“จางหวู่” น้ำเสียงอันคุ้นเคยที่ดังขึ้น ทำให้จางหวู่ที่กำลังหลบซ่อนตัวเองอยู่ค่อยๆ คลานออกมาจากที่พักของเขา
“พี่จางเหว่ยเหรอ? ” แม้จะถามออกมาแบบนี้แต่จางหวู่ก็ทราบแน่นอนแล้วว่านี่คือเสียงของจางเหว่ยแน่นอน จางหวู่คิดว่าจางเหว่ยคงจะเสร็จจากงานกลับมาแล้ว
มันเป็นไปอย่างที่จางหวู่คิด จางหวู่เห็นจางเหว่ยยืนอยู่ด้านนอก แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้จางหวู่แปลกใจก็คือ มีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ข้างๆ พี่ชายของเขา
ร้อยวันพันปีจางเหว่ยไม่เคยพาใครมาที่นี่ แต่ทำไมวันนี้กลับพาคนอื่นมาที่นี่ได้ จางหวู่จึงมองไปที่หินด้วยความสงสัยและหวาดระแวง
“จางหวู่ นี่คุณหิน นายจ้างพี่เอง” จางเหว่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของน้องชายตัวเอง
แม้จางเหว่ยจะพูดขึ้นมาแบบนี้แต่จางหวู่ก็ยังไม่ยอมคลายความหวาดระแวงใจลง ซึ่งจางเหว่ยก็ไม่ได้แปลกใจนัก
ตั้งแต่น้องเขาถูกรุมทำร้ายในครั้งนั้น จางหวู่ก็มีท่าทีหวาดระแวงไม่เชื่อใจใครมาตลอด
“พี่พาเขามาที่นี่ทำไม? ” จางหวู่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
“เขาช่วยเราได้” จางเหว่ยตอบออกมา
“ช่วยอะไร? ”
“ช่วยรักษาเธอไง” หินตอบออกมาด้วยตัวเอง
“ใครขอให้คุณช่วย? ” จางหวู่พูดขึ้นกับหิน
“จางหวู่! “จางเหว่ยห้ามปรามน้องชายตนเอง ที่จางหวู่มีนิสัยก้าวร้าวแบบนี้อีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะเขาไม่ค่อยมีเวลาสั่งสอนจางหวู่เท่าไหร่นัก เวลาแทบทั้งหมดถูกใช้เพื่อทำงานแลกเงินแลกอาหาร
เมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของจางเหว่ย จางหวู่ก็เงียบลงไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ยังคงเชื่อฟังพี่ชายตัวเองอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ถึงเธอไม่อยากให้ฉันช่วย แต่ดูเหมือนร่างกายเธอจะไม่บอกแบบนั้นนะ” หินเอ่ยขึ้นพลางใช้สายตามองไปยังขาข้างที่เป็นแผลของจางหวู่
“คุณเป็นหมอรึไง!? ” จางหวู่ถามขึ้น
“ใช่!”
คำตอบของหินทำให้จางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมามองหินด้วยความสงสัยในทันที ไม่ใช่ว่าหินเป็นนักธุรกิจหรอกเหรอ
“คนเราไม่จำเป็นต้องทำอาชีพเดียวนี่ ถูกไหม? ” หินพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีสงสัยของจางเหว่ย
“คุณเป็นหมอจริงๆ เหรอ? ” จางหวู่ถามขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม แม้ใจหนึ่งเขายังไม่เชื่อใจหินสักเท่าไหร่นัก แต่อีกใจหนึ่งของจางหวู่ก็อยากจะหลุดพ้นจากความทรมานที่เกิดขึ้นนี้เช่นกัน
“แน่นอน ฉันไม่ได้เสียเวลาเดินมาที่นี่เพื่อโกหกเธอหรอกนะเจ้าหนู” หินพูดขึ้นโดยน้ำเสียงไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
“คุณจะพาผมไปโรงพยาบาลเหรอ? ” จางหวู่ถามขึ้นอีกครั้ง
“ไม่จำเป็นหรอก ฉันจะรักษาเธอที่นี่ ตอนนี้เลย”
จางเหว่ยที่ได้ยินแบบนี้ก็สงสัยขึ้นมาทันที
แม้ตอนนี้เขาจะเชื่อใจหินแล้วก็จริง แต่หินเดินมาที่นี่ตัวเปล่า ไม่ได้เอาอะไรมาด้วยเลย พอเขาบอกว่าจะรักษาจางหวู่ ที่นี่ ตอนนี้ เป็นใครก็ต้องเกิดความสงสัยขึ้นแน่นอน
“คุณจะรักษาตรงนี้เหรอ!? แล้วเครื่องมือล่ะ? คุณไม่ต้องใช้อุปกรณ์เหรอ? ” จางเหว่ยอดถามขึ้นมาไม่ได้ ตอนแรกจางเหว่ยคิดว่าหินจะพาน้องของเขาไปหาหมอต่างหาก ไม่ได้คิดว่าหินจะช่วยเหลือแบบนี้
“ใช้สิ นี่ไงอุปกรณ์ของฉัน” หินพูดพลางหยิบปากกาที่เขาเหน็บเอาไว้ที่เสื้อออกมา
“ปากกา? ” จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เขากำลังงงว่าปากกามันเกี่ยวอะไรกับการรักษาน้องชายของเขา
“ใช่ นี่คือปากกา” หินพูดขึ้น
“นี่คงไม่ใช่มุกตลกอะไรใช่ไหม? ” จางเหว่ยเริ่มมีน้ำเสียงไม่พอใจขึ้นมา ปากกามันจะไปรักษาน้องเขาได้ยังไงกัน
“ใจเย็นสิไอ้หนู เธออย่าดูถูกมันไป นี่มันคือปากกาที่แพงที่สุดในโลกเชียวนะ” หินพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ
ปากกานี้คือสุดยอดนาโนเทคโนโลยีที่เขาสร้างขึ้น ใช้งานได้สารพัดอย่างและอย่างที่เขาบอก มันคือปากกาที่แพงที่สุดในโลกเลยทีเดียว ราคาของมันแพงยิ่งกว่ารถซูเปอร์คาร์ซะอีก
ในตอนนี้สายตาที่จางเหว่ยและจางหวู่มองมาที่หินเหมือนพวกเขากำลังมองคนสติไม่เต็มคนหนึ่ง
“อะแฮ่ม! ช่างเถอะ พูดไปพวกเธอคงไม่เข้าใจ รอดูเอาเองละกัน” หินพูดขึ้นด้วยความเขินเล็กน้อย มันอดไม่ได้ที่จะโอ้อวดมันออกมา ในเมื่อปากกาเล่มนี้เป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของเขา
จากนั้นหินจึงได้เดินเข้าไปหาจางหวู่ที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น
“พี่จางเหว่ย” จางหวู่เอ่ยเรียกพี่ชายตัวเองขึ้นด้วยความรู้สึกกลัว
จางเหว่ยไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ให้จางหวู่เชื่อใจหิน แม้เขาจะยังสงสัยอยู่บ้างว่าหินจะใช้วิธีไหนในการรักษาจางหวู่ แต่เขาก็เชื่อว่าหินไม่ได้โกหกเขาอย่างแน่นอน
“อยู่นิ่งๆ นะไอ้หนู” หินพูดพร้อมชี้ปากกามาที่ขาของจางหวู่
จางหวู่เห็นแบบนั้นถึงกับหน้าซีดขึ้นมาทันที ไม่ใช่ว่าเขาจะใช้ปากการักษาโดยการทิ่มขาของตนหรอกใช่ไหม!?
ทันใดนั้นหินก็นำหัวปากกาไปแตะที่ขาของจางหวู่ตรงที่เขียวคล้ำ ก่อนที่เขาจะกดปุ่มปล่อยสารบางอย่างออกมาจากปากกา
จางหวู่และจางเหว่ยมองสิ่งที่ไหลออกมาจากหัวปากกาด้วยความสงสัย พวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อนในชีวิต มันมีลักษณะคล้ายของเหลวที่เรืองแสงระยิบระยับดั่งดวงดาวในยามค่ำคืน
แต่ยังไม่ทันให้ทั้งสองหายสงสัย สิ่งที่ดูประหลาดนี้ก็ได้ซึมหายเข้าไปในขาของจางหวู่ จึงทำให้ทั้งสองตื่นตกใจในทันที
“มันหายไปแล้วๆ มันหายไปไหน!? ” จางหวู่โวยวายขึ้นด้วยความตื่นกลัว ด้วยความที่เขาโตขึ้นมาในสภาพที่รายล้อมไปด้วยโรงงาน เขาจึงนึกว่าไอ้สารแปลกปลอมเรืองแสงเมื่อครู่คือสารเคมีอันตรายบางอย่าง
ส่วนจางเหว่ยนั้นกลับพูดไม่ออก เขาก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าสิ่งที่ไหลออกมาจากปากกาแล้วซึมหายเข้าไปในผิวของจางหวู่นั้นคืออะไร
“อยู่นิ่งๆ !” หินเอ่ยขึ้นเสียงดังทำให้จางหวู่ที่กำลังโหวกเหวกโวยวายเงียบลงในทันที ในตอนนี้เขาต้องใช้สมาธิเพื่อทำการรักษาบาดแผลภายในของจางหวู่ ถ้าหากจางหวู่ยังโวยวายเสียงดังมันย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขาแน่
สิ่งที่เขาได้ปล่อยให้ซึมเข้าไปในผิวหนังของจางหวู่มันคือไบโอเทค เทคโนโลยีนาโนชีวภาพที่มีขนาดเล็กมาก เล็กจนสามารถซึมผ่านเข้าไปในเซลล์ร่างกายโดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ
เมื่อไบโอเทคได้ซึมเข้าไปในขาของจางหวูู่แล้ว ภาพโครงสร้างของขาส่วนที่ไบโอเทคซึมเข้าไปก็ได้ปรากฏในสายตาของหินประหนึ่งภาพเอกซเรย์สามมิติ โดยมีหินเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถมองเห็นมันได้
ในตอนนี้หินได้เห็นอย่างชัดเจนว่ากระดูกขาท่อนหนึ่งของจางหวู่ได้หักออกจากกัน นอกจากนั้นกระดูกที่แตกหักบางส่วนนั้นก็ได้ทิ่มแทงเนื้อเยื่อภายในของจางหวู่จนทำให้เกิดแผลภายใน
‘เด็กคนนี้เข้มแข็งมาก..’ หินคิดขึ้นในใจด้วยความชื่นชม
ความเจ็บปวดจากกระดูกหักจนไปทิ่มแทงเนื้อเยื่อภายใน คนที่เคยพบเจอกับความรู้สึกนี้ย่อมรู้ดีว่ามันเจ็บปวดขนาดไหน แต่เด็กตัวเล็กๆ คนนี้กลับสามารถอยู่ร่วมอดทนไปกับมันเป็นระยะเวลานานขนาดนี้ได้ หินจึงรู้สึกนับถือใจอันเข้มแข็งของจางหวู่
“คงเจ็บน่าดูเลยสิ? ” หินถามขึ้น
จางหวู่พยักหน้าตอบเบาๆ แม้เขาจะพยายามเสแสร้งว่าเข้มแข็งต่อหน้าพี่ชายตัวเองขนาดไหน แต่จางหวู่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าเขานั้นรู้สึกเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่วันเดียว
“ฉันจะช่วยเธอเอง” หินพูดขึ้นกับจางหวู่ ก่อนที่จะเอ่ยสั่งขึ้นมา
“เดวิด ปิดกั้นระบบประสาทตรงส่วนนี้ซะ” หินพูดพลางใช้ปากกาวาดตัดไปที่บริเวณหัวเขาของจางหวู่ ซึ่งอยู่เหนือบริเวณแผล
สิ้นคำสั่งไบโอเทคที่กระจายอยู่รอบๆ แผลส่วนหนึ่งของจางหวู่ก็ได้เคลื่อนขึ้นไปปิดกั้นการทำงานของระบบประสาทตรงส่วนนั้นในทันที ทำให้จางหวู่ไม่มีความรู้สึกตรงส่วนนั้นเป็นต้นไปประหนึ่งขาส่วนนั้นได้เป็นอัมพาตไปแล้ว
ในขณะที่จางเหว่ยกำลังงงอยู่ว่าหินพูดกับใคร แต่จางหวู่กลับงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่า เพราะอยู่ดีๆ ความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาต้องทนทุกข์มานานหลายวันก็หายไปซะดื้อๆ
แต่ที่จางหวู่ไม่ได้รู้สึกโล่งหรือดีใจอะไรเพราะมันไม่ได้มีเพียงความรู้สึกเจ็บปวดที่หายไป แต่มันไม่มีความรู้สึกใดๆ หลงเหลืออีกแล้วต่างหาก
ขาข้างที่เป็นแผลของจางหวู่ แม้จางหวู่จะพยายามลองขยับนิ้วเท้าของตัวเองมากขนาดไหนกลับพบว่าเขาไม่สามารถทำมันได้ เพราะไม่มีความรู้สึกรับรู้ใดๆ ตรงส่วนนั้นอีกแล้ว
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึงไม่รู้สึก” จางหวู่เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาในทันที
“ใจเย็นๆ ไอ้หนู เธอแค่ไม่รู้สึกชั่วคราวเท่านั้นแหละ” หินพูดขึ้น
“เริ่มเชื่อมกระดูก” หินไม่รอช้าเริ่มขั้นตอนต่อไปในทันที
ทันใดนั้นไบโอเทคที่อยู่โดยรอบก็เคลื่อนไปบริเวณกระดูกของจางหวู่ ก่อนที่มันจะค่อยๆ ดึงกระดูกเชื่อมเข้าหากัน แม้กระทั่งเศษกระดูกที่แตกออกเป็นชิ้นเล็ก ก็ถูกไบโอเทคดึงกลับมาไว้ในตำแหน่งเดิมของมันและทำการฟื้นฟูสภาพ
ใช้เวลาไม่นานกระดูกของจางหวู่ที่เคยหักและแตกออกจากกัน ก็ได้กลับมาเชื่อมต่อกันอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ประหนึ่งมันไม่เคยแตกหักออกจากกันมาก่อน
“ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย” เมื่อเห็นว่ากระดูกเข้าที่แล้ว หินจึงเริ่มขั้นตอนต่อไปทันที
หลังจากที่ไบโอเทคได้เชื่อมกระดูกเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แล้ว มันก็ได้กระจายตัวไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายส่วนต่างๆ เพียงไม่กี่อึดใจเนื้อเยื่อที่เสียหายส่วนต่างๆ ก็กลับมาเป็นปกติเช่นเดิม
ในตอนนี้ทุกคนกำลังตกอยู่ภายใต้ความสงสัยว่าหินกำลังทำอยู่อะไรกันแน่ ทั้งจางหวู่และจางเหว่ยหรือแม้กระทั่งหน่วยคุ้มกันที่แอบซุ่มมองอยู่รอบๆ
สิ่งที่ทุกคนเห็นก็คือ หินใช้ปากกาตัวเองวาดไปบนอากาศเหนือขาของจางหวู่และพึมพำบางอย่างออกมาคนเดียว มองดูประหลาดไม่น้อย
แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะหายสงสัย จางหวู่และจางเหว่ยที่อยู่ใกล้ที่สุดกลับเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น เมื่ออยู่ดีๆ รอยช้ำเขียวคล้ำบนขาของจางหวู่มันค่อยๆ จางหายไปจนกระทั่งมองไม่เห็นอีก
สองพี่น้องคู่นี้จึงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงในทันที
“เสร็จแล้ว” หินพูดขึ้นก่อนที่จะนำปากกาไปจ่อที่ผิวของจางหวู่อีกครั้ง ก่อนที่สารเรืองแสงประหลาดที่เคยซึมหายเข้าไปในตอนแรกมันจะค่อยๆ ผุดขึ้นมาและถูกดูดกลับเข้าไปในปากกา
พร้อมกันนั้นขาของจางหวู่ก็กลับมารู้สึกอีกครั้ง เพียงแต่ความรู้สึกในครั้งนี้ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
“ไม่เจ็บ ไม่เจ็บแล้ว!!” จางหวู่เอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ
“จริงเหรอ ไม่เจ็บแล้วเหรอจางหวู่? ” จางเหว่ยถามขึ้น
“จริงสิ พี่จางเหว่ย” จางหวู่ไม่พูดเปล่ารีบลุกขึ้นยืนให้ดู ก่อนที่จะกระโดดไปมาเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดอะไรอีกแล้ว
“จริงด้วย!!” ครั้งนี้เป็นจางเหว่ยที่ประหลาดใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขากลับรู้สึกดีใจและมีความสุขมากกว่าที่น้องเขาหายจากความเจ็บปวดนี้และเขาก็ไม่ลืมว่ามันเกิดขึ้นได้เพราะใคร ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพราะชายที่ยืนอยู่ข้างๆ เขานี่เอง