ตอนที่ 8 นักกวีอันดับ 1
มียอดเงิน 47000เครดิตถูกโอนเข้าบัญชีของท่าน : ยินดีด้วยท่านคือผู้โชคดีถูกรางวัล Lotto Daily ประจำวันที่ 28/2/20xx ท่านได้รับเงินรางวัลทั้งหมด 50000 เครดิต ทางเราหักภาษีทั้งหมด 0.5% ตามยอดเงินรางวัล
ระหว่างที่ต่อคิวเจสเปอร์หยิบมือถือขึ้นมาดู แต่เขาไม่ได้แสดงอาการดีใจอะไรออกมาจึงไม่ใช่เื่แปลกที่อามมี่ที่อยู่ข้างๆจะไม่รู้เื่ เขายังไม่รู้ผลของการย้อนเวลากลับมาอย่างแน่ชัดยังมีอีกหลายเื่ที่เค้าไม่แน่ใจ หากมันส่งผลกระทบกับจนเกิดทฤษฏีผีเสื้อขยับปีก*(Butterfly Effect) จะมีอะไรเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน
“เจส นายไปเอาเงินมากมายมาจากไหนกัน” อามมี่ยังคงตกตะลึงกับที่มาของเงินแล้วไม่ใช่แค่ อามมี่แค่คนเดียว ชายร่างท่วมก็อึ้งไปแล้ว ไอ้เด็กนี้มันร่ำรวยมาจากไหน ดูจากเสื้อผ้าที่ใส่ โทรศัพท์ที่ใช้ ดูยังไงก็ไม่ใช่ลูกของคนมีเงิน แต่ตัวเองซื้อหมวกรุ่นเริ่มต้นมาแล้ว จะให้เอาหมวกนี้ไปขายใครอีก คนที่ต่อคิวเมื่อครู่ก็ต่างทยอยกันไปซื้อที่ห้างอื่นกันหมดแล้ว อีกไม่นานห้างนี้ก็จะปิด
ชายร่างอ้วนคงทำกำไรจากใครไม่ได้อีก ในตอนแรกหวังทำกำไรจากเด็กทั้งสองคนด้านหลัง เรียกราคาเพิ่ม100-200 ก็ทำให้เขามีเงินใช้ไปได้ตั้งหลายวันโชคดีจริงๆที่คิดเื่นี้ออกมาได้ ในเมื่อทางร้านไม่เตรียมของไว้มากกว่านี้เองก็แค่การซื้อของตัดหน้าเล็กๆน้อยเท่านั้นเองจะมาโทษตนได้ยังไง แต่เหมือนความฉลาดของเค้าจะเปลี่ยนเป็ความโง่ได้ในเพียงพริบตา เด็กทั้งสองที่คิดจะโก่งราคาไม่ได้เดินตามเกมตนวางไว้เลย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดใจ เงินที่ลงทุนไป 7000 เครดิตนั้นคือเงินที่เขาต้องใช้จ่ายค่าที่อยู่ ลำพังใช้หมวกแค่ใบเดียวก็เข้าเล่นได้แล้วจะซื้อมาอีก2ใบเพื่ออะไร แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? ตนจะเอาอะไรจ่ายค่าที่อยู่ มันถึงกำหนดจ่ายมาหลายครั้งแล้ว เ้าของบ้านจะมาไล่แน่ถ้าหากไม่มีเงินมาจ่าย ต้องรีบขายหมวก2ใบนี้ภายในวันนี้ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เขาไม่มีเงินจะใช้แน่ๆ
ชายร่างท่วมรีบรวบรวมสติ มันไม่ได้สิ้นหวังไปสักทีเดียว ก็เริ่มออกตะเวนเพื่อขายหมวก 2 ใบก่อนที่ห้างจะปิดเค้ามีความเชื่อว่าเขาต้องขายออกแน่นอน
เจสเปอร์และอามมี่เมื่อซื้อหมวกอุปกรณ์ VR เสร็จก็ยังไม่ออกจากห้าง ยังเดินซื้ออาหารสำเร็จรูปและเครื่องดื่ม เพื่อเป็เสบียงสำหรับ่วันหยุด เมือตรวจเช็คว่าไม่ขาดอะไรอีก อามมี่ก็แยกกลับบ้านพร้อมกับหมวก VR รุ่นปานกลางในมือเจสเปอร์เองก็เช่นกันแต่ระหว่างจะกลับก็พบ ชายร่วงท่วมคนเดิม นั่งอยู่ตรงหน้าห้าง สีหน้าหมดอาลัยตายยาก ข้างๆตัวยังมี หมวกVRรุ่นเริ่มต้นทั้งสามกล่องวางอยู่
ชายร่างท่วมไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะเดินขายแล้ว เขาถามคนที่เดินผ่านทุกคนจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ได้คำตอบกลับมาว่า มีแล้วบางละ คุณขายของปลอมบางละ แม้ว่าพยายามอธิบายว่ามันเป็ของแท้แน่นอนพึ่งซื้อจากร้าน พร้อมกับโชว์ใบเสร็จและประกันแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ ยามในห้างเห็นเขามาก่อความวุ่นวายเลยถูกไล่ออกมานั่งอยู่ข้างนอกในสภาพเช่นนี้
เจสเปอร์เดินผ่านไปชายร่างท่วมเพื่อตรงกลับบ้านแต่ก็ถูกชายร่างท่วมดึงขาเอาไว้
“น้องชาย จำฉันได้ไหม ฉันตอนนี้กำลังเดือดร้อน ฉันรู้ว่าน้องชายมีเงิน ได้โปรดซื้อหมวกสักใบ จากฉันได้ไหม”
ชายร่างท่วมพยายามกอดขาของเจสเปอร์ แต่เจสเปอร์เดินหลบออกมาจากจุดนั้นชายคนนี้ถ้าไม่โลภก็ไม่ต้องมาตกอยู่ภาพเช่นนี้หรอกแต่เอาเถอะในเมื่อรู้แล้วว่าการกระทำอันเห็นแก่ตัวจะส่งผลยังไง เขาคนนี้ผู้ที่์ให้โอกาสเป็ครั้งที่2 ก็จะให้โอกาสชายคนนี้เป็ครั้งที่ 2 เช่นกัน
“ได้ฉันจะซื้อพวกมันก็ได้”
เปรียบดังเสียง์ ชายร่างท่วมรีบลุกขึ้น หยิบหมวกทั้ง2ใบ รีบส่งให้ทันที แต่เจสเปอร์ยังไม่รับไป
“ฉันจะซื้อมันในราคาใบละ 3000เครดิต ถ้ามากกว่านั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีก”
ชายร่างท่วมได้ยินก็หน้าเจื้อนลงไปทันที “แต่หมวกราคา 3500 เครดิตเชียวนะ” เขายังไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยไม่ได้กำไรแต่ขอเท่าทุนก็ยังดี
แต่เจสเปอร์ไม่ได้รอให้ชายคนนี้พูดมากไปกว่านี้พร้อมกับเดินจากไปทันที ชายร่างท่วมไม่มีสิทธิที่จะได้ต่อรองราคาใดๆ
“โอเค ตกลง 3000ใบละ3000แต่นายต้องซื้อมันทั้งหมด 2 ใบ” ชายร่างท่วมฝืนใจพูดตามหลังเจสเปอร์ไปเขาจำเป็ต้องขาย
เจสเปอร์ตกลงและทำการซื้อขายทันทีแต่ก่อนจะไปก็ทิ้งคำพูดให้ชายร่างท่วมไว้ให้ปวดใจเล่นๆ “3000เครดิต ต่อใบถือว่าแพงมากนะ สำหรับของมือ2” เจสเปอร์เรียกรถและตรงกลับห้องพักทันที
ชายร่างท่วมได้ยินก็น้ำตาแทบจะไหล ของมือสอง บ้านแกสิ มันยังไม่ได้เปิดกล่องอะไรเลยด้วยซ้ำแถมตอนซื้อแกเองก็เห็น มันจะเป็ของมือ2ได้ยังไง แต่จะทำอะไรได้เขาเสียรู้ ชายเมื่อครู่ไปแล้ว ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองเถอะที่โลภมาก แทนที่จะได้กำไรแต่กลับเสียเงินไปเปล่าถึง 1000 เครดิต ชายร่างท่วมแบกร่างกายและจิตใจที่บอบช้ำตรงกับบ้านโดยไม่หันกลับมามอง
เจสเปอร์กลับมาที่พักอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับหมวก VR ถึง 3 ใบ โดยที่ยังไม่รู้จะเอาหมวกรุ่นเริ่มต้น 2 ใบไปทำอะไร น่าจะอีกสักพักคงมีทางที่จะนำพวกมันไปใช้ การซื้อขายนี้เขาได้กำไรเห็นๆรอยยิ้มที่มุมปากของค่อยเผยออกมา เจสเปอร์เปิดฟอรั่มของ The Era Online ขึ้นมาอ่านเพื่อฆ่าเวลา แผนทั้งหมดของเขาในตอนเริ่มต้นที่วางเอาไว้ได้เตรียมพร้อมแล้วที่เหลือก็รอแค่ถึงวันพรุ่งนี้วันที่เกมเปิดให้บริการ
เจสเปอร์ยังคงนั่งอ่านไปเรื่อยๆมีข้อมูลมั่วซั่วในกระดานสนทนาอยู่เต็มไปหมดถึง 90% เป็การมโนและใส่สีเติมแต่งจนเละเทะไปหมดของผู้เล่น มีคนมากมายหลอกคนอื่นว่าตัวเองคือผู้เล่นทดสอบ**(Beta Player)และหลอกขายข้อมูลผิดๆ เจสเปอร์ไม่ได้สนใจหัวข้อเ่าั้ ในตอนนี้กำลังไล่หาใครคนนึงที่ชื่อ โบม่อน(นักกวีอันดับ 1 ของเกม The Era Online)ชายผู้ที่ก้าวมาเป็นักกวีอันดับ 1 ของเกม
โบมอนคือนักกวีที่ทุกกิลล้วน้าตัว มีการยื่นข้อเสนอเป็เงินระดับสูง หรือรวมถึงหุ้นส่วนในกิล เพื่อหลอกล่อ โบมอน รวมถึงตัวเจสเปอร์เองด้วย เขาพยายามทุกวิธีทางที่จะเชิญตัวนักกวีผู้นี้เข้าสู้กิลให้ได้และมีโอกาสได้พูดคุยจนรู้นิสัยโบม่อนเป็อย่างดี พูดคุยกันจนนับว่า สนิทกันในระดับนึง แต่ก็ไม่สามารถ เปลี่ยนใจโบมอนได้ โบม่อนได้ปฏิเสธเขาอย่างซื่อตรงพร้อมทั้งบอกเหตุผล เหตุผลง่ายๆเพียงข้อเดียว โบม่อนไม่้าทิ้งกิล ที่เคยช่วยเหลือเค้าตอนเริ่มต้นไป โบม่อนเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนที่เกมจะเปิดตัว ได้ตั้งกระทู้ขอเข้าร่วมปาร์ตี้เอาไว้ในฟอรั่มหวังว่าจะมีคนมาสนใจ แต่ก็ต้องผิดหวังไม่มีใคร้าเลยแม้แต่คนเดียว
จนเกมเปิดตัวไปได้สักพัก เขาได้พบกับกิลเล็กๆหัวหน้ากิลช่วยเก็บเลเวลโดยไม่มีทีท่าจะรังเกียจ คนที่เล่น The Era Online ทุกคนต่างรู้ดีนักกวีในโลก The Era Online จัดเป็อาชีพ สนับสนุนของแท้ ใน่แรกไม่มีสกิลที่ส่งพลังและไม่มีความแข็งแกร่งในการป้องกันตัว และยิ่งไปกว่านั้นสกิลสนับสนุนก็ช่วยอะไรไม่ได้มากมีข้อจำกัดในการใช้งานมากจนเกินไปสู้ชุบเลี้ยง ตัวรักษา ยังจะดีกว่าทำให้ นักกวีจัดเป็อาชีพที่หายากมากๆและกว่าจะเก็บเลเวลให้อยู่ในระดับสูงนั้นต้องใช้ความอดทนเป็อย่างมาก
เจสเปอร์จึงไม่แปลกใจเลยที่โบม่อนที่ตนยอมรับว่ามีนิสัยที่ซื่อตรง รักพวกพ้อง จะไม่ทิ้งกิลไปไหน ถึงแม้กิลที่เ้าตัวเลือกจะเป็กิลระดับรองก็ตามที่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกกิลจะคิดแบบเจสเปอร์ หลายๆกิลเมื่อใช้ไม้อ่อนไม่ได้ผล ก็จัดไม้แข็งประเคนให้โบม่อน สุดกำลัง สมาชิกกิลโบม่อนถูกกวาดล้างบางส่วนถูกซื้อตัวไป จนกระทั่ง ไม่มีคนใดเหลืออยู่ในกิล แต่โบม่อนก็ยังเหมือนเดิมเป็มือรับจ้างต่อไปโดยไม่เข้าสังกัดกิลใด ในขณะที่ตัวเองยังใช่ชื่อกิลเดิมอยู่
บุคคลแบบนี้น่ายกย่องมากขนาดไหน ถึงแม้นิสัยโบม่อนจะไม่ได้เท่ในแบบนั้นเลยแต่การกระทำคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ คนแบบนี้จะปล่อยเอาไว้ให้จมอยู่กับที่เดิมทำไม ในเมื่อเค้าย้อนเวลากลับมาได้ ครั้งนี้ตนจะเป็คนสนับสนุนโบม่อนเอง
เจสเปอร์เลื่อนหามาตลอดหลายชั่วโมง โดยที่ไม่รู้ว่านานแค่ไหน มีคนตั้งหัวข้อหาเพื่อนเล่นไม่รู้มากตั้งเท่าไร หรือว่าที่โบม่อนเล่ามาจะเป็เื่ที่แต่งขึ้น เขาพยายามกัดฟันทนหาต่อไป จนในที่สุดก็พบหัวข้อ ‘มีคนเดียวหาเพื่อนรวมผจญภัย :โบม่อน’
‘ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครสนใจนายโบม่อน’ เป็ใครก็เลื่อนผ่านหัวข้อนี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว เนื้อหาข้างในยิ่งหนักกว่า
“ชื่อโบม่อน อายุ 22 ปี เรียนจบแล้ว กำลังหางานทำ อยากจะเป็ส่วนนึงในเกมมีใครสนใจร่วมผจญภัยด้วยกันไหม”
‘นี้นายกำลังเขียนเรียงความอยู่รึไง’ เค้าอ่านแล้วยังอดที่จะขำไม่ได้ ช่างเป็การแนะนำตัวที่เรียบง่ายจนเข้าขั้นธรรมดาสุดๆ
เจสเปอร์ทำการส่งข้อความเพื่อเชิญเข้าร่วมห้องพูดคุยส่วนตัวกับโบม่อนทันที
‘สวัสดีฉัน โบม่อน ว่าแต่นายเป็ใคร?’ ข้อความจากโบม่อนตอบมาอย่างรวดเร็วเมื่อโบม่อนกดยอมรับการเชิญ
‘ฉันชื่อ เจสเปอร์ พอดีฉันเห็นว่านายตั้งฟอรั่ม หาเพื่อนผจญภัยด้วยกันเลยคิดว่าจะชวนนายเข้าร่วมปาร์ตี้’
‘ฮ่า ฮ่า ฉันเองก็ ป็อปปูล่าเหมือนกันนะ วันนี้มีคนชวนฉันมากกว่า 10 เชียวละ นายเชื่อไหม’
เจสเปอร์อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ในอดีตโบม่อนบอกว่าไม่มีใครสนใจในตัวเขาเลยหรือว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
‘นายเงียบแบบนี้ ไม่เชื่อฉันหรอแต่ก็เอาเถอะ แต่ฉันตอบรับคนที่มาก่อนนายไปแล้ว ต้องขอโทษด้วยที่ปฏิเสธคำเชิญ’
ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดนักกวีอันดับ 1 คนนี้ไปซะแล้ว จะถูกนักกวีคนนี้ปฏิเสธกี่ครั้งถึงจะพอ ดูเหมือนแผนที่ว่างเอาไว้อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยซะแล้ว
*(Butterfly Effect หากเรียกเป็ภาษาไทยก็คือ ทฤษฏีผีเสื้อกระพือปีก โดยมีใจความอยู่ว่า "เื่เล็กๆ ก็มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต" เช่น ผีเสื้อธรรมดาตัวนึงกระพือปีก แม้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศแค่นิดเดียว แต่ภายหลังมันอาจก่อให้เกิดพายุทอร์นาโดได้ คล้ายกับเด็ดดอกไม้ะเืถึงดวงดาว)
**ผู้เล่นทดสอบ(Beta Player) หมายถึง ผู้เล่นกลุ่มแรกที่ได้รับเชิญให้ทดสอบก่อนเปิดให้บริการ ผู้เล่นกลุ่มนี้จะมีประสบการณ์ก่อนผู้อื่น