จารึกที่ 31 : กลไกั์ทวารบาล : กุญแจที่ไขด้วยความโลภ
เสียงฝีเท้าโลหะหนักอึ้งนับสิบคู่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จากเงามืดด้านหลัง "อสูรแมงมุมเหล็กไหล" ฝูงใหญ่กำลังกู้สถานะจากความลื่นและเริ่มปีนป่ายขึ้นมาตามโซ่ตรวนของสะพานแขวน ส่วนเบื้องหน้า... "ั์ทวารบาลศิลา" ร่างมหึมายืนตระหง่านขวางประตูบานใหญ่ แววตาที่ทำจากหินผลึกสีแดงส่องแสงวูบวาบราวกับกำลังจับจ้องมองมดปลวกสองตัวที่บังอาจบุกรุก
"อาเจีย... ข้ามีข่าวร้าย" หลินชิงเสวี่ยกระซิบ มือที่กำกระบี่สั่นระริก "เ้าั์นี่... ไม่มีจุดตาย ข้าััชีพจรของมันไม่ได้ มันคือหินก้อนเดียวที่ไม่มีชีวิต"
"ของไม่มีชีวิตสิดี..." อาเจียแสยะยิ้ม ทั้งที่เหงื่อกาฬไหลหยดติ๋ง "เพราะมันเจรจาไม่ได้ แต่ 'ซ่อม' ได้!"
ั์ศิลาคำรามเสียงต่ำคล้ายเสียงหินบดกัน มันยกกระบองเหล็กหนามขึ้นสูงเตรียมฟาดลงมา แรงกดดันมหาศาลทำให้อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
"หลบ!"
ทั้งสองะโแยกตัวไปคนละทาง
ตู้ม!
กระบองั์ฟาดลงตรงจุดที่พวกเขาเคยยืน พื้นเหล็กหนายุบตัวลงเป็หลุมลึก เศษโลหะกระเด็นว่อน
"แรงควายชัดๆ!" อาเจียสบถ กลิ้งตัวหลบเศษเหล็ก "แม่นางหลิน! เ้าล่อมันไว้! ข้าต้องหา 'รูกุญแจ' ของมันให้เจอ!"
"หา? รูกุญแจอะไรของเ้า!" หลินชิงเสวี่ยร้องเสียงหลง ขณะที่ต้องะโหลบการโจมตีระลอกสอง
"มันไม่ใช่ยามเฝ้าประตู!" อาเจียะโตอบ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วร่างั์ "แต่มันคือ 'ตัวล็อค' ของประตูบานนี้ต่างหาก! ถ้าฆ่ามัน ประตูก็จะปิดตายตลอดกาล... เราต้อง 'ปลดล็อค' มัน!"
อาเจียอาศัยจังหวะที่ั์ศิลาสนใจไล่ทุบหลินชิงเสวี่ย วิ่ง ไถลกาย เข้าไปที่ด้านหลังข้อเท้าขนาดั์ของมัน สายตาของเขาไปสะดุดกับ แผ่นโลหะรูปวงกลม ที่ฝังอยู่บริเวณน่องซ้าย บนแผ่นโลหะนั้นมีลวดลายร่องลึกที่ดูคุ้นตา... มันคือ ข่ายใยอักขระโบราณ ที่ขาดหายไปบางส่วน
"เจอแล้ว! เส้นชีพจรควบคุม... เอ้ย ข่ายใยควบคุม (控制脉络 - ค่งจื้อม่วงลั่ว) ของมันเสียหาย!"
อาเจียไม่รอช้า คว้า พู่กันนิรันดร์ ออกมา จรดปลายพู่กันลงบนแผ่นโลหะนั้น แต่แทนที่จะเติมพลัง เขาเลือกที่จะทำสิ่งตรงกันข้าม
[เ้าจะทำอะไร?] มู่เฉินถามด้วยความฉงน
"ข้าจะติดสินบนมัน..." อาเจียยิ้มเ้าเล่ห์ แววตาเป็ประกายวูบวาบ "ด้วย ปราณบริสุทธิ์ ก้อนโต!"
อาเจียตวัดปลายพู่กันวาดเส้นโค้งกันเป็ 'วงล้อแห่งความว่างเปล่า (O)' ...สัญลักษณ์แห่ง 'อักขระสูญตา' ที่ไร้จุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ครอบทับลงไปบนรอยแตกร้าวของค่ายกล
จากนั้นสะบัดข้อมือเขียน อักขระปู่ (补 - ซ่อมแซม) อัดกระแทกลงไปตรงกลางวงล้อ เพื่อบิดเบือนสภาพความเสียหายให้กลับคืนสภาพเดิม!
"รับไปซะ... วิชาลับ: พันธะสัญญาบริการนิรันดร์!"
(ความในใจ: ก็แค่อุดรอยรั่วด้วยกฎแห่งความว่างเปล่า แล้วยัดพลังปราณเข้าไปกระตุ้นให้มันตื่นเท่านั้นแหละ!)
วูบ!
อักขระหลิง (零) ที่ใจกลางวงกลมเริ่มทำงาน มันดูดกลืน ปราณธาตุทอง รอบๆ ตัวเข้ามาอุดรอยรั่วของข่ายใยโลหะ แสงสีทองสว่างวาบขึ้นที่น่องของั์ศิลา ลามไหลขึ้นไปตามลวดลายบนลำตัวจนถึงดวงตา
กึก... กึก...
ั์ศิลาหยุดชะงักกลางอากาศ กระบองเหล็กที่กำลังจะฟาดใส่หลินชิงเสวี่ยค้างเติ่งอยู่เหนือศีรษะนางเพียงคืบเดียว
"มัน... หยุดแล้ว?" หลินชิงเสวี่ยทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจ มองดูั์หินที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น
ทันใดนั้น เสียงศิลาบดเบียดภายในตัวั์ก็ดังสนั่น ครืด... แกร๊ก... ร่างมหึมาของมันค่อยๆ ขยับถอยหลังกลับไปยืนชิดประตู แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างนอบน้อม ราวกับทหารที่ยอมสยบต่อนายเหนือหัว
และที่หน้าอกของมัน... ช่องลับช่องหนึ่งก็เปิดออก เผยให้เห็น ลูกแก้วสีคราม ที่หมุนวนอยู่ภายใน
"นั่นมัน..." อาเจียตาเป็ประกายวาววับ น้ำลายแทบหก "ดวงจิตศิลาโบราณ (古灵核 - กู่หลิงเหอ)! ถ้าเอาไปขาย..."
[อย่าแม้แต่จะคิด!] มู่เฉินดุเสียงเข้ม [นั่นคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงประตูบานนี้ ถ้าเ้าหยิบมันออกมา ประตูก็จะปิด... เลือกเอาว่าจะรวยแล้วตายเพราะแมงมุมรุมทึ้ง หรือจะเปิดประตูหนี?]
อาเจียมองกลับไปด้านหลัง ฝูงแมงมุมเหล็กไหลนับร้อยตัวกำลังไต่ข้ามสะพานมาเหมือนคลื่นสีดำมรณะ
"โธ่เว้ย! เลือกยากชะมัด!" อาเจียกัดฟันวิ่งไปกด แท่นศิลา ที่ข้างประตู
ครืนนนนน!
ประตูเหล็กบานั์ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นแสงสว่างจ้าที่ลอดออกมาจากด้านใน อาเจียคว้ามือหลินชิงเสวี่ยแล้วพุ่งตัวเข้าไปในช่องประตูทันที
ปัง!
ประตูเลื่อนปิดลงเฉียดส้นเท้าของแมงมุมตัวแรกไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ตัดขาหน้าของมันขาดกระเด็น
ภายในห้องใหม่นี้เงียบสงบและสว่างไสวด้วยแสงจาก ไข่มุกราตรี นับหมื่นเม็ดที่ฝังอยู่ตามผนัง ตรงกลางห้องมีแท่นบูชาหินอ่อนสีขาวตั้งตระหง่าน และบนแท่นนั้น... มีกล่องไม้เก่าๆ ใบหนึ่งวางอยู่
แต่สิ่งที่ทำให้อาเจียต้องชะงักกึก ไม่ใช่กล่องสมบัติ... แต่เป็ กองกระดูก ของมนุษย์นับสิบโครงที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่รอบแท่นบูชา ทุกโครงกระดูกสวมชุดเครื่องแบบที่คุ้นตา...
"ชุดของ... สำนักหัตถ์เทวะ?" หลินชิงเสวี่ยอุทาน "สำนักที่ล่มสลายไปเมื่อพันปีก่อน?"
อาเจียเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ที่ข้างโครงกระดูกหนึ่ง มีตัวอักษรเืเขียนทิ้งไว้บนพื้นด้วยลายมือที่สั่นเทา
"อย่า... เชื่อ... เงา..."
"อย่าเชื่อเงา?" อาเจียทวนคำ คิ้วขมวดเป็ปม "เงาอะไร? ในนี้สว่างขนาดนี้ เงาหัวยังแทบไม่มีเลย"
[อาเจีย...] เสียงมู่เฉินสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน [ข้ารู้สึกถึงมัน... กลิ่นอายของ 'มัน' อยู่ที่นี่... ในกล่องใบนั้น!]
อาเจียกลืนน้ำลาย หันไปมองกล่องไม้บนแท่นบูชา ดูภายนอกมันเป็แค่กล่องไม้ธรรมดาที่ไม่มีลวดลายวิจิตรพิสดารใดๆ แต่ความรู้สึกกดดันที่แผ่ออกมาจากมัน กลับทำให้ขนทั่วร่างของเขาลุกชัน
"อาจารย์..." อาเจียถามในใจ "ในนั้นมีเงินไหม?"
[เ้าเด็กบ้า! ยังจะห่วงเงินอีก!] มู่เฉินตวาด [ในนั้นมีสิ่งที่น่ากลัวกว่าความตาย... แต่มันก็อาจจะเป็สิ่งเดียวที่ช่วยไขปริศนาการตายของข้าได้]
อาเจียถอนหายใจยาวเหยียด เขาหันไปพยักหน้าให้หลินชิงเสวี่ยเตรียมพร้อม แล้วค่อยๆ ยื่นมือสั่นๆ ออกไปแตะฝากล่อง...
วินาทีที่ปลายนิ้วััไม้... เสียงกระซิบเย็นะเืก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา ไม่ใช่เสียงของมู่เฉิน ไม่ใช่เสียงของหลินชิงเสวี่ย แต่เป็เสียงของใครบางคนที่เขาไม่รู้จัก
"ยินดีต้อนรับ... ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่า... ค่าผ่านทางของเ้า... คือิญญาครึ่งดวง"