ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 176 รอคอยจังหวะ

        เพราะไม่ใช่คนชอบพูดจาอ้อมค้อมซูอี้โจวก็เปิดบทสนทนาอย่างตรงไปตรงมา "ข้าคิดว่าท่านย่อมเข้าใจดีว่าก่อนหน้านี้พวกเราได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกันไปแล้วในภายภาคหน้าในเรื่องสำคัญต่างๆ จำเป็นต้องหารือกัน ห้ามปิดบังซ่อนเร้นมิเช่นนั้นย่อมถือว่าผิดสัญญา"

        กล่าวจบซูอี้โจวก็ส่งยิ้มให้เซียวจวิ้นอัน ดวงตาไร้ซึ่งความหยอกล้อ"ข้าเชื่อมั่นว่าท่านเป็นคนมีคุณธรรม"

        เมื่อถูกสวมหมวกให้สูงส่งถึงเพียงนี้เซียวจวิ้นอันจะกล่าวอันใดได้อีก หรือจะให้เขาเอ่ยว่าตนเองมิได้มีคุณธรรมแม้แต่น้อยงั้นหรือ?

        ด้วยความจนใจเขาจำต้องสารภาพออกมาเล็กน้อย "ข้ายอมรับว่าช่วงนี้ข้ากำลังวุ่นวายอยู่กับเรื่องอื่นจริงเป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้ ตอนนี้เรื่องนี้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีข้าคิดว่าภายในสองเดือน เรื่องของข้าคงจะมีความคืบหน้า"

        ซูอี้โจวย่อมเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงสิ่งใดเพียงแต่สำหรับคำว่า ‘ความคืบหน้า’ ที่เขากล่าวมานั้น กลับมิค่อยกระจ่างนัก

        ทว่าหากพิจารณาโดยรวมแล้วการที่เซียวจวิ้นอันเอ่ยออกมาได้ถึงเพียงนี้ ก็ทำให้ซูอี้โจวประหลาดใจอยู่บ้างนับว่าพึงพอใจในความตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายไม่น้อย

        ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็กล่าวอย่างใจกว้าง "ตราบใดที่ท่านมิได้ละเลยกิจการของร้านท่านก็สามารถทำสิ่งใดที่ต้องการได้ตามสบาย ข้าเพียงถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงมิได้มีเจตนาอื่นใด"

        กระทั่งซูอี้โจวยังกล่าวเสริมอีกว่า"ท่านก็ทราบดีว่าข้าถนัดสิ่งใดในภายภาคหน้าหากมีสิ่งใดที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็มิจำเป็นต้องเกรงใจ"

        เขาหารู้ไม่ว่าสิ่งที่เซียวจวิ้นอันรอคอยก็คือคำพูดนี้

        หลังจากที่ซูอี้โจวเอ่ยประโยคนี้ออกมาแม้ว่าเซียวจวิ้นอันจะมิได้เอ่ยปากร้องขอในทันที กระทั่งแสดงท่าทีราวกับมิใส่ใจแต่ในใจกลับเริ่มวางแผนการเกี่ยวกับซูอี้โจวไปแล้ว

        เซียวจวิ้นอันประจักษ์แก่สายตามานับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่าความสามารถด้านงานไม้ของอีกฝ่ายล้ำเลิศเพียงใดฝีมือและจินตนาการของช่างฝีมือในเมืองหลวง หรือแม้แต่ช่างของวังหลวงก็ยังเทียบไม่ได้แม้เพียงเศษเสี้ยว

        เขาเคยสะสมพิมพ์เขียวอาวุธไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นหน้าไม้ที่สามารถยิงต่อเนื่องได้ หรือรถศึกจู่โจมเพียงแค่ได้ยินถึงคุณสมบัติ ก็รู้สึกถึงความร้ายกาจ

        น่าเสียดายที่พิมพ์เขียวเหล่านั้นมิได้สมบูรณ์มีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และดูเหมือนว่าขั้นตอนการผลิตจะซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

        เขาเคยว่าจ้างช่างฝีมือจำนวนมากอย่างลับๆทว่ากลับไม่มีผู้ใดสามารถสร้างสิ่งเหล่านั้นออกมาได้ กล่าวให้ถูกก็คือพวกเขาไม่สามารถจำลองพิมพ์เขียวที่ไม่สมบูรณ์นี้ขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ...

        ด้วยเหตุผลดังกล่าวเซียวจวิ้นอันจึงจำต้องล้มเลิกความคิดเหล่านั้นไป คิดว่าบางทีสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นเพียงจินตนาการ มิฉะนั้นแล้ว หากได้อาวุธเช่นนั้นมาต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพที่ใหญ่กว่า ก็สามารถคว้าชัยชนะมาครองได้!

        ยามนี้แคว้นเยว่ของพวกเขากำลังระส่ำระสาย ประชาชนยากไร้ ถูกกดขี่ข่มเหงรอบข้างล้วนเต็มไปด้วยศัตรูจ้องจะขย้ำหากไม่สามารถแสดงอำนาจอันเกรียงไกรข่มขวัญศัตรูได้ละก็คงเป็นเรื่องยากที่แคว้นเยว่จะกลับมาสงบสุขได้อีกครั้ง

        ในวันนี้เองเขาก็เพิ่งได้รับข่าวสารล่าสุดว่าแคว้นเยี่ยนทางตอนเหนือกำลังแสดงท่าทีกระด้างกระเดื่องอีกครั้งบริเวณชายแดนได้เกิดการปะทะกันในวงแคบๆ ขึ้นหลายครั้งแม้ว่าแคว้นเยว่จะมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ทว่ากลับมิได้มีชัยเหนือกว่ามากนัก

        นี่แสดงให้เห็นถึงสิ่งหนึ่งนั่นคือขวัญกำลังใจของแคว้นเยว่อ่อนแอยิ่งนักอาวุธยุทโธปกรณ์ก็มิได้เหนือกว่าอีกฝ่ายมากเท่าไร

        ส่วนขีดความสามารถในการรบของทหารนั้นมิจำเป็นต้องเปรียบเทียบให้เสียเวลา

        ชาวแคว้นเยี่ยนส่วนใหญ่อาศัยการเลี้ยงปศุสัตว์เป็นอาชีพมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากชาวแคว้นเยว่

        ชาวแคว้นเยี่ยนส่วนใหญ่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำร่างกายแข็งแรงกว่าชาวแคว้นเยว่อย่างไม่ต้องสงสัย ในสถานการณ์เช่นนี้การที่ขีดความสามารถในการรบของทหารแคว้นเยว่ด้อยกว่าแคว้นเยี่ยนจึงมิใช่เรื่องน่าประหลาดใจอันใด

        ด้วยเหตุนี้เซียวจวิ้นอันจึงปรารถนาจะสร้างอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แปลกใหม่เพราะไม่ว่าชาวแคว้นเยี่ยนจะกล้าหาญชาญชัยเพียงใดอาวุธของพวกเขาก็ยังล้าหลังกว่าแคว้นเยว่อยู่ดีทั้งยังมิได้ครอบครองความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์

        ตราบใดที่แคว้นเยว่ของพวกเขาสามารถทำให้สองสิ่งนี้ดีขึ้นได้ก็ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อต้องเปิดฉากสงครามกับแคว้นเยี่ยนในภายภาคหน้าสถานการณ์แคว้นเยว่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

        เซียวจวิ้นอันเองก็ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเพราะเหตุใดหลังจากได้เห็นทักษะของซูอี้โจวมาหลายครั้ง เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าบางทีปัญหาที่ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้มาโดยตลอดอาจมิใช่เรื่องยากสำหรับซูอี้โจวก็เป็นได้

        เขายังคงลังเลและรอคอยจังหวะที่เหมาะสม เพื่อมอบพิมพ์เขียวให้ซูอี้โจวศึกษา

        บัดนี้ลูกน้องของเขามีเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น ภายนอกอาจดูเหมือนมากมายแต่กลับยากที่จะก่อการใหญ่

        ไม่ต้องกล่าวถึงว่าในเมืองอวิ๋นเฉิงแห่งนี้ เขายังไม่กล้าที่จะใช้ฐานะที่แท้จริงของตนเองอย่างเปิดเผยยิ่งเมื่อถูกผู้มีเจตนาร้ายมาซักถามหลายคราเขาก็จำต้องใช้ฐานะคู่หมั้นของซูอี้หว่านเพื่อปกปิดตัวตน

        ยิ่งคนเหล่านั้นตรวจสอบบ่อยเท่าใดเซียวจวิ้นอันก็ยิ่งคาดเดาได้ว่าดูเหมือนว่าในเมืองหลวงปัจจุบันนี้คงจะมิได้สงบสุขนัก

        เซียวจวิ้นเหอแม้ได้ขึ้นครองตำแหน่งรัชทายาทสมความปรารถนาแต่ก็เกรงว่าตำแหน่งของเขาคงจะมิได้มั่นคงมากนัก ภายในมีขุนนางขัดขวางภายนอกมีชนเผ่าต่างแดนคุกคามเกรงว่าช่วงเวลานี้ชีวิตของเซียวจวิ้นเหอคงจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นกัน…

        อีกฝ่ายคงจะไม่ปรารถนาที่จะให้เขามีชีวิตรอดกลับไปเพราะกลัวว่าตำแหน่งที่อีกฝ่ายได้มาอย่างยากเย็น จะถูกเขาแย่งชิงไป

        เซียวจวิ้นอันจำต้องยอมรับว่าตนเองสนใจในตำแหน่งนั้นเป็นอย่างยิ่ง มิใช่เพียงแต่สนใจเท่านั้นกล่าวได้ว่าเขาหมายมั่นปั้นมือในตำแหน่งนั้นอย่างถึงที่สุด

        สักวันหนึ่งเขาจะต้องกลับไปยังเมืองหลวงอย่างเปิดเผยเปิดโปงความผิดทั้งปวงของเซียวจวิ้นเหอต่อหน้าสาธารณชนแล้วดึงเขาลงมาจากตำแหน่งที่สูงส่งนั้น

        แน่นอนว่าตอนนี้ยังมิใช่เวลาที่เหมาะสมดังนั้นตนเองจึงจำต้องเก็บซ่อนความสามารถ เฝ้ารอคอยจังหวะ

        จากคนที่เคยใจร้อนรุ่มกลับกลายเป็นคนที่มีความอดทนอย่างเหลือเชื่อ

        เมื่อเห็นว่าในดวงตาของเขานั้นดูเหมือนจะแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ซูอี้โจวก็ยิ่งรู้สึกว่าฐานะของอีกฝ่ายคงมิได้เรียบง่าย

        ก่อนหน้านี้ที่เลือกที่จะร่วมมือกับเขานั้นประการแรกคือ เขาเห็นว่าจวิ้นอันผู้นี้เป็นคนที่มีความแน่วแน่ทะเยอทะยาน

        ประการที่สองเขาคิดว่านอกเหนือจากความทะเยอทะยานแล้วภูมิหลังของคนผู้นี้ก็เป็นเรื่องลึกลับอย่างยิ่ง

        ครั้งหนึ่งหมิงไท่จู่[1]ก็เคยเป็นขอทานมิใช่หรือ? ภายหลังมิได้สร้างราชวงศ์ขึ้นมาใหม่หรือไร?จึงได้ขึ้นครองบัลลังก์มังกร

        ซูอี้โจวคิดว่าจวิ้นอันผู้นี้ไม่ว่าจะเป็นความสามารถ หรือไหวพริบเล่ห์เหลี่ยมก็คงมิด้อยไปกว่าหมิงไท่จู่เท่าไรนัก ดังนั้นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้นจวิ้นอันอาจจะสามารถทำได้ก็เป็นได้

        เมื่อถึงครานั้นครอบครัวพวกเขาก็อาจนับได้ว่ามีส่วนร่วมในการปูทางสู่อำนาจแม้ว่าเขาจะมิได้ใฝ่ฝันถึงตำแหน่งขุนนาง แต่หากสามารถเข้าใกล้ผู้มีอำนาจได้ก่อนย่อมเป็นแรงผลักดันสำคัญในการทำให้ความฝันที่จะเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเยว่เป็นจริง

        ในเมื่อพวกเขาทั้งหมดได้มาถึงที่นี่ผูกพันกับจวิ้นอันไปแล้ว เหตุใดจึงมิลองเสี่ยงดูเล่า?

        เพราะบางเรื่องนั้นต้องลองทำดูเท่านั้นจึงจะทราบว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร

        อนึ่งท่าทีที่จวิ้นอันมีต่อน้องสาวของเขาก็มิได้ธรรมดา…

        ซูอี้โจวครุ่นคิดถึงตรงนี้มุมปากก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย พร้อมตัดสินใจแน่วแน่

        เชิงอรรถ

        [1]จักรพรรดิหมิงไท่จู่ หรือจูหยวนจาง ผู้สถาปนาราชวงศ์หมิง

         

คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

นิยาย รัก
169K 382
ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
579K 730
เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

นิยาย รัก
149K 452
ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
525K 663
ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

นิยาย รัก
989K 1570
ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
386K 808
หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
355K 668
ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

นิยาย รัก
671K 788
ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

นิยาย Y (Yaoi)
931K 592
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199