เมื่อทหารจํานวนหนึ่งบุกเข้าไปในตัวปราสาทอันเป็ที่อยู่อาศัยนั้น ก็ได้พบกับคนรับใช้จํานวนมาก คนเ่าั้ถูกฉุดกระชากลากตัวออกมาภายนอก ให้ไปรวมตัวกันอยู่ตรงมุมสนามด้านหนึ่ง
อินเจลแรม นายทหารผู้มีเรือนร่างสูงใหญ่เช่นเดียวกับรอยซ์ เพียงแต่มีรอยแผลเป็อันเกิดจากการสู้รบน้อยกว่า ได้กุมตัวคนรับใช้ชรา รูปร่างผอมบางเรือนผมเป็สีเทา ิัเหี่ยวย่นไว้
รอยซ์ยังไม่ทันจะลงจากหลังม้า ก็ได้รับรายงานจากอินเจลแรมในทันทีว่า
“เ้าคนนี้มันเป็พ่อบ้านของปราสาทแห่งนี้ขอรับท่านบารอน มันชื่อฮาคอน และมันนี่แหละที่เป็คนรายงานให้เกรกอรี่ทราบเื่ราวเกี่ยวกับตระกูลนี้โดยละเอียดขอรับ”
“ข้ายังไม่เคยพูดกับนอร์มันคนไหนสักคน” ฮาคอนร้องทักท้วง “และั้แ่เกิดมา ข้าก็ยังไม่เคยรู้จักใครที่ชื่อเกรกอรี่ด้วย ขอให้พระเ้าทรงลงโทษข้าให้ตายในทันที ถ้าที่ข้าพูดมาทั้งหมดนี่ไม่เป็ความจริง” พ่อบ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
คนรับใช้ “ผู้ซื่อสัตย์” รู้ดีว่าตนเองกําลังกล่าวเท็จ และเขาก็รู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถรวบรวมความกล้าเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่กําลังอยู่ในระหว่างความเป็ความตายนี้ได้อย่างไม่พรั่น อย่างไรก็ตาม ชายชรายังมิได้หันไปมองบุรุษผู้เป็ผู้นํากองทหารนอร์มันบุกเข้ามาในปราสาทครั้งนี้ แต่จ้องอัศวินผมสีบลอนด์ผู้มีท่าทางเป็คนใจร้อน และดูกระตือรือร้นที่จะทำร้ายเขาเสียเหลือเกิน
“แกไม่ต้องปฏิเสธหรอก ข้ารู้ว่าแกนั่นแหละที่เป็คนพูดเื่ทั้งหมดให้เกรกอรี่ฟัง” อินเจแรมโต้กลับไปทันที “แกจําไม่ได้หรือไงว่าเกรกอรี่น่ะเป็อัศวินคนแรกที่บุกเข้ามาล้อมปราสาทแห่งนี้ไว้ และพยายามจะจับตัวนิโคล่าด้วย อย่าโกหกเลยตาเฒ่า ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”
“อ๋อ...ท่านหมายถึงคนที่กลับไปพร้อมกับลูกธนูที่ปักอยู่บนแผ่นหลังนั่นน่ะเรอะ” ฮาคอนย้อนถาม
อินเจลแรมมองหน้าพ่อบ้านอย่างไม่พอใจเมื่อได้ยินเขาย้ำถึงความอัปยศที่เกิดขึ้นกับอัศวินผู้นั้น เขากระชากตัวฮาคอนอย่างรุนแรง บังคับให้เงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าของตน ซึ่งฮาคอนต้องแหงนคอตั้งบ่า เพื่อจะมองหน้าบุรุษผู้นั้นได้อย่างเต็มตา ในท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมานั้น ฮาคอนมีความรู้สึกราวกับเขากําลังจ้องมองอนุสาวรีย์ที่ถูกนําเข้ามาประดิษฐานไว้ในปราสาทแห่งนี้
ฮาคอนถูกบังคับให้ยืนอยู่ในท่านั้น จนกระทั่งนักรบนอร์มันผู้นั้นถอดหมวกเฮล เม็ทออก
ภาพที่เห็นทําให้ฮาคอนรู้สึกขวัญหนีดีฝ่อขึ้นมาทันที สีหน้าของขุนศึกนอร์มันผู้นี้เหี้ยมเกรียม ดวงตาคู่สีเทาชาเย็น แข็งกร้าว บ่งบอกถึงความเป็ผู้ที่มีจิตใจแน่วแน่ มันทําให้ฮาคอนรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณว่า บัดนี้วาระแห่งความตายของตนได้มาถึงแล้ว
ใช่...มันจะต้องฆ่าข้าแน่...เขาครุ่นคิดอยู่ในใจ...แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็ความตายที่สมศักดิ์ศรีแล้ว เพราะเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า เขาจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่นายสาว ผู้ให้ความเมตตาแก่เขามาโดยตลอดจนถึงวาระสุดท้ายอย่างแน่นอน
และเมื่อวาระแห่งความตายมาถึง ฮาคอนก็หวังว่า พระเ้าจะทรงประทานพระเมตตา รับจิติญญาของเขาเข้าไว้ในแผ่นดิน์ เพราะเขาได้ทําหน้าที่ในการป้องกันผู้บริสุทธิ์อย่างเต็มความสามารถแล้ว
รอยซ์จับตามองชายชราที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้าเป็ครู่ ก่อนจะโยนหมวกเฮลเม็ทให้กับนายทหารคนสนิท แล้วจึงได้เหวี่ยงร่างลงจากหลังม้า ส่งสายบังเหียนให้กับทหารรับใช้อีกคนหนึ่ง เ้าม้าสูงใหญ่ราวม้าปีศาจส่งเสียงร้องกึกก้องขึ้น แต่เพียงได้ยินเสียงตวาดของเ้านายมันก็สงบเสียงร้องลงในทันทีเหมือนกัน
ฮาคอนรู้สึกเข่าอ่อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ร่างทรุดฮวบลงกับพื้นดิน แต่อินเจลแรมกระชากให้กลับยืนขึ้นดังเดิม
“ท่านบารอนขอรับ” อินเจลแรมรายงานเสียงห้วนห้าว “ตอนนี้แฝดคนหนึ่งยังอยู่ชั้นบนของตัวปราสาทแห่งนี้ขอรับ กําลังสวดมนต์อธิษฐานอยู่”
ฮาคอนสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงละล่ำละลักว่า
“วิหารของเราที่นี่ถูกเผาเป็จุณไปแล้ว ั้แ่ทหารของพวกท่านบุกเข้ามายึดครองไว้ พอซิสเตอร์แดเนียลเดินทางจากสํานักนางชีมาถึงที่นี่ เธอก็สั่งให้พวกเราช่วยกันย้ายแท่นบูชามาไว้ในห้องโถงชั้นบนของตัวปราสาทขอรับ”
“แดเนียลที่มันพูดถึงอยู่นี่ก็คือฝาแฝดที่เป็แม่ชีนั่นแหละขอรับท่านบารอน” อินเจลแรมสอดขึ้น “เรารู้มาว่าพี่น้องสองคนนั้นเป็ฝาแฝดกัน คนหนึ่งอยู่กับพระเ้า พร้อมที่จะปฏิบัติตนเป็ผู้รับใช้ชาวโลกทั้งหลาย ในขณะที่อีกคนหนึ่งทําแต่ความผิดบาป พร้อมที่จะทําให้เราประสบปัญหาความยุ่งยากตลอดเวลาเหมือนกัน”
จนแม้ขณะนี้แล้ว รอยซ์ก็ยังมิได้กล่าวอะไรออกมาแม้แต่คําเดียว เขายังจับตามองหน้าชายชราอยู่เงียบ ๆ และฮาคอนก็ไม่กล้าที่จะประสานสายตากับเขานานนัก ต้องหลบลงมองดิน มือทั้งสองที่ประสานกันอยู่บิดเป็เกลียว เมื่อเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแ่เบาว่า
“ซิสเตอร์แดเนียลพลอยถูกจับเพราะการต่อสู้ระหว่างนอร์มันกับแซ็กซอนไปด้วย ทั้งที่เธอเป็ผู้บริสุทธิ์ ขณะนี้เธอ้าอยู่อย่างเดียวเท่านั้นคือ ขอให้ได้กลับไปรักษาศีลในสํานักนางชีขอรับ”
“แต่ข้า้าตัวอีกคนหนึ่ง” น้ำเสียงของบารอนแ่เบา เย็นเยือกชวนให้ขนลุก และมันก็ทําให้กล้ามเนื้อในช่องท้องของฮาคอนเครียดเขม็งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“ได้ยินไหม ท่านบารอนบอกว่า้าตัวแฝดอีกคนหนึ่ง” อินเจลแรมตวาดเสียงดังลั่น เขาขยับจะพูดต่อ แต่พอดีเหลือบไปเห็นสายตาของเ้านายจึงยังสงบปากคำอยู่
“แฝดอีกคนหนึ่งเธอชื่อนิโคล่า” ฮาคอนเอ่ยออกไป เขาต้องสูดลมหายใจอีกครั้งก่อนจะกล่าวเสริมว่า “แต่ว่าเธอไปจากที่นี่เสียแล้วขอรับท่านบารอน”
รอยซ์มิได้แสดงปฏิกิริยาใดออกมาให้เห็น เมื่อเขาได้ยินคําพูดประโยคนั้น แต่อินเจลแรมดูไม่อาจปิดบังความรู้สึกผิดหวังไว้จากน้ำเสียงได้
“แล้วเขาหนีไปได้ยังไงเล่า” เขากระชากเสียงถามพ่อบ้านอย่างวางอำนาจ พร้อมกับผลักร่างชรานั้นเต็มแรงจนล้มลงคุกเข่าอยู่บนดิน
“ในกําแพงปราสาทมีช่องทางลับอยู่มากมายขอรับ” ฮาคอนสารภาพออกมา “ท่านไม่ได้สังเกตเลยหรือว่า ตอนที่ท่านเข้ามานั้นไม่มีแซ็กซอนอยู่ในบริเวณนี้เลย นายหญิงนิโคล่าออกเดินทางไปกับทหารของพี่ชายเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงมานี่เองขอรับ”
คําพูดประโยคนั้นทําให้อินเจลแรมคำรามออกมาด้วยความขุ่นเคือง และเพื่อเป็การระบายความโกรธเขาผลักไหล่ชายชราอย่างแรงอีกครั้ง
รอยซ์สืบเท้าออกมาข้างหน้า ดวงตาเครียดเคร่งคู่นั้นจับอยู่ที่ใบหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชา
“เ้าอย่ามาแสดงอำนาจต่อหน้าข้าด้วยการข่มขู่คนแก่ที่ไม่มีทางสู้หน่อยเลย อินเจลแรม แล้วก็ไม่ต้องแสดงความหงุดหงิดงุ่นง่าน ขณะที่ขากําลังสอบสวนพ่อบ้านคนนี้ด้วย อย่าพยายามขัดจังหวะการทํางานของข้า”
สีหน้าของอินเจลแรมบอกความอับอาย เมื่อถูกตําหนิต่อหน้าคนรับใช้เช่นนี้ เขาโค้งคํานับรับคําสั่งของท่านบารอน เมื่อพยุงร่างชายชราให้ลุกขึ้นยืน
รอยซ์รอเวลาอยู่จนเมื่ออินเจลแรมถอยห่างออกไป แล้วจึงได้เอ่ยกับฮาคอนต่อ
“เ้ารับใช้อยู่ในปราสาทแห่งนี้มานานเท่าไหร่แล้ว”
“เกือบยี่สิบปีแล้วขอรับ” ฮาคอนตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจ และยังเสริมด้วยว่า “ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าได้รับการปฏิบัติจากเ้านายทุกคนอย่างดีที่สุดด้วยขอรับ ทุกคนทําให้ข้ามีความรู้สึกว่าข้าเองก็เป็คนสําคัญคนหนึ่งของที่นี่ขอรับ”
“ขนาดอยู่มาตั้งยี่สิบปี เ้ายังสามารถทรยศต่อนายหญิงของเ้าได้งั้นหรือ” รอยซ์ถามด้ยน้ำเสียงที่บอกความไม่พอใจ “ทุกคําพูดของเ้าไม่ได้บอกว่าเ้ามีความจงรักภักดีเลยนี่ฮาคอน คําพูดของเ้าไม่ควรแก่การเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย”
รอยซ์ไม่ยอมเสียเวลาที่จะพูดจากับพ่อบ้านผู้นั้นอีกต่อไป เขาออกเดินตรงไปยังประตูใหญ่ด้านหน้าของตัวปราสาท ฝีเท้าของเขาเต็มไปด้วยความหนักแน่น บ่งบอกความมั่นใจในตนเองยิ่งนัก
ฮาคอนได้รับคําสั่งให้กลับเข้าไปนั่งรวมกลุ่มอยู่กับคนรับใช้อื่น ๆ ขณะที่อินเจลแรมรีบร้อนออกวิ่งตามเ้านายของตนไป
รอยซ์สำรวจไปทั่วชั้นล่างของตัวปราสาท และพบว่ามันมีแต่สิ่งปรักหักพัง เนื่องจากถูกทําลายจากการบุกรุกของทหารนอร์มันถึงสามครา ก่อนหน้าที่เขาจะนํากองทหารเข้ามาถึงที่นี่เป็ครั้งที่สี่
อย่างไรก็ตาม บันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นบนของตัวปราสาทยังอยู่ในสภาพดีมาก อย่างน้อยก็ดีกว่าส่วนอื่น ขั้นบันไดไม้นั้นเลือกลื่นด้วยน้ำที่หยาดหยดลงมาจากกําแพง เนื่องจากราวบันไดถูกทําลายจนหักพัง ห้อยอยู่ข้างตัวบันไดนั่นเอง เพียงก้าวพลาดจะไม่มีอะไรช่วยป้องกันไม่ให้ตกลงไปได้เลย...