ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบแปด Love of a life time 4
โอตะในตอนนั้นได้รู้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระวห่างอาสะกะกับโทโมโกะ
อาสึกะนั้นร่าเริง แม้จะทำตัวบ๊องๆประจำแต่หากเราเริ่มเห้นเธอร้องไห้น้ำตาไหลตอนที่เขาเริ่มทำรุนแรงไป โอตะจะค่อยๆลดความรุนแรงลงเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของเธอ
โทโมโกะนั้นแตกต่างออกไป
เธอราวกับมีรัศมีออร่าของคนที่ต้องโดนรังแกออกมา
การแสดงความเจ็บปวดของเธอนั้นยิ่งทำให้คนภายนอกยิ่งอยากแกล้งเธอหนักมากขึ้น
นี่คือสาเหตุที่เป็นที่มาของฉากเรื่องราวสมัยเด็กที่อาสึกะเข้ามาช่วยโทโมโกะจากการที่โดนพวกเด็กผู้ชายแกล้งจนเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมาจนถึงทุกวันนี้นี่เอง
อะ อ๊า ฮ๊า
ผมจับโทโมโกะขึ้นมานั่งบนเอาของผม
ขาของเธอรัดไปที่บั้นเอวของผม
ร่างกายของเธอขยับขึ้นลงไม่หยุด
“หึบอกให้หยุดแต่คนที่เคลื่อนไหวคือเธอเองนะ”
อ๊า
โทโมโกะกรีดร้องร่างกายสั่นไปทั้งตัวทั้งที่ผมแทบไม่ด้ำอะไรเลยเพราะเธอเป็นพวกที่ชอบการโดนทรมานมาก
แน่นอนการที่ชอบโดนทรมาน masochism ไม่ได้หมายความวว่าเขาเป็นพวกชอบถูกกลั่นแกล้วเราต้องแยกกันให้ออก
ด้วยความที่โอตะนั้นมีคุณธรรมสูงเทียมฟ้าและได้ศึกษาGender study สตรีศึกษาและ Feminism Literature วรรณกรรมแฟมินิสม์ เขาจึงแยกออก
แต่คนที่ไม่ได้ผ่านการศึกษามาไม่มีความเชี่ยวชาญพออย่างดอตะไม่ควรจะทำเองที่บ้านเพราะอาจจะโดนแคนเซิ่ลจากทางสังคมได้
อ๊า
ลิ้นของโทโมโกะยื่นออกมาและโอตะก็ได้ลากคอมาจูบ
“ร่างกายของเธอสั่นเมื่อเขาได้ปลดปล่อยอกมาจนขาของเธอสั่นแม้จะอ่อนแรงจากความสุขที่สะท้านไปทั่วร่างกาย
“หึหึหึเท่านี้เธอก็เป็นผู้หญิงของผมและได้เป้ฯคุณแม่วัยใสในเวลาเรียนแน่ๆ”
อา
โทโมโกะน้ำตาไหลออกมาแต่กลับกอดและจูบผมอย่างรุนแรงมากขึ้น
นี่คือสิ่งที่เธอแตกต่างจากอาสะกะจากการคำนวณของผมด้วยความสามารถล้วนๆ
โทโมโกะสามารถจัดการได้ตั้งแต่พี่หัวโมฮอว์กไปจนถึงเทพแห่งความมืดด้วยตัวคนเดียว
แต้จิตใจเธอไม่เข้มแข็งเท่าอาสึกะและถูกล่อลวงเข้าด้านมืดได้ง่ายดายกว่านั่นเอง
เธอเป็นคนประเภทว่า
เมื่อไม่สามารถเป็นเด็กดีได้ก็กลายเป็นคนร่านไปเลย
ต่างกับอาสึกะที่ยังสามารถเข้มแข็งได้ไม่ว่าจะเจออะไรในชีวิตนั่นเอง