Under the Same Roof,บ้านนี้มีเธอ

    บทที่ 16 ถ้าพี่ทำแบบนี้… จะโกรธพี่ไหม? 1

     

    ฉันลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ศีรษะหนักอึ้งเล็กน้อย ความทรงจำเมื่อคืนเหมือนถูกใครบางคนลบออกไปครึ่งหนึ่ง เมื่อขยับตัวก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ผ้าปูสีเข้ม ห้องโทนสีดำเทา อากาศในห้องที่เย็นกว่าปกติ ใจฉันเริ่มเต้นผิดจังหวะ...

      ฉันกลืนน้ำลายลงคอช้า ๆ ก่อนจะหันไปมองด้านข้าง แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้สมองฉันหยุดทำงานไปชั่วขณะ

    เดจาวู!!

      ผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่ข้าง ๆ ระยะห่างเพียงแค่ลมหายใจ แขนของเขาพาดอยู่เหนือเอวฉันหลวม ๆ ฉันเหลือบมองแขนของตัวเอง มันยังพาดอยู่บนอกเขาและ…ขาของฉันก็เกี่ยวขาเขาไว้

      ฉันไล่สายตาขึ้นไป…ใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาด ริมฝีปากได้รูป เปลือกตาที่ปิดสนิท หัวใจฉันหล่นวูบลงไปอยู่ที่ปลายเท้า 

    “พี่เจจจจ—!!” คนข้าง ๆ สะดุ้งทันที คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้นช้า ๆ

    “ส้ม…” เสียงเขายังแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น 

    “เป็๲อะไร” ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวแทบถึงคอ ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา

    “ทำไมส้มมาอยู่ที่นี่ได้คะ?!” เขานิ่งไปหนึ่งวินาที ก่อนจะมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

    “เมื่อคืนใครเป็๲คนลากพี่ลงข้าง ๆ เตียงล่ะ”

    “คะ?!” สมองฉันพยายามประมวลผล ภาพแวบขึ้นมา…ชักกี้งั้นเหรอ 

    ไม่นะ!!!! โลกทั้งใบเงียบลงอีกครั้ง

    “เรา…จำอะไรได้บ้างไหม” พี่เจพูดขึ้น และนั่นยิ่งทำให้ฉันอยากกรี๊ดอีกรอบ

     ภาพที่ฉันกับพี่เจจูบกันย้อนกลับมาในความทรงจำฉันอีกครั้ง ถ้าฉันแกล้งไขสือว่าจำไม่ได้เขาคงไม่รู้หรอก...ใช่มั้ย

    “พี่ขอนอนต่อก่อนได้ไหม…ง่วงมาก แทบไม่ได้นอนทั้งคืน…” เขาตอบทั้งที่ยังหลับตาอยู่ น้ำเสียงเนือย ๆ 

    “พี่เจช่วยปล่อยส้มก่อนได้มั้ยคะ” ฉันขยับตัวเพื่อพยายามดันพี่เจออกห่างอย่างรู้สึกแปลก ๆ เริ่มรู้สึกว่าใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมา

    ทันใดนั้น เขาก็ลืมตาขึ้นมา สายตาคมคู่นั้นมองตรงมาที่ฉัน แววตาคมกริบเ๯้าเล่ห์เล็ก ๆ ทำเอาหัวใจฉันกระตุก

    “ถ้าเรายังไม่เงียบ…” เขาขยับตัวเข้ามาใกล้ 

    “พี่จะทำให้เราเงียบเอง” คำพูดนั้นทำเอาฉันตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าส่งเสียง ไม่กล้าขยับเลยแม้แต่นิด ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกจากอก

    เขาไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม…

     หลังจากที่เขาพลิกตัวกลับไปอีกด้าน พี่เจก็หลับต่อได้อย่างรวดเร็วราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีเพียงฉันที่ยังคงนอนนิ่ง หัวใจเต้นแรงไม่หยุด

     พอฉันหันไปมองเขาอีกครั้ง ใบหน้าของพี่เจดูสงบ ผมยุ่ง ๆ ชี้ฟู ทำให้เขาดูไร้พิษสง คนอะไร…เกิดมาครบสูตรขนาดนี้ ทั้งหน้าตา ฐานะ การศึกษา…

      ในขณะที่ฉันกำลังจะพยายามหาทางลุกจากเตียง พี่เจก็เอื้อมมือมาดึงฉันเข้าไปใกล้ พร้อมโอบรอบตัวไว้หลวม ๆ มืออีกข้างของเขาลูบหัวฉันเบา ๆ

    “พี่เจ…” ฉันกระซิบเบา ๆ แต่เขาไม่ตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจที่ยังคงสม่ำเสมอ

    ฉันได้แต่นอนนิ่งในอ้อมแขนเขา…ไม่กล้าขยับตัวเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ในใจกลับไม่ได้นิ่งตาม นี่ฉัน…กำลังรู้สึกอะไรกับพี่เจอยู่จริง ๆ ใช่ไหม…

    ฉันเผลอหลับไปอีกครั้ง พอตื่นขึ้นมาอีกที…เข็มนาฬิกาก็ชี้ที่เลขสิบเอ็ด

    “ตาย ๆ จะเที่ยงอยู่แล้ว…” ฉันขยับตัวลุกขึ้น พี่เจไม่อยู่แล้ว ฉันก้มสำรวจตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาแรง ๆ สภาพเรียบร้อยดีทุกอย่าง

    หลังจากรวบรวมสติ ฉันก็เดินออกจากห้องนอน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือ คอนโดนี้หรูหราเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นดูพรีเมียม มีระดับราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารตกแต่งบ้าน ในขณะที่ฉันกำลังมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตา กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกทันที

    หิวววววจัง…

     ฉันเดินตามกลิ่นมาที่โซนห้องครัว ภาพตรงหน้าทำให้ฉันเผลอยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว พี่เจกำลังยืนทำกับข้าวอยู่หน้าเตา แสงแดดจากหน้าต่างด้านข้างสาดลงมากระทบเสี้ยวหน้าของเขา เขาใส่เสื้อยืดสีดำเรียบ ๆ กางเกงขาสั้นลำลอง ถึงจะไม่ได้แต่งตัวจัดอะไรเลย ก็ยังดูดีจนน่าโมโห

    “ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มของเขาทักขึ้นโดยไม่หันมามอง

    “ตื่นแล้วค่ะ…” ฉันตอบก่อนจะยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องครัว

    “ไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวอาหารก็เสร็จแล้ว”

    “พี่เตรียมเสื้อผ้าไว้ให้บนโซฟาแล้ว คิดว่าน่าจะพอใส่ได้” เขาพูดเรียบ ๆ เหมือนเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติโดยยังไม่ละมือจากกระทะ

     หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เสื้อผ้าที่พี่เจเตรียมไว้ให้พอหยิบมาสวมถึงได้รู้ว่ามันใหญ่กว่าตัวฉันมาก ฉันยืนสำรวจตัวเองหน้ากระจก เสื้อหลวม ๆ ที่ใส่แล้วคลุมเข่านี้ ทำให้ฉันดูเหมือนเด็กที่ขโมยเสื้อพ่อมาใส่ 

    “เหมือนเด็กเลยแฮะ…” ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

    กลิ่นอาหารหอมฟุ้งลอยมาเตะจมูกทันทีที่ออกมาด้านนอก อาหารทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อยบนโต๊ะ ไข่เจียว ข้าวสวย กับน้ำซุปหอมกรุ่น ฉันหันมองไปรอบห้อง ไร้วี่แววของพี่เจ

    “พี่เจคะ…” 

    “พี่เจ…” ไม่มีเสียงตอบรับ ฉันจึงหันตัวกลับไป…

    โครม! ร่างของฉันปะทะเข้ากับพี่เจอย่างจัง

    “เหวอออ” ฉันร้องเสียงหลงกำลังจะเซล้มแต่พี่เจก็เอื้อมมือมากอดฉันไว้ก่อนจะล้มไปทั้งคู่ 

     ร่างของเราสองคนแนบชิดกันจนฉันรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวพี่เจ และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าพี่เจมองฉันอยู่เช่นกัน เราสองคนยืนอยู่ใกล้กันไม่มีใครพูดอะไร สายตาของพี่เจทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น... 

    “ส้ม…” เขาเรียกชื่อฉันเบา ๆ 

    และในเสี้ยววินาทีนั้น พี่เจขยับเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเราแทบจะหลอมรวมกัน

    “ถ้าพี่ทำแบบนี้…ส้มจะโกรธพี่ไหม?”