พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่38 สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง

            ก่อนที่หลางเทียนกำลังเดินจากไป เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง เอ่ยถามหลางเทียนออกมาอีกครั้ง ถึงเรื่องที่ทั้งเขาและฮุ่ยโจสงสัย “เจ้าหนู ศักยภาพ พรสวรรค์เจ้า อยู่ระดับใดกันแน่?” 
     


            พร้อมฝ่ามือ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง จะหยิบหินคริสตัลตรวจสอบพลังชนิดพิเศษ ออกมาจากแหวนเก็บของมิติ ฮุ่ยโจเองก็พยักหน้าอยากรู้ในข้อนี้เช่นกัน

     


             หลางเทียนถอนลมหายใจออกมายาว เฮ้อ!! “ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน” เมื่อหลางเทียนหันกลับมา สืบฝีเท้ามาหน้าหินคริสตัลตรวจสอบพลัง ที่ชายวัยกลางคนเอาออกมา เขากุมฝ่ามือลงบริเวณหินคริสตัล มันค่อยๆ เปล่งแสงสีเขียว ปรากฏออกมา… ตามด้วยสีเหลือง สีฟ้าส่องสว่างขึ้นมาตามลำดับอย่างรวดเร็ว จวนไปถึงสีแดงทับทิมเลือด ก่อนที่หินคริสตัลตรวจสอบพลังชนิดพิเศษ จะปริแตก ระเบิดคามือของเด็กหนุ่ม กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย พร้อมหลางเทียนที่ส่ายหัวออกมา จากกายาประหลาดของเขา ที่ดูดซับแก่นพลังงาน หินคริสตัลจนหมด

     


    “นี่มันหมายความว่าอย่างไร?” สีหน้าพวกเขาทั้งสองต่างก็ประหลาดใจ

     


             เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ถูคางครุ่นคิด ‘หรือว่าเจ้าเด็กนี่ เรียนแบบการสูบกลืน ตรวจสอบหินคริสตัล สามารถบังคับแทรกแซง สีของมันได้อย่างอิสระ’ “เจ้าสามารถเลือกสีที่ต้องการได้ ข้าพูดถูกหรือไม่ แล้วเหตุใดเจ้าไม่ทดสอบศักยภาพ พรสวรรค์ ให้เป็นสีแดงไปเลยล่ะ”

     


    หลางเทียนคลี่ยิ้มพร้อมกับส่ายหัว “หากข้าเลือกสีแดง ท่านว่ามันจะไม่แปลกไปหรอกหรือ เห็นอย่างนี้ ข้าเองก็ต้องระวังตัวนะ”

     


            เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะโบกฝ่ามือ ให้เด็กหนุ่ม “เวลาเหลือไม่มาก ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทาง ไปยังสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง เจ้าจง ตั้งใจฝึกฝนเถอะ”

     


            “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง” หลางเทียนที่ประสานฝ่ามือคำนับ ออกมาอย่างนอบน้อม เขาก็สืบฝีเท้า ไปยังด้านหน้าลานกว้าง รับทรัพยากรมาฝึกฝนทันที

     


             ด้านเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง ที่มองแผ่นหลังหลางเทียนจากไป ประกายตาเขาไหววูบ เผยความคาดหวัง ศิษย์คนนี้อยู่ไม่น้อย แม้แต่ด้านของเจียงจือ เสี่ยวเฉา ก่งมอซือ ที่เห็นหลางเทียนออกมาทีหลังเพื่อน พวกเขายังเอ่ยถามหลางเทียนออกมา “เจ้าไปพูดคุยอะไร กับเจ้าคฤหาสน์เซียงหยางมากันแน่”

     


    “ใช่ๆ คงไม่ใช่ว่าเจ้าไปทำข้อตกลงอะไรกับ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยางเป็นการส่วนตัวมาหรอกนะ ไม่เช่นนั้นข้าไม่ยอมจริงๆ ด้วย เจ้าเด็กบ้า”

     


    หลางเทียนส่ายหัว “เจ้าก็พูดไปเรื่อย กงม่อซือ หรืออยากจะโดนข้า เอาขี้มูกป้ายหน้าเจ้าอีกครั้งกัน”

     


              เด็กหนุ่มหน้าดุ เดี๋ยวหน้าดำ เดี๋ยวหน้าเขียวคล้ำ ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที “เจ้า!! เจ้า!! เดี๋ยวรอ เข้าสำนักหุบเขาจันทรากระจ่างก่อนเถอะ ถึงตอนนั้น เจ้าจะต้องมาอ้อนวอนข้า เจ้าเด็กบ้า หลางเทียน”

     


             เสี่ยวเฉาที่ได้ยินเขายังขำออกมาน้อยๆ พวกเขาต่างก็รับรู้ว่าภายในที่นี้ เจ้าหลางเทียน กับแม่นางเจียงจือ น่าจะไปได้ไกลที่สุด สำหรับพวกเขาในตอนนี้

     


             ช่วงเวลาฝึกฝนปิดขั้นพลังอย่างจริงจัง ร่วม20วันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วในเสี้ยวพริบตา… จนบางครั้งพวกเขา อยากจะมีเวลาอีกสักปีสองปี เพื่อฝึกฝนขัดเกลาตนเอง ให้พร้อมมากกว่านี้

     


            ก่อนจะไปเข้าร่วมสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง หลังจากรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ร่ำลากลุ่มเพื่อนมิตรสหายในรุ่นเดียวกันเสร็จสิ้น อนุชนทั้ง10ที่ได้รับการคัดเลือก ต่างก็ออกเดินทางไปพร้อมกับ เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง พร้อมผู้คุมเดินทางไปยัง สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง

     


            ด้วยอสูรอินทรีฟ้า ใครที่เห็นมันต่างก็จำสัตว์อสูรตนนี้ได้ มันก็คือสัตว์อสูรที่ตกลงมา ภายในเมืองชั้นใน ถูกเหล่าทหารยามจับมันมาฝึกฝน เป็นพาหนะเดินทาง

     


             เพียงเวลาไม่ถึง3ชั่วโมง พวกเขาก็เดินทางมาถึง ที่ตั้งของสำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง ทิศทางที่พวกเขาเดินทางมา พบเจอกับกลุ่มจอมยุทธ์อื่นๆ ผู้มาเยือนสถานที่แห่งนี้เช่นกัน

     


             ยอดเขาสูงเต็มไปด้วยปราณพลังหนาแน่น โอบล้อมด้วยลำธารสายใหญ่ พร้อมหมอกควันไอน้ำหนา เกือบตลอดทั้งปี ราวกับสถานที่แห่งนี้ เป็นที่สถิตของเซียนโบราณ พร้อมหมู่ชน ย่างก้าวไปยังหน้าลานกว้างบริเวณตีนเขา รอการทดสอบ อย่างใจจดใจจ่อ แม้อนุชนรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ จะมีความประหม่าอยู่ในกรอบสายตา ทว่าก็มีอนุชนบางคน สายตาไม่ยินดียินร้าย

     


              “เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง นั้นท่านไม่ใช่หรือ ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่ จากข่าววงในที่ข้าได้มา ข้านึกว่าท่านจะไม่ส่งอนุชนรุ่นเยาว์คราวนี้ เข้าร่วมสำนักหุบเขาจันทรากระจ่างแล้วเสียอีก”
     


    ชายวัยกลางคนคลี่ยิ้มออกมาให้ ชายแก่ “มันจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เจ้าคฤหาสน์จงเหยียน”

     


    “อ่าๆ ข้าเห็นท่านยิ้มได้ ข้าเองก็คงไม่ต้องกังวลแล้วซินะ... เรามาแข่งกันดีหรือไม่ ว่าศิษย์อนุชนของผู้ใด จะผ่านการคัดเลือก ได้มากกว่ากัน”

     


              ครั้นสิ้นเสียงแหบพร่าชายแก่ พวกเขาต่างก็ยิ้มให้กัน แม้แต่เหล่าศิษย์อนุชน พวกเขายังจ้องเขม็งใส่กันเล็กน้อย ก่อนที่จะหยุดจ้องกัน เมื่อผู้อาวุโสลำดับที่ 3 หยวนหาญ สำนักหุบเขาจันทรากระจ่าง นำพาศิษย์อนุชนของเขา มาเข้าร่วมการทดสอบ พร้อมสายตาหมู่ชน จับจ้องไปที่เหล่าอนุชนรุ่นเยาว์เหล่านั้น ที่เดินนำมาด้วย ซ่านซี มองเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาโอหัง เป็นสายตาเดียว

     


             ทว่าเมื่อพวกเขาเห็น เจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง มาพร้อมกับพวกหลางเทียน ที่ยืนแคะขี้มูก มันก็ทำให้พวกซ่านซีไม่กล้า สู้หน้าเจ้าคฤหาสน์เซียงหยาง อดีตอาจารย์ของเขาเท่าใดนัก