ตอนที่ห้าสิบสาม แฟรงเก้นสไตน์
ผมมักจะคิดอยู่เสมอว่าพระเอกนางเอกอาจจะเป็นคนมองในแง่มุมที่ใหญ่เกินไปโคแนน ยอดคนเถื่อนที่ไม่ใช่ยอดนักสืบ แม้จะสู้กับพวกพ่อมด แม่มด เอลดิชท์บีอิ้งสิ่งมีชีวิตยึกยือต่างๆ เขาก้มองว่าตราบใดที่ยังมีเนื้อให้ทาน มีสาวให้กอด เขาก็ยังพอใจ
บางคนอาจจะมองว่าเขาไม่มองการณ์ไกลแต่ความจริงอาจจะเป็นแนวคิดที่ดีในการรับมือกับโลกที่มีสิ่งมีชีวิตต่างมิติและปีศาจต่างๆ
แต่หากไม่มองการณ์ไกลไว้บ้างเราอาจะรู้สึกว่าเราขาดเป้าหมายและไร้ทิศทางไป
ซึ่งสิ่งที่ผมจะบอกคือ...
เฮ้อ
ผมถอนหายใจ
“สรุปเป้าหมายของผมก็ไม่เปลี่ยนผมอาจจะต้องขอความช่วยเหลือจากอาจารย์มากขึ้นล่ะครับ”
อาจารย์ดมิธรี่กำลังเช็ดเหงื่อที่หัวล้าน
“ชะช่วย ชั้นช่วยอะไรได้ด้วยหรือ?”
อาจารย์ดมิธรี่เริ่มรู้สึกถึงชีวิตที่ผ่านมาของเขาและความเปลี่ยนแปลงในช่วงนี้
การที่เขาเป็นนักวิชาการไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนไม่มีศรัทธาในพระเจ้าแต่ว่าพอมาเจอเรื่องอย่างนี้มากขึ้น ทำให้เขาคิดว่า เขาควรจะศึกษาเรื่องศาสนามากขึ้นแล้วเสียที
ซึ่งก็ค่อนข้างตรงกับความคิดของคุณนายเวลลิงตันที่แค่แขวนกางเขนไว้เพราะเป็นเครื่องรางของดูต่างหน้าของตระกูล
พอมาเจอสถานการณ์แบบนี้เธอคิดว่าเธอคงต้องเข้าโบสถ์ทุกวันอาทิตย์อีกครั้งแบบตอนเด็กแล้ว
ผมผงกศีรษะ
“อาจารย์จะช่วยได้มากเลยครับในการหาทางรวบรวมคนที่จะต่อสู้เพื่อปราบปีศาจ
อย่างที่อาจารย์เห็น ผมเป็นเด็กมัธยมนะครับคนไม่เชื่อถือเท่าอาจารย์ที่แต่งตัวสักหน่อย...เอ่อ อย่าว่ากันนะครับ อาจารย์มีเชื้อสายรัสเซียทำให้น่าจะสร้างภาพว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่ทำให้คนเชื่อถือได้มากกว่าตัวผมน่ะครับ”
ผมกล่าวคำพูดเรือ่งของสเตริโอไทป์เชื้อชาติของนักวิทยาศาสตร์คลั่งชาวรัสเซียที่ด้วยเหตุผลประการใดก็ไม่ทราบ สามารถมีลูกน้องติดตามและสร้างฐานทัพลับเพื่อยึดครองโลกได้
“นี่เธอ วิทยาศาสตร์คือการทดลองและค้นคว้าพิสูจน์สมมติฐาน มันไม่ใช่เรื่องของการคิดค้นในห้องใต้ดินอย่างนักวิทยาศาสตร์บ้าคลั่ง...”อาจารย์ดมิธรี่อยากจะยกเรื่องแฟรงเก้นสไตน์แต่ก็ปิดปากตนเองลงด้วยความรวดเร็วเพราะเขาคิดขึ้นได้ว่าอาจจะมีแฟรงเก้นสไตน์อยู่จริง
“เอ่อ โธมัส แฟรงเก้นสไตน์ไม่มีจริงใช่ไหม?”
อาจารย์ดมิธรี่หันไปถามคุณโธมัสอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
คุณโธมัสกล่าวอย่างครุ่นคิด
“เอ..ทั้งจริงและไม่จริงคนแต่งเรื่องแฟรงเก้นสไตน์คือคนที่ได้อ่านบันทึกลับของพ่อมดมืดคนหนึ่งในการปลุกชีพคนจากความตายและได้มาแต่งเป็นนิยาย..”
คุณโธมัสเงียบไปเมื่อเห็นทั้งห้องจ้องที่ตนเองอีกครั้ง
“อะแฮ่มซึ่งก็ต้องใช้ความเชี่ยวชาญของคนที่ตัดแต่งเย็บซากศพได้และต้องมีศพไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆในสมัยนี้หรอกนะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกทุกคน”
คุณโธมัสพยายามปลอบใจคนในห้องแต่ท่าทางไม่ได้ผลเท่าไร
วิลโล่จนแทบจะเป็นลมไปมีเทเลอร์ช่วยพยุงเธออยู่
ผมต้องขอบคุณคุณโธมัสที่เป็นเป้าหมายในการมองของทุกคนแทนที่จะเป็นผมในครั้งนี้