พรของอันผิง.

    บทที่ 48 คู่ค้า(พาร์ทท่านพ่อ)

    บทที่48 คู่ค้า(พาร์ทท่านพ่อ)


            ข้าอันหาน ยืนมองคนงานเก็บเห็ดหอมที่ข้าหาวิธีเพาะได้แล้วตอนนี้ความต้องการเห็ดหอมสดนั้นแยกออกเป็นสามทาง ทางแรกคือ เถ้าแก่อู๋ที่เน้นขายผักสวนครัวตามบ้านเรือนในเมืองและยังขายให้หมู่บ้านอื่นที่ชาวบ้านมีฐานะด้วย

            ทางที่สองเป็นคุณชายจูเหล่าซานของเหลาอาหารจูซึ่งปริมาณการสั่งซื้อจะเยอะกว่าเถ้าแก่อู๋

            ทางที่สามคือร้านหรูอี้คู่ค้าใหม่คนที่ริเริ่มติดต่อเรื่องค้าขายคือหลงจู๊ที่ดูแลร้านหรูอี้อยู่ ณ ตอนนี้นามว่าจ้าวเหวิน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นญาติกับจ้าวหยงคนที่มาพาพ่อลูกหยางกลับไปหรือไม่

            ดูท่าแล้วความเป็นมาของพ่อลูกหยางก็คงไม่ธรรมดาจากคนเร่ร่อนไหนเลยจะมีญาติที่ทำกิจการค้าได้แบบนี้แถมยังตั้งร้านค้าได้อย่างมั่นคงเสียด้วย

            ถ้าเท้าความ ข้าพบกับจ้าวเหวินตอนที่จะไปไกล่เกลี่ยกับกลุ่มอันธพาลเรื่องที่ช่วยเหลือปู่หลานสกุลหลินจึงบังเอิญพบกันระหว่างทาง เขาจึงบอกว่าจ้าวหยงฝากของมาให้ ดังนั้นข้าจึงตามไปด้วยอย่างไรเสียพ่อลูกหยางก็มีบุญคุณนำพาชีวิตข้ากลับมาหาลูกเมีย

            เมื่อเข้ามานั่งในห้องทำงานของจ้าวเหวินเขาก็ไปหยิบกล่องใบเล็กมาวางไว้ตรงหน้าข้าพอข้าเปิดดูข้างในนั้นเป็นไข่มุกเม็ดเล็กอยู่จำนวนมากเหมาะที่จะทำเครื่องประดับสตรี

            “นี่คือ” หลังจากเห็นของในกล่องจึงถามจ้าวเหวิน

            “พี่จ้าว ฝากมาให้ท่าน ค่าตอบแทนเรื่องวิธีเพาะเห็ดบัวและอะไรต่อมิอะไรที่เขาขอไปนะ แล้วยิ่งเห็ดบัวอย่างหลังนี่ทำรายได้ให้ทางแดนใต้ไม่น้อย”

            “ไม่เป็นไรหรอกขอรับบ้านข้าเองก็แจกจ่ายวิธีเพาะให้ชาวบ้าน”

            จ้าวเหวินหัวเราะ ยิ้มตาหยี

            “แต่คนที่ถือกำเนิดเห็ดบัวขึ้นมาก็คือบ้านอันนะรับไปเถอะ ไม่อย่างนั้นข้าอาจโดนพี่จ้าวไล่ออกจากงานได้อีกอย่างข้าชอบอำเภอเจียงใต้นี้มาก ข้าไม่อยากถูกย้ายไปที่อื่นต่อให้ข้าโน้มน้าวท่านรับไม่ได้ ก็จะมีคนอื่นมาพูดกับท่านให้รับไข่มุกนี่อยู่ดีพี่จ้าวน่ะ เป็นพวกช่างตื๊อจนน่ารำคาญ”

            ข้าก็นึกภาพออก ตอนเขาเดินตามภรรยาข้าห่างๆ เพื่อถามโน่นถามนี่ดีว่าสิ่งที่บ้านอันคิดค้นมานั้นอันหยางก็จำได้ และทำเป็นเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่อันหยางแทน คิดแล้วก็โล่งใจ พอนึกถึงภาพนั้นก็มิสู้รับของที่เขาให้เป็นค่าสินน้ำใจนี้ มองไข่มุกแล้ว ข้าก็อยากจะทำสร้อยคอให้หลานเอ๋อร์ 

            เพราะเครื่องประดับที่มี ตอนนี้น่าจะไม่มีเหลือ ระหว่างที่ข้าหายไปอันหลานคงนำไปแลกเป็นเงินเพื่อนำมารักษาลูกสาวตัวน้อยของเราแล้ว

            “ถ้าเช่นนั้นข้าจะรับสิ่งนี้ไว้ ฝากขอบคุณจ้าวหยงด้วย”

            จ้าวเหวินยิ้มรับอย่างหน้าชื่นตาบานพร้อมถอนหายใจแสดงอาการโล่งใจให้ข้าเห็นอย่างชัดเจน โดยไม่รู้สึกกระดากอายสักนิด

            “ข้ามีเรื่องอยากเจรจากับท่านอันเพิ่มขึ้นด้วย”

            เมื่อข้าเก็บกล่องไข่มุกแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นมองไปที่คู่สนทนา เป็นเชิงแทนคำตอบว่าท่านจะเจรจาอะไร จ้าวเหวินเห็นปฏิกิริยาดังนั้น เขาจึงพูดต่อ

            “ข้าว่าจะทำการค้ากับท่านเรื่องพริกข้าทราบมาว่าท่านให้ชาวบ้านปลูกพริกด้วย และคนที่รับซื้อเป็นเครือจูแต่ว่าตอนนี้พวกเขาคิดอยากซื้อต้นกล้าไปปลูกเอง” เขาหยุดการพูดและยกชาขึ้นมาจิบ จากนั้นก็พูดต่อ “เป็นอย่างนี้จะไม่ดีต่อตัวท่านนะ”

            แน่นอนข้าย่อมทราบ ข้าเองก็พยายามหาลู่ทางอยู่

            เมื่อยังเห็นข้าเงียบและรับฟัง ข้าเองก็อยากฟังข้อเสนอของร้านหรูอี้จ้าวเหวินจึงพูดต่อไปว่า

            “ถ้าพริกออกมาเยอะก็จะมีเยอะเกินความต้องการของเมืองเจียงใต้ชาวบ้านทั่วไปไม่ได้ใช้พริกประกอบอาหารอะไรมากมาย และด้วยราคาของมันพวกเขาคงไม่ซื้อหาอยู่แล้ว”

            “ท่านจ้าวต้องการเสนออะไรขอรับ”

            จ้าวเหวินหัวเราะออกมา ยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง

            “ข้าก็อยากซื้อพริกแห้งของท่านก่อนก็อย่างที่ว่าพอมันผลิตออกมาเยอะ มิสู้ทำเป็นพริกแห้งและข้าก็นำไปขายในตัวเมืองอื่นแทน”

            “ก็เป็นข้อเสนอที่ดี ไม่ทราบว่าราคาพริกแห้ง”

            “อยู่ที่ชั่งละ 400 อีแปะแต่ถ้าราคาพริกสดลดลง ราคาชั่งก็ต้องลดลงตามนะ”

            ราคาที่จ้าวเหวินเสนอมานั้นไม่แย่นัก เพิ่มจากของเดิมอีก 100อีแปะ ก็ยังดีกว่าข้าต้องไปดำเนินการหาลูกค้าเองให้ทางหรูอี้เป็นคนจัดการ

            “สำหรับเรื่องนี้ข้าตกลง”

            “และข้าก็มีข้อเสนออีกเรื่องนั่นก็คือปลูกพริกที่ต่างเมือง แล้วรายได้หารครึ่งกันแต่ข้าจะไม่ขอรับรู้วิธีปลูกพริกของบ้านท่าน แต่จะซื้อต้นกล้าซึ่งข้ารู้ว่าพวกบ้านจูก็ซื้อแบบมีดินติดเป็นกระบะไปได้ แทนที่ท่านจะขายต้นล่ะ 5อีแปะ ไม่สู้ทำร่วมกัน ท่านเพาะต้นกล้าพริกให้ข้าแล้วข้าก็นำมันไปปลูกที่ต่างเมือง ท่านแค่สอนวิธีดูแลพริกเหล่านี้กับข้าและเราก็แบ่งกำไรกันเมื่อพริกที่ต่างเมืองนั้นเก็บผลได้”

            ข้อเสนอนี้ ทำให้ข้าอันหานหวั่นไหวไม่น้อยสิ่งที่ข้าต้องลงทุนลงแรงก็คือต้นกล้าพริก แถมยังได้กำไรไปด้วย ไม่รู้ว่าจะเป็นการเอาเปรียบไหม

            “ท่านไม่ต้องคิดมาก กำไรที่แบ่งคนละครึ่งก็สมควรแล้วเพราะถ้าไม่ได้ท่านคิดวิธีปลูก แล้วจะมีพริกเกิดขึ้นมาได้อย่างไรเราคงต้องนำเข้าจากทางจงหยวน และอีกอย่างก็เกิดการจ้างงานให้ชาวบ้านมีรายได้ด้วยเหมือนอย่างที่ท่านให้กับหมู่บ้านหยาง แต่ท่านต้องทำใจระดับหนึ่งนะเมื่อข้าขยายทิศทางในการปลูกไปเรื่อยๆ พริกอาจจะมีเยอะขึ้น เมื่อนั้นราคามันจะตกแต่ข้าคิดว่า อย่างไรเสียช่วงแรกเราก็คงได้กำไรอยู่ดี”

            ข้าเห็นด้วยกับคำพูดของจ้าวเหวินเมื่อถึงเวลาหนึ่งก็คงมีคนหาวิธีปลูกพริกนั้นได้เป็นแน่ อย่างเครือจูที่เคยมาทำทีเปรยๆ  ขอซื้อวิธีเพาะพริกอยู่เหมือนกัน แต่ข้าปฏิเสธไป

            ถ้าทำการค้ากับจ้าวเหวินแห่งร้านหรูอี้ข้าก็มีหน้าที่แค่เพาะต้นกล้าพริก นึกถึงหยางสือและหยางเป่าข้าก็อยากจะวัดใจทดลองทำการค้ากับร้านหรูอี้ดู

            “ได้ ตกลงตามท่านว่า”

            จ้าวเหวินพยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นจึงว่าด้วยเรื่องสัญญาต่างๆและจำนวนสินค้าที่ต้องการ

            ความจริงใจของจ้าวเหวินยังมีอีกเรื่องก็คือเรื่องราคาของเห็ดหอมสดที่บอกกับข้าว่า ควรจะต้องขายชั่งละ 700อีแปะ และหาวิธีทำเห็ดหอมตากแห้งมาให้ข้าด้วย และยังพูดติดตลกว่านอกจากค้าพริกเราคงต้องมาทำสัญญาค้าเห็ดหอมกันเสียแล้ว

            แน่นอนข้าย่อมเห็นด้วย

            ดังนั้นเห็ดหอมที่ข้าหาวิธีเพาะได้ เมื่อออกดอกและสามารถเก็บขายข้าจึงขยายโรงเรือนเพาะเห็ดหอม เพิ่มขึ้นอีกสองโรงเรือน

            ถ้าเห็ดหอมสดขายไม่หมด ข้าก็เก็บทำเป็นตากแห้ง เหมือนพริกแห้งแต่เห็ดหอมแห้งนั้นได้รับความนิยมมากกว่าพริกแห้ง ดังนั้นไม่ใช่แค่เหลาอาหารเครือจูแต่ก็มีพ่อค้าที่อื่นมาถามซื้อด้วย แม้แต่โรงหมอเองก็มาติดต่อ

            ดูท่าการขยายโรงเรือนเห็ดหอมขึ้นจะมาเร็วๆ นี้แน่นอน

            ส่วนผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ทำทีเป็นถามเรื่องเพาะเห็ดหอมอย่างเห็ดบัวแต่เพราะข้าอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหยางนี่ ข้าจึงนำเห็ดหอมไปมอบให้เขาเพื่อเป็นการแสดงน้ำใจและความเคารพ ผู้ใหญ่บ้านรับไว้ด้วยความดีใจ ก่อนจะเปรยๆออกมาว่า

            “ตั้งแต่เจ้ากลับมา หมู่บ้านเราก็มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต้องเข้าไปหางานในเมือง ไหนจะต้นพริกที่เจ้าขายต้นกล้าให้พวกชาวบ้านอีกแค่นี้ก็ดีแล้ว เจ้าสบายใจได้ ข้าไม่ถามเรื่องเห็ดหอมนี้กับเจ้าหรอกยิ่งถ้าเจ้ามีกิจการเยอะขึ้น ขออย่างเดียวอย่าลืมจ้างคนในหมู่บ้านพอ”

            “ขอรับอย่างไรข้าก็ต้องพึ่งคนในหมู่บ้านเราก่อนเป็นหลัก”

            จากนั้นข้ากับผู้ใหญ่บ้านก็คุยกันเรื่องสถานศึกษาที่ข้าเปิดสอนบอกว่าใครมีแววบ้าง

            “ข้าก็หวังว่าลูกชายข้าถึงแม้ตอนนี้จะสอบได้เป็นซิ่วไฉมาหลายปีสอบครั้งหน้าไม่รู้จะผ่านระดับไปได้ไหม ถ้าในหมู่บ้านมีคนมีแววได้อีก เผื่อสอบได้ขั้นสูง หมู่บ้านเราก็จะได้มีชื่อเสียงขึ้นไปอีก”

            เรื่องนี้ข้าคงได้แต่รับฟัง เพราะความจริงการเป็นขุนนางนั้นไม่ได้จบตรงที่การสอบเท่านั้น แม้แต่จอหงวนเอง ถึงสอบได้แต่ไม่รุ่งเรืองก็มีให้เห็นอยู่ สำหรับชาวบ้านสิ่งสำคัญที่สุด คือ การจะได้ยกฐานะของครอบครัวตนเองขึ้นไป

            แต่ถ้าได้ไปสัมผัสโลกใบนั้น จะเห็นก็แต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นยกตนข่มท่าน ถ้าผ่านเข้าไปไม่มีคนหนุนหลัง อย่างเช่นอาจารย์คนดังที่มีลูกศิษย์ลูกหาที่ประสบความสำเร็จคอยหนุนหลังหรือแม้แต่ครอบครัวที่มีหน้ามีตาอยู่แล้ว

            ก็ต้องเป็นคนที่เก่งแบบเฉิดฉาย ชนิดที่ลูกท่านหลานเธอก็กลบไม่มิดซึ่งคนแบบนี้ส่วนมากมักผันตัวเป็นกุนซือ

            สำหรับข้าการเปิดโรงเรียน ถ้าพูดอย่างเห็นแก่ตัวก็คือเรื่องรายได้ผลพลอยได้ก็คือเด็กในหมู่บ้านจะได้อ่านออกเขียนได้อย่างน้อยก็จะไม่โดนคนไม่ดีหลอกลวงได้ และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองอีกด้วย

            หลังจากกลับจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน ข้าก็มีอีกหนึ่งอย่างที่ต้องทำและตั้งความหวังไว้มาก นั่นคือการปลูกต้นโมลี่ฮวา(ดอกมะลิ)เดิมทีข้าลองแหวกดอกโมลี่ฮวาดูพบเมล็ดบ้างไม่พบบ้าง ลองนำเมล็ดเพาะลงกระบะดินผ่านมาได้สองสัปดาห์ก็ยังไม่มีต้นกล้างอกขึ้นมา หรืออาจจะต้องใช้เวลามากกว่านี้

            ระหว่างรอการเพาะเมล็ด ข้าจึงต้องสังเกตการเติบโตของมัน จึงพบว่ามันจะแตกออกมีรากแล้วขยายอีกทีซึ่งถ้ารอวิธีนี้อาจต้องใช้เวลานานกว่าจะมีจำนวนหลายต้น พอที่จะเก็บมาทำชาได้

            หรืออาจต้องรอวิธีตามธรรมชาตินี้

            ระหว่างที่ข้าค้นคว้าหาวิธีปลูกต้นโมลี่ฮวา อันหยางก็ทำตามไปด้วยเมื่อข้าเพาะเมล็ด อันหยางก็ใช้วิธีเลือกกิ่งของต้นโมลี่ฮวาออกมาแล้วนำไปปักในกระบะดินที่ข้าใช้เพาะพริก

            “หยางเอ๋อร์ทำไมถึงตัดกิ่งโมลี่ฮวามาปักในดิน” ข้าถามไปอย่างที่สงสัย

            “เมื่อคืนข้าฝันขอรับท่านพ่อ คนในฝันเป็นคนเดียวกับท่านเซียนที่มาบอกจุดฝังหยกเช้านี้ข้าจึงมาลองทำดู”

            คำตอบพร้อมสีหน้าและแววตาที่เชื่อมั่นของอันหยางเพราะหยกกล่องที่เก็บไว้เป็นสมบัติตอนนี้ นั้นเป็นหลักฐานว่าความฝันนั้นเป็นจริงและตัวข้าก็ค่อนข้างที่จะเชื่อเรื่องนี้บ้างแล้ว หลังจากคนเราประสบเคราะห์กรรมถ้าผ่านพ้นไปได้ ก็ย่อมมีแต่เรื่องดีๆ ใช่ไหม อย่างเช่นตอนนี้สิและข้าก็หวังให้บ้านอันเราสามารถปลูกดอกโมลี่ฮวาได้เป็นสวน อย่างกับต้นพริก 

            นั่นหมายถึง ครอบครัวของข้าก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกแน่นอนว่าข้าย่อมคาดหวังให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวดียิ่งขึ้นเพื่อเติมเต็มเรื่องในใจบางอย่าง แม้ตอนนี้จะมีรายได้หลายทาง แต่มันจะดียิ่งกว่านี้ถ้ามีมากกว่านี้ เพราะในอนาคตไม่แน่อาจมีการโคจรมาพบกันซึ่งข้านั้นไม่อยากให้เกิดขึ้น    

            ตอนนี้ข้าก็ทำได้เพียงภาวนาว่าการเพาะต้นโมลี่ฮวานั้นฟ้าจะเป็นใจ

            และดูท่า ฟ้าจะเป็นใจจริงๆ ในสัปดาห์ที่สามอันหยางได้ลองปักกิ่งโมลี่ฮวาไว้ 5 กิ่ง เมื่อกลับจากสถานศึกษาในเมืองเขาก็มาดูกิ่งพวกนี้ และเขาลองดึงดูกิ่งหนึ่งมีรากติดออกมาด้วยเขาดีใจเป็นอย่างมาก

            และข้าผู้เป็นพ่อนั้นดีใจยิ่งกว่า พรุ่งนี้ตอนบ่าย พอสอนหนังสือเด็กๆเสร็จ ข้าคงต้องแวะไปซื้อที่เพิ่มอีกแล้ว คราวนี้ซื้อทั้งหมดทั้งแถบที่อยู่ถัดจากสวนของเขาไปให้หมดเลยจะได้ไม่ต้องไปดำเนินเรื่องซื้อบ่อยๆ ให้เสียค่าดำเนินการ          

            เมื่อดำเนินการเรื่องที่ดินเสร็จ ก่อนหน้านี้ข้ารู้อยู่แล้วว่าอันหยาง เลือกกิ่งต้นโมลี่ฮวานี้อย่างไร ข้าจึงมาจัดการเรื่องนี้ต่อ น่าแปลกพุ่มโม่ลี่ฮวาเหมือนจะขยายเยอะขึ้น เวลาเพียงสามสัปดาห์จะขยายได้ขนาดนี้เลยเหรอ 

            แต่ก็นี่ย่อมเป็นผลดี ข้าจึงคัดเลือกกิ่งโมลีฮวาออกมาได้ประมาณ 20กิ่ง และเตรียมไปปักดินต่อในกระบะ หลังจากนี้ก็รอเวลาราว 3สัปดาห์น่าจะเห็นผล

            เมื่อจัดการปักกิ่งโมลี่ฮวาเสร็จก็เย็นแล้วตอนเดินมาจากหลังบ้านเพื่อไปอาบน้ำ ก็เห็นสองแม่ลูกช่วยกันอยู่ในห้องครัวข้าจึงเข้าบ้านทางหน้าบ้าน เพราะไม่อยากรบกวนสองแม่ลูก และไปอาบน้ำชำระตัว

            มื้อเย็นจึงมาที่โต๊ะอาหารพร้อมอันหยาง และบนโต๊ะอาหารนั้นมีรายการอาหารที่ทำขึ้นด้วยเต้าหู้เท่าที่ข้ารู้มาอำเภอเจืองใต้นั้นไม่มีร้านขายเต้าหู้ถ้าอยากกินต้องกินที่เหลาทั้งหลาย ซึ่งน่าจะซื้อมาจากต่างเมืองอีกที

            ในใจข้ารู้สึกว่า จะต้องมีความบังเอิญสักทาง เพราะลูกสาวตัวน้อยของข้าก็ขลุกอยู่กับคนเป็นแม่ในห้องครัวนั้นเอง

            และเรื่องก็ได้รับการเฉลยโดยคนเป็นแม่ จะให้แปลกใจก็แปลกใจบ่อยจนชินแล้ว ลูกสาวของข้าเป็นคนทำเต้าหู้ขึ้นมาหรือจะเป็นอย่างที่อันหยางเคยแอบกระซิบข้าว่า น้องสาวนั้นมีเทพโชคลาภดูแลอยู่ไม่อย่างนั้นเด็กวัยเท่านี้ต่อให้อยากรู้อยากลองทำอะไรแต่อันผิงกลับทำได้ไม่เคยเสียของเลย

            ถ้าข้าได้ไปเมืองหลวง คงจะต้องไปจุดธูปถวายศาลเจ้าที่เทพเจ้าโชคลาภตั้งอยู่เสียแล้วแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการทำอาหารของภรรยาข้าอร่อยมากยิ่งเป็นรายการอาหารที่ไม่ได้กินนานมากแล้วอย่างเต้าหู้ทั้งหลายเหล่านี้

            วันนี้หลังจากจูงมืออันผิงกลับมาจากสถานศึกษาก็เจอเข้ากับจ้าวเหวินที่มารออยู่ที่บ้านแล้ว เขาพาชายวัยกลางคนมาด้วยคนหนึ่ง

            ข้าจึงพาพวกเขาไปคุยกันที่ไร่ ที่ตอนนี้ ข้าได้สร้างศาลาเล็กไว้สำหรับคุยงานโดยเฉพาะ 

            “นี่คือเถ้าแก่หง แห่งเมืองเจียงกลางเขามีความสนใจพริกสดของเจ้า” เมื่อได้นั่งพักแล้วจ้าวหยงก็แนะนำชายวัยกลางคนที่ติดตามมา

            “ข้าอันหานขอรับ” ข้าจึงแนะนำตัวกับฝั่งตรงข้ามเถ้าแก่คนนี้รูปร่างผอมสูง ตรงคางมีเคราสีดำยาวเล็กน้อย เขายิ้มรับทางการค้า

            “ยินดีที่ได้รู้จัก ท่านอันหาน” เมื่อทักพอเป็นพิธีเถ้าแก่ผู้นี้จึงบอกจุดประสงค์ของตนที่มา เดิมทีข้าไม่อยากทำสัญญาซื้อขายพริกเพราะกลัวจะกระทบกับเครือจู

            “ข้าได้ข่าวว่า เครือจูกำลังหาวิธีเพาะพริกเอง” เป็นจ้าวเหวิน กล่าวขึ้นมา

            “พวกเขาช่างโลภมากนัก เจ้าไม่รู้อะไร เขาให้คนมาทำที มาติดต่อผู้ใหญ่บ้านเรื่องต้นพริกหรือแม้กระทั่งหาทางจะติดต่อกับจางฝายคนที่ช่วยเจ้าเพาะต้นกล้าพริกขึ้นมา”

            ข้าเองถึงแม้ลึกๆ ว่าจะต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่ไม่คิดว่าจะมาเร็วถึงเพียงนี้

                “แต่เจ้าวางใจเถอะผู้ใหญ่บ้านของเจ้าปฏิเสธ แต่คงไม่ได้แจ้งข่าวเจ้าอาจเพราะเห็นแก่สินน้ำใจที่พวกเขาให้ ส่วนจางฝายนับว่าเป็นคนดีผู้ใหญ่บ้านถึงจะปฏิเสธแต่ก็มีมาลอบถามจางฝายอยู่เหมือนกัน”

            ข้าถอนหายใจโล่งอก แต่ว่าเงินทองมากองอยู่ตรงหน้านั้น ข้าก็หวั่นใจนักกับจางฝายนั้นข้าไม่ห่วง เขาซื่อสัตย์ยิ่งนัก แต่ผู้ใหญ่บ้านนี่สิแต่เหนือสิ่งอื่นใด คนของร้านหรูอี้นี่น่ากลัวยิ่งกว่าพวกเขารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร

            “ข้าว่าพี่หาน  เจ้าไม่ต้องไปเกรงใจพวกเขาเครือจูหรอก” จ้าวเหวินกล่าวย้ำอีกครั้ง

            “แล้วพี่หานไม่ต้องตกใจไป เรื่องพวกนี้ข้ารู้ได้อย่างไรนั่นเพราะข้าหาสายข่าวจากเครือจู ไม่ได้หาจากคนในหมู่บ้านนี้ อ้า จะว่าไปแล้วหมู่บ้านท่านชาวบ้านซื่อสัตย์กันจริง แค่คนเครือจูมาถามไถ่ พวกเขาก็บอกไม่รู้อย่างเดียว”

            ข้าจึงตกลงจะทำสัญญาซื้อขายพริกกับเถ้าแก่หงผู้นี้ราคาก็เหมือนขายให้คุณชายจูนั่นแหละ และเพิ่มการขายเห็ดหอมสดและเห็ดหอมแห้งเข้าไปด้วย

            ตอนที่จะขอตัวไปหยิบกระดาษกับพู่กันมาเขียนสัญญา ก็หันไปเห็นลูกสาวตัวน้อยนำไม้ไผ่หัวแหลม ที่จางฝายทำให้เพื่อเอาไว้ให้เจ้าตัวพรวนดินกำลังทำท่าจิ้มดินตรงโน้นตรงนี้อยู่ไม่ห่างจากศาลา

            “แม่หนูอันผิงทำอะไร” จ้าวเหวินร้องทักเขายิ้มตาหยีอย่างเอ็นดูเด็ก

            “ทดลองใช้ไม้นี่พรวนดินเจ้าค่ะสวัสดีเจ้าค่ะท่านอาจ้าวเหวิน และท่านลุง” ทำท่าน่ารักเพื่อครุ่นคิดว่าคนผู้นี้คือใครเถ้าแก่หงจึงต้องแนะนำตัวเอง

            ส่วนข้าคนเป็นพ่อมองดูรอบๆ ศาลาเล็กนี่ ให้อย่างไรก็ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าอะไรให้ต้องพรวนดินบางทีเขาก็ไม่อยากคิดนะ ว่าลูกสาวของเขา อยากรู้เรื่องราวที่เขาพูดคุยกับแขก

            ทุกทีจะต้องมานั่งข้างๆ ถึงแม้จะนั่งนิ่งๆ ก็เถอะ แต่ทำบ่อยๆ เข้าข้ารู้สึกว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทต่อแขก ข้าจึงสั่งสอนการปฏิบัติตัวของสตรีว่ามีแขกผู้ชายมา จะต้องอยู่ภายในเรือน ลูกสาวก็ดูเชื่อฟังอย่างเหลือเชื่อพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

            ตอนนี้กลับมาใช้ไม้ไผ่จิ้มดินพร้อมยิ้มทางการค้ากับเหล่าคู่ค้าของข้าเสียอย่างนั้น


    คล้ายกับเรื่องพรของอันผิง. ที่คุณอ่าน

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258