ข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 37 ประมาทไม่ได้

            “ปิงปิง คราวนี้คุณจะบอกผมได้หรือยังว่าคุณเป็นอะไร หน้าคุณซีดไปหมด แถมมือคุณยังเย็นมากด้วย หรือว่าคุณไม่สบาย ผมพาคุณไปหาหมอก่อนดีไหม” จางเป่าจินถามภรรยาอย่างเป็นห่วง 

            “ฉันสบายดีค่ะ เพียงแต่...เป่าจินคะ ผู้หญิงคนนั้นค่ะ ฉันเห็นผู้หญิงคนนั้น” 

            “ผู้หญิงคนไหน วันนี้พวกเรายังไม่ได้ออกไปเจอใครเลยนะ พอลงจากรถไฟเราก็ตรงมาที่บ้านของพี่หมิงเลย”

            “คุณจำที่ฉันเคยเล่าให้คุณฟังได้ไหมคะ เรื่องแม่เลี้ยงของฉันในชีวิตที่แล้ว”

            “จำได้สิ แม่เลี้ยงที่เคยทำไม่ดีกับคุณคนนั้นใช่ไหม”

            “ใช่ค่ะ วันนี้ฉันเจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว” 

            จางเป่าจินทำท่าคิด “ลู่เสี่ยวหยาหรือครับที่เป็นแม่เลี้ยงของคุณ”

            “ใช่แล้วค่ะ เป่าจินคะตอนนี้ฉันกลุ้มใจมากเลย ยิ่งรู้ว่าเธอเป็นนักศึกษาที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่เหมา ฉันกลัวว่าเธอจะทำแผนเพื่อจับพี่เหมาเหมือนในชีวิตที่แล้ว ฉันเป็นห่วงพี่เหมาจังเลยค่ะ เป่าจินคะ เราจะทำยังไงกันดี ถ้าเราไม่ช่วยพี่เหมา ชีวิตของเขาคงจะเหมือนกับชีวิตที่แล้วแน่ๆ” หลี่ปิงปิงกลุ้มใจอย่างเห็นได้ชัด

            “แต่คุณก็เริ่มเปลี่ยนอดีตให้อาเหมาบ้างแล้วไม่ใช่หรือ จนตอนนี้อาเหมาเลือกเรียนเป็นคุณครูแทนที่จะเรียนสาขาเศรษฐศาสตร์เหมือนในชีวิตที่แล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังคบอยู่กับซูมี่แล้วด้วย ผมว่าชะตาชีวิตของอาเหมาคงเปลี่ยนไปบ้างแล้วล่ะ”

            “แต่ฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะค่ะ”

            “ปิงปิง อาเหมาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ เราคงไปยุ่งกับการตัดสินใจของเขาทั้งหมดไม่ได้ เราทำได้แค่ช่วยเตือนเขาเท่านั้น”

            “แต่พี่เหมาเคยเป็นคุณพ่อของฉันนะคะ”

            “ผมรู้ว่าคุณเป็นห่วงอาเหมามาก เอาอย่างนี้ ผมจะเป็นคนไปเตือนอาเหมาให้ระวังผู้หญิงคนนั้นไว้เอง ส่วนคุณก็ไปเตือนซูมี่ หลังจากนั้นก็แล้วแต่พวกเขาว่าพวกเขาจะเชื่อเราหรือเปล่า”

     

            “นายนึกยังไงถึงชวนฉันออกมากินข้าวข้างนอก แล้วปิงปิงทำไมไม่มาด้วย” โจวเหมาถามจางเป่าจิน

            “ปิงปิงไปเดินซื้อของกับคุณน้าซ่ง คงซื้อของตามประสาผู้หญิงนั่นล่ะ ฉันก็เลยไม่ไปกับเธอด้วย โชคดีที่วันนี้นายไม่มีเรียน ไม่งั้นฉันก็คงต้องกลับไปนั่งรอปิงปิงที่บ้านคนเดียวแล้ว”

            “ฉันคิดว่านายมีเรื่องอยากคุยกับฉันเป็นการส่วนตัวมากกว่า เพราะปกตินายกับปิงปิงตัวติดกันจนแยกไม่ออก แต่คราวนี้กลับมานัดฉันออกมากินข้าวคนเดียว ตกลงว่านายมีเรื่องอะไร หรือว่าทะเลาะกับปิงปิง”

            “ตั้งแต่แต่งงานกัน ฉันกับปิงปิงยังไม่เคยทะเลาะกันเลย นายอย่ามาเดามั่วน่า”

            “ถ้างั้นนายมีเรื่องอะไรอยากพูดกับฉันล่ะ”

            จางเป่าจินเก็บรอยยิ้มและปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง “นายคิดว่านายจะคบกับซูมี่ไปไกลแค่ไหน”

            “ซูมี่เป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันรัก”

            “แล้วนายจริงจังกับเธอจนถึงขั้นที่จะแต่งงานอยู่กินด้วยกันไหม”

            “ทำไมนายถามฉันอย่างนั้นล่ะ นายคิดว่าฉันเป็นคนยังไง ฉันไม่เคยคิดที่จะเลิกกับซูมี่เลยสักครั้ง ส่วนเรื่องแต่งงาน...”

            “ไม่พูดต่อล่ะ ลังเลทำไม หรือว่าฉันเดาถูก นายไม่คิดที่จะจริงจังกับซูมี่ใช่ไหม ถ้าไม่คิดจะจริงจังก็เลิกกับเธอตอนนี้เลย”

            โครม! 

            โจวเหมาต่อยจางเป่าจินจนล้มไปนั่งอยู่กับพื้น แต่จางเป่าจินไม่ได้โต้ตอบ ทั้งยังลุกขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามโจวเหมาเหมือนเดิม

            “นายพูดอะไรของนาย ฉันจริงจังกับซูมี่ที่สุด แต่ที่ฉันยังตอบคำถามนายไม่ได้เพราะฉันยังไม่อยากเอาเรื่องการแต่งงานมาผูกมัดกับเธอ นายดูครอบครัวของเธอ แล้วก็ลองมองมาที่ฉัน ฉันแค่อยากจะรอให้ฉันเรียนจบจนมีงานทำที่มั่นคง ให้ฉันประสบความสำเร็จขึ้นมาสักนิด ถึงตอนนั้นฉันจะได้ขอเธอแต่งงานอย่างภาคภูมิใจ แต่นายก็ทำเหมือนกับว่าฉันกำลังหลอกเธอ นายยังเป็นเพื่อนฉันอยู่หรือเปล่า” โจวเหมาตะโกนขึ้นด้วยความโมโห

            จางเป่าจินยิ้มก่อนจะอธิบาย “ฉันไม่ได้คิดที่จะกล่าวหานาย ฉันแค่อยากรู้ว่าเมืองหลวงจะทำให้เพื่อนรักของฉันเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่านายยังเป็นโจวเหมาคนเดิม”

            โจวเหมาขมวดคิ้วมากกว่าเดิม เพราะเหตุผลของจางเป่าจินมันฟังดูแปลกๆ “เป่าจิน เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก นายบอกฉันมาตามตรงเถอะว่ามันเรื่องอะไรกันแน่นายถึงมาคาดคั้นเรื่องของฉันกับซูมี่ หรือว่าคุณพ่อคุณแม่ของซูมี่ไม่ยอมให้พวกเราคบกัน ท่านถึงส่งนายให้มาพูดกับฉัน”

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณน้าผู้ชายกับคุณผู้หญิงหรอก เป็นฉันที่อยากจะเตือนนายมากกว่า”

            “เตือนฉัน นายอยากเตือนฉันเรื่องอะไร ที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตอย่างระวังมากแค่ไหนนายก็รู้”

            “เรื่องนั้นฉันรู้ ถ้างั้นฉันขอถามนายหน่อยเถอะ นายไม่แปลกใจหรือว่าทำไมฉันถึงเปลี่ยนแปลงตัวเองจากคนขี้เกียจไม่เอาไหน จนกลายมาเป็นเจ้าของสวนผลไม้ แถมยังมีร้านค้า และกำลังจะเปิดโรงงานแปรรูปผลไม้เป็นของตัวเองอีก”

            “ฉันก็เคยสงสัยเหมือนคนอื่น แต่ฉันเลือกที่จะเชื่อในตัวนายมากกว่า” โจวเหมาตอบอย่างชัดเจน

            “ฉันขอบใจที่นายเชื่อมั่นในตัวฉัน แต่ความจริงแล้วฉันเคยฝันว่าถ้าฉันยังใช้ชีวิตเป็นจางเป่าจินแสนขี้เกียจคนเดิม จุดจบของฉันมันน่าสมเพชมาก” 

            “นายกำลังจะบอกว่านายฝันถึงอนาคตของฉันด้วยหรือ” โจวเหมายังไม่อยากเชื่อนัก 

            “อืม...ฉันฝันว่าจะมีผู้หญิงเข้าหานาย และให้นายรับผิดชอบอะไรบางอย่าง และเป็นเพราะนายเป็นคนดี นายก็เลยตอบตกลงที่จะช่วยเหลือเธอ จนสุดท้ายชีวิตของนายก็พังไม่เป็นท่าเพราะผู้หญิงคนนั้น”

            “นายเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นไหม ในฝันของนายผู้หญิงคนนั้นหน้าตาเป็นยังไง ใช่...เอ่อ...ใช่ซูมี่หรือเปล่า ถ้าใช่...” โจวเหมาไม่กล้าตอบคำถามออกไป 

            “ถ้าใช่แล้วนายจะทำยังไง” จางเป่าจินถาม

            “ถ้าซูมี่เป็นผู้หญิงคนนั้นฉันก็ยังจะคบและแต่งงานกับเธออยู่ดี ที่ฉันพยายามจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ นอกจากฉันอยากจะทำให้วิญญาณของพ่อกับแม่ภูมิใจแล้ว ฉันยังอยากจะเป็นคนมีหน้ามีตาพอที่จะยืนเคียงข้างกับซูมี่ให้ได้ด้วย”

            “ผู้หญิงที่อยู่ในความฝันของฉันไม่ใช่ซูมี่หรอก แต่ผู้หญิงคนนั้นจะเปลี่ยนใบหน้าไปเรื่อยๆ และแต่ละคนฉันก็ไม่รู้จัก เอาเป็นว่านอกจากซูมี่ นายอย่าหลวมตัวไปสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด ไม่งั้นนายจะเดือดร้อน และชีวิตของนายก็จะพังไม่เป็นท่า”

            “นายจริงจังหรือเปล่า” โจวเหมาถาม

            “ปกติฉันก็ไม่ใช่คนนอนฝันบ่อยๆ หรอกนะ แต่ทุกครั้งที่ฝันมันมักจะกลายเป็นเรื่องจริงเสมอ ฉันบอกกับนายได้แค่นี้ ส่วนนายจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่นายจะตัดสินใจ”

            โจวเหมาขมวดคิ้วคิด หากเป็นคนอื่นมาบอกเขาแบบนี้ เขาย่อมไม่เชื่ออย่างแน่นอน แต่เพราะเป็นจางเป่าจิน หนึ่งคือจางเป่าจินเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเขา ดังนั้นจางเป่าจินต้องไม่กุเรื่องมาหลอกเขาแน่ และเหตุผลที่สองคือตัวของจางเป่าจินก็เป็นเครื่องพิสูจน์ที่เขาเห็นได้ เพราะความคิดแต่ละอย่างของจางเป่าจิน มันมีมากมายและมักจะถูกต้องเสมอ ทั้งๆ ที่จางเป่าจินไม่เคยเรียนหนังสือในระดับสูงหรือเดินทางออกไปไกลบ้านเลยสักครั้ง และทุกครั้งที่เขาถามว่าทำไมจางเป่าจินถึงตัดสินใจอย่างนั้น จางเป่าจินก็มักจะบอกแค่ว่าเคยเห็นและเคยได้ยินมาจากในฝัน

            “ตกลงฉันจะเชื่อนาย ฉันจะหลีกเลี่ยงผู้หญิงทุกคนยกเว้นซูมี่” โจวเหมาตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            จางเป่าจินกับโจวเหมาย้ายไปนั่งดื่มชาที่ร้านเครื่องดื่มอีกร้านหนึ่ง และที่ร้านเครื่องดื่มแห่งนี้มีผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะด้านหลังแอบฟังสิ่งที่พวกเขาพูดกันอยู่ ยังโชคดีที่ไม่ใช่เรื่องที่จางเป่าจินเตือนโจวเหมา เพราะเรื่องที่สองหนุ่มคุยกันอยู่ตอนนี้เป็นเรื่องที่จางเป่าจินต้องการซื้อร้านค้าในเมืองหลวงสักร้านเท่านั้นเอง

            ลู่เสี่ยวหยาแอบยิ้มอยู่ในใจ เพราะครอบครัวของเธอสนิทสนมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลเรื่องการซื้อขายที่ดินอยู่หลายคน หากเธอคิดจะเข้าหาจางเป่าจินก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก

     

            “ที่พี่เตือนฉันมันหมายความว่ายังไงหรือคะ คงไม่ได้หมายความว่าอาเหมาเขาไปมีผู้หญิงอื่นหรอกนะ” ซ่งซูมี่ถามพร้อมกับกลั้นน้ำตาเอาไว้

    หลี่ปิงปิงแทบจะทำตัวไม่ถูกแล้วที่เห็นน้องสาวกำลังจะร้องไห้ “ไม่...ไม่ใช่อย่างนั้น พี่เหมาไม่มีผู้หญิงคนอื่นแน่นอน พี่อาจจะพูดกับเธอไม่ชัดเจน ที่พี่บอกเธอไปเมื่อกี้เพราะอยากให้เธอคอยระวังว่าจะมีผู้หญิงคนอื่นมาตีสนิทกับพี่เหมา ซึ่งมันไม่ได้หมายความว่าพี่เหมาไปมีคนอื่น”

            “แล้วอยู่ดีๆ ทำไมพี่มาเตือนฉันเรื่องนี้ล่ะคะ”

            “พี่เป็นแค่คนบ้านนอกคนหนึ่ง พอเข้ามาเมืองหลวงก็เห็นมีแต่สาวๆ หน้าตาสวย และหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่หน้าตาหล่อเหลา พี่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะพี่เหมาก็เป็นคนบ้านนอกเหมือนกับพี่ พี่กลัวว่าพี่เหมาจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของสาวๆ พวกนั้น”

            ซ่งซูมี่ยิ้มออกมาได้ในที่สุด “อาเหมาเป็นคนซื่อแบบที่พี่พูดมาจริงๆ นั่นล่ะค่ะ แล้วก็เคยมีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งมาจีบเขาอยู่เหมือนกัน แต่ไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ เขาไม่พูดกับผู้หญิงคนนั้น ทั้งยังวิ่งหนีเหมือนกับกลัวผู้หญิงคนนั้นอย่างไรอย่างนั้นเลยค่ะ”

            “แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ตามมาตอแยพี่เหมาอีกใช่ไหมล่ะ”

            “ใช่ค่ะ หลังจากอาเหมาวิ่งหนี ผู้หญิงคนนั้นก็หายหน้าไปเลย” ซ่งซูมี่พูดไปขำไปเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา

            “เอาเป็นว่าพี่แค่อยากเตือนเธอให้ระวังผู้หญิงที่จะเข้ามาตีสนิทอาเหมาให้ดี ถึงแม้จะเป็นคนใกล้ตัวหรือคนรู้จักก็ประมาทไม่ได้ เธอเข้าใจไหม” หลี่ปิงปิงพูดด้วยท่าทางจริงจัง

            “ตกลงค่ะ ฉันจะระวังให้ดี” ซ่งซูมี่รับปาก และเธอก็เห็นด้วยกับหลี่ปิงปิง เพราะโจวเหมาของเธอเป็นคนซื่อจริงๆ นั่นล่ะ

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลามาเป็นสามีภรรยาชาวนาผู้ร่ำรวย (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน