บทที่ 19 ชอนอีเซกับพวกขยะ 3 (2)
"อ้าว พี่อีเซมาแล้วเหรอ?"
หลังจากทำความสะอาดห้องครัวเสร็จแล้ว ผมก็เดินไปที่ประตูหน้า โอเยจุนกำลังจะถอดรองเท้าเพื่อเดินเข้ามาพอดี
เขาจำผมได้จึงร้องทักทายขณะกระพริบตาปริบ ๆ
"พี่ดีขึ้นแล้วใช่ไหม? พวกเราทั้งโทรไปหา ทั้งส่งข้อความ แต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย"
ผมต้องมาตอบคำถามจากกรรมเก่าที่ชอนอีเซเคยก่อเอาไว้อีกแล้ว
"่นั้นฉันอารมณ์ไม่ค่อยดี ขอโทษทีนะที่ไม่รับสาย"
หลังจากนั้นสีหน้าของโอเยจุนที่แสดงออกถึงความรังเกียจก็ปรากฏความประหลาดใจขึ้นมา
"เดี๋ยวก่อนนะ? นี่ผมหูฝาดไปเองหรือเปล่า?"
"นายจะมัวพูดอยู่ทำไมเนี่ย? ถอดรองเท้าให้เสร็จซะ จะได้รีบเข้าไปข้างใน"
โอเยจุนจับแขนรยูคยองฮวา จ้องมองด้วยดวงตากลมโตและชี้มือมาที่ผม
"เมื่อกี้พี่ได้ยินหรือเปล่า? พี่อีเซเขาขอโทษผมด้วยล่ะ? ผมไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?"
และเนื่องจากผมเคยพบปฏิกิริยานี้จากเ้าสองคนที่อยู่ในหอพักก่อนหน้านี้มาแล้ว นี่จึงเป็การตอบรับที่พอจะคาดเดาได้
ผมตอบคำถามอย่างคล่องแคล่ว
"นายไม่ได้หูฝาดไปเองหรอก ฉันแค่...ฉันคิดว่าที่ผ่านมาฉันเห็นแก่ตัวมากเกินไป ฉันได้คิดอะไรมากมายตอนที่หยุดพักไปนี่แหละ"
"ฮึ่ย! ขนลุก! พี่คยองฮวา พี่ดูแขนผมสิ ผมขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย!"
ถึงผมเพิ่งจะพบหน้าพวกเขาได้เพียงครู่เดียว แต่ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมได้รู้ว่ารยูคยองฮวากับโอเยจุนเป็คนอย่างไร
[ชื่อ : โอเยจุน อายุ 22 ปี]
[ความสามารถพิเศษ]
[บัฟ : <เพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงสด> ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจในการแสดงเมื่ออยู่บนเวที เช่น การแอดลิบ*[1]และการเอ็นเทอร์เทนผู้ชม]
[จำนวนแต้มที่ใช้ 10 แต้ม]
เพียงมองดูก็รู้ว่าโอเยจุนเป็พวกชอบโวยวายที่มีพลังงานเหลือล้น
ดูเหมือนเขาจะเป็พวกนักร้องที่ชอบวิ่งพล่านไปบนเวทีและแหกปากอยู่ตลอดเวลา
ในทางตรงกันข้าม รยูคยองฮวาเป็คนที่มีความเยือกเย็น ลักษณะเหมือนพวกเด็กนักเรียนดีเด่น
[ชื่อ : รยูคยองฮวา อายุ 24 ปี]
[ความสามารถพิเศษ]
[บัฟ : <จิตใจที่แข็งแกร่ง> ช่วยลดความวิตกและความตื่นกลัวเมื่อพบเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน]
[จำนวนแต้มที่ใช้ 15 แต้ม]
แม้แต่ตอนที่ซนซองวอนกับนาซอนอูทะเลาะกันก่อนหน้านี้ รยูคยองฮวาก็ยังเป็คนที่สั่งไก่ทอดเพื่อยุติปัญหา
หมอนี่ไม่สมควรมาอยู่ในวงบอยกรุ๊ปวงนี้มากที่สุดแล้ว
"เลิกพูดจาเหลวไหลกันสักทีเถอะ ซองวอน ออกมานั่งในห้องนั่งเล่นได้แล้ว พวกเราจะมาคุยกันว่าจะตัดสินใจยังไงต่อไป"
เมื่อซนซองวอนได้ยินคำสั่งของรยูคยองฮวา เขาก็รีบออกมาจากห้องของตนเองทันที ในที่สุดสมาชิกในวงทุกคนก็มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ถึงแม้ว่าชอนอีเซจะมีสถานะเป็หัวหน้าวง
แต่เท่าที่ผมเห็น หัวหน้าวงตัวจริงก็คือรยูคยองฮวาต่างหาก
"ให้ตายเถอะ...นายรู้หรือเปล่าว่าฉันใแค่ไหนตอนที่ได้รับข้อความจากนาย? อยู่ดี ๆ นายก็บอกว่าจะออกจากวงการ นายบอกว่าขอโทษฉันกับทุกคน...แล้วนายก็ปิดโทรศัพท์หนี พอฉันส่งข้อความไปหา นายก็ไม่เปิดอ่าน"
หัวข้อสนทนาในครั้งนี้ ดูเหมือนมันจะเป็การพิพากษาชอนอีเซเสียแล้ว
"เฮ้อ พี่อีเซเคยส่งข้อความหาพวกเราบ้างไหม? ผมเห็นพี่ส่งไปหาพี่คยองฮวาแค่คนเดียวเอง"
โอเยจุนโวยวายขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ
เ้าเด็กพวกนี้กำลังพูดถึงเื่อะไรอยู่? สงสัยหลังจากนี้ผมคงต้องเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองมาตรวจดูสักหน่อย
"เอ่อ...คือว่าตอนนั้นจิตใจของฉันว้าวุ่นไปหน่อย..."
ผมบอกความจริงทุกคนไม่ได้ ผมทำได้เพียงหลบตาและตอบกลับไปด้วยเสียงพึมพำเท่านั้น
"แต่ทุกคนก็เป็ห่วงเหมือนกันหมดนั่นแหละ นายมีอะไรจะพูดอีกไหม รู้หรือเปล่าว่าทุกคนเป็ห่วงมากแค่ไหนที่อยู่ดี ๆ ก็ติดต่อนายไม่ได้?"
ผมตอบอย่างสงบว่า
"ตอนนั้นฉันใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ฉันใช้เวลานึกทบทวนถึงอดีตและรู้แล้วว่าตัวเองเห็นแก่ตัวขนาดไหน..."
หลังจากนั้นรยูคยองฮวาก็หรี่ตาลงเหมือนสีหน้าของซนซองวอนตอนที่เห็นผมครั้งแรกไม่มีผิด
"นายพูดจริงหรือเปล่า?"
ถึงผมจะรู้สึกมึนงงอยู่เล็กน้อย แต่ผมเป็ถึงผู้บริหารระดับสูงในวงการอาหารเชียวนะ ผมจะปล่อยให้เด็กพวกนี้มาควบคุมผมไม่ได้เด็ดขาด
"จริงสิ...เพราะว่าฉันมีเวลาได้คิดทบทวน..."
รยูคยองฮวาพูดสวนขึ้นมาด้วยสีหน้าเ็า
"ตอนที่ฉันติดต่อนายไม่ได้ พวกเราถึงกับคุยกันว่าจะยุบวงกันจริง ๆ แล้ว นายรู้หรือเปล่า?"
หา? ถึงกับจะยุบวงกันเชียวเหรอ? ผมหยุดชะงักด้วยคำที่คิดไม่ถึงนี้และถามว่า
"ยุบวงเนี่ยนะ? ใครเป็คนพูด?"
ถ้าคนที่พูดประโยคนี้เป็ประธานบริษัทชอนซูกรุ๊ป ต่อให้ชอนอีเซอยากจะเป็ไอดอลชื่อดังขนาดไหน ความพยายามหลังจากนี้ก็คงไม่มีประโยชน์อีกแล้ว
ผมแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาในระหว่างที่ทบทวนภาพเหตุการณ์ที่ทางระบบเคยฉายให้ดู
"ตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้ตัดสินใจกันจริง ๆ หรอก แต่นายเล่นตัดการเชื่อมต่อกับทุกคนแบบนั้น นายก็รู้ว่าวงเราไม่มีนายไม่ได้ แล้วถ้านายไม่ยอมกลับมารวมวงสักที พวกเราจะเอาอะไรกิน?"
"พี่จะเป็ตัวทำลายวงของเราไปตลอดไม่ได้นะ"
ซนซองวอนหัวเราะในลำคอ เขาขัดจังหวะการพูดของรยูคยองฮวาขึ้นมาทันที
"ซองวอน ระวังคำพูดหน่อย"
"ทำไมล่ะ? ผมพูดอะไรผิดหรือไง? บอกตามตรงนะ ผมคิดว่ามันเป็ไปไม่ได้ด้วยซ้ำ..."
"ใช่! เลิกพูดเหลวไหลได้แล้ว พี่ไม่เห็นหรือไงว่าเดือนที่แล้วพวกเราซ้อมกันหนักขนาดไหน? พี่ไม่เคยรู้เลยว่าในวงการนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นบ้าง"
เมื่อซนซองวอนเป็คนทำให้บรรยากาศแย่ลง โอเยจุนก็รับ่สานต่ออย่างรวดเร็ว
เอาล่ะ...เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงตรงนี้ นาซอนอูก็ควรจะร้องไห้ออกมาและขอร้องไม่ให้พวกเราทะเลาะกัน...
แต่เมื่อผมมองไปที่นาซอนอูก็นึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงเงียบนัก? และในตอนนั้น ผมก็เห็นว่านาซอนอูกำลังแอบหยิบถุงขนมโดยที่คนอื่นไม่ทันสังเกต
"นาซอนอู ฉันเห็นหมดแล้ว วางถุงขนมลงเดี๋ยวนี้"
นาซอนอูสะดุ้งโหยง เขารีบวางถุงขนมลงอย่างลนลาน ไม่ต่างจากแมวน้อยที่ถูกจับได้ว่ากำลังจะขโมยปลาย่าง
"เฮ้อ ก็ได้ครับ...ผมขอโทษ..."
"สภาพเป็หมูตอนแบบนี้ พี่จะเอามันขึ้นเวทีได้ยังไง? พี่อีเซ ตัวพี่เองก็เคยเป็เซ็นเตอร์วงเราไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้พี่เต้นได้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนี่"
ซนซองวอนจ้องมองไปที่นาซอนอูด้วยสายตาเหยียดหยามและตลกขบขัน
ถ้าไม่นับว่าชอนอีเซปรารถนาที่จะกลายเป็ไอดอลผู้โด่งดังให้ได้
ผมก็จะไม่เสียใจเลยถ้าวงบอยกรุ๊ปวงนี้ต้องถูกยุบไป
แต่ว่า...
ในภาพความทรงจำของชอนอีเซ ผมเคยเห็นมาแล้วว่าเขาพยายามจะปกป้องวงของตนเองมากแค่ไหน
"ทุกคนเงียบก่อนได้ไหม"
คนที่มีอำนาจมากที่สุดย่อมต้องเป็ลูกเ้าของบริษัท
เมื่อชอนอีเซบอกให้ทุกคนเงียบ ผมก็นึกสงสัยอยู่ว่าพวกเขาที่กำลังหัวร้อนกันเหลือเกินจะเงียบเสียงลงตามที่ผมสั่งไหม?
ผมตัดสินใจเผชิญหน้ากับปัญหาอย่างเยือกเย็น
[1] Ad-lib เทคนิคการร้องเพลงรูปแบบหนึ่ง เป็การร้องแบบบิดโน้ตโดยที่เมโลดี้ต่างไปจากต้นฉบับเดิม