“เ้ายา... เอ่อ...โจวหยวนเฉิง เ้าไปเรียนการต่อสู้นี้มาจากที่ใด คือ...ข้าอยากเรียนการต่อสู้แบบเ้าบ้าง เ้าพอจะสอนข้าได้หรือไม่” จ้าวตงจื่อถาม
“ข้าบังเอิญได้เรียนรู้จากอาจารย์ท่านหนึ่งมา แต่อาจารย์ของข้าเป็คนไม่ชอบพักอยู่ที่ใดนานๆ ท่านมักจะออกเดินทางไปเรื่อยๆ ถ้าเ้าอยากจะให้ข้าสอนการต่อสู้นี้ให้ ข้าก็ยินดี แต่...” โจวหยวนเฉิงหยุดพูด
“เ้า...เ้า้าสิ่งใดสอบแทนอย่างนั้นหรือ” จ้าวตงจื่อเข้าใจความหมายในท่าทางนั้นทันที
“ไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถของเ้าหรอก ตัวข้าก็อยากจะฝึกยุทธ์กับเ้าด้วยเหมือนกัน เพียงแต่นอกจากข้าแล้ว เ้ายังต้องสอนให้พี่ชายข้าด้วย”
“เวลานี้ข้าก็ฝึกยุทธ์กับท่านอาเจียวอยู่แล้วนะ ไม่ฝึกอีกได้หรือไม่ ร่างกายข้าจะไม่ไหวแล้ว” โจวหลี่เฉียงโอดครวญ
“พี่ใหญ่ ต่อไปเราต้องทำการค้าและการค้าของตระกูลเราจะต้องใหญ่โตขึ้น เราก็ต้องออกเดินทางไกลมากขึ้น หากเราไม่มีวรยุทธ์ติดตัว เราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร เราเรียนไว้แค่ใช้ป้องกันตัวเองเท่านั้น ไม่ได้ฝึกเพื่อใช้ไปออกรบเสียหน่อย” โจวหยวนเฉิงตอบพี่ชาย
“ตกลง ข้าจะสอนยุทธ์ให้เ้ากับพี่ชายเ้าเอง ว่าแต่...เราจะไปฝึกยุทธ์กันที่ใดหรือ” จ้าวตงจื่อถาม
“ทุกวันหยุดเ้ามาหาข้าที่บ้าน เราจะฝึกยุทธ์กันที่บ้านของข้า ใช้เวลาเพียงวันละสองชั่วยาม แล้วข้าก็จะสอนการต่อสู้ของข้าให้เ้าเหมือนกัน” โจวหยวนเฉิงตอบ
เมื่อตกลงกันได้ ทั้งสามคนก็เดินเข้าห้องเรียน เพราะทั้งสามคนเรียนอยู่ระดับชั้นเดียวกัน จึงต้องเข้าเรียนที่ห้องเรียนเดียวกัน ในห้องเรียนนั้น โจวหยวนเฉิงมองเห็นคนคุ้นเคยอยู่สองคนคือหวงป๋อฉือและเยี่ยเต๋อ โจวหยวนเฉิงมองทั้งสองคนอย่างถูกชะตา แต่หวงป๋อฉือกับเยี่ยเต๋อกลับหลบสายตา ทั้งยังทำเป็ไม่สนใจโจวหยวนเฉิงอีก ทั้งคู่ต่างก็ก้มลงไปอ่านหนังสือตรงหน้าอย่างตั้งใจ
ในชั้นเรียน โจวหยวนเฉิงสร้างความประหลาดใจให้อาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นอีกครั้ง การคัดอักษร การเขียนเรียงความ การแต่งบทกลอน และการคำนวณ โจวหยวนเฉิงทำออกมาได้ดีทั้งสิ้น แม้แต่โจวหลี่เฉียงและเยี่ยเต๋อที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นักเรียนที่เรียนเก่งที่สุดในชั้น ยังทำผลงานออกมาดีสู้โจวหยวนเฉิงไม่ได้เลย
“หยวนเฉิง เ้าหายจากโรงเรียนไปแค่ไม่กี่วัน เหตุใดกลับมาคราวนี้เ้าเก่งขึ้นมากเลย ทั้งด้านการต่อสู้และด้านวิชาการ ตอนนี้ไม่มีใครตามเ้าทันแล้ว แม้แต่พี่หลี่เฉียงยังเรียนตามเ้าไม่ทันเลย” จ้าวตงจื่อถามอย่างสงสัย
“จริงๆ แล้ว ข้าก็เป็คนเก่งคนหนึ่งนะ เพียงแต่เมื่อก่อนี้เีไปหน่อยก็เท่านั้น แต่ตอนนี้ข้าคิดได้แล้ว ในเมื่อท่านพ่อเสียเงินค่าเล่าเรียนให้ข้าตั้งมากมาย หากข้ายังไม่ตั้งใจเรียนให้ดีอีก ก็จะเป็การสิ้นเปลืองเงินทองและอกตัญญูต่อความหวังดีของบิดาไปสักหน่อย”
“ที่เ้าพูดมาก็มีเหตุผล ถ้าเช่นนั้น ต่อไปข้าก็จะตั้งใจเรียนด้วยเหมือนกัน ให้สมกับที่ท่านปู่ส่งเสียข้าให้ได้เรียน”
จ้าวตงจื่อพยักหน้าเห็นด้วย ต่อไปเขาต้องตั้งใจเรียนให้มากขึ้น เพียงแต่ด้านวิชาการนี่ เขาต้องขยันให้มากขึ้นจริงๆ ใครใช้ให้เมื่อก่อนเขาี้เีเรียนเองเล่า
“หากเ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามข้ากับพี่ใหญ่ได้” โจวหยวนเฉิงบอกอย่างใจดี
ขณะที่โจวหยวนเฉิง โจวหลี่เฉียง และจ้าวตงจื่อพูดคุยกันอยู่นั้น หวงป๋อฉือกับเยี่ยเต๋อก็ฟังพวกเขาอยู่อย่างสนใจ เพราะผลเรียนของทั้งคู่อยู่ในสามอันดับแรก จัดว่าเป็เด็กหัวกะทิของชั้นเลยก็ว่าได้
เมื่อหวงป๋อฉือกับเยี่ยเต๋อได้ยินว่าโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงใจดีถึงขนาดกับจะสอนการบ้านให้กับจ้าวตงจื่อด้วยเอง ทั้งคู่ก็ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
โจวหยวนเฉิงก็รู้สึกว่ามีคนกำลังมองมาที่เขา เขาจึงเงยหน้าขึ้นแล้วก็ไปสบตากับหวงป๋อฉือและเยี่ยเต๋อเข้าพอดี
“พวกเ้าก็อยากให้ข้ากับพี่ใหญ่สอนการบ้านให้ด้วยใช่หรือไม่” โจวหยวนเฉิงถามหวงป๋อฉือ
“หากไม่รบกวนเ้าเกินไป ข้ากับอาเต๋อก็อยากเรียนด้วย”
“ไม่มีปัญหาอะไรนี่ พวกเ้าสะดวกเรียนตอนไหน หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด ถ้าจะเรียนในวันหยุดต้องเป็่บ่ายนะ เพราะ่เช้าพวกข้ามีฝึกยุทธ์กับจ้าวตงจื่อ” โจวหยวนเฉิงบอก
“ข้าขอฝึกยุทธ์กับพวกเ้าด้วยได้หรือไม่ แต่บ้านข้ายากจน ไม่มีสิ่งของใดตอบแทนพวกเ้า หากข้าจะตอบแทนด้วยการช่วยเ้าทำงานบ้าน เ้าจะยินดีหรือไม่” เยี่ยเต๋อพูดขึ้นมา
เยี่ยเต๋อเป็เด็กเรียนดีแต่มีฐานะยากจน ที่บ้านมีบิดาและมารดาที่ทำงานรับจ้างทั่วไป เพราะถูกครอบครัวใหญ่ตัดความสัมพันธ์ พวกเขาต้องออกมาเช่าบ้านอยู่ข้างนอกกันตามลำพัง และเขายังน้องชายอายุสี่ขวบอยู่อีกหนึ่งคน
โจวหยวนเฉิงมองดูเพื่อนร่วมชั้นอย่างพิจารณา ลักษณะการพูดจาของเยี่ยเต๋อนั้นมีความชัดเจนมาก เขาไม่ปิดบังสิ่งที่้า และไม่คิดที่จะรับของใครมาฟรีๆ คนที่มีลักษณะเช่นนี้มีโอกาสที่จะได้เป็ใหญ่เป็โตในอนาคตแน่ๆ
“พวกเราล้วนเป็เพื่อนกัน ข้าไม่้าสิ่งตอบแทนใดหรอก” โจวหยวนเฉิงบอก
“แล้วข้าล่ะ หากเ้าอยากเก็บค่าเรียน ข้ามีเงินให้เ้านะ ถึงมันจะมีไม่มาก แต่ข้าก็มีให้” หวงป๋อฉือพูดอย่างอายๆ
หวงป๋อฉือเป็บุตรชายคนรองของร้านยาจี้เหวินที่เกิดจากอนุลำดับที่สี่ นายท่านเหวินรับอนุเข้ามาในเรือนมากมาย แต่กลับมีบุตรชายเพียงแค่สองคน บุตรชายคนโตเป็บุตรที่เกิดจากฮูหยินเอกชื่อ ‘หวงป๋อเหริน’ สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ในอนาคตจะต้องได้เป็ผู้สืบทอดร้านยาจี้เหวินต่อจากบิดา ด้วยเพราะเขาร่างกายไม่แข็งแรง ฮูหยินเอกจึงกลัวว่าหวงป๋อฉือจะมาแย่งตำแหน่งผู้สืบทอดไปจากบุตรชาย นางจึงพยายามกีดกันหวงป๋อฉือทุกทาง แม้แต่การเรียน นางยังส่งหวงป๋อฉือเข้าเรียนที่สำนักศึกษาลำดับที่สองของเมืองเท่านั้น ส่วนบุตรชายของตัวเอง นางกลับส่งเข้าเรียนที่สำนักศึกษาลำดับที่หนึ่ง โดยที่ไม่ได้ดูเลยว่าบุตรชายของตัวเองนั้นมีความสามารถอยู่ในระดับใด
แต่หวงป๋อเหรินก็ไม่ใช่คนเลวร้าย เขารักน้องชายของเขามาก เพียงแต่ด้วยความที่เขาก็รักและเชื่อฟังมารดาเช่นกัน ทำให้บางครั้งเขาต้องจำใจทำตัวเหินห่างจากน้องชายบ้าง
หวงป๋อฉือก็ไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อย เขาเข้าใจความคิดของฮูหยินเอกเป็อย่างดี ใครๆ ก็ต้องรักลูกของตัวเองมากเป็ธรรมดา เขากับมารดาจึงอดทนกับการกลั่นแกล้งทุกอย่างของนาง ความสามารถที่เขามี เขาก็จะไม่แสดงออกมาให้คนในบ้านเห็นเลย แม้แต่บิดาก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหวงป๋อฉือนั้น เป็คนที่มีความสามารถและเรียนเก่งอยู่ในลำดับต้นของชั้นเรียนเลยทีเดียว
“พวกเ้าไม่ต้องเสนออะไรมาตอบแทนข้าทั้งนั้นล่ะ ที่บ้านข้าไม่ได้ขาดแคลนสิ่งใด” โจวหยวนเฉิงบอก
“แต่บ้านเ้าไม่ค่อยมีเงินนี่ เ้ายังเคยรีดไถเงินจากเพื่อนคนอื่นอยู่บ่อยๆ เลย” จ้าวตงจื่อพูดออกมาตรงๆ
ทุกคนต่างก็หันไปมองโจวหยวนเฉิงเป็ตาเดียว ‘เฮ้อ คนมีอดีต อย่างไรก็หลบไม่พ้น’ โจวหยวนเฉิงคิดอย่างเซ็งๆ
“ไม่ใช่ว่าที่บ้านข้าไม่มีเงิน เพียงแต่ท่านพ่อ้าใช้จ่ายอย่างประหยัด ท่าน้าเก็บเงินไว้สร้างบ้านและกลับมาเปิดกิจการอีกครั้งน่ะ แต่ตอนนั้นข้ามันนิสัยไม่ดีและเอาแต่ใจ อยากได้นั่นอยากได้นี่ไม่หยุด ในเมื่อไม่ได้เงินจากที่บ้าน ข้าก็ทำตัวเกเรมารีดไถเพื่อนอย่างที่พวกเ้าเห็นนั่นล่ะ” โจวหยวนเฉิงคิด ในเมื่ออดีตมันลบไม่ได้ ก็แค่ยอมรับมันไปก็แล้วกัน ส่วนในอนาคตก็ค่อยปรับปรุงตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่นานเพื่อนๆ ทุกคนคงเข้าใจ
“เมื่อก่อนเ้าก็เกเรมากจริงๆ นั่นล่ะ” จ้าวตงจื่อพยักหน้าเห็นด้วย ส่วนหวงป๋อฉือและเยี่ยเต๋อก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
โจวหลี่เฉียงเห็นท่าทางของพวกเขาแล้วก็ได้แต่ขำในใจ “น้องรอง ใครบอกให้เมื่อก่อนเ้าทำตัวเกเรมากเล่า อยากจะเปลี่ยนความคิดของผู้อื่น เ้าก็ต้องใช้เวลามากหน่อย”
“เช่นนี้ก็แล้วกัน ทุกวันหยุดพวกเ้าทุกคนก็ไปที่บ้านของข้า ่เช้าจ้าวตงจื่อและหยวนเฉิงจะเป็คนสอนวรยุทธ์ และ่บ่ายข้ากับหยวนเฉิงจะสอนหนังสือ” โจวหลี่เฉียงเสนอ
“พวกเ้าไม่ต้องเอาอะไรมา มาแต่ตัวก็พอ อุปกรณ์การเรียนและอาหาร ข้าจะจัดการเอง” โจวหยวนเฉิงพูดเสริมอีกแรง