แล้วเยว่หาน เยว่หาน?” เสียงที่คุ้ยเคยดังก้องอยู่ในหู หลี่เยว่หานค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะพบว่าเบื้องหน้าเป็นเมิ่งฉีฮ่วนที่กำลังมองมาที่ตนเองด้วยความกังวลจนนางอดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “ข้าอยู่ที่ไหน?”


    “ไม่ใช่ว่าเจ้าติดไข้มาจากหลิงซีตอนไปดูแลนางหรอกนะ?” เมิ่งฉีฮ่วนพูดพร้อมกับยื่นมือไปแตะหน้าผากของนาง “ก็ไม่มีไข้นี่”


    “ข้าเป็นอะไรไป?” หลี่เยว่หานถามด้วยความงงงวย


    “ไม่รู้ ตอนที่ข้ากลับมาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเจ้าดังมาจากในห้อง ข้าเรียกเจ้าหลายครั้งก็ไม่ตอบรับ พอเข้ามาก็เห็นว่าเจ้ากำลังฝันร้าย ข้าใช้เวลานานมากกว่าจะสามารถปลุกเจ้าให้ตื่นขึ้นมาได้” เมิ่งฉีฮ่วนกล่าว พร้อมกับจับมือนางเบา ๆ “หรือเจ้าจะฝันถึงเรื่องชวนเศร้าใจกัน?”


    หลี่เยว่หานที่ได้ยินคำพูดนั้นก็หันหลังมุดกลับลงไปในผ้าห่ม “ไม่มีอะไร ข้ารู้สึกไม่สบาย ท่านไปทำอาหารเย็นเองได้หรือไม่”


    เมื่อเห็นนางทำท่าทางเช่นนี้ เมิ่งฉีฮ่วนก็คล้ายกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ออกจากห้องไปตามคำพูดของนาง หากก่อนออกไปก็นำขวดยารักษาที่ทิ้งไว้ในห้องหลี่เยว่หานออกไปด้วย


    หลี่เยว่หานถอนหายใจออกมาหลังจากได้ยินเสียงปิดประตู


    ฉากในความฝันเมื่อครู่ราวกับเกิดขึ้นจริงต่อหน้าของเธอ หลี่เยว่หานรู้สึกเพียงหัวใจของตนเองเจ็บปวดเหมือนโดนบีบ ไม่สามารถหายใจได้ไปชั่วขณะ


    หลี่เยว่หานนอนแผ่ร่าง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ จับจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย


    ข้อมือที่ถูกเมิ่งฉีฮ่วนบีบจนช้ำนั้นร้อนขึ้นมาเล็กน้อย หลี่เยว่หานลูบบริเวณที่ร้อนขึ้นมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับพบว่าอาการบาดเจ็บหายสนิทแล้ว รอยแดงจาง ๆ เลือนหายไป ไม่เหลือร่องรอยอะไรทิ้งไว้


    ต้องกล่าวว่ายาในยุคโบราณมีความมหัศจรรย์ของมันจริง ๆ หากยาที่ใช้แล้วได้ผลทันทีของเมิ่งฉีฮ่วนอยู่ในศตวรรษที่ 21 เพียงแค่ขวดเล็ก ๆ ก็สามารถขายได้ในราคาสูงเสียดฟ้า


    ทว่าศตวรรษที่ 21...เธอยังจะย้อนกลับได้อยู่อีกเหรอ?


    เธอ...ยังเต็มใจกลับไปหรือเปล่า?


    เมื่อคิดถึงฉากที่เห็นในความฝัน หัวใจของหลี่เยว่หานก็หนาวเหน็บขึ้นมาเป็นอย่างมาก


    “พี่สาวหลี่ พี่สาวหลี่ ท่านหลับหรือยัง?” ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเล็ก ๆ ดังเข้ามาในหูของหลี่เยว่หาน


    เมื่อหันไปมองก็พบกับหัวเล็ก ๆ ที่มีมวยผมสองก้อนอยู่ด้านบน เป็นหลิงซีนั่นเอง


    เมื่อเห็นหลิงซีแล้ว ความยุ่งเหยิงในใจของหลี่เยว่หานก็สูญสลายไปทันที


    เธอไม่อยากจะยุ่งอะไรกับเรื่องราวของชาติก่อนอีกแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เลือกไปเป็นอาสาสมัครในประเทศเล็ก ๆ อันห่างไกลตั้งแต่ชาติก่อน แม้ว่าจะมีปาฏิหาริย์นำพาเธอให้ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 21 เธอก็ไม่อยากกลับไปแล้ว!


    “พี่สาวหลี่?” เมื่อเห็นว่าหลี่เยว่หานหันมามองตนเอง หลิงซีก็ค่อย ๆ เปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ยืนอยู่ด้านหน้าเตียงขนาดใหญ่ของหลี่เยว่หาน มือของนางกำเข้าหากันแน่นด้วยความไม่สบายใจ “พี่สาวหลี่โกรธหลิงซีหรือ?”


    หลี่เยว่หานเลิกคิ้วขึ้น “ข้าจะโกรธเจ้าด้วยเหตุใดกัน?”


    “เพราะหลิงซีป่วย เลยสร้างปัญหาให้พี่สาวหลี่” หลิงซีเอ่ยเสียงแผ่ว


    ในยามปกติหลิงซีราวกับเสือตัวน้อยที่แยกเขี้ยวแผ่กรงเล็บ ทว่ายามเป็นเด็กดีเช่นนี้กลับน่ารักเสียจนใจเจ็บ


    “มา มาตรงนี้” หลี่เยว่หานยื่นมือออกไปกอดหลิงซีขึ้นมาบนเตียงของตนเอง จากนั้นก็บีบใบหน้ากลม ๆ ของนาง “หลิงซีน่ารักถึงเพียงนี้ พี่สาวจะโกรธหลิงซีได้อย่างไร”


    “เช่นนั้น...พี่สาว หลังจากหลิงซีโตแล้ว ให้หลิงซีเป็นรองดีหรือไม่?” หลิงซีกะพริบตาอย่างไร้เดียงสา ทว่าสิ่งที่นางเอ่ยออกมาทำให้หลี่เยว่หานเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง 


    “อะไรคือเป็นรอง...”


    “ก็คือพี่สาวหลี่และหลิงซีแต่งงานกับอาเมิ่งด้วยกัน พี่สาวหลี่เป็นฮูหยินใหญ่ส่วนหลิงซีเป็นฮูหยินรอง! หลิงซีจะไม่ไล่พี่สาวหลี่ออกไปแล้ว หลิงซีเต็มใจจะแบ่งอาเมิ่งกับพี่สาวหลี่!” หลิงซีกล่าวออกมาอย่างจริงจัง


    ทว่าเมื่อหลี่เยว่หานได้ยินคำพูดของนางก็รู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ใครเป็นผู้สอนเรื่องเหล่านี้ให้กับเจ้า ฟังพี่สาวนะ หลิงซีตอนนี้อายุเพียงเท่าไหร่ รอจนกว่าหลิงซีจะสามารถแต่งงานได้ อาเมิ่งของเจ้าก็แก่แล้ว ไม่คู่ควรกับหลิงซี!”


    “ไม่ว่าอาเมิ่งจะกลายเป็นคนแก่ หลิงซีก็ยังชอบอาเมิ่ง!”

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นหญิงพาลผู้งามเลิศประจำหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77