ดาวน์โหลดวรยุทธ์

    ตอนที่ 51 ระยะห่างที่สั้นลง

    มู่ไห่เฉินและหว่านถิงเดินทางไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง มู่ไห่เฉินตัดสินใจพักค้างคืนที่นี่

    หลังจากจัดแจงที่พักเสร็จ มู่ไห่เฉินก็พาหว่านถิงเดินชมหมู่บ้าน

    หว่านถิงยังคงอุ้มกู่ฉินเดินติดตามมู่ไห่เฉินไม่ห่าง

    หลังจากเดินกันได้พักหนึ่ง ทั้งสองก็เดินไปถึงศาลาริมน้ำข้างหมู่บ้าน นี่ก็ไม่ใช่อะไร มู่ไห่เฉินเพียงกลัวว่านางจะเมื่อยแล้ว ที่ต้องอุ้มเครื่องดนตรีไปมา

    ทั้งสองนั่งลงที่ชุดโต๊ะหิน มู่ไห่เฉินอย่างไรก็ไม่คลายความสงสัย จึงได้ถามเรื่องกู่ฉินในมือของนาง

    หว่านถิงนางยิ้มอย่างภาคภูมิ นี่เป็นกู่ฉินที่อาจารย์เป็นผู้มอบให้ ดังนั้นนางอยากจะพกมันไว้ข้างกาย เฉกเช่นเดียวกับผู้เป็นอาจารย์

    แต่แล้วหว่านถิงก็สังเกตมาตลอดว่า อาจารย์อาของนางเองก็พกขลุ่ยแหนบหลังเสมอ นางกล่าวว่าอาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์อานั้นแม้มีความสามารถทางด้านดนตรีไม่น้อย เพียงแต่มาจากสำนักยุทธ์ เลยทำให้ไม่ได้ศึกษาดนตรี 

    “ว่าไปแล้ว เหตุใดอาจารย์อาถึงพกขลุ่ยติดตัวเจ้าค่ะ”

    ว่าแล้วมู่ไห่เฉินก็ดึงขลุ่ยหยกนั้นขึ้นมา

    “นี่ก็เป็นของอาจารย์เจ้ามอบไว้ให้”

    พูดแล้วมู่ไห่เฉินก็ส่งขลุ่ยในมือให้หว่านถิง พอนางเห็นเช่นนั้นก็รับขลุ่ยนั้นมาตรวจสอบอย่างถนุถนอม

    “ขลุ่ยนี้สลักชื่ออาจารย์ไว้ด้วยเจ้าค่ะ”

    แววตาของหว่านถิงเป็นประกาย ดูแล้วนางคงจะชื่นชอบผู้เป็นอาจารย์ตัวเองไม่น้อย

    นางตรวจสอบไปมาหลายรอบก่อนจะนึกออกว่าต้องส่งคืนของในมือกลับไป

    หว่านถิงปลดถุงผ้าที่ห่อกู่ฉินออก ภายในเผยกู่ฉินดำสนิทเงางาม อีกทั้งยังสลักอักษรสีแดงไว้

    อักษรที่สลักก็ไม่ใช่อื่นใด แต่เป็นคำว่า

    “ศิษย์ โจวหว่านถิง”

    หว่านถิงนางลูบอักษรอย่างเบามือ

    “นี่เป็นกูฉินที่อาจารย์ซื้อและสลักชื่อข้าด้วยมือของนางเอง”

    รอยยิ้มของนางทำให้มู่ไห่เฉินเองก็ภาคภูมิที่ศิษย์พี่มีศิษย์ที่รักและเคารพได้มากถึงเพียงนี้

    “เจ้าบรรเลง สักบทเพลงหน่อยได้หรือไม่”

    มู่ไห่เฉินเองยามนี้ ก็นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรี ดังนั้นจึงอยากลองดูฝีมือของศิษย์ผู้นี้บ้าง

    “ศิษย์ยังห่างชั้นจากอาจารย์นัก แต่จะพยายาม อาจารย์อาโปรดอย่าถือสา”

    พูดเสร็จหว่านถิงหลับตาลงครู่หนึ่ง ลมหายใจค่อย ๆ สงบนิ่ง ก่อนที่สองมือนั่งจะเริ่มบรรเลงโน้ตตัวแรก

    เสียงดีดแรกสั่นไหวสงบราวบุปผากลางป่าใหญ่  ระยะทิ้งช่วงจังหวะที่สองพองาม เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ

    แม้มู่ไห่เฉินไม่รู้ว่าบทเพลงนี้มีชื่อว่าอย่างไร แต่ช่วงทำนองเนิบช้า ฟังแล้วก็ดูสงบ ผ่อนคลายเข้ากับบรรยากาศตอนนี้

    หว่านถิงยามบรรเลง จิตใจจดจ่อ เหมือนกำลังถ่ายทอดบทเพลงออกมาอย่างลึกซึ้ง มู่ไห่เฉินที่ฟังก็ยังรับรู้ได้

    “เป็นบทเพลงที่ดีนัก แม้อาจารย์อาไม่เก่งทางด้านดนตรี แต่ก็รู้ว่าบทเพลงเมื่อสักครู่นั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ”

    มู่ไห่เฉินกล่าวชมหลังจากหว่านถิงบรรเลงเพลงเสร็จ และคำกล่าวนั้นก็ไม่เกินจริง นับว่าศิษย์พี่ถ่ายทอดวิชาได้ยอดเยี่ยมจริง ๆ

    “ขอบคุณอาจารย์อา ศิษย์ยังต้องพัฒนาอีกมาก”

    หว่านถิงน้อมรับคำชมอย่างถ่อมตน

    “ให้อาจารย์อาแต่งให้สักบทเพลงดีไหม…”

    มู่ไห่เฉินกล่าวออกไปอย่างไม่ทันได้คิดถี่ถ้วน เขาลืมไปว่าเขาแม้จะชำนาญด้านดนตรีจากการดาวน์โหลดความสามารถมาจากศิษย์พี่ แต่ในยามสายตาผู้อื่นเขาก็แค่คนเป็นยุทธ์ผู้หนึ่ง

    “คือว่า…อาจารย์อาก็ไม่เก่งนัก ช่างมันเถอะ”

    มู่ไห่เฉินพอนึกได้ก็รีบกลับลำ อยากให้หว่านถิงลืมเรื่องเมื่อครู่เสีย

    “ไม่หรอกเจ้าค่ะ บทเพลงเมื่อสักครู่ก็เป็นอาจารย์เป็นผู้แต่ง หากศิษย์ได้เรียนรู้อีกสักบทเพลงจากอาจารย์อา ถือว่าเป็นวาสนาของศิษย์”

    แววตาสุกใสคล้ายจะร้องขออ้อนวอนให้มู่ไห่เฉินช่วยแต่งบทเพลงใหม่ให้ นั้นทำให้มู่ไห่เฉินยากที่จะปฏิเสธลงได้

    “ขอเวลาให้อาจารย์อาเสียหน่อย ไว้หากแต่งบทเพลงนี้เสร็จแล้วจะมอบให้”

    หว่านถิงครั้นได้ยินก็ดีใจจนแสดงออกบนใบหน้า

    “จะว่าไปแล้ว นี่คงเป็นการกลับบ้านครั้งแรกของเจ้าในรอบหกปีเลยใช่หรือไม่”

    “เจ้าค่ะ”

    มู่ไห่เฉินพอได้ฟัง ก็เห็นใจนางอยู่ไม่น้อย นางเดินทางไกลมาแต่เด็ก ต้องห่างบ้านมาขนาดนี้ ดูท่าแล้วคงจะคิดถึงทางบ้านไม่น้อย

    “เหตุใดเจ้าดูไม่ค่อยมีความสุขนัก ทำไมหรือ เจ้าไม่คิดถึงบ้านหรือ”

    มู่ไห่เฉินสังเกตเห็นคำตอบของนางเมื่อครู่ จึงฉุดคิดในใจเลยต้องถามออกไป

    หว่านถิงเล่าว่า พ่อของนางนั้นเป็นขุนนาง ดังนั้นแต่เล็กก็เข้มงวดเรื่องมารยาทมาก ๆ

    นางเล่าไปก็เผยรอยยิ้มออกมา

    “ถึงอย่างไรเสีย ท่านก็รักข้ามากกว่าใคร”

    นางพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดลง

    “ด้วยเหตุผลบางอย่าง ท่านพ่อก็หาข้ออ้างให้ข้านั้นต้องเดินทางไกลเช่นนี้”

    หว่านถิงกล่าวต่อว่า เดิมทีกำหนดการกลับของนางคือปีหน้า แต่ช่วงนี้ที่สำนักหออวี้หลินเกิดความปั่นป่วน อาจารย์เลยส่งตัวนางกลับก่อนกำหนด

    ความจริงนางก็อยากอยู่กับอาจารย์อีกสักหน่อย แต่จำต้องจากกันเร็ว เลยทำให้นึกเสียใจอยู่บ้าง

    มู่ไห่เฉินที่รับรู้ก็เกิดความกังวลขึ้นมาทันที

    “สำนักหออวี้หลินเกิดความปั่นป่วนหรือ เรื่องราวเป็นเช่นไร”

    หว่านถิงนางกล่าวว่า นางเองก็ไม่ได้เข้าใจนัก เท่าที่รับรู้คือ สำนักหออวี้หลินกำลังถกเถียงเรื่องเพิ่มหลักสูตรในการฝึกยุทธ์เข้าไปในสำนักด้วย

    นั่นก็เพราะศิษย์ส่วนหนึ่งเห็นว่าบัณฑิตนั้นก็ควรฝึกยุทธ์ อย่างน้อยก็พึ่งพาตัวเองได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้นด้วย

    หว่านถิงเห็นสีหน้ามู่ไห่เฉินไม่ค่อยดีจึงรีบกล่าวเสริม

    “อาจารย์อาไม่ต้องเป็นห่วงไป นี่เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ เท่านั้น สาเหตุที่อาจารย์ให้ข้ากลับก่อนนั้น เพราะนางแค่กลัวว่าปีหน้านางอาจจะไม่ว่างไปส่งข้า เลยฝากข้าร่วมเดินทางกับอาจารย์อาเพียงเท่านั้น”

    ได้ยินเช่นนี้มู่ไห่เฉินก็เบาใจขึ้นมาบ้าง แม้ในใจลึก ๆ จะเป็นห่วงอยู่บ้าง อย่างไรก็ดีศิษย์พี่นั้นก็มากด้วยฝีมือ นางคงจัดการและเอาตัวรอดได้

    วันนี้นับว่าทั้งสองนั้นพูดคุยกันมากขึ้น หลาย ๆ อย่างที่ต่างสงสัยก็ได้ถามตอบกันในวันนี้ นั้นทำให้ระยะห่างของทั้งสองคนสั้นลง

    เช้าวันรุ่งขึ้นทั้งสองก็ออกเดินทางกันอีกครั้ง มู่ไห่เฉินที่นั่งบนรถม้า เขายังคงกล่าวโทษตัวเองที่ไม่รู้คิดอะไรถึงรับปากจะแต่งเพลงขึ้นมา แม้จะเก่งเรื่องดนตรี แต่การแต่งเพลงนั้นก็ไม่ได้ง่ายเพียงนั้น

    มู่ไห่เฉินนึกย้อนกลับไปในสมัยมหาวิทยาลัย เขาเคยฟังบทเพลงมากมาย และหลายเพลงก็เป็นที่ชื่นชอบ หากจะหยิบมาสักเพลงมาก็คงไม่มีใครรู้

    คิดได้เช่นนั้นมู่ไห่เฉินก็นึกวนเวียนว่าจะเลือกเพลงไหนดี และไม่นานเขาก็เลือกเพลงหนึ่งขึ้นมาได้ ไม่ใช่เพียงแค่ว่าเขาชื่นชอบเพลงนี้ แต่นี่ก็เป็นบทเพลงที่เขาคิดว่าน่าจะจำทำนองได้ดีที่สุด

    แม้จะขับรถม้าไปข้างหน้า แต่ในหัวของเขาก็พยายามปะติดปะต่อโน้ตเพลงอยู่ในหัว ไม่นานนักเขาก็ยกกระดาษขึ้นมาค่อย ๆ จดบันทึกบทเพลงลงไป

    ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ แต่จะให้บทเพลงนี้ออกมาสมบูรณ์นั้นก็ไม่ง่ายเลย มีหลาย ๆ ปัจจัยที่เขาต้องคิด นั้นแปลว่าบทเพลงนี้คงจะไม่เสร็จในเร็ววันนี้เป็นแน่

    การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น เส้นทางก็พบเจอผู้คนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ยิ่งลงใต้ก็ยิ่งพบเจอผู้คน

    มู่ไห่เฉินยกขลุ่ยขึ้นเป่าทดสอบบทเพลงเป็นระยะ ๆ หว่านถิงที่ได้ยินก็พอรู้ว่าอาจารย์อาของตนนั้นทำสิ่งใดอยู่ นางนั่งอยู่ในรถม้าเผลอยิ้มออกมาอย่างมีความสุข นางเปิดม่านหน้าต่างจ้องมองออกไป โลกกว้างใหญ่ใบนี้ยามนี้ดูอบอุ่นและเบาสบายอย่างที่นางไม่เคยพบเจอมาก่อน

    หลังจากผ่านเมืองโยวโจวไปได้หลายวัน ทั้งสองก็พบเจอหมู่บ้านมากขึ้น จนกระทั้งไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทั้งสองได้ข่าวว่ามีหมู่บ้านแห่งหนึ่งกำลังจะจัดเทศกาลหอมไกลหมื่นลี้

    แค่เพียงชื่อเทศกาลก็ทำให้มู่ไห่เฉินสนใจ แต่ทว่าเส้นทางนั้นกลับต้องอ้อมไปทางตะวันออก อาจจะทำให้ช้าไปหลายวัน

    “หว่านถิง เจ้าไม่รีบกลับบ้านใช่หรือไม่”

    “เจ้าค่ะ”

    ทั้งสองสบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเข้าใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด

    คล้ายกับเรื่องดาวน์โหลดวรยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734