ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

ตอนที่ 274 อัจฉริยะอันดับหนึ่งงั้นหรือ

"บางทีอาจมากกว่านั้น"

เซราฟิมตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก

"การแข่งขันครั้งนี้จะไม่เหมือนที่ผ่านมาเราไม่ได้มาแสดงความเหนือกว่าเพียงอย่างเดียวเราต้องจับตามองและวางแผนให้รอบคอบด้วย"

อีช่านั่งตัวตรงดังเดิมใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังและท้าทาย

"งั้นข้าคงต้องตั้งใจมากกว่านี้แล้ว!”

เซราฟิมไม่ตอบในทันที แต่สายตาของเขาจ้องออกไปยังเมืองเบื้องล่างอย่างนิ่งสงบราวกับกำลังมองทะลุผ่านไฟระยิบระยับไปยังบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกกว่าแสงไฟเหล่านั้น"บางครั้ง...ศัตรูที่แท้จริงไม่ได้อยู่ตรงหน้าเราเสมอ!"

 

ตลาดแลกเปลี่ยนยามค่ำคืนเต็มไปด้วยชีวิตชีวาแสงจากโคมไฟพลังงานคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ เหล่าผู้คนทั้งชาวบ้าน พ่อค้าและนักเดินทางจากที่ต่างๆ เดินขวักไขว่กันไปมา

ท่ามกลางแผงสินค้าที่มีทุกอย่างตั้งแต่อาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำยุคเครื่องมือสื่อสาร ไปจนถึงสมุนไพรหายาก

ร่างสูงใหญ่กำยำ ของชายหนุ่มผู้หนึ่งโดดเด่นสะดุดตาเขามีผิวแทนดุจทองแดง ท่าทางดุดันดั่งนักรบโบราณหนวดเคราที่เขาปล่อยให้ยาวสะท้อนถึงความน่าเกรงขามยิ่งกว่าอายุจริงซึ่งยังอยู่ในวัยหนุ่ม

เขาคืออัจฉริยะจากแดนใต้ ชื่อเสียงของเขาถูกกล่าวขานในฐานะนักสู้ไร้พ่ายจากสถานศึกษาเซาท์เทิร์น

‘รัสการ์’ เดินทอดน่องไปตามทางเดินแคบๆของตลาด รอบตัวเขามีชายหนุ่มห้าคนเดินตามติดในท่าทีระแวดระวังทุกคนล้วนแต่งกายในชุดสีเข้มที่แฝงกลิ่นอายของนักรบฝีมือฉกาจ

สายตาของ ‘รัสการ์’ กวาดไปยังสินค้าต่างๆ ด้วยความสนอกสนใจโดยเฉพาะแผงอาวุธที่เต็มไปด้วยปืนพลังงานใหม่ล่าสุด ดาบคริสตัลที่เปล่งแสงวิบวับ และโล่ป้องกันสนามพลัง

"ดาบนี้...!"

เขาหยิบดาบเล่มหนึ่งขึ้นมาจากแผงค้าด้วยมือใหญ่ของเขาน้ำเสียงต่ำทุ้มดังกังวาน

"แกร่งพอที่จะฟันผ่านโล่สนามพลังระดับสามได้ไหม?"

พ่อค้ารีบพยักหน้าสีหน้าเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น "ท่านมีสายตาที่แหลมคม นี่เป็นดาบโลหะผสมจากเหมืองในทิศตะวันออกเฉียงใต้เพียงแตะเบาๆ ก็สามารถทำลายพลังป้องกันได้"

รัสการ์หัวเราะเบาๆ

"น่าสนใจดี!"

เขาวางดาบลงและเดินต่อไป มองดูสินค้าอื่นๆด้วยท่าทีผ่อนคลายแต่แฝงความมุ่งมั่น

ชายในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นเบาๆ

"รุ่นพี่!... การแข่งขันในครั้งนี้คงดุเดือดไม่น้อย ท่านคิดว่าเราจะเจออะไรบ้าง?"

รัสการ์หยุดเดินหันกลับมามองคนทั้งห้าคน

สายตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและแววตาที่ไม่หวั่นไหว

"ไม่สำคัญว่าเราจะเจออะไรสำคัญคือข้าจะเอาชนะทุกคน และขึ้นเป็นที่หนึ่งในครั้งนี้!"

เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วตลาด ผู้คนใกล้เคียงหันมามองด้วยความสนใจบางคนมองด้วยความทึ่ง บางคนยิ้มแสยะด้วยความดูแคลน แต่รัสการ์ไม่สนใจเขาหันกลับและเดินต่อไปอย่างมั่นคง คำพูดของเขาไม่ได้เป็นเพียงคำโอ้อวดแต่เป็นประกาศเจตจำนงของชายผู้ที่ตั้งใจจะครองตำแหน่งที่หนึ่งในศึกครั้งนี้ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม

 

ณ ตรอกซอยมืดแห่งหนึ่ง ในมุมลับของอาณานิคมในไร้แสงไฟและเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าเบาๆ ของชายที่แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำยาวมีฮูดปิดบังใบหน้า เดินไปในความมืดดั่งเงาลางๆ ที่แทบมองไม่เห็น เขาดูสงบนิ่ง แต่กลับแผ่รังสีที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือก

ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็หยุดกะทันหัน

ร่างสูงโปร่งภายใต้ฮูดหันมองไปรอบตัวความมืดมิดไม่ได้ทำให้สายตาของเขาขุ่นมัวเขากลับมองไปยังจุดที่ไม่มีอะไรอยู่ราวกับเห็นทะลุผ่านสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

"เจ้าจะติดตามข้าทำไม...ซูฮวา?"

เสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความเฉียบคมของเขาเอ่ยออกมา

เสียงหัวเราะคิกคัก ของหญิงสาวดังขึ้นจากทุกทิศทางเสียงนั้นใส แต่กลับแฝงด้วยความหยอกเย้าและความเยือกเย็นที่ไม่น่าไว้วางใจ

"ฮ่าๆอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งฝั่งตะวันตกอย่างเจ้า กลัวใครติดตามด้วยเหรอ...หม่าเหลี่ยง?"

เงาในความว่างเปล่า ค่อยๆ รวมตัวกันจนปรากฏเป็นหญิงสาวร่างเพรียวในชุดสีดำสนิท รอยยิ้มยั่วเย้าประดับใบหน้าสวยของเธอดวงตาคมเป็นประกายจับจ้องชายผู้ถูกเรียกว่าหม่าเหลี่ยงอย่างเจ้าเล่ห์

หม่าเหลี่ยง ยืนสงบนิ่ง เขาดึงฮูดออกเผยให้เห็นผมสีแดงและใบหน้าที่หล่อเหลาคมคายแต่เย็นชาเหมือนสลักจากหิน

"เจ้าต้องการอะไร?”  น้ำเสียงของหม่าเหลี่ยงยังคงสงบซูฮวาหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง ก่อนจะก้าวเข้าใกล้ทีละนิดอย่างอ้อยอิ่งราวกับนักล่าที่รู้ว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า

"ข้าไม่ได้มาเพื่อสู้กับเจ้า...อย่างน้อยก็คืนนี้ข้าแค่มาทักทายเจ้าหน่อยเท่านั้นเอง"

นางเอ่ยพลางยักไหล่เล็กน้อย

"เจ้าคือคนที่ องค์กรจันทร์เสี้ยว ของเราให้ความสำคัญมากใครจะกล้าแตะต้องเจ้า?"

หม่าเหลี่ยง ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะสนใจข้าเพียงแค่ต้องการเฝ้ามอง"

"ช่างเป็นคนที่น่าเบื่อจริงๆ"

 ซูฮวายักไหล่พร้อมรอยยิ้ม

"เอาเป็นว่า...คืนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป..........แต่จำไว้นะหม่าเหลี่ยง ว่าเจ้าไม่ได้ถือครองสายพลังโบราณแต่เพียงผู้เดียวเจ้าจะต้องพบกับข้าอีกแน่นอน"

พูดจบ เงาร่างของซูฮวา ก็เริ่มเลือนหายไปในความมืดดั่งเงาที่หลอมรวมกลับเข้าไปในอากาศทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ค่อยๆ จางหายไป

หม่าเหลี่ยง หรี่ตามองความว่างเปล่าตรงหน้าร่างของเขายังคงนิ่งเหมือนรูปปั้น ราวกับซึมซับข้อมูลทุกคำพูดของเธอไว้ในจิตใจก่อนจะหันกลับไปยังเส้นทางเดิมและเอ่ยสั้นๆ

“เรียกข้าว่า..อัจฉริยะอันดับหนึ่งอย่างนั้นรึ!....หึ...คงจะเข้าใจอะไรผิดไปนะ ซูฮวา”

 

ณ ร้านขายเครื่องประดับหรูหรา ในมุมหนึ่งของตลาดกลางอาณานิคมในซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าชั้นเลิศจากทั่วทั้งอาณานิคมบรรยากาศที่คึกคักของผู้คนที่มาซื้อขาย ต้องหยุดชะงักลงเมื่อ เสียงโต้เถียง ดังขึ้นจากภายในร้าน

“ข้าบอกว่า..... ข้าเลือกชิ้นนี้ก่อน!” 

คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน