"ท่านอาจารย์....ข้าให้สัญญา ข้าจะดูแลสำนักพฤกษา์ให้ดีที่สุด "
เสียงร้องไห้ที่ดังระงมทั่วทั้งสำนัก ความโศกเศร้าที่ต้องสูญเสียคนที่รักและเคารพมากที่สุดไป ทำให้ศิษย์สำนักพฤกษา์ร้องไห้เสียใจ ไม่คิดที่จะอับอาย
สำรับนางแล้วกว่าสี่สิบปีที่ก่อตั้งสำนัก กว่าสามสิบปีที่ทำให้สำนักแห่งนี้กลายเป็สำนักอันดับหนึ่ง ได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยากลำบาก ถือว่านางใช้ชีวิตได้คุ้มค่าแล้ว
แต่หาก...นางมีโอกาสอีกครั้ง นางอยากมีชีวิตที่สงบ เปิดเหลาอาหาร ได้เห็นรอยยิ้มของผู้ที่ได้ทานอาหารฝีมือนาง เท่านี้นางก็มีความสุขแล้ว
ข่าวการเสียชีวิตของเ้าสำนักพฤกษา์ แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่คนจำนวนมาก
แต่เมื่อมีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด เหล่าสำนักที่ต้องคอยก้มหัวให้แก่สำนักพฤกษา์มาตลอดหลายปี เริ่มคิดวางแผนที่จะเริ่มตอบโต้กันแล้ว โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการกระทำของพวกตนได้ทำในวันนี้ จะทำลายชีวิตลูกหลานไปอีกหลายชั่วอายุคน
"อือ..."
แสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องเข้ากระทบกับเปลือกตา ดวงตาที่เคยปิดสนิทเริ่มลืมตาขึ้นมาอีกครั้ัง
"คุณหนู!! คุณหนู!! ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว!!"
เสียงที่ไม่คุ้นเคย คล้ายกับร้องเรียกใครบางคน ที่คาดว่าจะอยู่ไม่ไกลจากนางนัก ดวงตางามค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนที่จะกวาดตามองไปทั่วทั้งห้อง ก่อนที่นางจะไปสะดุดอยู่ที่หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่ข้างเตียง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเป็ห่วง คำพูดต่าง ๆ นา ๆ ที่แสดงถึงความห่วงใย ถูกพ่นออกมาคำแล้วคำเล่า
"อึก!! "
ความทรงจำของหญิงสาวปริศนาถูกส่งเข้ามาให้หัวของนาง ความทรงจำมากมายที่เข้ามา เื่ราวั้แ่วัยเด็กที่มีทั้งสุขและเศร้า เื่ราวของเด็กหญิงที่มีร่วมกับคนอื่น ๆ ถูกส่งเข้ามาให้หัวของนางทั้งหมด ด้วยความเร็วที่ต้องรับความทรงจำทั้งหมดในเวลาไม่นานทำให้สมองของนางต้องทำงานอย่างหนัก หัวที่ปวดรุนแรงคล้ายจะะเิ หัวใจที่เต้นแรงจะแทบจะหลุดออกมา หากนางใช้พลังปราณไม่ทัน คาดว่าคงต้องสลบไปอีกหลายวันเป็แน่
อดีตเ้าของร่างนี้ คือคุณหนูใหญ่ เนี่ย เนี่ย ลู่ซือ มีน้องชายที่อายุห่างกันห้าปี คือ เนี่ยเฉิง ทั้งสองเป็บุตรที่เกิดจากฮูหยินเพียงคนเดียวของ คหบดีเนี่ย แม้ค่านิยมของคนสมัยนี้คือการมีหนึ่งผัวหลายเมีย แต่คหบดีเนี่ยก็ยืนยัดที่จะมี ฮูหยินเนี่ยเพียงผู้เดียว
สี่คนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเสมอมา จนเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว พ่อและแม่ของเ้าของร่างจำเป็ต้องเดินทางไปยังต่างเมือง ด้วยเหตุบางประการ ก่อนที่ในอีกไม่กี่วันต่อมา จะมีคนส่งข่าวมาว่าทั้งสองและผู้คุ้มกันนับสิบคนถูกโจรป่าเข้าปล้นและสังหารทุกคนจนสิ้น
เนี่ยลู่ซือที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดีราวกับไข่ในหินั้แ่เด็ก ย่อมตั้งตัวรับกับเื่ราวที่โหดร้ายเช่นนี้ไม่ได้ นางร้องไห้ฟูมฟายอยู่เช่นนั้นอยู่หลายวัน ก่อนผู้เป็ป้าและสามีของนางจะเดินทางมายังจวน ทั้งยังบอกอีกว่าจะช่วยดูแลกิจการและทรัพย์สินทั้งหมด จนกว่าที่นางจะพร้อมรับ่ต่อ
พร้อมกับให้นางลงนามตาประทับลงในหนังสือสัญญา แม้จะถูกเลี้ยงมาราวกับไข่ในหิน แต่นางก็ถือว่าเป็สตรีที่เฉลียวฉลาดผู้หนึ่ง นางอ่านสัญญาทุกฉบับก่อนที่จะลงนาม แต่เพราะความเชื่อใจนางจึงไม่ได้นึกสงสัยในข้อสัญญามากนัก
ทั้งที่สัญญาเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ให้สองสามีภรรยาคู่นี้ ดูแลกิจการจนกว่านางหรือน้องชายจะพร้อมดูแลกิจการเองได้ เดิมทีลู่ซือคิดว่าเพียงหนึ่งปี นางย่อมศึกษาและดูแลกิจการเองทั้งหมดได้ ในระหว่างนี้ก็ปล่อยให้ผู้เป็ป้าและลุงช่วยดูแลไปก่อน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่นางได้คิดก่อนที่จะทำสัญญา
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ งูเห่าทั้งสองก็ชูคอฉกนาง กิจการทุกอย่างเกิดปัญหาขึ้นพร้อม ๆ กัน ลูกจ้างทั้งหลายร้องเรียนว่านางไม่ยอมจ่ายค่าแรง สินค้าต่าง ๆ ที่ส่งมอบให้ลูกค้า ต่างไม่มีคุณภาพ ซึ่งกว่าที่นางจะรู้ก็เข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว กิจการทุกอย่างหยุดชะงัก สองสามีภรรยาคู่นั้นหอบเงินของนางหนีไปเสียแล้ว
ลู่ซือจำเป็ต้องขายทรัพย์สมบัติของนางเกือบทุกชิ้นเพื่อชดใช้ให้แก่ลูกจ้างและลูกค้าทั้งหมด ทำให้นางในเวลานี้ นอกจากจวนที่ว่างเปล่า ก็เหลือเงินเพียงไม่กี่ตำลึงเงินเท่านั้น
เพราะไม่เคยเจอปัญหา จึงไม่รู้ว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร นางเอาแต่พร่ำเพ้อว่าเื่ทั้งหมดเป็เพราะตัวนางเอง ความเครียดที่ถาโถมรวมกับความโศกเศร้าทำให้หญิงสาวที่อ่อนแอผู้นี้สลบไปและหายไปจากโลกนี้ชั่วนิรันดร์
ไม่รู้เป็ความบังเอิญแบบใด นางและเ้าของร่างจึงได้มีชื่อเหมือนกัน แต่ชีวิตของพวกนางกลับต่างกันราวฟ้ากับเหว
ในชีวิตก่อน นางเป็เด็กกำพร้าที่โชคดีได้ร่ำเรียนวิชากับท่านอาจารย์ อีกทั้งด้วยพลังปราณที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโ เพียงอายุสามสิบปี นางก็เป็จอมยุทธหญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในยุทธภพแล้ว อีกทั้งนางในวัยสามสิบห้าก็ได้ก่อตั้งสำนักพฤกษา์ขึ้นและในอีกสิบปีต่อมาสำนักของนางก็ได้ชื่อว่าเป็สำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า
กำจัดความชั่ว ปกป้องช่วยเหลือคนยากลำบาก คือสิ่งที่นางและคนในสำนักยึดมั่น นางใช้เวลาแทบทั้งชีวิตเพื่อให้ยุทธภพสงบสุข จนผู้คนขนานนามนางว่า เทพ์มาโปรด แต่ถึงกระนั้นนางกลับรู้สึกว่าตนเองไม่เคยได้ใช้ชีวิตที่ตน้าเลยสักครั้ง จนถึงลมหายใจสุดท้าย
อาจจะเพราะว่าเคยเป็จอมยุทธมาก่อน นางจึงมีนิสัยชอบตรวจสอบความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้าม เพียงแต่ครั้งนี้เป็นางที่ตรวจสอบเ้าของร่าง ก่อนที่นางจะพบสิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจ ร่าง ๆ นี้ แทบไม่มีพลังปราญอยู่ในร่าง อีกทั้งยังอ่อนแอเสียราวกับไม่เคยฝึกวรยุทธ์สักครั้ง พลังปราณโดยรอบเองก็น้อยเสียจากที่ที้นางจากมากหลายเท่า ทั้งที่นางมั่นใจว่า โลกนี้คือโลกที่นางเคยอยู่แน่ ๆ
"คุณหนูปวดหัวหรือไม่เ้าคะ เช่นนั้นทานอะไรหน่อยดีหรือไม่ บ่าวจะทำอาหารมาให้แล้วค่อยกินยา"
หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามผู้เป็นาย นางคือบ่าวไพร่คนเดียวที่ยังอยู่กับลู่ซือ แม้นางจะไม่ได้ร่ำรวยเช่นเดิมก็ตาม
"แม่นม...ปีนี้คือปีอะไรหรือ?"
"สุริยัน ที่ 1040 เ้าค่ะ "
"!!!"
ปีสุริยันถูกเริ่มต้นครั้งแรก ในปีที่นางก่อตั้งสำนัก ซึ่งนางได้ตายในปี สุริยัน ที่ สี่สิบซึ่งนั่นก็หมายความ นางได้กลับมาอีกครั้งหลังผ่านไปหนึ่งพันปีเช่นนั้นหรือ!!"
"แม่นม รู้อะไรเกี่ยวกับ พลังปราณ จอมยุทธ์ และสัตว์อสูรบ้าง"
" คุณหนูหมายถึงคนที่มีพลังสามารถจัดการกับสัตว์อสูรได้ใช่หรือไม่เ้าคะ สิ่งที่บ่าวรู้มีเพียงว่าพวกเราคือผู้บำเพ็ญเพียร และมีพลังที่แข็งแกร่งเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป อีกทั้งหากใครได้เป็จอมยุทธ สถานะของพวกเขาจะสูงส่งมากทีเดียว ถึงขนาดที่ต่อให้ทำชั่วแต่หากไม่มากเกินไป พวกเขาไม่ต้องรับโทษใดเลย"
"เป็เช่นนี้"
"ข้าจะนอนพักเสียหน่อย แม่นมออกไปพักเถิด"
"เ้าค่ะคุณหนู จริงด้วยเ้าค่ะ คุณชายน้อยจะเดินทางกลับมาในวันพรุ่งนี้นะเ้าคะ"
"อื้ม ข้าเข้าใจแล้ว"
ไม่รู้ว่าเป็เพราะวันเวลาล่วงเลยผ่านไปนานหรือไร ทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไปถึงขั้นนี้ ชีวิตก่อนของนางทุกคนสามารถฝึกลมปราณได้ ประชาชนส่วนมากมีพลังอยู่ในระดับ ก่อเกิด ถึงระดับ หลอมรวมทั้งสิ้น ระดับของศิษย์แต่ละสำนักจะมีั้แ่ ระดับ ผู้ฝึกตน เป็ต้นไป ในหลาย ๆ สำนัก ผู้าุโ และเ้าสำนัก จะมีพลังอยู่ในระดับ แม่ทัพ
ซึ่งนางในเวลานั้น ก็เป็ถึงจอมยุทธ์ ระดับ เซียน ซึ่งเป็รองเพียงระดับตำนาน ที่ว่ากันว่าหากฝึกจนไปถึงระดับตำนาน คนผู้นั้นจะได้เป็เทพ แต่สุดท้ายนางก็ไปไม่ถึง
ในตอนที่นางตรวจสอบพลังปราณของร่างนี้ นางได้พบเพื่อนรักที่คุ้นเคยของนาง เรียกได้ว่าเป็เพราะมันนางถึงได้มีพลังถึงขั้นนั้นก็ว่าได้
สิ่ง ๆ นั้น คือช่องว่างมิติ ที่ภายในมีโลกขนาดเล็ก ที่มีขนาดเกือบเทียบเท่ากับหนึ่งในสามของแคว้นขนาดกลางแต่ร่างกายนี้มีสิ่งสกปรกมากเกินไป หาก้ากลับไปฝึกวรยุทธ์ได้อีกครั้ง นางจำเป็ต้องชำระล้างพวกมันออกไปให้สิ้น
****
ระดับของจอมยุทธ์หรือผู้ฝึกลมปราณ
ระดับ ก่อเกิด
ระดับ หลอมรวม
ระดับ ผู้ฝึกตน
ระดับ นักรบ
ระดับ แม่ทัพ
ระดับ กษัตริย์
ระดับ ราชันย์
ระดับ เซียน
และ ระดับ ตำนาน
แต่ละขั้นแบ่งเป็3ขั้นย่อยคือ ชั้นต้น ชั้นกลาง ชั้นปลาย
ระดับ สัตว์อสูร จะมีเก้าระดับ ั้แ่ 1-9
ระดับ1-3 เป็สัตว์อสูรชั้นต่ำ
ระดับ 4-6 เป็สัตว์อสูรระดับกลาง มีสติปัญญาสามารถนำมาทำพันธะสัญญาได้
ระดับ 7-9 เป็สัตว์อสูรระดับสูง มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดไม่ด้อยไปกว่ามนุษย์ บางตนสามารถพูดภาษามนุษย์ได้ หยิ่งยโส สามารถทำพันธะ