ตอนที่ 36 ความเลือดเย็นของเมด
“เจี๊ยก!!! เจี๊ยก!!!”
ราชาวานรผมแดงหลั่งน้ำตาตัวมันนั้นเป็นถึงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดในดันเจี้ยนแห่งนี้...มันแข็งแกร่งชนิดที่ว่าสิ่งมีชีวิตตัวอื่นๆภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ห่างชั้นกับมันในแบบที่เทียบกันไม่ติดเลยสักนิด
ตัวมันในตอนนี้ไม่สามารถสั่งการร่างกายของตัวเองได้เลย...
และสิ่งที่ทำให้มันมีสภาพแบบนี้ คือมนุษย์ตัวเล็กที่มีร่างกายบอบบางสองตัวและความสามารถที่น่ารำคาญแบบขั้นสุดของพวก
...ราชาวานรผมแดงรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมากหากหมัดของมันได้สัมผัสกับใบหน้าของเจ้ามนุษย์ที่น่าโมโหนั่นได้สักครั้งละก็ขอแค่ครั้งเดียวเท่านั้น...รับรองว่า ใบหน้าของมันได้เละเป็นเศษเนื้อแน่ๆ
.
.
.
“มานี่สิ!...ไม่ต้องกลัวหรอกมันขยับร่างกายไม่ได้แล้วล่ะ”
กอนพูดเรียกคาร์ล และไรจิเข้ามามองดูราชาวานรผมแดงในระยะกระชั้นชิด
...แม้ราชาวานรผมแดงร่างกายของมันจะแน่นิ่งไปเหมือนที่กอนพูดจริงแต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปมองดูใกล้ๆอยู่ดี
และกว่าที่พวกเขาจะกล้าเข้าไปมองมันใกล้ๆเวลาก็ผ่านไปหลายนาทีแล้ว...
“โอ้ว!!!...เจ้าลิงผมแดงตัวนี้มันสุดยอดเป็นบ้าเลยชั้นว่ามันน่าเสียดายนะที่จะฆ่ามันทิ้งตอนนี้เลย...พวกนายสองคนมีใครใช้สกิล ‘เทมเมอร์’ ได้บ้าง”
คาร์ลหันไปถามกอน และไรจิ
[ สกิลเทมเมอร์เป็นสกิลสายมานาสีเขียว( มินเนี่ยน ) เป็นสกิลที่เปลี่ยนสิ่งมีชีวิตจำพวกสัตว์และมอนสเตอร์ มาเป็น ‘มินเนี่ยน’ของผู้ใช้สกิล ]
“จะบ้าเหรอคาร์ลพวกเราก็อยู่คลาสกามายเหมือนกับแกนะ ลืมไปแล้วเหรอ...แล้วอีกอย่างมอนสเตอร์ระดับนี้ต่อให้มีสกิลเทอมเมอร์จริงก็ใช่ว่าจะเทมกันได้ง่ายๆ”
ไรจิพูดอย่างเบื่อหน่าย...
“โทษทีๆ พอดีเห็นแล้วมันน่าเสียดายสุดๆไปเลย...พวกนายไม่คิดงั้นเหรอ”
คาร์ลยังพูดต่อด้วยความโลภ
...กอนนั้นได้แต่ฟังแล้วยิ้มแห้งๆเขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสกิลเทมเมอร์คืออะไร
“งั้นเราฆ่ามันเลยดีไหมพวกนายคิดว่าไง...”
กอนหันไปถามความคิดเห็น จากคาร์ลและไรจิที่กำลังเถียงกันอยู่
“แล้วจะฆ่ามันยังไง ในเมื่อผิวหนังของมันเหนียวซะขนาดนั้น”
ไรจิแสดงความคิดเห็นออกมา...
“ไม่ต้องห่วงผิวหนังมันเหนียวมากก็จริงนะแต่ใช้ว่าจะคงกระพัน...แค่แทงจุดเดิมสักหนึ่งพันครั้งก็น่าจะเจาะผิวหนังของมันได้แล้ว”
กอนที่พูดจบไรจิก็มีสีหน้าที่ไม่เห็นด้วยขึ้นมาทันที...
“มันจะเจาะได้แน่เหรอจะแทงจุดเดิมสักกี่ครั้ง มันก็เหมือนกันนั่นแหละ...ชั้นว่าเหนื่อยเปล่า”
...
“มันก็ไม่แน่หรอกนะ...คิดว่าไงซีโร่!”
กอนหันไปถามเมดของเขา
“ชั้นคิดว่าไม่น่าถึงหนึ่งพันครั้งค่ะ”
ซีโรตอบอย่างมั่นใจ แล้วเธอก็ควักมีดผีเสื้ออีกเล่มออกมาสายตาของเธอมองไปที่ราชาวานรผมแดงอย่างเลือดเย็น
...ส่วนราชาวานรผมแดงนั้นสายตาของมันมองมาที่เธออย่างอ้อนวอน
ซีโร่เดินตรงไปอยู่ที่บริเวณคอของมันเธอนั่งลงมองไปที่ร่างของมันที่นอนแน่นิ่งอยู่กับที่...
มือทั้งสองของเธอจับไปที่มีดผีเสื้อแน่นก่อนที่จะง้างมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ แล้วทิ้งดิ่งปลายแหลมของมีดลงมาที่คอของราชาวานรอย่างสุดกำลัง...
“ปัค!!!”
เสียงทิ่มแทงดังสนั่น ผิวหนังของราชาวานรผมแดงสั่นเป็นรูปคลื่น..
เป็นการทิ่มแทงที่รุนแรงมาก...แต่มันกลับสร้างเพียงแค่รอยขีดข่วน
และแรงสั่นสะเทือนจากภายในที่ราชาวานรผมแดงได้รับก็เป็นของจริงเช่นกัน
.
.
----ภาพหลังจากนั้นเป็นภาพที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่
เป็นภาพที่ซีโร่ทิ่มแทงลงไปที่จุดเดิมซ้ำๆวนอยู่หลายครั้งอย่างเลือดเย็น
ร่างกายของมันกระตุก สร้างความเจ็บปวดและความทรมานให้กับอวัยวะภายในโดยตรง
“เจี๊ยก!!! เจี๊ยก!!!!!เจี๊ยก!!!!!!!!!!!!!”
ราชาวานรส่งเสียงร้องอย่างทรมานและโหยหวน...
และในขณะที่ซีโร่ทำงานของตัวเองอยู่นั้นกอน คาร์ล และไรจิก็ได้พักผ่อนโดยการตั้งแคมป์ก่อฟืน ต้มน้าชาดื่มกันอย่างสบายใจ...ในตอนนี้พวกเขาช่วยอะไรซีโร่แทบไม่ได้เพราะต่อให้พวกเขารีดกามายออกมาทั้งหมด ก็ไม่สามารถทำอะไรร่างกายของเจ้าวานรตัวนี้ได้เลยแม้เพียงรอยขีดข่วนก็ตาม
.
.
.
ในขณะเดียวกัน...ไกลออกไป ณ สถานที่แห่งหนึ่ง
ภายในห้องเช่าเล็กๆ อดีตที่พักของกอนมีชายผมเงินรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง ที่ตอนนี้ดูหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
มือของเขากำลังถือสมาร์ทโฟนแนบหูและกำลังโทรคุยกับใครบางคนอยู่
“ใช่แล้วครับแม่...ผมตามหาตัวมันจนทั่วแล้วไม่รู้ว่ามันหนีหายไปไหน”
ไรเด็นคุยโทรศัพท์กับแม่ของเขาอย่างไม่สบอารมณ์เขารู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก...
เขาตามหาตัวเป้าหมายของเขาไปทั่วร้านอาหารที่มันเคยทำ คนรู้จักของมันหรือแม้กระทั้งใช้เส้นสายของเขาในการตามหาตัว...แต่เขาก็ไม่พบเบาะแสแลยว่ามันหายตัวไปไหนคนที่รู้ของมันก็แทบไม่มี
“ใจเย็นๆนะไรเด็น ลูกรักของแม่...เดี่ยวแม่จะให้คนของแม่ไปลากคอมันมากราบเท้าลูกให้เอง”
แม่ของไรเด็นพยายามพูดให้ลูกของเธอใจเย็นลงแล้วเธอจะช่วยจัดการเรื่องทั้งหมดให้เอง
...แต่ไรเด็นที่ได้ยินเขายิ่งไม่พอใจเข้าไปใหญ่
“แม่!!! ผมต้องการที่จะฆ่ามันเดี่ยวนี้...ด้วยมือของผมเอง”
.
.
.
“ฮ่าฮาๆๆ นี่แกพูดจริงเหรอเนี่ย”
กอนขำลั่นออกมาอย่างสนุกสนาน
----ในตอนนี้พวกเขาทักสามคนตั้งแคมป์และพูดคุยกันอย่างเฮฮา
คาร์ลได้เล่าว่า เขาคือ ‘คาร์โล’ อดีตเด็กอัจฉริยะที่เกิดมาพร้อมกับมานาทั้งสี่…มีเพียงไม่กี่คนบนโลกเท่านั้นที่เกิดมาพร้อมกับมานาครบทุกสี
...แต่เมื่อเขาโตขึ้น กับพบว่าระดับของมานาทั้งสี่สีของเขานั้นมันต่ำเตี้ยมากๆและไม่มีทีท่าว่าจะพัฒนาเพิ่มขึ้นเลย
ทำให้จากเด็กอัจฉริยะในอดีตที่ใครๆต่างก็เอ็นดูและให้ความสนใจกลายเป็นคาร์ลเด็กอ้วนที่ถูกทอดทิ้ง และไม่ได้รับการเหลียวแล
...
“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะเนี่ย...นายคืออดีตเด็กอัจฉริยะคนนั้นเหรอ”
ไรจิพูดด้วยความอึ้ง
...ส่วนคาร์ลในตอนนี้เขินจนหน้าแดง
.
.
“ฉึก!!!”
เสียงของเนื้อถูกทิ่มแทงเข้าไปลึกสร้างความสนใจให้กับพวกเขาที่คุยกันอยู่ต้องหันไปมอง
...เลือดสีแดงสดพุ่งออกมาจากคอของราชาวานรผมแดง
“ครั้งที่ 923…ชั้นคิดว่าลิงตัวนี้มันน่าจะตายแล้วค่ะ”
ซีโร่พูดด้วยเสียงที่เรียบนิ่ง และเลือดที่ท่วมไปทั่วตัว...
คาร์ล และไรจิมองไปที่ซีโร่แล้วก็รู้สึกสยองขึ้นมาทันทีแม้จะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะเป็นมิตรก็ตาม
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic