ณสมาคมจิตรกร นิทรรศการหอศิลป์รอบๆนี้ต่างถูกประดับไปด้วยภาพวาดของจิตรกรผู้ทรงเกียรติผู้คนมากมายที่เข้ามาล้วนดูพวกมันอย่างสนอกสนใจ
อย่างไรก็ตามในที่นี้กลับมีชายชราคนหนึ่งที่มีท่าทีแตกต่างจากพวกเขาอยู่เขาคนนี้มองดูภาพวาดเหล่านั้นแล้วส่ายหัวอยู่หลายครั้งหลายครา ไม่ช้าเขาก็ต้องถอนหายใจก่อนเดินจากไป
“เฮ้อภาพวาดพวกนี้เทียบกับภาพวาดนั่นไม่ได้เลยจริงๆ…’’โม่เสียมถอนหายใจออกมาด้วยความเศร้าเขาเศร้าเป็นอย่างมากที่ถูกปฏิเสธการซื้อขายภาพวาดธารนํ้าสวรรค์ดังนั้นตอนนี้เขาจึงทําได้เพียงแค่หวังว่าจิตรกรผู้ที่ได้รังสรรค์มันขึ้นมาจะมาทําการวาดและขายให้เขา
ไม่ช้าโม่เสียมก็เดินมาถึงห้องประธานสมาคม
ถูกต้อง!ประธานสมาคมจิตรกรแห่งนี้ก็คือ โม่เสียม!
สําหรับโม่เสียมแล้วถึงเขาจะเป็นประธานมานานและสามารถวาดภาพวาดแห่งการรังสรรค์ได้แต่เขาก็ไม่เคยเลยที่จะเจอหรือวาดสิ่งที่ทัดเทียมกับภาพวาดธารนํ้าสวรรค์ได้ดังนั้นเขาจึงรู้ดียิ่งกว่าใครๆว่าภาพวาดนั่นไม่ใช่ภาพวาดธรรมดาเพราะนอกจากมันจะเป็นภาพวาดแห่งการรังสรรค์แล้ว มันยังถือได้ว่าเป็นจุดสูงสุดของภาพวาด!
เขาโม่เสียมที่ตะหนักได้ว่ามันเป็นสุดยอดภาพวาดอย่างแท้จริงจึงมีความรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมากและนอกจากการที่เขาอยากจะซื้อมันแล้วเขายังอยากเจอจิตรกรผู้อาวุโสคนนั้นอีกด้วย
อา...ท่านนั้นช่างลึกลับเสียจริง!
“เฮ้อคงได้แค่หวังว่าเขาจะสามารถติดต่อผู้อาวุโสคนนั้นให้มาหาฉันได้…’’ คิดได้โม่เสียมก็ถอนหายใจอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าเขาเศร้าเป็นอย่างมากและรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้รู้จักกับผู้อาวุโสลึกลับคนนี้ไม่อย่างนั้นแล้วเขาคงจะก้มกราบขอเป็นศิษย์จนแม้ต้องถวายชีวิตก็ยอม
…
เวลาเดียวกันณ ห้องโถงใหญ่ ปัจจุบันตอนนี้มีการจัดงานแข่งขันวาดภาพซึ่งเปิดให้จิตรกรมากมายได้เข้าร่วม ดังนั้นที่นี่นอกจากจะเต็มไปด้วยผู้คนแล้วยังเต็มไปด้วยจิตรกรผู้มากฝีมืออีกด้วย ซึ่งเป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้ก็คือการเอาชนะและขึ้นเป็นที่หนึ่งของงานแข่ง
ผ่านไปไม่นานครู่ต่อมา เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เหล่าผู้ชมและจิตรกรมากมายก็ต่างให้ความสนใจเป็นทางเดียวกัน
“นั่นมันคุณชายรองจากตระกูลตู่!ตู่โอหยัน!’’
“จริงสิฉันได้ยินมาว่านอกจากคุณชายรองจะเป็นผู้มั่งคั่งและมีชื่อเสียงไปทั่วเมืองหลวงแล้วสิ่งหนึ่งที่เขาเก่งกาจที่สุดก็คือ การวาดภาพเพราะอย่างนั้นวันนี้เขาก็คงจะมาแข่งขันวาดภาพเพื่อโชว์ฝีมือให้พวกเราดู!’’
“ถูกต้อง!นอกจากคุณชายรองจะเป็นจิตรกรมากฝีมือแล้วเขายังเก่งกาจเป็นอันดับต้นๆของเมืองหลวงด้วยว่ากันว่าฝีมือในการวาดของเขานั้นเทียบเท่าได้กับผู้อาวุโสคนหนึ่งเลยทีเดียวเกรงว่าหากให้เวลาเขาอีกซักหน่อย เขาคงจะสามารถวาดภาพวาดแห่งการรังสรรค์ขึ้นมาได้ก็เป็นได้!’’
“...’’
ตระกูลตู่เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงคุณชายรองอย่างตู่โอหยันจึงเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งเมืองเหล่าผู้ชมและจิตรกรที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ที่เห็นต่างรู้สึกยําเกรงในตัวอีกฝ่ายเป็นอย่างมากเพราะเท่าที่พวกเขารู้มาอีกฝ่ายนั้นแม้จะเป็นรุ่นเยาว์แต่ก็เป็นรุ่นเยาว์ที่มีฝีมือการวาดภาพชั้นสูงจนแม้แต่ประธานสมาคมอย่างโม่เสียมต้องยังเอ่ยปากชมนั่นแหละที่ทําให้พวกเขาพลอยรู้สึกชื่นชมไปด้วย
“พี่ชายไม่เจอกันนานนะ’’มุมๆหนึ่ง มู่หลินที่มาถึงก็พลันสังเกตเห็นคนที่คุ้นเคย เขาจึงเดินเข้าไปทักทาย
“คะ...คุณ!’’ถูกทักทาย ชายวัยกลางคนที่กําลังลงทะเบียนแข่งขันก็ตกใจไปเขาคาดไม่ถึงจริงๆว่าคนๆนี้จะมาเยือนเมืองหลวง!
ตั้งแต่งานเลี้ยงฉลองบริษัทซุยกรุ๊ปจบลง ยิปซีที่ถูกเชิญไปทําหน้าที่จิตรกรก็ยังคงไม่ลืมเรื่องภาพวาดธารนํ้าสวรรค์ดังนั้นในวันที่เขามาเข้าร่วมงานแข่งขันประจําปีครั้งใหญ่ของสมาคมจิตรกรจึงรู้สึกไม่อยากเชื่อแม้แต่น้อยว่าจะได้มาเจอคนผู้นั้นที่นี่อีก
มู่หลิน!
ชายผู้ซึ่งสร้างความอลหม่าน!
“จะเสียงดังไปทําไมเดี๋ยวคนอื่นก็ตกใจหรอก’’เห็นอีกฝ่ายตกใจ มู่หลินก็ยักไหล่ เขายังคงไม่ลืมชายคนนี้ที่ให้เขายืมอุปกรณ์ดังนั้นในวันนี้ที่เจอ เขาจึงอยากตอบแทนตามสิ่งที่เคยได้ลั่นวาจาเอาไว้
ไม่อย่างนั้นคงไม่ใช่เขา!
“เข้าใจแล้วว่าแค่คุณชายมู่มาทําอะไรที่นี่หรือ?’’ เห็นอย่างนั้นยิปซีก็พยักหน้าเข้าใจก่อนถามอย่างสงสัยในความคิดของเขาบางทีชายหนุ่มอาจจะมาแข่งขันเพื่อโชว์ฝีมือก็ได้
“ผมน่ะเหรอ?มาที่นี่เพื่อหาใครบางคนน่ะ!’’ มู่หลินยิ้มก่อนถาม “จริงสิคุณชื่ออะไร?’’
“ผมชื่อยิปซี’’ยิปซียิ้มตอบกลับไปเขารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายถามชื่อคนผู้ไม่มีชื่อเสียงอย่างเขา
“เอาล่ะยิปซีเท่าที่ผมเห็นคุณต้องการเข้าร่วมงานแข่งครั้งนี้ใช่ไหม?’’มู่หลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วถาม เดิมทีเขาก็สนใจมันอยู่หรอกเพียงแต่เมื่อเขาเห็นกฏกติกาแล้วเขาก็เลิกสนใจ
ทําไมน่ะเหรอ?ก็เพราะมันไม่ได้อะไรเลยน่ะสิ นอกจากความโด่งดัง!
แล้วแบบนี้จะให้ไปโชว์ฝีมือทําไม?
เสียเวลาเปล่าๆ!
“ใช่แล้วผมต้องการแข่งขันดูว่าฝีมือของผมจะอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่’’ด้านยิปซีก็พยักหน้าอย่างอายๆ เขารู้ดีว่าฝีมือของเขานั้นไม่ได้เก่งอะไรเขาจึงรู้สึกว่าบางทีเขาอาจไม่คู่ควรมาลงแข่งงานใหญ่อย่างนี้ก็ได้
“แล้วคุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษ?’’สุดท้ายมู่หลินก็อดถามไม่ได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายนอกจากจะต้องการทดสอบฝีมือแล้วก็คงไม่ได้ต้องการเป็นที่หนึ่ง
“ผมน่ะเหรอ?แน่นอนว่าต้องอยากชนะอยู่แล้ว!’’ ยิปซีที่ได้ยินก็หัวเราะเบาๆอย่างไม่ใส่ใจถ้ามันเป็นไปได้เขาก็อยากชนะและเป็นที่รู้จักกันไปทั่ววงการ
“ก็ดีงั้นเมื่อคุณลงทะเบียนเสร็จคุณไปหาผมตรงนั้นก็แล้วกัน!’’ ได้ยินมู่หลินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนชี้ไปยังมุมๆหนึ่ง อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ถือว่ามีเป้าหมายอยู่บ้างดังนั้นเขาจะช่วยอีกฝ่ายให้ได้ในสิ่งที่ต้องการเอง!
“ครับ!’’ถึงจะยังงงๆอยู่บ้าง แต่ยิปซีก็ไม่กล้าลังเลเลยที่จะพยักหน้าแล้วทําการลงทะเบียนต่อ
ไม่ช้าเมื่อการลงทะเบียนเสร็จสิ้น ยิปซีก็เดินไปหาชายหนุ่มอย่างไรก็ตามเมื่อเขามาถึงแล้วเห็นชายหนุ่มพยักหน้าให้ เขาก็งงอีกครั้ง
“คุณคงจะสงสัยว่าผมเรียกคุณมาทําไม?ความจริงแล้วในครั้งนั้นผมยังไม่ได้ตอบแทนคุณเรื่องยืมอุปกรณ์เลยดังนั้นวันนี้ก่อนที่คุณจะแข่งขันวาดภาพผมจะถ่ายทอดความรู้ส่วนหนึ่งที่ผมมีให้คุณให้!’’ มู่หลินพูด
ยังไม่ทันที่ยิปซีจะได้ทําอะไรตัวเขาก็พลันได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความลุ่มลึกของชายหนุ่ม
“การวาดภาพนั้นไม่ได้ใช้แค่ใจ…’’
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ช้า เวลาแห่งการแข่งขันก็มาถึง!