บันทึกราชันย์เทพอสูร

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ตะเกียงวิญญาณ

            เฉินหลินเจี้ยนและพวกมาถึงบริเวณโรงฝึกทหารที่นี่เป็นลานฝึกโล่งกว้างซึ่งปกติแล้วไม่เป็นที่น่าสนใจแม้แต่น้อย

            “ขุดลงไปสามฉื่อ!”(๑ ฉื่อประมาณ ๑ ฟุต)

            คนของเฉินหลินเจี้ยนนำเครื่องมือต่างๆ ออกมาและเริ่มลงมือขุดดิน

            เวลานี้ ในวังใต้ดิน

            “เนี่ยหลี ทางออกอยู่ตรงไหน?”เยี่ยจื่ออวิ๋นเอ่ยถาม พวกเขาค้นหามาสองวันแล้ว แต่ก็ยังไม่พบทางออก

            “ที่นี่ไม่มีทางออก”เนี่ยหลีส่ายหัว “หากมีทางออก คนพวกนั้นก็คงไม่ติดอยู่ในห้องโถงหลักแห่งนี้จนตาย”

            “ไม่มีทางออกรึ?” เยี่ยจื่ออวิ๋นตกใจอยู่ครู่หนึ่งและเอ่ยถามเสียงเศร้า “เช่นนี้พวกเราก็ไม่สามารถออกไปได้แล้วใช่หรือไม่?”

            “นั่นกลับไม่จำเป็น พวกคนในห้องโถงถูกส่งเข้ามาจากด้านนอกซึ่งก็หมายความว่าคนที่อยู่ด้านนอกสามารถขุดทางออกได้ พวกเราได้แต่หวังว่าเฉินหลินเจี้ยนจะสามารถช่วยพวกเราขุดทางออกให้พวกเราได้ข้าเดาว่าทางออกน่าจะอยู่ตรงนั้น บริเวณสนามฝึกทหาร!” เนี่ยหลียิ้มบางๆ“พวกเขาจะต้องหามันพบอย่างแน่นอน!”

            “เจ้าแน่ใจเช่นนี้ได้อย่างไรว่าเขาจะหามันพบรึ?”เยี่ยจื่ออวิ๋นเอ่ยถาม เนี่ยหลีมักมีความมั่นใจเสมอ ราวกับทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือของเขาแล้วกระทั่งยังดื้อรั้นคิดว่าเยี่ยจื่ออวิ๋นจะชอบเขาได้ หากทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนสามารถเป็นไปตามที่เขาคิดได้เช่นนั้นเขาก็เป็นเทพเจ้าผู้มีอำนาจไม่สิ้นสุดแล้วกระมัง?

            เสียงของเยี่ยจื่ออวิ๋นเพิ่งหยุดลง ผนังหินก็พลันสั่นขึ้นมาเล็กน้อย

            “มันเริ่มต้นขึ้นแล้ว!”เนี่ยหลียิ้มบางๆ จากจุดที่เกิดแรงสั่นสะเทือน เขาจึงสามารถกำหนดได้ว่าทางออกอยู่ตรงไหนเขาหันไปทางเยี่ยจื่ออวิ๋นและพูดว่า “ไปกันเถอะ!”

            ครั้นกล่าวจบแล้ว เนี่ยหลีก็เริ่มออกเดินไป

            เยี่ยจื่ออวิ๋นคิดจะเอ่ยปากแต่ไม่รู้ว่าจะประเมินสถาณการณ์อย่างไรแล้วเนี่ยหลีเป็นสัตว์ประหลาดโดยแท้ เหตุใดจึงรู้ไปหมดทุกเรื่องเช่นนี้? หรือจะมีสักวันหนึ่งที่นางจะกลายเป็นเพื่อนหญิงของเนี่ยหลีจริงๆ รึ?เยี่ยจื่ออวิ๋นบอกไม่ถูกว่านางรู้สึกอย่างไร สองแก้มก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อยก้มศีรษะนิ่งเงียบไป

            ตง ตง ตง!

            เฉินหลินเจี้ยนและพวกกำลังขุดหลุมเป็นบริเวณกว้าง!

            “ที่แท้ทางออกอยู่ตรงนี้นี่เอง!”เนี่ยหลีพาเยี่ยจื่ออวิ๋นเดินตามต้นเสียงมา ในที่สุดก็มาหยุดลงตรงหน้ากำแพงหินแห่งหนึ่งเขามองดู กำแพงหินแห่งนี้คงเป็นกลไกอย่างหนึ่ง ก่อนหน้าที่เดินผ่านมาทางนี้กลับไม่พบเห็นสิ่งใด

            เนี่ยหลีวางมือลงบนกำแพงหินและค่อยๆ ผลักมือออกไป

            ครืนๆ!

            กำแพงหินค่อยๆ หมุนขยับ และห้องศิลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตาของเนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋น

            ภายในห้องศิลาแห่งนี้มีบันไดท่อนหนึ่งนำขึ้นไปทว่าทางออกกลับถูกปิดกั้นไว้ด้วยอะไรบางอย่างคล้ายพวกหินขนาดใหญ่ ด้านหลังยังมีเสียงตึงๆตังๆ คงมีคนกำลังขุดเปิดทางออกอยู่

            ทุกสิ่งที่อยู่ในห้องศิลานี้ทำให้เนี่ยหลีและเยี่ยจื่ออวิ๋นอดที่จะตะลึงลานมิได้

            สถานที่นี้เต็มไปด้วยชุดเกราะระดับทองแดงและระดับเงินสารพัดอย่างมีแม้กระทั่งยันต์จำนวนมากมาย ผลึกอสูร ขนสัตว์ เขาสัตว์ ยังมีโลหะพิเศษหายากและเหรียญทองกองเป็นภูเขานั่นคงเป็นเงินเหรียญในยุคอาณาจักรเสินเซิ่ง

            ยังมีสิ่งประดิษฐ์อันทรงคุณค่าที่ไม่รู้จักอีกมากมายซึ่งคงจะเป็นสมบัติล้ำค่าในยุคอาณาจักรเสินเซิ่ง

            หากมีคนได้ทรัพย์สมบัติเหล่านี้ไปและนำออกประมูลในเมืองกวงฮุยเกรงว่าคงต้องร่ำรวยมหาศาลแล้ว!

            “จื่ออวิ๋น เจ้าไปเลือกสักหลายๆชิ้นเถอะ!” เนี่ยหลีพูดกับเยี่ยจื่ออวิ๋น ในนี้มีสมบัติล้ำค่ามากมายแหวนมิติของพวกเขาไม่อาจเก็บของได้มากนัก และหากพวกเขาเก็บสมบัติไปทั้งหมด เฉินหลินเจี้ยนและคนอื่นๆก็คงต้องพูดอะไรบ้างแล้ว

            เนี่ยหลีมิใช่คนโลภ เขาเพียงต้องการเลือกเก็บสิ่งที่ตนต้องการก็พอแล้ว

            สายตาของเนี่ยหลีตกอยู่บนแท่นหินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปบนแท่นหินนั้น แสงตะเกียงเล็กๆ กำลังส่องแสงวูบวาบอยู่ ในลำแสงตะเกียงนี้มีแสงสีที่เต็มไปด้วยความลึกลับ

            เมื่อเห็นตะเกียงนี้ ใบหน้าของเนี่ยหลีเต็มไปด้วยความลิงโลดยินดีนี่ต้องเป็นตะเกียงวิญญาณปีศาจเงาอย่างแน่นอน!

            ปีศาจเงาเป็นสัตว์อสูรที่ลึกลับและหาได้ยากยิ่งตำนานกล่าวไว้ว่าเมื่อครั้งที่อาณาจักรเฟิงเสวี่ยสูญสิ้น มีจิตอสูรปีศาจเงาเหลือทิ้งไว้เพียงเจ็ดดวงพวกมันถูกสร้างเป็นตะเกียงวิญญาณเจ็ดดวงและถูกเก็บไว้ในวัดแห่งหนึ่งบนแผ่นดินใหญ่เซิ่งหลิงต่อมาตะเกียงเหล่านี้ถูกพวกโจรขโมยออกไปสู่โลกภายนอก

            เหตุผลที่เนี่ยหลีสนใจตะเกียงวิญญาณปีศาจเงานี้เป็นอันมากก็เพราะเขาต้องการจิตอสูรปีศาจเงาที่ถูกเก็บอยู่ข้างใน!

            หลังจากที่ก้าวถึงระดับเงิน เนี่ยหลีก็จะสามารถหลอมรวมกับจิตอสูรได้ดวงหนึ่ง

            เคล็ดวิชาเทียนเต้าช่วยให้เนี่ยหลีสามารถหลอมรวมกับจิตอสูรที่แตกต่างกันได้เจ็ดชนิดดังนั้นสำหรับจิตอสูรชนิดแรก เนี่ยหลีจึงไม่ต้องการใช้พวกจิตอสูรขยะทั่วไป! แต่ทว่าหากจิตอสูรแข็งแกร่งเกินไปเนี่ยหลีก็ไม่อาจหลอมรวมกับมันได้ ดังนั้นจิตอสูรปีศาจเงาจึงเป็นจิตอสูรที่เหมาะสมที่สุด

            แม้ปีศาจเงาไม่มีพลังการต่อสู้ที่กล้าแข็งทว่ามันเป็นจิตอสูรที่ลึกลับที่สุด มีความสามารถพิเศษมากมาย ดังนั้นหลังจากที่หลอมรวมกับมันได้แล้วต่อให้เนี่ยหลีมีความก้าวหน้า ก้าวไปจนถึงระดับสูงสุดของการฝึกยุทธ์ จิตอสูรปีศาจเงาก็จะยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเขาอยู่

            เมื่อมีจิตอสูรปีศาจเงา เนี่ยหลีจะสามารถเรียนรู้เคล็ดวิชาพิเศษบางอย่างได้!

            ในชีวิตหนก่อน ตะเกียงวิญญาณนี้สุดท้ายก็ตกอยู่ในมือของเสิ่นเยวี่ยและถูกนำออกประมูลในชีวิตนี้มันกลับถูกเนี่ยหลีครอบครองแล้ว

            เนี่ยหลีเก็บตะเกียงวิญญาณนั้น วางมันไว้ในแหวนมิติเขาหันไปเห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นกำลังหยิบเลือกของหลายอย่าง เมื่อมีสร้อยไพลินอยู่แล้วนางจึงไม่สนใจอัญมณีจำพวกเดียวกันอีกเพียงเลือกผลึกอสูรกับสร้อยข้อเท้าเขี้ยวอสูรเส้นหนึ่ง

            เยี่ยจื่ออวิ๋นมีสายตาที่ดี ผลึกอสูรหลายชิ้นที่นางเลือกล้วนเป็นผลึกอสูรของสัตว์อสูรระดับทองดำสัตว์อสูรระดับทองดำนั้นหายากอย่างยิ่ง หากใช้ผลึกอสูรเหล่านี้ทำอาวุธหรือชุดเกราะเป็นส่วนประกอบก็มีโอกาสที่พวกมันจะกลายเป็นอาวุธและชุดเกราะระดับทองดำได้

            ส่วนสร้อยข้อเท้าเขี้ยวอสูรนั้น มันเป็นกระดูกของสัตว์อสูรวายุเหมันต์ระดับตำนานแม้จะเป็นเพียงกระดูกชิ้นเดียว แต่ก็ยังนับว่าหายากยิ่งและสามารถช่วยส่งเสริมพลังจิตอสูรได้

            เมื่อเลือกหยิบของล้ำค่าต่างๆ เสร็จแล้วก็ได้ยินเสียงดังตูมครั้งหนึ่งกำแพงหินขนาดใหญ่ด้านข้างถูกเปิดออกเป็นช่องกว้าง แสงสว่างพุ่งลอดเข้ามาในห้องศิลาเฉินหลินเจี้ยนและพวกเดินเรียงแถวเข้ามา

            “เป็นพวกเจ้าเองรึ?”เฉินหลินเจี้ยนเห็นเยี่ยจื่ออวิ๋นและเนี่ยหลี เขางุนงงตกใจคราหนึ่ง คิดไม่ถึงมาก่อนว่าสิ่งแรกที่จะได้เห็นกลับเป็นเยี่ยจื่ออวิ๋นและเนี่ยหลี

            ได้เห็นเยี่ยจื่ออวิ๋น เฉินหลินเจี้ยนพลันผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหากเยี่ยจื่ออวิ๋นเป็นอะไรไปจริงๆ ต่อให้เขาเก็บเกี่ยวได้กำไรกลับไปบ้าง เกรงว่าก็ยังต้องเผชิญกับเพลิงพิโรธฟ้าคำรามของท่านเจ้าเมืองและท่านเยี่ยโมอย่างแน่นอนในเมื่อเยี่ยจื่ออวิ๋นปลอดภัย เช่นนั้นก็ดีที่สุดแล้ว

            “นายท่าน พวกเรารวยแล้วขอรับมีสมบัติมากมายก่ายกองเลยทีเดียว!”

            พวกลูกน้องของเฉินหลินเจี้ยนอุทานออกมา ข้าวของเงินทองที่กองท่วมห้องศิลาทำให้พวกเขาตะลึงลานไปชั่วขณะ

            ฉู่หยวนและพวกก็เดินเข้ามา พวกเขาทุกคนพากันตื่นตะลึงกับภาพที่อยู่เบื้องหน้านี้ของทุกอย่างในนี้สูงอย่างกับภูเขาขนาดย่อมลูกหนึ่ง หลายอย่างมีมูลค่ามหาศาล น่าจะขายได้นับสิบล้านหรือแม้กระทั่งร้อยล้านเหรียญจิตอสูร

            “เนี่ยหลี ตามข้อตกลงของพวกเราให้เจ้าเลือกของชิ้นแรกก่อน!” เฉินหลินเจี้ยนหันมองเนี่ยหลีและพูดเขาเป็นคนรักษาคำพูดทั้งยังให้ความสำคัญกับมิตรภาพระหว่างตนกับเนี่ยหลี

            “ข้าเลือกไว้แล้ว ที่เหลือทั้งหมดนี้เป็นของพวกเจ้า!”เนี่ยหลีพูดพร้อมยิ้มบางๆ ทรัพย์สมบัติที่กองท่วมเท่าภูเขาเหล่านี้ดูเหมือนไม่เป็นที่สนใจสำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย

            “ข้าก็เลือกได้หลายชิ้นแล้วเช่นกัน”เยี่ยจื่ออวิ๋นพูด “ข้าก็ไม่ต้องการของที่เหลือเหล่านี้แล้ว!”

            เฉินหลินเจี้ยนพยักหน้าเล็กน้อย ให้พวกลูกน้องใช้แหวนมิติเก็บทรัพย์สมบัติเหล่านี้เข้าไป

            ฉู่หยวนเดินตรงเข้ามาข้างกายเฉินหลินเจี้ยนและกระซิบเบาๆว่า “คุณชายเฉิน ท่านยินยอมหรือขอรับ? สองคนนั้นอยู่ในนี้ตั้งนานแล้วคงต้องเก็บของดีไปแล้วไม่น้อย ของมีค่าที่สุดคงถูกพวกเขาเก็บไปหมดแล้ว ดังนั้นจึงไม่สนใจข้าวของที่เหลือเหล่านี้!”

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”เฉินหลินเจี้ยนขมวดคิ้วจ้องมองฉู่หยวน

            ฉู่หยวนพูดเสียงเย็น “ท่านควรบอกให้พวกเขานำสิ่งของทั้งหมดออกมาเสียก่อนจึงจากไปได้ ของที่ดีที่สุดคงต้องถูกพวกเขาเก็บไปแล้วอย่างแน่นอน!” 

            เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่หยวนเช่นนั้น เฉินหลินเจี้ยนทำเสียงขึ้นจมูกพูดว่า“พวกเขามาถึงที่นี่ก่อนพวกเรา พบของพวกนี้ก่อนพวกเรา ต่อให้เก็บของทั้งหมดในนี้ไปจนเกลี้ยงพวกเราก็ไม่อาจพูดอะไรได้ เขาทิ้งของไว้ให้พวกเรามากมายก่ายกองปานนี้ นี่ก็ถือว่าดีที่สุดแล้ว!”

            “คุณชายเฉิน ข้ารับประกันว่าของที่พวกเขาเอาไปทุกชิ้นจะต้องประเมินค่ามิได้ ท่านอย่าเสียใจทีหลังแล้วกัน!” ฉู่หยวนพูดอย่างกระสับกระส่าย

            “ไปให้พ้น อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่เจ้าบาดหมางกับเนี่ยหลีจึงคิดยืมมือข้า ไม่มีทาง” เฉินหลินเจี้ยนยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นเตะใส่ปลายคางของฉู่หยวนส่งเขาปลิวละลิ่วออกไป

            ตูม ฉู่หยวนลอยละลิ่วไปตกหน้าคว่ำ ฟันซี่หนึ่งหลุดออกมาในปากมีเลือดไหลซึมเป็นทาง

            ฉู่หยวนเงยหน้าขึ้นมองเฉินหลินเจี้ยนอย่างแค้นเคืองทว่าไม่นานก็ต้องอดกลั้นความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ เฉินหลินเจี้ยนเป็นคุณชายของตระกูลเตียนเฟิงผู้สืบสายตรงของตระกูลเซิ่งหมิง เขาหรือจะกล้าอาละวาดกับเฉินหลินเจี้ยน?

            “เนี่ยหลี ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของเจ้าข้าไม่ยอมจบกับเจ้าแน่!”

            เฉินหลินเจี้ยนเก็บรวบรวมของล้ำค่าต่างๆ แม้เนี่ยหลีจะเก็บตะเกียงวิญญาณไปแล้วเยี่ยจื่ออวิ๋นก็เลือกของมีค่าไปหลายชิ้น ทว่ายังคงเหลือของมีค่าต่างๆ อีกมากมายในที่นี้สามารถนำออกไปขายได้เป็นเงินมหาศาล เฉินหลินเจี้ยนนับว่าเก็บเกี่ยวกำไรได้ไม่น้อย

            เฉินหลินเจี้ยนตบบ่าเนี่ยหลีและพูดว่า “น้องชาย หากมิใช่เจ้าแนะนำข้าถึงโรงเรียนฝึกทหารแห่งนี้ ข้าก็คงไม่ได้ของมากมายถึงเพียงนี้ครั้งนี้ข้า เฉินหลินเจี้ยน ติดค้างเจ้าครั้งหนึ่ง หากมีสิ่งใดอยากให้ข้าช่วยเหลือในอนาคตข้างหน้าเจ้ามาหาข้าได้ทันที!”

            เฉินหลินเจี้ยนไม่ถามไถ่ถึงสิ่งที่เนี่ยหลีเก็บไปทว่าเพียงกล่าวขอบคุณเขา สิ่งนี้ทำให้เนี่ยหลีมีความประทับใจต่อเขาไม่น้อย ไม่แปลกใจที่เฉินหลินเจี้ยนสามารถกลายเป็นบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในหมู่คนรุ่นใหม่ทั้งสามตระกูลได้!

            “ดี!” เนี่ยหลีก็ตอบรับตรงไปตรงมา “พวกเจ้าต้องเร่งมือเก็บสมบัติเหล่านี้พวกเราต้องรีบไปจากที่นี่กันแล้ว!”

            “ทำไมรึ?” เฉินหลินเจี้ยนเอ่ยถามอย่างสงสัย

            “ข้าไปเจอเข้ากับพวกสมาคมมืดพวกมันกำลังตามหาพวกเรา!” เนี่ยหลีพูดต่ออีกว่า “โชคดีที่วานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรช่วยสกัดกั้นมันไว้ ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่อาจหนีพ้นมาได้!”

            ได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีเช่นนั้น เฉินหลินเจี้ยนแปลกใจเล็กน้อยเขารู้ดีว่าพวกสมาคมมืดเป็นคนเช่นไร หากพวกเขาถูกจับได้คงต้องเป็นปัญหาใหญ่แล้ว

            “มิน่าพวกเราพบว่าวานรยักษ์แขนเทาระดับจิตอสูรตนนั้นได้รับบาดเจ็บที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง!” ลูกน้องคนหนึ่งของเฉินหลินเจี้ยนพูดขึ้นมา

            โชคดี พื้นที่ซากเมืองโบราณกู่หลันกินอาณาบริเวณกว้างขวางนักพวกสมาคมมืดจึงไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน พวกมันอาจกำลังค้นหาพวกเขา ซึ่งหมายความว่าพวกเขาควรต้องรีบไปจากที่นี่โดยเร็ว

            เฉินหลินเจี้ยนชำเลืองมองลึกเข้าไปในวังใต้ดิน

            “ข้าสำรวจทั่วแล้ว ข้างในไม่มีอะไร”เนี่ยหลีพูด

            เฉินหลินเจี้ยนพยักหน้าไม่อาลัยอาวรณ์ หันไปทางลูกน้องทุกคนและตะโกนไปว่า“พวกเราไปกันเถอะ!”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกราชันย์เทพอสูร ที่คุณอ่าน