“ของปลอมเหรอ ?? เธอมั่นใจได้ยังไงอย่างน้อยมันก็ต้องมีค่าแน่ ๆ” เย่เซวียนไม่ยอมรับความจริงแม้จะมีหลายสิ่งที่เขาจะได้ยินมาบ้างว่าเป็นของปลอมในร้านของเขา แต่แจกันนี้ปู่ของเขาทุ่มเงินไปหมื่นหยวนเพื่อซื้อมันมาอย่างน้อยต้องมีค่าอะไรบ้างสิ
“ไอ้มีค่ามันก็มีแหละ น่าจะสองร้อยหยวนเอาไว้ใส่ดอกไม้ในห้องส้วมได้”ฮวาหวู่หลิงตอบกลับมาโดยไม่ได้มองหน้าของชายหนุ่มที่กำลังโศกเศร้าแม้แต่น้อย
“ฉันก็ยืนยันอีกเสียงเนื่องจากเคยเห็นและมีความรู้พวกนี้มาบ้าง เจ้านี่เป็นของปลอมจริง ๆ” ฮวาเสี่ยวชิงพี่สาวของหวู่หลิงที่เห็นอยู่ก็ทนท่าทางของชายหนุ่มไม่ได้เลยเข้ามาช่วยน้องสาวของเธออธิบาย
ดูเหมือนเขาจะช็อคน่าดูเลยที่มันเป็นของปลอม...แต่ทำไมคนที่มีน้ำยาวิเศษรักษาคุณยายของเธอได้แบบนี้นถึงมองไม่ออกว่าเจ้านี่เป็นของปลอมกันนะ?
หรือเขาจะมีเหตุผลบางอย่างอยู่กันแน่...
“อา.. หมดกัน แจกันหลายล้านหยวนของฉัน” เย่เซวียนทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยากในตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าแจกันตรงหน้าเป็นของปลอมจริง ๆ
[แจกันเซรามิก รุ่นผลิตจำนวนมาก
รายละเอียด : ทำโดยโรงงานแถบชานเมืองหลังออกมาจากเครื่องจักรแล้วจะมีช่างคอยตกแต่งให้คล้ายของเก่าอีกทีหนึ่ง
ราคาประเมิน : 100 หยวน]
‘ทำไมฉันไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนค่อยโม้ออกไปนะคุณปู่... มาต้มกันได้!’ เย่เซวียนที่ใช้ดวงตาแห่งความจริงตรวจสอบแจกันไปก็รู้สึกอับอายและสิ้นหวังไปพร้อมๆ กัน
“นายเป็นอะไรรึเปล่า ?”หวู่หลิงที่เห็นท่าทางแปลก ๆ ของอีกฝ่ายเลยถามออกมา
“มะ.. ไม่มีอะไรหรอก”เย่เซวียนจึงได้สติก่อนจะตอบกลับไป
“ถ้ายังไงรบกวนช่วยดูของชิ้นอื่น ๆให้ผมด้วยจะได้ไหมครับ ว่ามีชิ้นไหนเป็นของจริงบ้าง”ชายหนุ่มกล่าวเสริมออกมา เนื่องจากของในร้านมีปริมาณที่เยอะหลักร้อยชิ้นถ้าให้เขาเดินเช็คทุกอันคงกินเวลาไม่น้อย
ถ้าทั้งสองคนยอมช่วยก็คงจะประหยัดเวลาไปได้เยอะเหมือนกัน
“ได้สิ ฉันก็สนใจที่นี่อยู่เหมือนกันจะช่วยก็ได้” ฮวาเสี่ยวชิงตอบรับอย่างว่าง่ายเธอสนใจในตัวชายหนุ่มตรงหน้าอยู่ไม่น้อย ดูภายนอกแล้วเขาก็เหมือนเด็กยากจนทั่วไปภูมิหลังก็ไม่ได้มีอะไรน่าสนใจ
แล้วทำยังไงถึงได้มียาวิเศษรวมถึงเงินมากมายขนาดนั้นกันนะ? หรือจะเกี่ยวข้องกับพวกธุรกิจใต้ดินกัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอก็คงจะต้องพูดคุยกับเขาอย่างจริงจังเพื่อให้วางมือจากธุรกิจเหล่านั้นเสียเพราะเธอไม่อยากให้ชายหนุ่มต้องหมดอนาคตเอา
เพราะขนาดตระกูลของเธอที่แม้จะมีหน่วยเก็บกวาดเรื่องสกปรกอยู่ ก็ยังไม่ไปยุ่งพวกธุรกิจใต้ดินเลยธุรกิจพวกนั้นมันอันตรายจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเจ้าใหญ่ในวงการ เบื้องหลังอำนาจที่มองไม่เห็น ทุกสิ่งล้วนไม่ควรไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น
“ถ้าพี่ว่างั้น หนูก็ช่วยด้วยแล้วกัน” หวู่หลิงที่เห็นว่าพี่สาวตัวเองรับคำไปแล้วแถมเธอก็ยังว่างอยู่ด้วยเลยกล่าวตามน้ำไปถึงเธอจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องการตีราคามากนักแต่ก็เคยเห็นของโบราณทั้งของจริงและปลอมมาก่อน เลยพอจะแยกแยะได้ไม่ยาก
ครึ่งหลัง
“ขอบคุณทั้งสองคนมากครับเดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้นะ”ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณออกมาก่อนจะเดินไปยังครัวด้านหลังของเขา
แต่เขาลืมไปว่ายังไม่ได้ทำความสะอาดครัวเลยเพราะหลังจากทำน้ำต้มแผ่นหยกเสร็จเขาก็รีบร้อนออกจากร้านค้าไปทำให้ในตอนนี้บนเตาแก๊สยังมีหม้อที่เขาต้มน้ำแผ่นหยกทิ้งเอาไว้อยู่เลย
“ยังเหลืออยู่ก้นหม้อแหะ พอได้สักสามแก้วพอดีงั้นก็เอาน้ำนี้แหละ”ชายหนุ่มตัดสินใจเสร็จเขาก็นำแก้วที่ล้างเรียบร้อยแล้วมารินน้ำต้มแผ่นหยกสามแก้วแล้วก็ลงมือทำความสะอาดครัวของตัวเองต่อส่วนตัวแผ่นหยกเขาก็เก็บใส่กล่องไม้แล้ววางไว้ที่ตู้ในห้องครัว
ก็เขาไม่มีพวกตู้เซฟนี่นามันจะไปเก็บที่ไหนได้อีก
“นี่น้ำครับ หวังว่าจะชอบกันนะ” เย่เซวียนกล่าวออกมาขณะที่นำน้ำไปให้ทั้งสองสาวคนละแก้วซึ่งเขาก็ถือไว้แก้วนึงเพื่อกินเองด้วย
“อืม ขอบใจ”ฮวาเสี่ยวชิงกล่าวออกมาพลางยิ้มให้เล็กน้อยดูเหมือนชายตรงหน้าของเธอจะมีน้ำใจไม่น้อย ถึงแม้จะเป็นเพียงน้ำเปล่าธรรมดาก็เถอะ
“น้ำไรอ่ะ อย่าบอกนะว่าน้ำก๊อก ?” ตรงกันข้ามกับพี่สาว หวู่หลิงเลือกที่จะถามออกมาด้วยความระแวงเพราะเธอแอบเห็นว่าชายหนุ่มเอาน้ำนี่มาจากหม้อในห้องครัวที่ยังไม่ทำความสะอาด
“น้ำที่ยายเธอกินไปไง จะเอาไหม ?” เมื่อได้ยินสิ่งที่ชายหนุ่มตอบกลับมาสิ่งแรกที่หวู่หลิงทำก็คือรีบยกแก้วน้ำกินจนหมดในทันที
ทำเอาเย่เซวียนและฮวาเสี่ยวชิงถึงกับพูดไม่ออก
เมื่อสักครู่นี้ยังทำท่าทางระแวงอยู่เลยแล้วนี่มันอะไร ?
“นี่คือน้ำยาวิเศษเหรอ ?”ฮวาเสี่ยวชิงที่รู้มาว่าคุณยายของเธอหายดีจากน้ำยาวิเศษบางอย่างก็พอจะประติดประต่อเรื่องราวบางอย่างได้
แสดงว่าน้ำในแก้วในมือของเธอตอนนี้ก็คือน้ำยาวิเศษที่รักษาอาการของคุณยายได้สินะ
‘จะเก็บไว้ดีกว่าไหมนะ ?ถ้ากินซะตอนนี้ก็เสียดายของเปล่า ๆ’เธออดที่จะเกิดความคิดเช่นนี้ไม่ได้
“ใช่ครับ กินไปเถอะครับจะได้บำรุงสุขภาพด้วยอีกอย่างผมก็ยังพอมีเหลืออยู่อีก”เหมือนจะอ่านใจของอีกฝ่ายได้ ชายหนุ่มจึงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มทำให้ฮวาเสี่ยวชิงต้องยกแก้วในมือขึ้นดื่มอย่างขัดไม่ได้
ยังไงมันก็เป็นของที่อีกฝ่ายให้มาจะไม่กินก็คงเสียมารยาทมากไปหน่อยเพราะเธอก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ได้มีอันตรายอะไร
“ขอบใจนะ”ฮวาเสี่ยวชิงยิ้มออกมาหลังจากที่ดื่มเสร็จ
“ฉันไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยอ่ะ” มีเสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นมาจากข้างหลังชายหนุ่มเลยหันไปดูก็พบกับหญิงสาวผมชมพูที่ทำหน้ามุ่ยอยู่
“เธอเคยป่วยอะไรมาก่อนไหม ?หรือมีโรคเรื้อรังภายใน ? มีปัญหาสุขภาพรึเปล่า ?”เย่เซวียนกล่าวถามออกมา แต่คำถามของเขาไม่ค่อยจะดีสักเท่าไรถ้าเป็นคนปกติที่คิดมากสักหน่อยก็อาจคิดว่าชายหนุ่มกำลังแช่งพวกเขาอยู่ก็เป็นได้
“ไม่อ่ะ ทำไมเหรอ ?”ฮวาหวู่หลิงตอบกลับมาด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ
“ก็ไม่ป่วยไม่มีปัญหาภายในยามันจะไปรักษาอะไรให้เธอล่ะ!” ชายหนุ่มจึงตอบกลับไปด้วยใบหน้าเหนื่อยใจทำไมผู้หญิงคนนี้เวลาจะฉลาดก็แสนฉลาด แต่กลับเรื่องง่าย ๆ แค่นี้ดันคิดไม่ได้กันนะ
“อ๋อ! ฉันก็ลืมไปเลยแบบนี้กินไปไม่เสียของฟรีรึไง ?”หญิงสาวตัวเล็กที่ได้ยินคำตอบก็ร้องออกมาด้วยความเข้าใจก่อนจะรู้สึกเสียดายไม่ได้
“ไม่หรอกอย่างน้อยถ้ามีโรคหรือปัญหาภายในที่ไม่เคยตรวจพบเจอมันก็อาจช่วยได้รวมถึงเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย” ชายหนุ่มตอบกลับไป
เรื่องแรกนั้นเขาพูดจริงส่วนเรื่องหลังนั้นเขาแค่โม้ขึ้นมา เพราะคุณสมบัติของมันคือการรักษาเท่านั้นแต่ก็คงไม่มีใครรู้อยู่แล้วนี่นา... จริงไหม ?