ตอนนี้ฉานชิงไม่สนใจว่าในวังหลวงจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างตอนนี้นางรู้สึกเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียสามีอันเป็นที่รักไปแต่สุดท้ายนางก็ต้องอยู่อย่างเข็มแข็งต่อไป เพื่อดูแลลูกน้อย
ตอนนี้ฉานชิงให้แม่นมช่วยดูแลลูกชายของนางกระท่อมติดร้านหมอให้ส่วนตัวนางก็ไปช่วยซีหนานรักษาชาวบ้านในร้านหมอ
ชันยาเองก็รู้สึกว่าไม่มีที่ไป เลยติดตามฉานชิงมาช่วยงานในร้านหมอด้วยชันยามีหน้าที่ประคองคนไข้และคอยต้มยาสมุนไพร แม้นางเสียใจกับการสูญเสียอ้ายกว่ามากแค่ไหนแต่นางก็ต้องเก็บไว้ในใจเช่นกันทำให้ภายนอกนางดูเข้มแข็งมาก พยายามทำงานเพื่อลืมเรื่องการสูญเสียคนรัก
ฉานชิงทำงานไป พอว่างก็ค่อยแวะมาให้นมลูกที่กระท่อมเป็นระยะๆพอเสร็จก็แวะไปคุยกับชันยา
“ขอบคุณเจ้ามากนะชันยาที่มาช่วยข้าทำงานที่ร้านหมอ” ฉานชิงนึกชื่นชมที่ชันยาทำงานขยันขันแข็ง
“ข้าเองต่างหากที่ต้องขอบคุณท่านอุตส่าห์รับข้ามาช่วยงาน” ชันยากล่าว
ชันยากล่าวจบก็รีบไปช่วยประคองผู้เฒ่าผู้แก่ที่กำลังจะเดินเข้าไปในห้องหมอเพื่อให้ซีหนานตรวจอาการโรคให้
การก่อกบฏครั้งนี้ทำให้สูญเสียชีวิตคนน้อยมาก มีเพียงอ๋องสามเท่านั้นที่สิ้นพระชนม์
ส่วนท่านเสนาฯและอ้ายกว่าได้รับบาดเจ็บแต่พอที่จะฟื้นกำลังได้ทั้งคู่พากันเดินทางไปที่ร้านหมอของฉานชิง ตอนนี้ทั้งสองคนแต่งกายเป็นทหารองครักษ์เดินเข้ามาในร้านหมอ
ซีหนานเข้ามาดูอาการให้อ้ายกว่า ส่วนฉานชิงเข้าไปรักษาท่านเสนาฯหมอทั้งสองรักษาโดยไม่ค่อยได้ดูใบหน้าผู้ป่วย พวกนางได้แต่ขะมักเขม้นในการรักษาเมื่อฉานชิงล้างแผลและพันแผลเสร็จเรียบร้อย นางก็หันไปเอาห่อยาพร้อมกับบอกให้นำกลับไปต้มที่บ้านแล้วกินสามเวลาต่อวันฉานชิงมองไปที่แผลตลอดไม่อยากมองหน้าใครเพราะใบหน้าของตนมีร่องรอยร้องไห้จนตาบวม จึงพยายามเลี่ยงไม่มองหน้าคนไข้
“ฮูหยินก็เป็นคนต้มให้ข้าเองสิ”
เสียงนั่นทำให้ฉานชิงตกใจเพราะมันเป็นเสียงท่านเสนาฯ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง“ท่านยังไม่ตายจริงๆด้วย” ฉานชิงปล่อยโฮร้องไห้ออกมาแต่ครั้งนี้มันเป็นน้ำตาของความดีใจจริงๆ นางเผลอเข้าไปกอดท่านเสนาฯเสียแน่น
“ข้าจะตายในตอนนี้นี่แหละ แผลข้าฉีกหมดแล้ว” ท่านเสนาฯแซวเล่น
“ข้าขอโทษท่านพี่” ฉานชิงลืมตัวจริงๆจึงรีบกล่าวขอโทษ
แต่อันที่จริงท่านเสนาฯเพียงแค่ล้อภรรยาเล่น เขาดึงตัวฮูหยินเข้ามากอดและจูบหน้าผากบอกเบาๆว่า “กลับไปที่จวน ข้าจะเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแต่ตอนนี้ขอกอดให้ชื่นใจก่อนนะฮูหยิน”
หลังจากนั้นท่านเสนาฯก็เดินเข้าไปดูหน้าลูกชายที่กระท่อมท่านเสนาฯยังบาดเจ็บอยู่ไม่สามารถอุ้มลูกชายได้ ฉานชิงจึงอุ้มลูกเพื่อให้ท่านเสนาดูหน้าใกล้ๆแล้วค่อยพากันกลับจวน
อ้ายกว่าเดินออกไปหลังจากที่ซีหนานพันแผลให้เสร็จแล้วก็ได้ไปเห็นชันยาอยู่ด้านนอกร้าน ทั้งคอยประคองคนไข้และทั้งคอยส่งยาให้คนไข้นางทำงานขะมักเขม้นแบบไม่มองหน้าใคร
อ้ายกว่าจึงเดินเข้าไปหา เมื่อใกล้ถึงตัวชันยาก็แกล้งล้มคว่ำหน้าชันยาตกใจมากรีบเข้าไปประคองให้ลุกขึ้นแต่กลับกลายเป็นว่าถูกอ้ายกว่าดึงตัวเข้าไปกอด
ชันยาตกใจมาก “ท่านจะทำอะไรน่ะ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน” ยังไม่ทันที่ชันยาจะทำอะไร
อ้ายกว่าก็กอดแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับบอกว่า “ข้าคิดถึงเจ้า…ชันยา”
ชันยาจำเสียงอ้ายกว่าได้ รีบมองหน้า “ใช่เจ้าจริงๆด้วย ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหมท่านยังไม่ตาย”
ชันยาเป็นคนมือหนักเผลอตัวกอดตอบแบบแน่นมากอ้ายกว่าร้องเจ็บเสียงดัง “โอ๊ยเบาๆหน่อยสิ”
ชันยาจึงรีบขอโทษและดูแผลให้คนรัก ท่ามกลางเสียงฮือฮาของคนไข้พอชันยาได้ยินเสียงชาวบ้านก็ยิ่งอาย ชันยาจึงพาอ้ายกว่าไปที่หลังร้านแล้วทั้งสองก็กอดกันให้หายคิดถึง ชันยารีบถามว่าเรื่องราวเป็นยังไง “สรุปที่ผ่านมา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“เรื่องนั้นข้าค่อยเล่าทีหลัง แต่ตอนนี้ของถามก่อน”อ้ายกว่ายังไม่ตอบ
“ถามอะไรล่ะ” ชันยาสงสัย
“เจ้าพร้อมจะที่จะเป็นเมียข้าไหม” อ้ายกว่าถามยิ้มๆ
ชันยานึกในใจว่า “ท่านนี่ช่างไม่อ่อนหวานเอาเสียเลยจะบอกรักดีๆอย่างคนอื่นเขาก็ไม่ได้” แม้ชันยาจะอายและซึ้งใจแต่ก็รู้สึกหมั่นไส้เลยว่า “ถ้าข้าไม่อยากเป็นเมียเจ้า คงไม่ออกจากแคว้นชิตัน แล้วตามเจ้ามาที่นี่หรอกนะ”ชันยาเขินกับคำพูดตนเองเลยรีบหันหน้าหนี
อ้ายกว่ากอดจากทางด้านหลัง “ข้ารักเจ้า…ชันยาข้าสัญญาจะปกป้องและดูแลเจ้าไปตลอดชีวิต”
ชันยาซึ้งใจจึงหันหน้ากลับไปกอดตอบ ทั้งสองจูบกันอย่างรักใคร่ แล้วพากันไปลาท่านเสนาฯกับฉานชิงเพื่อเดินทางพเนจรต่อไป
ฝ่าบาททรงอยู่ที่ประทับตามลำพัง ในพระทัยนั้นทรงเสียพระทัยกับการกระทำของอ๋องสามจนมีจุบจบแบบนี้และรู้สึกขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมในการป้องกันภัยในครั้งนี้
โดยเฉพาะองค์หญิงฉานชิงน้องสาวสุดที่รัก ฝ่าบาทภูมิใจในตัวน้องสาวที่ตนเลี้ยงดูอบรมเรื่องคุณธรรมทำให้องค์หญิงสร้างคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากมายเช่นนี้โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใดๆ และพร้อมที่จะเป็นหมอคอยรักษาชาวบ้านผู้ยากไร้ต่อไป
ทรงชื่นชมองค์หญิงที่มีเพื่อนดีๆหลายคนอีกทั้งเพื่อนเหล่านั้นก็มีส่วนสร้างคุณให้บ้านเมืองอีกด้วยตั้งแต่อ้ายกว่าที่เป็นสายลับหาข่าวหลินยี่ที่เป็นนักวางแผนและเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ หลิงเอ๋อผู้สละตัวไปชิตันและหย่าหยาแม้จะเป็นนักฆ่าแต่ก็ได้ทำคุณถ่ายโทษจนทำให้ป้องกันวิกฤตร้ายๆเหล่านี้ไปได้
ฝ่าบาทจึงจะพระราชทานนามเกียรติคุณให้องค์หญิงฉานชิงว่า “องค์หญิงฉานชิงผู้ทรงคุณธรรม” ขุนนางและปวงชนต่างยอมรับเพราะองค์หญิงฉานชิงเป็นหมอชาวบ้านที่เป็นที่รู้จักกันทั่ว
แต่สำหรับหย่าหยาแม้ทำคุณประโยชน์แต่ก็เป็นนักฆ่ามาก่อน ทำให้ฝ่าบาททรงรู้สึกระแวงหย่าหยาเกรงว่าจะกลายมาเป็นนักฆ่าอีกในอนาคต จึงเรียกพระสนมหลินยี่เข้ามาปรึกษา
“เรากลัวเจ้ามีภัยนะหลินยี่ และเราไม่ควรให้นางอยู่ใกล้ชิดมากเกินไป”ฝ่าบาทยังทรงไม่ไว้พระทัย
“นางเป็นคนดีเพคะ ที่นางกระทำบาปลงไป เพียงเพื่อจะตอบแทนพระคุณผู้เลี้ยงดูเท่านั้นแต่ถ้าพระองค์ทรงรู้สึกไม่สบายพระทัย งั้นหม่อมฉันขอเสนอว่าให้หย่าหยาแปลงโฉมตลอดไปเพื่อป้องกันไม่ให้มีคนมาแก้แค้นและให้ไปทำงานในร้านหมอขององค์หญิงฉานชิงเพื่อทำให้หย่าหยารู้คุณค่าของชีวิตคนมากขึ้นนั่นเป็นการขัดเกลาหย่าหยาไปในตัวด้วยและห้ามไม่ให้หย่าหยาเปิดเผยตัวตนตลอดชีวิตต่อทุกคนรวมองค์หญิงฉานชิงด้วยดีมั้ยเพคะ” หลินยี่เสนอ
ฝ่าบาททรงเห็นด้วยจึงมอบหมายให้หลินยี่ดำเนินการได้
ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ฝ่าบาททรงมั่นพระทัยในตัวเพื่อนรักอย่างท่านเสนาฯมากขึ้นพระองค์ทรงยิ้มดีใจที่มันเป็นไปตามแผนการ คือ การผูกมัดท่านเสนาฯด้วยการให้อภิเษกกับองค์หญิงฉานชิงองค์หญิงฉานชิงเป็นคนไม่มักใหญ่ใฝ่สูงและเกลียดคนที่กระทำทุกอย่างเพื่อลาภยศสรรเสริญความรักที่มีต่อองค์หญิงของท่านเสนาฯนั้นจะเป็นตัวป้องกันไม่ให้ท่านเสนาฯคิดทรยศต่อฝ่าบาทและแผ่นดินอย่างแน่นอน(ไม่ชิงบังลังก์เมื่อตนมีอำนาจมากขึ้น) ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาบ้านเมืองก็สงบสุข
จบบริบูรณ์