ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 107

    ... กลับมาทางด้านของกิตติที่กำลังสอบสวนเหล่าคณะ CCPTV ..

    “แกกำลังจะบอกว่าแกไม่รู้เรื่องอะไรเลย แถมยังสั่งให้พวกมันสองตัวนี้ให้ถอนตัวออกจากพื้นที่ด้วยตัวเองอย่างนั้นสินะ.. ฉันเข้าใจถูกใช่ไหม” กิตติกล่าวเน้นย้ำถามกับอนุชัยที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของ CCPTV แม้ว่าเขาจะทำเสียงเข้มๆแล้วก็ตาม แต่คำตอบที่ได้มันก็ยังเหมือนเดิม..

    “ใช่ครับท่านพ่อบ้านใหญ่.. ท่านสามารถเช็กช่องทางการติดต่อจากเครือข่ายที่ผมใช้งานได้เลยครับ” อนุชัยกล่าว และในเวลาที่อาวุธสงครามมาจ่อที่หัวเช่นนี้ เขาไม่มีความกล้ามากพอที่จะโกหกแน่นอน และเขาเองก็อยากรู้ด้วยเช่นกันว่ามันเกิดเรื่องบ้าอย่างนี้ได้ยังไง

    “เป็นตามที่ชายคนนั้นกล่าวขอรับท่านกิตติ.. นอกจากสายตรงของเขาที่ส่งคำสั่งให้ถอนตัวกับทีมงานตากล้องที่เราจับกุมได้แล้วก็ไม่มีคำสั่งอื่นๆอีกขอรับ..” ทีมไซเบอร์กล่าวรายงานมาทางหูฟังของกิตติเพื่อที่จะยืนยันในสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง และมันก็ต้องทำให้กิตติประหลาดใจเล็กน้อย

    “หมายความว่ายังไง? ถ้าไม่ใช่คนที่มีอำนาจพอที่จะสั่งการเรื่องนี้.. จะบอกว่าเป็นการตัดสินใจของผู้ประกาศข่าวกับตากล้องสองคนนี้เพียงเท่านั้นอย่างนั้นเหรอ.. พวกเขาจะใจกล้ามากขนาดนั้นเชียวหรือ” กิตติกล่าว ก่อนจะหันไปมองที่ทั้งสองคนพร้อมกับขมวดคิ้ว

    กิตตินั้นเชื่อว่ามันจะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังแน่ๆ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยเจอนักข่าวคนไหนเลยที่หาญกล้าทำข่าวเกี่ยวกับตระกูล ณ สุวรรณภูมิเลยสักครั้ง แถมยังมีคำสั่งให้ถอนตัวแล้วด้วย นับว่านี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ถ้าพวกเขาทำกันจริงๆ กิตติพิจารณาในความคิดของตัวเองอย่างหนัก

     

    กิตติหลงลืมไปแล้วว่าที่นี่คือเมืองเชียงใหม่ ไม่ใช่เมืองหลวงที่พวกนักข่าวหรือใครก็ตามต่างรับรู้ว่าพวกเขาเป็นบุคคลที่ไม่สมควรจะมีปัญหาด้วย และแล้วนัทที่เป็นทีมงานก็เริ่มเลิ่กลั่กแสดงอาการออกมาชัดเจน กิตติที่เห็นอย่างนั้นเขาก็กดดันด้วยสายตาในทันที

    “พะ..ผม..แค่ทำตามคำสั่งของเธอเท่านั้นครับท่าน ได้โปรดเถอะครับ ผมยังมีลูกเมียให้ดูแล นอกจากนี้ยังมีน้องสุนัขอีกสองตัว และไหนจะต้องส่งเงินให้พ่อแม่ที่พิการอีก ปล่อยผมไปนะครับ” นัทที่ถูกกดดันด้วยสายตา และปืนของเหล่าบอดี้การ์ดที่เหมือนจะรู้งาน จี้เข้ามาที่หัวของนัท แน่นอนว่ามันส่งผลให้เขาพูดโทษตัวต้นเหตุทันที และร้องขอชีวิตยกเรื่องครอบครัวมา เผื่อกิตติจะเห็นใจ

    “แกจะบอกว่ามันเป็นฝีมือของเธอคนนี้อย่างนั้นสินะ” กิตติกล่าวย้ำถามอีกครั้ง นัทก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างกลัวตาย ส่วนเจ้าตัวต้นเหตุของเรื่องนี้ก็ได้แต่ก้มหน้าลง เธอรู้ตัวเองดีตั้งแต่เห็นว่ามีภาพของประธานกรรมการอยู่บนจอแล้ว เธอไม่คิดเลยว่าพวกกลุ่มตระกูลระดับสูงของประเทศจะสามารถทำอะไรได้มากถึงขนาดนี้ กิตติที่เห็นท่าทางของเธอก็มั่นใจมากขึ้นว่าหญิงสาวคนนี้คือต้นเหตุ

    “แกล่ะ.. มีอะไรอยากจะพูดแก้ตัวอะไรไหม.. หรือมีใครสั่งให้แกมาอีกทีก็รีบๆพูดมา บางทีถ้าแกพูดความจริง ฉันอาจจะใจดีปล่อยตัวของแกไปก็ได้.. ว่าไงล่ะ” กิตติกล่าวถามกับนิชา

    “ค่ะ.. ฉันทำด้วยตัวเองทั้งหมดเองค่ะ ทั้งฝ่าฝืนคำสั่ง และบังคับพี่ทีมงานให้มาบันทึกภาพด้วย..” นิชากล่าวออกมาเสียงดังพร้อมกับหลับตา ในตอนนี้จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรมันก็คงจะเป็นไปไม่ได้แล้ว ดังนั้นไม่ว่ามันจะเป็นยังไงต่อหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอพร้อมแล้วที่จะรับผลที่ตามมา

    “..ทีมไซเบอร์เช็กมือถือของเธอ หรือช่องทางติดต่ออื่นๆด้วย.. เธอพูดความจริงหรือเปล่า” กิตติยังคงไม่ปักใจเชื่อในสิ่งที่เธอกล่าวสักเท่าไร เขาจึงสั่งให้ทีมไซเบอร์ของตระกูลทำการค้นทุกช่องทางการติดต่อ ในระหว่างที่รออยู่นั้นเอง คนอื่นๆที่อยู่บริเวณนี้ก็ต่างลุ้นไปด้วยว่าเรื่องนี้มันจะจบลงอย่างไร

    “เรียนท่านกิตติ.. ไม่พบสิ่งที่เป็นอันตราย หรือมีพิรุธตามช่องทางติดต่อของเธอขอรับ.. คาดว่าสิ่งที่เธอพูดอาจจะเป็นเช่นนั้นขอรับ...”

    ทีมไซเบอร์กล่าว และกิตติก็รู้ดีว่าการทำงานของทีมนี้น่าเชื่อถือได้ นอกจากพวกเขาจะค้นหาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยังค้นอีกหลายแหล่งข้อมูล เช่นระบบการเงินในบัญชีธนาคารของเธอ กล้องวงจรปิดของทางภาครัฐอีกหลายตัวที่จับภาพของเธอว่าได้พบกับใครเป็นพิเศษหรือเปล่า แต่ถ้าพวกเขาไม่พบว่ามันเป็นอันตราย หรือมีพิรุธอะไรก็คงจะเป็นตามที่พวกเขาบอก และก็ทำให้กิตติต้องย้อนกลับมาคิดอีกครั้ง

    “ทำไมเธอถึงกล้าทำเช่นนี้.. มันดูไม่สมเหตุสมผลเลย ตระกูลของเราไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือเป็นใครก็ต้องรู้จักเรากันเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้ว ยิ่งกับเธอที่เป็นนักข่าวแล้วยิ่งไม่น่าจะพลาดกับเรื่องนี้ มันจะเป็นไปได้เหรอที่เธอจะทำไปโดยที่ไม่รู้จักพวกเรา..” กิตติกล่าวอย่างสงสัย และเขาต้องหันกลับมาจ้องที่ผู้ประกาศข่าวสาวนิชาอีกครั้ง..

    “ช่างเถอะ! เดี๋ยวเราก็จะได้รู้กันว่าอะไรเป็นอะไร.. นำตัวของพวกเขาสองคนไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ฐานทัพ ฉันต้องการให้พวกเขาเข้าเครื่องจับเท็จ ไม่ว่ายังไงเราจะพลาดไม่ได้อีก.. นำตัวพวกมันทั้งสองคนไปซะ”

    กิตติกล่าว และเหล่าบอดี้การ์ดก็ทำหน้าที่ของตัวเองดีมาก พวกเขาลงมือปฏิบัติการทันที ท่ามกลางเสียงร้องขอชีวิตจากนัทที่เป็นทีมงานข่าว แต่ทว่ากิตติก็ไม่ได้สนใจ และหันกลับมาที่จอทีวีที่มีพวกผู้บริหาร CCPTV รอให้ตัดสินโทษอยู่..

    “ส่วนพวกแกที่เหลือเองก็มีความผิดเช่นกันที่ไม่สามารถคุมทั้งสองคนนั้นได้.. ในฐานะผู้เป็นนายแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ลูกน้องได้กระทำลงไป.. รอการติดต่อจากฉัน แล้วพวกแกจะได้รู้เองว่าต้องทำอะไรบ้าง” กิตติกล่าว ก่อนจะส่งสัญญาณให้ปิดการสื่อสารลง วันนี้นับว่าวุ่นวายพอแล้ว แถมยังไม่ได้พักอีก เขาต้องการทำให้สมองของตัวเองกลับมาทำงานได้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะไปพบกับคุณชายอีกครั้งหนึ่งเพื่อสรุปผล

    “ไม่คิดเลยว่าคุณชายจะลงมือเช่นนี้.. วันนี้อาจจะเป็นที่โชคดี แต่ครั้งต่อๆไปมันคงจะไม่ใช่เบาๆแบบนี้อีกแน่..” กิตติกล่าวกับตัวเองเบาๆ และเมื่อไหร่ที่คุณชายจะลงมือทำอะไรเช่นนี้อีก มันคงจะมีผลกระทบที่ใหญ่กว่านี้ตามมาแน่นอน..

     

    อีกด้านหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้า มนต์ และเฟิร์นสองเพื่อนสาวที่เพิ่งจะเลิกเรียนตั้งแต่เวลา 11.30 น. พวกเธอสองคนก็ตัดสินใจที่จะมาหาซื้อเสื้อผ้า และเครื่องประดับตกแต่งตัว เพราะว่าตามความเห็นของเฟิร์นแล้ว ในวันพรุ่งนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับเดทแรกของมนต์เลยตามความคิดของเธอ..

    “แก.. เสื้อตัวนี้ฉันดูอ้วนไปหรือเปล่า..” มนต์กล่าวพร้อมกับบิดตัวไปมาให้กับเพื่อนของเธอรับชม

    “ก็พอดูใช้ได้นะ แต่ว่าทำไมแกถึงเลือกใส่สีชมพูกันล่ะ.. สีอื่นก็มีตั้งเยอะ พวกมันน่าจะเหมาะกับแกมากกว่านะ” เฟิร์นกล่าวถาม เพราะว่ารู้สึกขัดใจจริงๆ เพื่อนของเธอเอาแต่เลือกชุดเสื้อผ้าสีชมพูมาแล้วหลายสิบชุด มนต์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็สะบัดหน้าเขินเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเบาบาง..

    “ก็วันนั้น.. ฉันใส่ชุดสีชมพูน่ะสิ!.. ฉันก็แค่อยากจะบอกกับเขาว่าฉันยังจำเรื่องราวในวันนั้นได้เป็นอย่างดี..” มนต์กล่าว เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นก็ได้แต่อมยิ้ม มันมีไม่บ่อยนักที่เพื่อนของเธอจะมีโมเมนต์อะไรอย่างนี้

    “..เฮ้ออ ตานั่นมันทำบุญด้วยอะไรกันล่ะเนี่ยยย.. เขาจะรู้ไหมนะว่าแกทุ่มเทให้เขามากขนาดไหน..” เฟิร์นถอนหายใจเล็กน้อย วันพรุ่งนี้ถือเป็นวันที่สำคัญสำหรับเพื่อนของเธอ การบอกรักที่อยากจะบอกมานานของมนต์ แน่นอนว่าเธอก็มีแผนที่จะเปิดโอกาสในการทำให้ทั้งสองคนนั้นอยู่ด้วยกัน

    “..เอาเถอะ! ช่วยฉันดูหน่อยว่าชุดไหน..ดี..กว่า...แกเป็นอะไร?..” มนต์กล่าวถามกับเฟิร์นพร้อมกับหยิบชุดให้กับเฟิร์นดู แต่ทว่าเฟิร์นกลับขมวดคิ้ว ก่อนจะทำตาเบิกกว้างเหมือนกำลังตกใจอะไรสักอย่าง..

    “ก็ฉันเห็นตาโอ๊ต..เดินอยู่ตรงนั้นน่ะ แถมยังมากับยัยดาวคณะเภสัชด้วย..” เฟิร์นกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางที่โอ๊ตกำลังเดินหัวเราะชอบใจไปกับปิงปิงที่มีอาการไม่ต่างกันมากเท่าไร มนต์หันไปมองด้วยความสนใจ ก่อนสีหน้าของเธอจะเปลี่ยนไป

    “คนโกหก.. ไหนบอกว่าไปจัดการธุระอะไรสักอย่าง.. เฟิร์น แกตามไปดูพวกเขา.. เดี๋ยวฉันจะไปเปลี่ยนชุดก่อน..” เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็ทำงานในทันที เธอพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไปจากร้านในทันที

    “พวกเขาเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆอย่างนั้นเหรอ..” มนต์หลบเข้ามาที่ยังห้องแต่งตัว ท่าทางของพวกเขาเมื่อกี้ที่เธอนั้นเห็นมันเหมือนกับว่าพวกเขามีความสุขกันมากๆ แววตาที่พวกเขานั้นมองกัน เธอไม่เคยจะได้มองแบบนั้นกับโอ๊ตเลยสักครั้ง แน่นอนว่าเธอนอยตัวเองเอามากๆในตอนนี้..

    “มนต์.. เธอจะต้องเข้มแข็ง เธอยังไม่แพ้สักหน่อย... เธอจะต้องสู้ เธอจะต้องทำได้...” หลังจากที่เธอคอตกมาสักพัก หัวใจของเธอมันบอกแวบเข้ามาว่า ‘เธอยังไม่แพ้’ เธอก็รู้จักกับโอ๊ตนั้นดีกว่าใครๆ เธอเฝ้ามองเขามาตั้งนานเกินกว่า 2 ปีแล้ว ความรักที่เธอมีให้กับโอ๊ตมันไม่น้อยหน้าไปกว่าใคร เธอลุกขึ้นยืนก่อนจะเร่งเปลี่ยนชุดของทางร้าน เป็นชุดนักศึกษาของตัวเองในทันที..

    “ฮัลโหลแก!.. ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน ฉันออกจากร้านมาแล้ว” มนต์กล่าวถามกับเฟิร์นทางโทรศัพท์อย่างร้อนรน เฟิร์นที่ได้ยินคำถามก็สตั๊นท์ไปเล็กน้อย เธอไม่รู้ว่าจะตอบกับเพื่อนของเธอยังไงดีกับสิ่งที่เห็น..

    “เออ.. ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดีน่ะแก ตอนนี้ฉันไม่อยากทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น..” เฟิร์นกล่าว

    “อะไรของแก!.. รีบบอกมาได้แล้วน่าว่าแกอยู่ตรงไหน ถ่วงเวลากันทำไม” มนต์กล่าวอย่างไม่เข้าใจ

    “เอาเป็นว่าแกมาที่ลานกว้างของห้าง แล้วแกก็จะเข้าใจ ว่าทำไมฉันถึงได้พูดกับแกแบบนั้น..” เฟิร์นกล่าวกับมนต์ และเมื่อมนต์ได้พิกัดที่เพื่อนของเธออยู่แล้ว เธอก็รีบมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที แม้ว่าเธอจะสงสัยคำพูดของเพื่อนเธอก็ตามแต่

    “บ้าจริง! ทำไมตรงนี้คนมันเยอะจริงๆเลย.. อ๋า! นั่นไงยัยเฟิร์น..” มนต์กล่าวพร้อมกับฝ่ากลางฝูงชนที่แน่นหนาตรงไปหาเพื่อนของเธอในทันที และเมื่อเธอมาถึงก็กล่าวถามเรื่องโอ๊ตในทันที

    “ไหนล่ะแก.. โอ๊ตกับปิงปิงคนนั้นเขาอยู่ตรงไหนกัน..” มนต์กล่าวถาม พร้อมกับทำท่าทางมองไปรอบๆในฝูงชนมหาศาล เฟิร์นที่เห็นท่าทางของเพื่อนสาวก็แทบอยากจะตบหัวตัวเองในทันที

    “สาบานจริงๆนะว่าแกไม่เห็นตาโอ๊ตน่ะ.. นั่นไง เขาอยู่บนเวที!”

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน