ผ่านไป 7 วันหลังจากที่หลิวอี้ออกมาจากเมืองหลวง ตอนนี้รถม้าที่หลิวอี้กับเย่เอ๋อนั่งมาด้วยกันกำลังมุ่งหน้าเข้าไปยังเมืองใหญ่ เป็นเมืองที่อยู่ติดกับเขตเเดนของสัตว์อสูร คนที่อยู่ในทวีปซีหากต้องการที่จะเดินทางไปยังทวีปอื่นจะต้องผ่านเมืองนี้กันทุกคน ทั่วทั้งเมืองจะมีม่านพลังป้องกันจากการถูกโจมตีของสัตว์อสูร
หลิวอี้ตอนนี้เขาแปลงโฉมเป็นคนขับรถม้า เขาขับรถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าเมือง เพราะจะต้องถูกทหารตรวจค้นก่อนที่จะเข้าเมือง
“เจ้ากำลังจะเดินทางไปยังที่ใด”ทหารที่เฝ้าด่านตรวจสอบถามกับหลิวอี้
“คุณหนูของข้าต้องการที่จะเดินทางไปยังทวีปลิ่วขอรับ (ลิ่วที่แปลว่า 6)”
“เปิดม่านให้ข้าตรวจสอบภายในรถม้า”
“ได้ขอรับ”
หลิวอี้แหวกม่านที่อยู่ด้านหลังเขาออก เผยให้เห็นหญิงงามอันดับต้นๆของทวีปนั่งอยู่ภายในรถม้า นางใส่ชุดคลุมสีม่วงที่มีดาวติดอยู่ที่หน้าอกจำนวนสี่ดาว บ่งบอกว่านางคือนักหลอมโอสถระดับพิภพขั้นต่ำ
ทหารมองเข้าไปด้านในรถม้าเห็นเป็นหญิงงามแถมยังเป็นนักหลอมโอสถเขารีบบอกให้หลิวอี้ปิดม่านลงทันที
“เจ้ารีบปิดม่านลงอย่าได้รบกวนแม่นาง”
หลิวอี้รีบทำตามทันที
“ข้าผ่านเขาไปได้หรือยังขอรับ”
“ไปเถอะ แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ ช่วงนี้มีกลุ่มโจรออกปล้นแหวนมิติของคนที่เดินทางไปยังทวีปลิ่วและสิ่งที่พวกเขาปล้นอีกอย่างคือหญิงงาม คุณหนูของเจ้าเป็นหญิงงามล่มเมือง ท่างที่ดีข้าเเนะนำให้เจ้าจ้างคนไปคุ้มกันในระหว่างเดินทางจะดีกว่า”
“ข้าขอขอบคุณพี่ชายที่บอกเรื่องนี้กับคุณหนูของข้า ข้าจะทำตามที่พี่ชายบอก”
หลิวอี้ขับรถม้าเข้าไปภายในตัวเมือง ผู้คนภายในเมืองส่วนมากจะเป็นผู้มีพลัง ภายในเมืองนี้สามารถพกพาอาวุทธได้ดั่งใจต้องการ และสามารถสังหารผู้คนที่พวกเขาไม่พอใจได้เมืองนี้ค่อนข้างที่จะป่าเถื่อน
“คุณหนู ข้าเเนะนำให้ท่านหาผ้ามาปกปิดใบหน้าของท่านเอาไว้ ไม่งั้นความงดงามของท่านอาจจะสร้างปัญหาให้พวกเราในระหว่างเดินทาง”
เย่เอ๋อที่นั่งอยู่ภายในรถม้านางได้ยินทุกคำพูดของหลิิวอี้แต่นางไม่ได้พูดอะไรออกไป นางยังคงนั่งฝึกหลอมโอสถของนางเหมือนเดิม ตอนนี้นางกำลังฝึกหลอมโอสถระดับพิภพขั้นสูง
หลิวอี้รู้ว่านางได้ยินแต่ไม่รู้ว่านางจะยอมทำตามคำพูดของเขาหรือไม่ เขารู้ว่านางมีหน้ากากแต่ไม่รู้ว่านางได้นำมันมาด้วยหรือไม่
หลิวอี้ขับรถม้าเข้าไปภายในตัวเมืองเรื่อยๆ ตลอดเส้นทางที่เขาเดินทางมาเขายังไม่พบเห็นศัตรูที่เคยรอบติดตามเขา เเสดงว่าการเดินทางของเขาครั้งนี้คงจะยังไม่มีใครรับรู้ พวกเขาน่าจะคิดว่าหลิวอี้อยู่ภายในสำนักหมื่นโอสถ
ในที่สุดรถม้าของหลิวอี้ก็หยุดลงที่หน้าโรงเตี้ยมแห่งหนึ่ง 7 วันที่ผ่านมาหลิวอี้ขับรถม้าทั้งกลางวันกลางคืนเขาไม่ได้นอนตลอดการเดินทาง วันนี้เขาจึงหาโรงเตี้ยมเพื่อนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่ม หลิวอี้แหวกม่านออกจากนั้นเขาไปภายในรถม้า เขาแปลงโฉมให้เขาเป็นชายที่มีอายุประมาณ 30 ปีและมีร่างกายอวบอ้วน จากนั้นเขาเดินโอบเอวเย่เอ๋อเข้าไปภายในโรงเตี้ยม
เย่เอ๋อนางไม่ได้ใส่ผ้าปกปิดใบหน้าตามคำสั่งของหลิวอี้ เพราะว่านางต้องการให้เขาพบเจอกับปัญหา การเดินทางในครั้งนี้จึงจะสนุกยิ่งขึ้น นางไม่ได้ใส่ชุดที่บ่งบอกว่านางเป็นนักปรุงโอสถ นางใส่ชุดปกติทั่วไป
โรงเตี้ยมนี้เป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่ที่สุดภายในเมือง มีห้องพักและสถานที่กินอาหารแถมยังมีสุราอีกด้วย ภายในจึงมีคนค่อนข้างที่จะมาก ส่วนมากคนที่อยู่ภายในจะใส่ชุดที่มีสีสันที่แต่กต่างกันไป แถมยังมีสัญลักษณ์บนหน้าอกของเสื้อที่พวกเขาสวมใส่อยู่ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มลูกศิษย์ของสำนักต่างๆที่ออกมาหาประสบการณ์มีทั้งสำนักในทวีปซีและทวีปอื่นๆ มีทั้งชายเเละหญิง
ทุกคนที่อยู่ภายในโรงเตี้ยมต่างก็มองไปยังหลิวอี้กับเย่เอ๋อ พวกเขาอิจฉาชายอ้วนคนนั้นยิ่งนักที่ได้โอบเอวสาวงาม เริ่มมีคนกระซิบกันต่างๆน่าๆ บางคนบอกว่าทั้งสองไม่เหมาะสมกัน บางคนบอกว่าชายอ้วนน่าจะร่ำรวยจึงทำให้หญิงงามนางนี้ยอมตกเป็นเมียของเขา
เย่เอ๋อนางได้ยินทุกอย่างทุกคำพูด บางคนบอกว่านางเป็นหญิงงามที่เห็นแก่เงิน บางคนบอกว่านางเป็นหญิงงามที่ขายตัว ตอนนี้นางรู้แล้วว่าทำไมหลิวอี้ถึงแปลงโฉมเป็นชายอ้วน เขาต้องการจะทำให้นางอับอาย
หลิวอี้รู้สึกสะใจยิ่งนัก เขาเดินโอบเอวเย่เอ๋อขึ้นไปที่ด้านบนชั้นสามของโรงเตี้ยม บนชั้นสามจะเป็นห้องพักส่วนตัว ทั้งสองเข้าไปภายในห้อง หลิวอี้แปลงโฉมกลับมาเป็นเขาคนเดิม
“ท่านสนุกมากใช่หรือไม่ที่ทำให้ข้าอับอายเช่นนี้”
หลิวอี้เห็นนางโกธเขาก็รู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็ต้องแกล้งทำเป็นว่าเขาไม่รู้เรื่อง
“ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าอับอายและข้าไม่ได้คิดที่จะกลั่นแกล้งเจ้า พวกเราทั้งสองเป็นสามีภรรยา ข้าจะทำแบบนั้นกับเจ้าได้ยังไง”
หลิวอี้พูดจบเขาดึงนางขึ้นมาบนเตียงกับเขาจากนั้นเขาก็กอดนางเอาไว้
“ท่านคือปีศาจชั่วร้าย”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา มีหรือที่นางจะเชื่อคำพูดของหลิวอี้
หลิวอี้ไม่สนใจคำพูดของนาง เขานอนลงที่ตักของนางจากนั้นก็หลับไป
เย่เอ๋อไม่ได้สนใจ นางหลับตาลงจากนั้นนางเริ่มฝึกฝนพลังปราณของนาง การปรุงโอสถจะต้องใช้พลังปราณหากว่านางเอาแต่ฝึกฝนควบคุมไฟ พลังปราณของนางคงจะไม่พอ